หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ในโลกใบนี้มีหญิงงามอยู่มากมาย แต่จะมีหญิงใดที่งามอมตะยาวนานกว่า 5 ศตวรรษ และทำให้ผู้คนทั่วโลกใฝ่ฝ้นจะได้ยลโฉม!!

ปริศนาที่ซ่อนในรอยยิ้มของโมนาลิซา
ในโลกใบนี้มีหญิงงามอยู่มากมาย แต่จะมีหญิงใดที่งามอมตะยาวนานกว่า 5 ศตวรรษ และทำให้ผู้คนทั่วโลกใฝ่ฝ้นจะได้ยลโฉม เธอหาใช่อิสตรีที่มีเสน่ห์เร่าร้อนด้วยอาภรณ์น้อยชิ้น หากแต่เธองามเย้ายวน ชวนหลงใหล ด้วยองค์ประกอบอันสมจริงดุจดั่งมีชีวิต ลึกลับซ่อนเร้นด้วยฝีแปรงอันประณีตละมุนละไม เธอคือหญิงงาม “โมนาลิซา” งานศิลปะชั้นเลิศ ที่ศิลปินอัจฉริยะ นาม เลโอนาร์โด ดาวินชี ได้รังสรรค์ขึ้นด้วยจิตวิญญาณ

โมนาลิซา คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซ็นติเมตร กว้าง 53 เซ็นติเมตร เธอถือกำเนิดขึ้นในคริสต์วรรษที่ 16 ระหว่างปี ค.ศ.1503-1507 (พ.ศ.2046-2050) ด้วยฝีแปรงของเลโอนาร์โด ดาวินชี ศิลปินเอกของโลก เขาใช้เวลาถึง 4 ปี จึงรังสรรค์เธอได้สำเร็จ

ด้วยฝีแปรงดุจดั่งเนรมิตรความมหัศจรรย์ได้เกือบเทียบเทียมธรรมชาติ และสัดส่วนรูปทรงที่ถ่ายทอดได้อย่างไร้ที่ติ โมนาลิซาจึงได้รับคำชื่นชมและมีคนรู้จักมากที่สุดในโลก เธอน่าค้นหาและซ่อนเร้น โมนาลิซาดูทึบทึบราวกับเป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกนึกคิดอันยากหยั่งถึง ดวงหน้าและแววตาดูร้อนรุ่มและสงบนิ่งในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ยากจะเข้าใจ จนทำให้ภาพนี้ได้รับคำชื่นชมว่า “เหมือนนางฟ้ามากกว่ามนุษย์” ความงามสมบูรณ์แบบเช่นนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าเลโอนาร์โด คือ ยอดอัจฉริยศิลปินตัวจริงของโลก

ลีโอนาร์โด ดาวินชี ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1452 ที่หมู่บ้านอังกีอาโน ไม่ไกลจากเมืองวินชี เมืองเล็กๆ ในแถบชนบทของทัสคานี สันนิษฐานว่าด้วยบรรยากาศอันงดงามของที่นี่นี้เองที่ทำให้หนูน้อยเลโอนาร์โดเริ่มรักและผูกพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เขาบันทึกไว้ว่า “การเขียนภาพเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ทำให้สิ่งที่อธิบายไม่ได้ดูเหมือนจะอธิบายได้”หากแต่ยังไม่มีใครอธิบายและสรุปได้ว่า โมนาลิซาในภาพนี้คือใคร
เป็นคำถามที่ผู้คนสงสัยและค้นหามากว่า 5 ศตวรรษภาพปริศนาของดาวินซี
ลีโอนาร์โด ดาวินชี ทิ้งเพียงรอยยิ้มอันลึกลับ เคลือบแคลงแฝงเร้นด้วยปริศนามากมายลงบนใบหน้าของเธอ

