หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สถานีกลางบางซื่อ ... ชื่อนี้ ถึงวันนี้น่าจะเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วทั้งประเทศไปแล้ว!

ทำไมสถานี(รถไฟ)กลาง ต้องมาอยู่ที่บางซื่อ ? ... แล้วรู้ไหมว่า อีกไม่นานสถานีกลางแห่งนี้ ไม่จะเพียงเชื่อมไทย แต่กำลังจะเชื่อมคนไทยให้เข้ากับโลกใบนี้ได้ทั้งใบ !!!


.
สถานีกลางบางซื่อ ... ชื่อนี้ ถึงวันนี้น่าจะเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วทั้งประเทศไปแล้ว ... เริ่มจากกระแสข่าวการย้ายหัวลำโพงมายังที่นี้เมื่อปลายปีที่แล้ว ต่อมาที่นี่คือศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ถึงวันนี้ น่าจะฉีดวัคซีนให้กับคนไทยไปแล้วหลายแสนคน ... ล่าสุดกับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายชานเมือง ทั้งสายรังสิต และสายตลิ่งชัน ... ยังไม่นับรวมถึงกระแสการกลับมา ของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่จัดอยู่ ณ ขณะนี้
.
ทำให้ช่วงนี้ ในแต่ละวันน่าจะมีคนผ่านเข้าออก ณ สถานที่นี้ เกือบหนึ่งแสนคนต่อวัน !!!
.
แต่จะมีใครเอ่ะใจบ้างไหมนะ ว่า ... ทำไมสถานีกลาง ต้องมาตั้งอยู่ที่นี้ .... บางคนอาจจะตอบว่า เพราะพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ว่างของการรถไฟที่มีขนาดใหญ่ .. ก็ใช่ แต่ไม่ถูกทั้งหมด
.
หลายคนอาจตอบได้ใกล้เคียงยิ่งขึ้นว่า เพราะที่มี ชุมทางบางซื่อ อยู่แล้ว ... ก็ถูก ... แล้วทำไมชุมทางต้องมาอยู่ที่บางซื่อ ???? ... อันนี้ไม่ได้กวน แต่คุณรู้ไหมว่า บางซื่อ คือสถานีกลางทางการคมนาคมทางรถไฟ มาก่อนที่จะกลายร่างเป็นสถานีกลางบางซื่อเสียอีก
.
บางคนอาจจะเถียงว่า แล้วสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ หัวลำโพง ล่ะ ... หัวลำโพง ที่ผ่านมานั่นคือ จุดศูนย์กลางในชื่ออย่างเป็นทางการ แต่สถานที่เก็บรถไฟก่อนวิ่งไปรับคนที่หัวลำโพง เพื่อวิ่งไปยังจุดหมายปลายทางทั่วประเทศนั้น อยู่ที่บางซื่อมาตั้งนานแล้ว .... ไม่นับรวมถึงศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า รวมไปถึงศูนย์กลางการคมนาคมในการเชื่อมต่อกับการระบบอื่นๆ ทั้งหมดนี้ต่างอยู่ที่บางซื่ออยู่แล้ว ... ที่สำคัญสิ่งเหล่านี้ไม่ได้พึ่งมาเป็นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นมาอย่างยาวนานเป็นหลายสิบปีแล้ว ... ว่าแล้ว เรามาย้อนอดีตของ ชุมทางบางซื่อไปด้วยกัน
.
กิจการรถไฟนั้นถือกำเนิดขึ้นในสยาม สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง กรมรถไฟหลวง ขึ้น ... และเริ่มเดินรถไฟครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ในเส้นทางกรุงเทพฯ – กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) โดยเส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนั้น
.
เส้นทางสายนี้ต่อมาได้ขยายปลายทาง แยกออกไปจนถึงจังหวัดเชียงใหม่ในภาคเหนือ และจังหวัดหนองคายกับอุบลราชธานีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ... ซึ่งสถานีบางซื่อในขณะนั้นคือ สถานีที่ 2 ถัดมาจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (ไม่นับสถานีรถไฟหลวงจิตรลดา)
.
ต่อมาในวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จเปิด "สถานีรถไฟธนบุรี" ที่ตั้งบริเวณริมคลองบางกอกน้อย อันเป็นเส้นทางสู่ภาคใต้และภาคตะวันตกของสยาม
.
แต่ทางรถไฟทั้งสองสาย ก็อยู่ในลักษณะต่างคนต่างเส้นทาง ไม่ได้เชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน
.
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2460 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ระบบทั้งสองนี้เชื่อมต่อกันได้ .... แต่ปัญหาก็คือ แล้วจะเชื่อมกันตรงไหน รวมถึงจะทำอย่างไร เมื่อทั้งสองสายอยู่กันคนละฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา !!!
.
หลังจากศึกษาหาสถานที่และวิธีการที่เหมาะสมอยู่หลายปี ... กรมรถไฟหลวงก็ได้คำตอบ

