หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อลัชชีในพุทธมหายานในญี่ปุ่น เหตุรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการทำลายพระพุทธศาสนาให้สิ้นซากจึงอนุญาติเรื่องกิเลสอย่างเต็มที่

อลัชชีในพุทธมหายานในญี่ปุ่น เหตุรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการทำลายพระพุทธศาสนาให้สิ้นซากจึงอนุญาติเรื่องกิเลสอย่างเต็มที่

ศตวรรษที่ 17 ในสมัยเอโดะรัฐบาลโทกุงาวา ได้ทำการต่อต้านศาสนาคริสต์ จึงมีคำสั่งให้ประชาชนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของวัดทั้งหมด คือเป็นสมาชิกของวัดใดวัดหนึ่ง มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นพวกคริสต์ และจะถูกลงโทษ ดังนั้นวัดต่างๆ จึงมีอำนาจบังคับให้คนเข้ามาเป็นสมาชิกของวัด ถ้าหากพ่อแม่ได้ถึงแก่กรรมแล้วจะต้องจัดทำงานศพอยู่ที่ ณ วัดนี้ หากไม่ยอมก็จะถูกกลั่นแกล้งจึงทำให้สมาชิกกลัวพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่สมัยเอโดะ มาจึงทำให้พระสงฆ์เหิมเกริมมาก แต่ในวงการศาสนายังมีคนดีและคนที่บริสุทธิ์ใจ จึงออกมาประท้วงและให้ทำการปฏิรูปกฎของพระสงฆ์ใหม่ คือ ให้ผู้ที่เป็นพระสงฆ์จะต้องงดเรื่องอบายมุข จะต้องศึกษาพระธรรมอย่างจริงจัง ดังนั้นเมื่อพวกพระสงฆ์ถูกต่อต้าน พระสงฆ์ที่ไม่สามารถงดเรื่องอบายมุขก็ได้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่น เช่น เกาหลี และไต้หวัน เพื่อสร้างถิ่นฐานใหม่ เนื่องจากประชาชนทั้ง 2 ประเทศ นี้นับถือพระพุทธศาสนาเป็นส่วนมาก จึงมีโอกาสกอบโกยผลประโยชน์จากผู้ที่ศรัทธาได้

การที่พระสงฆ์ของญี่ปุ่นบางนิกายสามารถแต่งงานมีภรรยาได้มีที่มาจากสมัยเมจิ ในปลายศตวรรษที่ 19 รัฐบาลได้นับถือศาสนาชินโต ดังนั้นจึงมีนโยบายทำลายพุทธศาสนาโดยออกกฎหมายว่าให้พระสงฆ์กินเนื้อได้ ไว้ผมได้ และแต่งงานมีภรรยาได้ ฉะนั้นพระสงฆ์ที่ทนต่อความว้าเหว่ไม่ได้จึงถือโอกาสแต่งงานมีภรรยาเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไป จากนั้นมาการเป็นพระสงฆ์ก็กลายเป็นอาชีพหนึ่งที่ใครๆ ก็เป็นได้ เพราะว่าเป็นพระสงฆ์แล้วกลางวันสวดมนต์ตีระฆังเท่านั้น ก็มีผู้ศรัทธามาถวายเงินและก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วยจึงมีความเป็นอยู่ที่สบายๆ และยังได้รับการยกย่องนับถือจากผู้ที่ศรัทธาด้วย

การแต่งงานมีครอบครัวของพระภิกษุ (ซึ่งชาวพุทธในหลายประเทศมักไม่เข้าใจว่า ทำไมพระญี่ปุ่นจึงมีภรรยาได้) ส่งผลให้วิถีชีวิตนักบวชญี่ปุ่นถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มที่รักษาพระวินัยอย่างเคร่งครัด ถือเพศพรหมจรรย์ ไม่มีภรรยา

2. กลุ่มที่ถือบวชแบบครอบครัว มีภรรยาเหมือนชาวบ้านทั่วไป

นอกจากพระญี่ปุ่นจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว บางนิกายยังมีข้อบัญญัติอีกว่า ตำแหน่งพระสามารถสืบทอดเป็นมรดกแก่บุตรคนโตได้ด้วย อย่างในสมัยของท่านโซนิน ชินรัน นักปราชญ์คนสำคัญแห่งโจโด เป็นคนแรกที่เสนอว่า พระและวัดไม่สำคัญ แม้จะคงวัดไว้แต่ให้พระมีภรรยาได้ และตำแหน่งเจ้าอาวาสให้สืบสายกันอยู่ในตระกูล

เนื่องจากในขณะนั้น พระภิกษุมีบทบาทและฐานะหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งการเป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้ที่ได้รับการเคารพบูชาสูงสุดจากชาวบ้าน เป็นพลเมืองที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของบ้านเมือง และเป็นพระภิกษุซึ่งต้องรักษาศีลของพระไว้

กอปรกับสถานการณ์บ้านเมืองดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า พุทธศาสนาถูกกวาดล้างและขาดการส่งเสริมสนับสนุน พระต้องถูกบีบคั้นจากกลุ่มชนชั้นปกครอง จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้หารายได้มาเลี้ยงชีพ และรักษาวัดวาอารามของตนให้อยู่รอด จึงทำให้เกิดความย่อหย่อนในพระธรรมวินัย

นอกจากนี้ ระบบทหารที่ปกครองในยุคนั้น มักจะมีกฎเกณฑ์บังคับมาก เช่น จำกัดจำนวนศาสนิกชน จำกัดขอบเขตในการประกอบพิธีกรรม จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น บทบาทและฐานะของพระที่หลากหลาย จึงทำให้เป็นภาระ รวมทั้งการที่พระปรับตัวไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย

