หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชาวประมงได้จับ "สัตว์ประหลาด" ที่พวกเขาอ้างว่า มันคือ “แคดโบโรซอรัส “ เป็นสัตว์โบราณหายาก!

ว่ากันว่า… ภาพนี้อาจเป็นเรื่องหลอกลวง

นี่คือ… “ แคดโบโรซอรัส “

ในปี 1937 ชาวประมง 9 คนได้จับสัตว์ประหลาดที่พวกเขาอ้างว่า มันคือ “แคดโบโรซอรัส “ ซึ่งเป็นสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปนานมากแล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามค้นหาที่มาของภาพนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ไม่เจอ จนหลายๆ คนเชื่อว่า มันอาจเป็นเรื่องหลอกลวงก็เป็นได้

แคดโบโรซอรัส หรือ แคดโบโรซอรัส วิลซี่ (อังกฤษ: Cadborosaurus, Cadborosaurus willsi; ญี่ปุ่น: キャディ) เป็นชื่อเรียกของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่คล้ายงูทะเลที่อาศัยอยู่ในทะเลแถบแวนคูเวอร์และคาบสมุทรโอลิมปิกในแคนาดา และมีรายงานพบที่บริเวณใกล้เคียงกับออริกอนและอะแลสกา

ภาพถ่ายของแคดโบโรซอรัส เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1937
โดยมีรายงานแรกเกี่ยวกับแคดโบโรซอรัส เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1734 ระหว่างเดินทางไปเกาะกรีนแลนด์ของมิชชันนารีชาวนอร์เวย์ ฮานส์ เอดจ์ บันทึกว่า เขาได้พบเห็นงูทะเลที่น่ากลัวขนาดใหญ่ ชูคอขึ้นเหนือน้ำ จะงอยปากของมันแหลมยาว มันว่ายน้ำในวงกว้างและรายกายของมันก็ปกคลุมด้วยรอยเหี่ยวย่น เมื่อดำลงไปใต้น้ำมันก็ยกหางขึ้น โดยมีความยาวของลำตัวประมาณเท่ากับเรือที่เขาโดยสาร

นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีรายงานการพบเห็นสิ่งมีชีวิตลึกลับคล้ายคลึงกันนี้อย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 1937 กัปตันฮักลันด์และลูกเรือได้ผ่าท้องของวาฬสเปิร์มขนาดใหญ่ และพบซากของสิ่งที่คล้ายกับ แคดโบโรซอรัส เขาได้ถ่ายรูปไว้ทั้งหมด 38 ภาพ และทำรายงานส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ แต่ที่พิพิธภัณฑ์ ได้จำแนกว่ามันเป็นซากตัวอ่อนของวาฬบาลีน อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสงสัยว่า ซากจริง ๆ อาจสูญหายไปก่อนการทำการตรวจสอบ โดยสงสัยว่าซากที่แท้จริงอาจถูกส่งไปที่แห่งใดสักแห่ง เพื่อปกปิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม นักชีววิทยาและศาสตราจารย์ทางด้านสมุทรศาสตร์ เอ็ดเวิร์ด แอล. บอสฟิลด์ และ พอล เอช. เลบลอนด์ ได้อธิบายว่า แคดโบโรซอรัส เป็นงูทะเลขนาดใหญ่ที่มีผู้พบเห็นอาศัยอยู่ในทะเลแถบแวนคูเวอร์และคาบสมุทรโอลิมปิกในแคนาดา และมีรายงานพบที่บริเวณใกล้เคียงกับออริกอนและอะแลสกา รวมถึงตามแนวชายฝั่งของอ่าวไอซ์แลนด์ โดยมีชื่อเล่นเรียกกันสำหรับคนในท้องที่ว่า "แคดดี" (Caddy) มีผู้พบเห็นนับร้อยตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี ลักษณะคล้ายกับสัตว์ประหลาดลอคเนสส์ ในสก็อตแลนด์ ตัวมีความยาวเหมือนงูทะเลขนาดใหญ่ความยาวกว่า 100 ฟุต หัวของมันคล้ายกับสัตว์ประเภทม้า, แกะ หรือ อูฐที่ยืดออกมาเล็กน้อย คอมีความยาวเกือบหนึ่งในสามของความยาวลำตัว มีครีบคู่หน้าหนึ่งคู่ มีความเร็วในการว่ายน้ำและความยืดหยุ่นตัวสูง หางมีลักษณะแผ่ยาว สีของแคดโบโรซอรัส เป็นลักษณะสีเขียวเข้มไปจนถึงสีน้ำตาลหรือสีเทา ตาอยู่บนหัวที่มีขนาดใหญ่ และเชื่อว่าแคดโบโรซอรัสสามารถหายใจใต้น้ำได้โดยอวัยวะพิเศษนับล้านหน่วยที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งไม่เหมือนกับสัตว์อื่นใดในโลก

ซึ่งที่มาของชื่อ แคดดี นั้นมาจากสถานที่ที่พบเห็นคือ อ่าวแคดโบโร วิกตอเรีย ในบริติชโคลัมเบีย ของแคนาดา