นั่นคือการสร้างสะพานพระราม 6 เพื่อเชื่อมทางรถไฟทั้งสองสายเข้าด้วยกันในปี พ.ศ. 2469 ... สะพานแห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีเพียงทางรถไฟเท่านั้น ... และผลจากโครงการนี้ก็ทำให้เกิด 2 ชุมทางสำคัญขึ้นในทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา คือ ชุมทางตลิ่งชันในฝั่งตะวันตก และชุมทางบางซื่อในฝั่งตะวันออก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ชุมทางบางซื่อ ขนาดตัวอย่างรวดเร็ว .. นั่นคือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ก่อตั้งปี พ.ศ. 2456) เพราะปูนซิเมนต์ไทย ต้องการใช้สถานีแห่งนี้ในการขนส่งสินค้าไปยังร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ... เพราะในสมัยนั้นการผลิตปูนซีเมนต์ยังผลิตที่บางซื่อ (ก่อนที่จะยกเลิกไปในปัจจุบัน) และปูนซิเมนต์ไทยในยุคนั้น ยังไม่ได้มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์กระจายอยู่ทั่วประเทศเหมือนดั่งในปัจจุบัน ... ส่งผลให้ ชุมทางบางซื่อ ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นศูนย์ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ของเมือง
.
ต่อมาเมื่อประเทศพัฒนาขึ้น การขนส่งทางรางก็มีความจำเป็นมากขึ้น ในการกระจายสินค้าออกไปสู่ทั่วประเทศ ... การจะสร้างหรือขยายสถานีรถไฟใดสถานีหนึ่งให้รองรับสิ่งเหล่านี้ได้ ... สถานีนั้นก็ต้องเป็นสถานีที่มีระบบต่างๆ รองรับอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปเริ่มจากศูนย์ใหม่ ... ขณะเดียวกันสถานีนั้นก็ต้องไม่อยู่ในเขตเมือง จนสร้างปัญหาการจราจร หรืออยู่ไกลตัวเมือง จนไม่คุ้มทุนในการบริหารจัดการ ..... ทั้งหมดนี้ทำให้ “ชุมทางบางซื่อ” คือคำตอบ
.
จนรัฐบาลในระยะต่อมาต้องการสร้าง รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้าหลากสีทั่วเขตกรุงเทพ ก็ต้องมีสถานที่ที่จะต้องรองรับระบบเหล่านี้ได้ทั้งหมด .. จึงต้องการสถานที่ที่มีขนาดกว้างใหญ่มากกว่าเดิม พร้อมมีระบบสาธารณูปโภครองรับได้ ... นั่นก็ทำให้ ชุมทางบางซื่อ ได้ไปต่อ โดยสร้างให้เป็น “สถานีกลางบางซื่อ” ขึ้นเพื่อการนี้
.