ดังนั้น วัตถุประสงค์ที่ท่านโซนิน ชินรัน เสนอแนวคิดเช่นนี้มา ก็เพื่อกำจัดการแบ่งแยกระหว่างพระภิกษุกับคฤหัสถ์ สร้างความสะดวกในการเผยแผ่ศาสนา โดยไม่ต้องกังวลว่าจะละเมิดพระวินัยที่เป็นข้อห้าม ทำให้เกิดความสบายใจในขณะปฏิบัติหน้าที่ นี่จึงเป็นเหตุให้นิกายอื่นเอาอย่างในเวลาต่อมาครับ

แต่ระยะแรกก็ทำกันอย่างลับๆ จนถึงสมัยเมจิ พระจักรพรรดิโปรดให้พระทุกนิกายเลิกถือพรหมจรรย์ และมีบุตรภรรยาได้อย่างเปิดเผย ส่งผลให้ปัจจุบันนี้มีพระสงฆ์ที่แต่งงานมีครอบครัว มีอยู่ในเกือบทุกนิกายของพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นเลยล่ะครับ

.
จริงๆแล้วท่านชินรังโชนินกำหนดวิธีที่ทำให้พระมีเมียก็คือว่าท่านสึกเสียก่อน
ไม่ได้มีเมียทั้งเป็นพระ สึกจากเพศสมณะก่อนคือพระจีนก็มีเมียไม่ได้นะถือประพฤติพรหมจรรย์
มีเมียไม่ได้ ห้ามเด็ดขาดเรื่องวินัยปาฏิโมกข์...

แต่สำหรับท่านชินรังโชนินผู้นี้ ท่านสึกมาเลยรู้สึกว่ามีครอบครัวเลยถ้างั้นจะไปปรับ
อาบัติปาราชิกทำไม่ได้ แต่การศึกของท่านท่านไม่ได้ทิ้งวัดท่านสึกในวัด
ท่านก็ตั้งครอบครัวในวัดเท่านั้นเองเลย เลยกลายเป็นสมภารคฤหัสถ์ครองวัด
แล้วลูกหลานของท่านก็สืบสกุลเป็นเจ้าอาวาสในวัดนั้นเลย


.
นี่แหละเป็นต้นตอพระนิกายอื่นๆก็เอาอย่างสิ พระนิกายนี้ทำแบบนี้ดีเราเอาบ้างสึก
ออกมาแต่เป็นสมภารในวัดแล้วก็มีลูกมีเมียมีครอบครัวในวัดเลยสบายไปเลย
ที่นี่ทุกนิกายเอาอย่างเลยกลายเป็นมีเมียหมดเฉยเลยแบบเนียนๆ จริงๆสงฆ์กลุ่มนั้นอาบัติปาราชิกกันหมดแล้ว ตามพุทธบัญญัติ

เนื้อหาโดย: ตูบสุดหล่อ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ตูบสุดหล่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
25 VOTES (5/5 จาก 5 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, zerotype, ยอน มาราเธ็ด, Lady Gagun, focus44
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สลิ่มฝากถึง "ชัชชาติ" สิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ "เค้าทำกันมานานแล้วค่ะ"สุดปัง!! "พญาหงส์" สาวไทยคนแรกคว้าแชมป์ K 1 ลูกพี่ลูกน้องกับ "ลิซ่า BLACKPINK"The King of Pop ผู้มีอิทธิพลทางดนตรี การเต้นรำ แฟชั่นและผลงานด้านมนุษยธรรม ทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมร่วมสมัยมากว่า ๔ ทศวรรษเมื่อจ้างลุง มาทาสีที่บ้าน พอหันหน้ามาเท่านั้นแหละ ฮาก๊ากเลยสาวเผยคลิป ไรเดอร์นั่งร้องไห้ หลังโดนลูกค้าเท แซลมอน30กล่องสุดแปลกฮา!! ภาพเหล่านี้ดูแล้ว คล้ายๆ ของลับทั่นชายมั้ยกระติ๊บ ชวัลกร โต้คนแซะ ดาราเป็นช่างสักอะไรก็ง่าย หลังเพิ่งคว้ารางวัลนักเลงแต่เด็ก!! เด็กถูกเพื่อนรุมกระทืบ ปล่อยทิ้ง กลางสนามบอลช็อตเด็ดสัตว์โลก : ลงมาซิ....พ่อหนุ่ม...ลงมาน้ำใส ไหลเย็น ไม่ลึกหรอก...กว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่แต่ละที่ ต้องทุ่มเทในการทำ "นั่งร้าน " กันน่าดูเลยทีเดียวไม่ไหวแล้ว!! ผัวสุดทน! หย่าเมีย เหตุไม่ชอบอาบน้ำ หลังตามจ้ำจี้จ้ำไชมานาน กว่า 2 ปีอีกครั้งสำหรับการกลับมาของนกเงือกกรามช้างปากเรียบ ที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง จังหวัดสงขลาในช่วง สงครามจีน ญี่ปุ่น ในคุนหมิง บ้านเรือนก็ทรุดโทรม
ชายชาวญี่ปุ่นทำ USB Stick ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของคนเกือบครึ่งล้านหายไป เพราะเขาเมา..🥴🥃"น้ำตาลทรงกรวย" น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ที่ได้จากการกลั่นจากพืชแล้วอัดให้เป็นรูปทรงกรวย!!ชื่อชาวพม่าที่ขึ้นต้นว่า หม่องโน่น หม่องนี่ หมายความว่าอะไร!??ก็ไม่ได้ทิ้งนะคะเเค่เเขวนๆเหน็บๆเอง 🤣
ตั้งกระทู้ใหม่