ตามคำบอกเล่าของ "จิออร์โอ วาซารี" (Giorgio Vasari 1511-1574) จิตรกร สถาปนิก และ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะในสมัยนั้น เขากล่าวไว้ว่า โมนา ลิซ่า ก็คือภรรยาของ ฟรานเชสโก เดล จิโอกอนโด ซึ่งเป็นพ่อค้าไหมที่มั่งคั่งแห่ง เมืองฟลอเรนซ์ ขณะที่ ดาวินซี่ เขียนภาพนี้ซึ่งได้ใช้เวลานานถึง 4 ปี เขาได้ไปว่าจ้าง นักร้อง นักดนตรี และตัวตลกมาให้ความบันเทิงแก่หญิงงามผู้เป็นแบบของภาพเขียน เพื่อให้เธอมีรอยยิ้มที่ปราศจากความเศร้าหมอง อย่างไรก็ตาม จากคำบรรยายของวาซารี ก็เป็นเพียงข้อมูลจากผู้ที่ไม่เคยเห็นภาพเขียนนี้ของ ลีโอนาร์โด แต่อย่างใด

บางคนเชื่อว่า ภาพนี้ไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็นภาพเหมือนจำแลงของเด็กหนุ่มรูปงามผู้ติดสอยห้อยตาม เพราะลีโอนาร์โดเองมีชื่อที่ถูกกล่าวขานกันว่าเขาเป็นพวกรักร่วมเพศ จึงเกิดข้อสันนิษฐานนี้ขึ้น
บางทฤษฎีเชื่อว่าเป็นภาพของเลโอนาร์โดเอง เพราะเป็นภาพที่เขานำติดตัวไปด้วยทุกที่จนเสียชีวิต หากมีผู้ว่าจ้างจริงภาพนี้คงตกอยู่ในมือของผู้ว่าจ้างไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่สนับสนุนทฤษีนี้ยังกล่าวเสริมว่า ลายปักขดเชือกที่รอบคอเสื้อของ โมนาลิซา คือลายเซ็นลับของ ดาวินซีเอง เพราะในภาษาอิตาเลี่ยนคำว่า "ขดเชือก" จะตรงกับคำว่า "วินชีเร่" (Vincire) บางทีเธอผู้นี้อาจไม่มีตัวตนแต่เกิดจากซอกหลืบอันลึกลับในจิตใจของเขาเอง

จริงๆ แล้วชื่อ โมนาลิซา ไม่ได้ถูกตั้งโดยดาวินชี แต่ตั้งขึ้นโดย จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) ศิลปินและนักชีวประวัติชาวอิตาลี คำว่า โมนา (Mona) ในภาษาอิตาลี นั้นก็คือคำว่า มาดอนนา(madonna) หรือคุณผู้หญิง (my lady) หรือ มาดาม(Madam) ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นความหมายของชื่อนั้นก็คือ "มาดาม ลิซา" แต่ในปัจจุบัน บางครั้งก็จะใช้คำว่า มอนนา ลิซา(Monna Lisa) แทน เนื่องจากภาษาอิตาลีคำว่ามาดอนนานั้น ส่วนมากจะใช้คำย่อว่า มอนนา

และสิ่งที่ทำให้ภาพนี้โด่งดังคือ ภาพวาดชิ้นนี้เมื่อส่องกับกระจกเงา จะพบว่ามุมการมองภาพรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่แตกต่างจากการมองแบบปกติ เหมือนที่ ดา วินชี กล่าวไว้ว่า "ภาพเขียนที่จิตรกรจะคิดว่าสวยงามในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ มุมมอง ต้องพิจารณาภาพภาพในกระจกเงา"

ในปี ค.ศ. 1516 ดา วินชีได้นำภาพจากอิตาลีไปที่ฝรั่งเศส ด้วยพระราชประสงค์ของพระเจ้า ฟรองซัวส์ที่ 1 ที่ทรงปรารถนาที่จะให้ศิลปินทั้งหลายมารวมตัวทำงานกันที่ Clos Lucé ใกล้กับปราสาทในเมืองอัมบัวส์ และยังทรงให้ ดา วินชี วาดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์อีกด้วย หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงซื้อภาพโมนาลิซา ในราคา 4,000 ฟรังก์ และโมนาลิซ่าถูกย้ายมาพำนักในห้องพระบรรทมต่อมาในปี ค.ศ. 1519 ดา วินชี ได้เสียชีวิตที่เมืองอัมบัวส์ ประเทศฝรั่งเศส รวมอายุได้ 67 ปี ตอนที่ ดา วินชี เสียชีวิต เขาได้ยกสมบัติและภาพวาดทั้งหมดให้เป็นมรดกของผู้ติดตามคือ ฟรานเซสโก เมลซิ และเมื่อฟรานเซสโก เมลซิ เสียชีวิตลงก็ไม่ได้ยกมรดกให้ใคร มรดกก็เริ่มกระจัดกระจาย และต่อมาภาพโมนาลิซ่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ พระราชวังฟงเตนโบล ต่อมาก็ในพระราชวังแวร์ซาย