ที่อ่าวซานฟรานซิสโก มีผู้พบเห็นงูทะเลยักษ์ตัวมหึมาชื่อว่า "แฟรนนี" (Frannie) ในปี ค.ศ. 1983 พยานทั้งหมด 5 คน เป็นคนงานก่อสร้างถนนที่ทำงานบนถนนทางตอนเหนือของซานฟรานซิสโก แล้วคนโบกสัญญาณก็แจ้งเตือนภัยด้วยเห็นสิ่งบางอย่างขนาดใหญ่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วทำให้น้ำกระเพื่อมออก ผู้ควบคุมงานได้รับแจ้งจึงออกไปดู เห็นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่มีโหนกหลังสามแห่ง แต่ไม่เห็นส่วนท้ายหรือหางของมัน ส่วนหัวยากจะอธิบาย แต่ดูแล้วดุร้าย อีกทั้งยังมีพี่น้องฝาแฝด บิลล์ กับ บ็อบ คลาร์ก ที่อ้างว่าพบเห็นสัตว์ประหลาดในวันหนึ่งของฤดูหนาว ปี ค.ศ. 1985 ขณะที่ทั้งคู่จอดรถจิบกาแฟพร้อมกับกินโดนัทไปด้วยที่สะพานโกลเดนเกต ก่อนออกไปทำงานในตอนเช้า ทั้งคู่เห็นฝูงแมวน้ำถูกโจมตีด้วยงูทะเลขนาดใหญ่ที่ขึ้นมาจากน้ำ มีส่วนหัวโผล่ขึ้นมาเหมือนไดโนเสาร์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และด้านหลังมีขดม้วนสี่ขด หัวของมันหันมองไปมารอบ ๆ เหมือนกำลังมองหาแมวน้ำอยู่ หลังจากนั้นเมื่อห่างออกไปไม่กี่ฟุต มันก็ชูคอขึ้นเหมือนเสาโทรศัพท์แล้วก็กระโดดขึ้นสู่อากาศ ร่างตกกระทบน้ำเสียงดังตูม ทำให้น้ำกระเซ็น และคลายเกลียวตรงคอ ทั้งคู่ซึ่งนั่งอยู่ในรถตื่นเต้นและกลัวมาก และตั้งแต่พบเห็นครั้งนั้นทั้งคู่ก็ไปที่อ่าวซานฟรานซิสโกมากครั้งขึ้น และอ้างว่าพบเห็นอีก 8 ครั้ง ระหว่างปี ค.ศ. 1985–87 และในครั้งท้าย ๆ ยังพบเห็นตัวลูกของมันด้วย และมันยังคำรามส่งเสียงขู่ "แฮ่ แฮ่" ใส่พวกเขา แต่หลังจากนั้นครั้งนั้นก็ไม่พบเห็นอีกเลยเป็นเวลานาน 17 ปี จนกระทั่งในเดือนมกราคม ค.ศ. 2004 พวกเขาใช้กล้องวิดีโอยุคใหม่ขณะสำรวจรอบเกาะอัลคาทราซ ก็ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ โดยเชื่อว่าเป็นงูทะเลยักษ์เคลื่อนไหว

ในปี ค.ศ. 2009 ชาวประมงชื่อ แนช เคลลี ได้บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ได้ในอ่าวนูชาเกช อะแลสกา เขาคิดว่าส่วนหัวของมันมีขนาดใหญ่และซ่อนอยู่ไว้ใต้น้ำโดยคอที่มีขนาดใหญ่และมีความยาวมาก และคิดว่ามันได้ย้ายไปสู่ทะเลสาบอิลลิมนาแล้ว จากนั้นในปี ค.ศ. 2011 ภาพเคลื่อนไหวชุดนี้ได้แพร่ออกอากาศครั้งแรกโดยสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในเครือข่ายของดิสคัฟเวอรี่ แชนแนล โดยพี่น้องตระกูลฮิลสตราดได้พยายามจะจับมันแต่ก็ล้มเหลว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ตูบสุดหล่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: โยนี โยนี, Thorsten, focus44
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยานโรเวอร์​คิวริออ​ซิตี​ ตรวจพบและถ่ายภาพ วัตถุ​ลึกลับคล้าย “ปะการัง” บนดาวอังคาร​ใครก็ได้ช่วยด้วยยยย! "ฮาย อาภาพร" โพสต์ระบาย "จนป่านนี้ ตูยังไม่ถึงที่ทำงานเลย" ลั่นดัง "ตู ปวดเยี่ยว"
เหตุการณ์เปิดเทอมวันที่ 2 ของผู้ปกครอง!หนึ่งในจุดดำน้ำใต้ดินที่อันตรายที่สุดในโลก!!บ่อน้ำ Jacob's Well"ไอ้ด่างบางมุด" เป็นอีกข่าวเก่าเรื่องเล่าคลาสสิกที่ผู้คนยังคงนึกถึง สำหรับจรเข้ยักษ์กินคน!"ไอ้ด่าง เกยชัย" เป็นชื่อเรียกของจระเข้ตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่เคยอาละวาดกินคนที่แม่น้ำน่าน บ้านเกยชัย
ตั้งกระทู้ใหม่