สถานีกลางบางซื่อ ถูกมอบหมายภารกิจให้เป็น จุดเชื่อมต่อการเดินทางระบบรางที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะที่นี่คือ “สถานีรถไฟกลางที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
.
และเมื่อถูกเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว สถานีแห่งนี้จะรองรับทั้ง รถไฟทางไกลของการรถไฟแห่งประเทศไทยในทุกเส้นทาง, รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง, รถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง, รถไฟฟ้าเชื่อมต่อ 3 สนามบิน อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, รถเมล์ขององค์การการขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ รวมไปถึงรถโดยสารระหว่างจังหวัด บขส. ที่หมอชิตใหม่
.
และที่สำคัญที่สุด สถานีกลางบางซื่อแห่งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางสาย Central Route ที่เริ่มจากกสถานีรถไฟคุนหมิง ประเทศจีนไปยังสถานีรถไฟจูล่งตะวันออก ของประเทศสิงคโปร์ ... โดยมีสถานีกลางบางซื่อ ทำหน้าที่เป็นสถานีชุมทางในการเปลี่ยนสาย ระหว่างช่วง กรุงเทพฯ - ลาว - จีน (สายอีสาน) และกรุงเทพฯ - มาเลเซีย - สิงคโปร์ (สายใต้)
.
นั่นแสดงว่า ถ้าทางรางสายเอเชียเส้นทางนี้แล้วเสร็จเมื่อไร คนไทยเราจะไม่เพียงสามารถนั่งรถไฟไปจนถึงสิงค์โปร์ได้ ... แต่เรายังสามารถนั่งรถไฟไปถึงสุดปลายรางที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษได้เลยทีเดียว !!!
.
ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียง ภารกิจเชื่อมไทยเข้าด้วยกัน แต่นี่คือ การเชื่อมคนไทยให้เข้ากับโลกอย่างแท้จริง

โพสท์โดย: ตูบสุดหล่อ
อ้างอิงจาก: 1. วารสารรถไฟสัมพันธ์ ลำดับที่ 1 ประจำปี 2565
2. สถานีกลางบางซื่อ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
3. ทางรถไฟสายใต้ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ตูบสุดหล่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: maddog2565
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ วันหยุดที่แดดร้อนๆตอนเช้า ตอนเย็นๆจะฝนตกไหมเนี่ย...เปิดโฉมหน้า "น้องสายป่าน" สาวเต้นสู้ หลังรถแห่เล่นเพลงแอ๊ว15 การตัดขนสัตว์เลี้ยงที่ผิดพลาดจนความฮาบังเกิดเพจดังแซะ!! บินล้ำมานิดเดียว ทำเป็นเลือดรักชาติฉีดแรงน้ำรั่วฝนเทอีกแล้ว!! รัฐสภาไทย!! ลมพัด น้ำไหล กระจุยกระจาย!งานภาพถ่าย ที่จังหวะลงตัวดีเป๊ะๆ ทำให้เกิดภาพในมุมมองที่สวยงาม และ น่ารัก น่าทึ่งไปอีกแบบปะทะเดือดราวกับในหนังสงครามกลางเมือง‼️ ชาวบ้านหนีตาย ที่ อ.พบพระ ตาก (คลิป)ดวงชะตาปี 2565 หลัง "ดาวพระมฤตยู" ย้ายราศีสู่ราศีพฤษภ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 กับ "หมอจิณณะ (โหรกบ)""ซี-นุนิว" โทรศัพท์มาขอโทษแล้ว จากดราม่า #ไล่ศิลปินคนอื่นทำไม "บลู พงศ์ทิวัตถ์" ไม่ติดใจเป็นเรื่อง!! กทม.รื้อถอนป้าย หาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด จ่อดำเนินคดีคนเปลี่้ยนชื่อสะพานสลดใจ! พยาบาลสาว "วัยเบญจเพส" เจ้าอาวาสทัก “ดวงถึงฆาต” พอเลี้ยวรถออกหน้าวัด เสียหลักข้ามเลนชนปิกอัพดับคาที่สุดปังร้านเสริมสวย ริมทะเล เริ่มต้นที่ 20ดอกอัญชัญช่วยให้คิ้วหนาและดกดำจริงเหรอ?
ชายชาวญี่ปุ่นทำ USB Stick ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของคนเกือบครึ่งล้านหายไป เพราะเขาเมา..🥴🥃"น้ำตาลทรงกรวย" น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ที่ได้จากการกลั่นจากพืชแล้วอัดให้เป็นรูปทรงกรวย!!ก็ไม่ได้ทิ้งนะคะเเค่เเขวนๆเหน็บๆเอง 🤣นาทีโค้ชกระโดดลงไปในสระ..เพื่อช่วยชีวิตนักกีฬาว่ายน้ำในทีมหลังจากที่หมดสติในน้ำขณะแข่งขัน!
ตั้งกระทู้ใหม่