หลังจากสิ้นสุดการปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อจักรพรรดินโปเลียนขึ้นครองราชย์ ก็ถูกไปนำเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในห้องสรงของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในพระราชวังตุยเลอรี และมีชื่อเรียกอย่าง สนิทสนมว่า "มาดามลิซ่า" แล้วในที่สุดก็ได้กลับมาที่พิพิธภัณฑ์เหมือนเดิม

ในช่วงสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ระหว่างปี ค.ศ. 1870 - 1871 ภาพนี้ได้ถูกนำออกจากพิพิธภัณฑ์ ไปซ่อนไว้ในที่ลับในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1911 ภาพโมนาลิซ่าถูกโจรกรรมออกจากพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกว่าจะค้นพบก็ได้ใช้เวลาไปถึง 2 ปี ซึ่งได้พบในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ปัจจุบันภาพ โมนาลิซาถูกดูแลรักษาอย่างดี ในตู้กระจกปรับอากาศกันกระสุน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ อันเป็นเครื่องหมายสากลว่า โมนาลิซา จะไม่มีวันที่จะได้เคลื่อนย้ายไปแสดงที่ไหนอีกเป็นเด็ดขาด

ไม่ว่าจะตีความว่าหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มที่ลึกลับผู้จะเป็นใครก็ตาม ภาพโมนาลิซานั้นก็เป็นภาพเขียนที่ได้รับความสนใจจากผู้คนเสมอ เพราะรอยยิ้มลึกลับ ที่ชวนมองและไม่รู้ว่าเธอกำลังยิ้มหรือเศร้า แววตาที่ดูเหมือนกำลังจ้องมองผู้คนที่มาชมความงามของภาพ ทำให้ผู้คนให้ความสนใจและอยากไปชมว่ารอยยิ้มของเธอ

1.ปริศนาแรกของโมนาลิซ่า
มีภาพผู้หญิงอีกคนถูกซ่อนอยู่ใต้ภาพโมนาลิซารอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และเต็มไปด้วยปริศนาของ โมนาลิซ่า จิตรกรรมชิ้นเอกของ เลโอนาร์โด ดาวินชี ยอดศิลปินแห่งยุคเรเนอซองส์ คือผลงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในกรุงปารีสถึงปีละเกือบ 10 ล้านคน และยังเป็นภาพวาดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ประเมินราคาในปัจจุบันสูงถึง 782 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27,000 ล้านบาท แต่กระบวนการวิทยาศาสตร์ล่าสุดได้เปิดเผยว่า รอยยิ้มที่ผู้คนคุ้นเคยมากว่า 500 ปีนี้ กลับเป็นของผู้หญิงคนอื่น เพราะภาพของนางแบบซึ่งเชื่อว่าเป็นโมนาลิซ่าตัวจริง ถูกวาดลงบนผืนผ้าใบเดียวกัน ก่อนจะถูกวาดทับด้วยภาพเหมือนของผู้หญิงอีกคนในเวลาต่อมา

ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดย พาสคาล คอตต์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ที่ได้รับอนุญาตจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ให้มาสำรวจภาพวาดโมนาลิซ่าตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งเขาใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Layer Amplification Method โดยฉายแสงไปยังภาพวาด ก่อนที่กล้องถ่ายภาพจะวัดปริมาณการสะท้อนของแสง และนำมาการสร้างภาพจำลองของสิ่งที่พบระหว่างชั้นสีของภาพวาดชื่อดัง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเปิดเผยภาพหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในท่วงท่าที่คล้ายกับโมนาลิซ่า แต่ใบหน้าของเธอจับจ้องไปยังทิวทัศน์รอบข้าง

