ประวัติศาสตร์การทาน “เนื้อสุนัข”

“สุนัข” เป็นสัตว์เลี้ยงแสนโปรดของมนุษย์
หากแต่ในหลายๆ ประเทศ สุนัขไม่เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง หากแต่ยังเป็น “อาหาร” อีกด้วย
ในหลายๆ ประเทศ เช่น จีน เกาหลี เวียดนาม กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ การทานเนื้อสุนัข ก็ยังคงมีอยู่บ้าง
แม้แต่ในยุโรป บางประเทศก็ยังมีคนที่ทานเนื้อสุนัขอยู่บ้าง
อันที่จริง การทานเนื้อสุนัขไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งจะมีมาไม่นาน หากแต่มีมานานนับพันปีแล้ว โดยหลักฐานทางโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการค้นพบเกี่ยวกับการทานเนื้อสุนัขนั้น ถูกค้นพบที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยมีความเก่าแก่ถึง 9,200 ปี
สำหรับประเทศต่างๆ ที่มีการทานเนื้อสุนัข เริ่มจากจีน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เคยมีการทานเนื้อสุนัข และก็เป็นที่นิยมมาก
แต่ในยุคปัจจุบัน ชาวจีนส่วนมากโดยเฉพาะในเมือง ก็ไม่นิยมทานเนื้อสุนัขอีกต่อไป
สำหรับประวัติการทานเนื้อสุนัขในจีน พบว่ามีการทานเนื้อสุนัขมานานตั้งแต่สมัยยุคหินใหม่ หรือตั้งแต่ราว 10,000-4,500 ปีก่อนคริสตกาล และมีบันทึกที่เกี่ยวกับการทานเนื้อสุนัขครั้งแรกตั้งแต่ราว 600 ปีก่อนคริสตกาล
ในสมัยจีนโบราณ ชาวนาต่างประสบปัญหาขาดแคลนเสบียง และเนื้อสัตว์ ก็คือของหายาก
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง สตรีที่ให้กำเนิดบุตรชาย จะได้ “เนื้อสุนัข” จากทางการเป็นของรางวัล
แต่สำหรับชนชั้นสูงชาวจีน การทานเนื้อสุนัขก็เริ่มเสื่อมความนิยมในสมัยราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง
ส่วนที่ดินแดนอื่น ชนเผ่าอินเดียนแดงในอเมริกาก็มีการทานเนื้อสุนัขเช่นกัน หากแต่ที่โด่งดังที่สุด ก็คือชาวแอซเท็ก ซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนที่ปัจจุบันคือเม็กซิโก
นักประวัติศาสตร์ชาวสเปนในสมัยศตวรรษที่ 16 ได้มีการจดบันทึกเกี่ยวกับงานเลี้ยงของชาวแอซเท็ก ซึ่งเนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ในงานเลี้ยง ก็มีไก่งวงจำนวน 100 ตัว สุนัขจำนวน 40 ตัว
สำหรับชาวแอซเท็ก เนื้อสุนัขคือของล้ำค่า ล้ำค่ายิ่งกว่าเนื้อมนุษย์ซะอีก โดยชาวแอซเท็กจะฆ่าสุนัขเมื่อสุนัขมีอายุได้หนึ่งขวบ โดยสาเหตุ ก็เพื่อที่จะให้เนื้อสุนัขมีความนุ่ม
ทางด้านยุโรป ประวัติศาสตร์การทานเนื้อสุนัขก็มีมาอย่างยาวนานเช่นกัน
ในสมัยศตวรรษที่ 19 และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในช่วงเวลาที่อดอยาก ชนชั้นรากหญ้านิยมทานเนื้อสุนัข
สมัยศตวรรษที่ 19 ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีร้านที่ขายเนื้อสุนัขโดยเฉพาะ โดยชาวปารีสมักจะต่อคิวยาวเพื่อซื้อเนื้อสุนัข ซึ่งชาวปารีสคิดว่าเนื้อสุนัขอร่อยและมีความนุ่ม
ในช่วงที่เยอรมนีล้อมกรุงปารีส ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ค.ศ.1870-1871 (พ.ศ.2413-2414) ร้านอาหารในปารีสมีการเสิร์ฟเมนูจากเนื้อสุนัขหลายเมนู ตัวอย่างก็เช่น
-ตับสุนัขหั่นเป็นชิ้น
-ไหล่สุนัขไม่ติดมัน ราดด้วยซอสมะเขือเทศ
-ขาสุนัขแต่งหน้าด้วยหนู
ส่วนที่เยอรมนี ตั้งแต่ปีค.ศ.1904-1914 (พ.ศ.2447-2457) มีการประเมินว่ามีการทานเนื้อสุนัขในเยอรมนีถึงปีละ 84 ตัน และตั้งแต่ค.ศ.1920-1924 (พ.ศ.2463-2467) ชาวเยอรมันก็ทานเนื้อสุนัขไปกว่า 115 ตัน
นี่ก็เป็นประวัติศาสตร์คร่าวๆ ของการทานเนื้อสุนัขในบางดินแดน หากแต่ในปัจจุบัน การทานเนื้อสุนัข ก็คงเหลือน้อยมากแล้ว และคงไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/Timelesshistoryth/photos/a.577259972709466/1384154925353296/
10 จังหวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรมากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
5 สัตว์ป่าไทยหายาก ที่อาจหายไปจากธรรมชาติหากไม่ช่วยกันปกป้อง
ทำไมบางคนไม่อยากกลับบ้าน ทั้งที่บ้านควรเป็นที่ปลอดภัย
10 รายการทีวีไทยยุค 90 ที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุด
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ส่องแนวทางเลขเด็ดตาทิพย์และเลขปฏิทินหลวงพ่อนำโชค งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ของล้ำค่าที่ไม่มีใครเอากลับมา 5 เรื่องจริงของสิ่งที่ถูกทิ้งไว้เฉย ๆ
5 ประเทศที่ขาดแคลนผู้หญิงมากที่สุด
ของใช้ยุคไม่มีอินเทอร์เน็ต 30 สิ่งที่เคยขาดไม่ได้ แต่เด็กสมัยนี้อาจไม่เคยใช้
การเดินทางก่อนมีรถยนต์แพร่หลาย คนไทยสมัยก่อนเดินทางกันอย่างไร?
20 อาการที่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณเตือนจากร่างกายที่ควรรีบพบแพทย์
15 อาชีพที่หายไปตามกาลเวลา เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ หลายอาชีพเหลือเพียงความทรงจำ