พาสคาล คอตต์ อ้างว่าภาพหญิงสาวที่ถูกเปิดเผยนี้ คือ ลีซา เกอราร์ดีนี ซึ่ดาวินชีได้ว่าจ้างให้มาเป็นแบบ เพื่อวาดภาพเหมือนเมื่อ 500 ปีที่แล้ว ส่วนภาพวาดรอยยิ้มที่ชาวโลกคุ้นเคย อาจเป็นภาพของผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่โมนาลิซ่าอย่างที่โลกรู้จัก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลใหม่นี้กำลังเป็นที่ถกเถียงในแวดวงศิลปะ โดย แอนดรูว์ แกรม ดิ๊กสัน นักประวัติศาสตร์ศิลปะเชื่อว่าการค้นพบดังกล่าวอาจนำไปสู่การเปลี่ยนชื่อภาพวาดชิ้นนี้ แต่ มาร์ติน เคมป์ ศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์ศิลป์ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดชี้ว่าภาพทั้ง 2 คือส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างโมนาลิซ่าของดาวินชี ซึ่งเขาเชื่อว่าภาพหญิงที่ผู้คนคุ้ยเคย คือกระบวนการสร้างโมนาลิซ่าในฉบับที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนั่นเอง โดยล่าสุดทางพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ปฏิเสธการให้ความเห็นต่อการค้นพบครั้งนี้ โดยระบุว่าทางพิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการงานวิจัยที่เกิดขึ้น

ในอดีตการวาดภาพทับภาพเดิมของศิลปินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งการค้นพบครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับ ก็ต่อเมื่อนักวิชาการแวดวงศิลปะให้การรับรอง แทนที่จะเป็นความเห็นของนักวิทยาศาสตร์เพียงกลุ่มเดียว

2.ภาพวัยสาวของโมนาลิซ่า

รอยยิ้มปริศนาที่สร้างความหลงใหลให้กับผู้รักงานศิลปะทั่วโลกของโมนาลิซ่า กลับมาปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวอีกคนที่แลดูอ่อนเยาว์กว่าเธอถึง 10 ปี ในภาพวาดที่รู้จักในแวดวงศิลปะว่า Isleworth Mona Lisa ซึ่งล่าสุดทางมูลนิธิ Mona Lisa Foundation จากเมืองเจนีวา ประเทสสวิสเซอร์แลนด์ ให้การยืนยันว่าเป็นผลงานที่สร้างสรรค์โดยฝีมือของ เลโอนาร์โด ดาวินชี หลังจากมีการพิสูจน์หลักฐานมาเป็นเวลากว่า 35 ปี

ผู้ค้นคว้าชี้แจงว่า Isleworth Mona Lisa ช่วยยืนยันทฤษฎีว่าดาวินชีวาดภาพโมนาลิซ่าเอาไว้ 2 ครั้ง ภาพแรกถูกเขียนขึ้นเมื่อปี 1503 ตามคำขอของฟรานเชสโก เดล โจกอนโด พ่อค้าเมืองฟลอเรนซ์ให้รังสรรค์ภาพเหมือนภรรยาของเขาผู้มีนามว่า ลิซ่า เดล โจกอนโด แต่ดาวินชีไม่ได้ส่งผลงานคืนให้กับพ่อค้า ส่วนภาพที่ผู้คนคุ้ยเคยซึ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์นั้น ดาวินชี วาดขึ้นใน ทศวรรษต่อมาเพื่อมอบให้กับ จูเลียโน เดอ เมดิซี ผู้อุปถัมภ์ของเขาในปี 1517 ซึ่งสอดคล้องกับประวัติของดาวินชีผู้มักวาดภาพเดิมซ้ำกัน 2 ครั้ง เช่นการมีอยู่ 2 เวอร์ชั่นของภาพ Virgin of the Rocks

การเผยโฉมของ Isleworth Mona Lisa ได้รับการสนับสนุนจาก อเลสซานโดร เวซโซซี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ในเมืองวินชีบ้านเกิดของจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ รวมทั้ง คาร์โล เปเดรตติ ผู้เชี่ยวชาญผลงานของดาวินชีชาวอเมริกันที่ยกย่องทีมค้นคว้าที่ช่วยไขความ กระจ่างแก่โลกศิลปะ แต่ยังมีนักประวัติศาสตร์ศิลป์ไม้น้อยแคลงใจต่อการยืนยันครั้งนี้ โดยเฉพาะ มาร์ติน เคมป์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่ชี้ว่าองค์ประกอบสำคัญหลายสิ่งในภาพซึ่งวาดบนผ้าใบ ทั้งความโปร่งแสงของผ้า, ทรงผม, โครงสร้างมือ โดยเฉพาะศีรษะ แตกต่างจากต้นฉบับซึ่งวาดบนกระดานไม้อย่างเห็นได้ชัด โดยคาดว่าภาพนี้อาจเป็นเพียงสำเนาของโมนาลิซ่าฉบับที่ศิลปินฝรั่งเศสราย หนึ่งจงใจวาดให้ผู้หญิงในภาพอายุน้อยลงเท่านั้น

ด้าน Mona Lisa Foundation ซึ่งใช้งบประมาณไปหลายล้านในการพิสูจน์นิติเวชศาสตร์และการคำนวณอายุจาก ปริมาณคาร์บอน ยืนยันว่า Isleworth Mona Lisa เกิดขึ้นในยุคของดาวินชีและชี้ว่าการสะบัดขนแปรงของโมนาลิซ่าทั้ง 2 ภาพมาจากฝีมือของจิตรกรคนเดียวกัน โดย อเลสซานโดร เวซโซซี ซึ่งร่วมในงานแถลงข่าวชี้ว่า แม้ภาพทิวทัศน์เบื้องหลังอาจตกแต่งภายหลังโดยฝีมือของศิลปินรายอื่นแต่ Isleworth Mona Lisa ก็นับเป็นภาพวาดสำคัญของวงการศิลปะ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความสนใจต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การร่วมกันไขความจริงครั้งนี้อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น

3.ครั้งหนึ่ง "โมนา ลิซา" เคยมีคิ้วและยิ้มกว้างกว่านี้

ยิ้มของเธอมีเสน่ห์อย่างลึกลับแม้อยู่ภายใต้ใบหน้าที่ปราศจากคิ้วและขนตา แต่ผลการวิเคราะห์ล่าสุดของวิศวกรฝรั่งเศสด้วยกล้องพิเศษที่วิเคราะห์ภาพตั้งแต่ช่วงคลื่นที่ตามองเห็นจนถึงรังสีอินฟราเรดและอัลตราไวโอเลต พบว่า "โมนา ลิซา" เคยมีทั้งขนคิ้วและขนตาและยังยิ้มกว้างกว่านี้

ปาสคาล คูต (Pascal Cotte) วิศวกรชาวฝรั่งเศสจากกรุงปารีสใช้กล้องความละเอียดสูง 240 เมกะพิกเซล (megapixel) เผยความลับภาพวาด "โมนา ลิซา" (Mona Lisa) อันทรงเสน่ห์ของลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมีขนคิ้วและขนตา

ทว่าที่หายไปนั้นเพราะอายุขัยของสีน้ำมัน และดาวินชีก็ได้เปลี่ยนใจในการวาดตำแหน่งของนิ้วบนมือซ้าย 2 ตำแหน่ง อีกทั้งเดิมทีเดียวใบหน้าของลิซานั้นกว้างกว่านี้และยังมีรอยยิ้มที่กว้างกว่านี้

"ด้วยภาพเดียวนี้จะทำให้คุณมองลึกลงไปยังโครงสร้างของภาพวาดและเข้าใจว่าลีโอนาโดนั้นเป็นอัจฉริยะ" คูตกล่าวระหว่างนำเสนอผลงานในนิทรรศการ "ดาวินชี : นิทรรศการแห่งอัจฉริยะ" ที่เมทรีออนคอมเพลกซ์ (Metreon complex) ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกาช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เขาได้รับอนุญาตให้ใช้กล้องที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาเองบันทึกภาพจริงของโมนา ลิซา และภาพที่ได้นั้นเขาระบุว่าสามารถมองลึกลงไปยังชั้นภาพวาดที่ดาวินชีระบายขึ้นในศตวรรษที่ 16 ได้

กล้องของวิศวกรวัย 49 จากฝรั่งเศสมีแผ่นกรองสี (colour filters) ถึง 13 สีซึ่งต่างจากกล้องทั่วไปที่มีเพียง 4 สี และในกระบวนการถ่ายภาพนั้นเขาได้ใช้เซนเซอร์รับช่วงคลื่นตั้งแต่แสงที่ตามองเห็นไปจนถึงรังสีอินฟราเรดและอัลตราไวโอเลต

จากนั้นเขาก็ใช้เวลา 3,000 ชั่วโมงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ ซึ่งภาพที่ได้ออกมานั้นยังเผยให้เห็นว่าภรรยาของพ่อค้าผู้มั่งคั่งซึ่งเป็นต้นแบบให้กับภาพโมนา ลิซานั้นถือผ้าคลุมไว้ด้วยแต่ปัจจุบันได้เลือนหายไปแล้ว

คูตยังกล่าวอีกว่าภาพต้นฉบับนั้นจะน่าเป็นสีโทนน้ำเงินและขาวสุกใส ขณะที่ภาพในปัจจุบันนั้นปรากกสีหนักไปทางสีเขียว เหลืองและน้ำตาล เขาเชื่อว่าเทคนิคที่เขาค้นพบนี้จะเป็นแนวทางในการซ่อมแซมงานศิลปะอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียงภาพโมนา ลิซาอย่างเดียว

อีกทั้ง เขาได้ใช้กล้องดังกล่าวบันทึกภาพวาดกว่า 500 ภาพ ซึ่งรวมถึงภาพของ แวน โก๊ะ (Van Gogh) กูร์เบท์และภาพศิลปินยุโรปคนอื่นๆ
อาจเพราะเธอยิ้มน้อยลง
เธอจึงมีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์อย่างลึกลับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ตูบสุดหล่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: thecrow13, อกหัก มารักกะลิง, มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 นางเอกตัวท็อป ค่าตัวแรง แพงเว่อร์ที่สุดแห่งปี 2565⁉️Fail มีฮา จากทั่วโลก Vol. 250 (03/07/2022)วอนรัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน! ราคากระท่อมลดฮวบ เกษตรกรผู้ปลูกน้ำตาร่วงเด็กอนุบาล 3 5 ขวบ แขนหักบิดงอน้องอดทนมาก โรงเรียนไม่แจ้งผู้ปกครองและไม่พาเด็กไปหาหมอหนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์แหกโค้ง ร่างกระแทกเกาะกลางดับ สลด...พบเป็นลูกโค้ชสโมสรฟุตบอลดัง‼️ร้านชาบูปิ๊งไอเดีย ทำแก้วน้ำเกมเติมคำ คนแห่สารภาพ คิดเฉลยไม่ออก ในหัวมีแต่คำหย_บผลไม้สุดแปลก...กินแล้วตัวหอมชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น "ถามจริง เอาเด็กมาเป็นพรีเซนเตอร์กัญชาจริงดิ"เม้นต์โดนใจ!! ผู้นำที่มาจากเสียงของประชาชน บุคคลที่รายล้อมจะเป็นประชาชนที่หน้าตาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มสรรพคุณของหัวปลีรู้คนก่อเหตุ!! วงจรปิดพบ2หัวเกรียน ติดป้ายทับชื่อ สะพานพิบูลสงครามFun-แปลก-สวย-สบาย จากทั่วโลก ชุด 240 (03/07/2022)ชาวจีนผิดหวัง!! มังคุด กินยาก รสชาติไม่ได้เรื่อง กัดคำเดียวโยนทิ้ง‘น้องไบรท์-โต๋’ ประกาศติดโควิด
ชายชาวญี่ปุ่นทำ USB Stick ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของคนเกือบครึ่งล้านหายไป เพราะเขาเมา..🥴🥃"น้ำตาลทรงกรวย" น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ที่ได้จากการกลั่นจากพืชแล้วอัดให้เป็นรูปทรงกรวย!!ก็ไม่ได้ทิ้งนะคะเเค่เเขวนๆเหน็บๆเอง 🤣นาทีโค้ชกระโดดลงไปในสระ..เพื่อช่วยชีวิตนักกีฬาว่ายน้ำในทีมหลังจากที่หมดสติในน้ำขณะแข่งขัน!
ตั้งกระทู้ใหม่