หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โควิดอยู่มา 2 ปีกว่า อะไรที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง

โควิดระบาดมานาน 2 ปีกว่าแล้ว นับตั้งแต่การระบาดที่อู่ฮั่นในปลายปี 2019 หลังจากนั้น เชื้อโควิดก็กระจายไปทั่วโลก ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการระบาดของโควิดที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการสาธารณสุขไทยดีกว่าในหลายประเทศ จนได้รับยกย่องจากนานาชาติในเรื่องนี้ ปัจจุบัน โควิดกลายพันธุ์หลายสายพันธุ์มานับครั้งไม่ถ้วน คนไทยส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยก็ 2 ครั้ง ซึ่งวัคซีนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ แต่อาจไม่ได้ช่วยเรื่องการติดเชื้อมากนัก ในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ส่วนตัวผมได้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก มีเวลามากขึ้นในการทบทวนการใช้ชีวิตในช่วงที่ผ่านมา อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และผมสอนตัวเองยังไง

1. เริ่มต้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก่อนโควิดผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบการดูหนังในโรงหนังมาก เรียกได้ว่า เป็นคอหนังเลยทีเดียว ถ้ามีหนังใหม่ๆเข้ามา ต้องเข้าไปดูทุกครั้ง บางเดือนก็ดูหนัง 3-4 เรื่อง หรือเกือบทุกอาทิตย์นั่นแหละ ใช้ชีวิตแบบนี้มานานเป็นสิบๆปี แต่พอโควิดมา โรงหนังปิดไป ผมไม่ได้อยากจะดูหนังเหมือนเดิมอีกแล้ว แม้ตอนนี้ได้สิทธิดูหนังฟรี ก็ยังไม่มีใจคิดอยากไปดูเลย เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้รู้ว่า ผมสามารถดูหนังจากในยูทูปได้ หรือไม่ก็ในเน็ตฟิกซ์ ไม่จำเป็นต้องรีบดูหนังที่เข้าใหม่ก็ได้ แถมจะดูเวลาไหนก็ยังได้ ค่าใช้จ่ายในการดูหนังจากเน็ตฟิกซ์ หรือ ในยูทูป ก็ถือว่าถูกมาก หรือแทบไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย เพราะผมเสียค่าเน็ตแบบเหมาจ่ายไม่จำกัดเดต้าอยู่แล้ว 

2. ผมมีความสุขในการอยู่บ้านคนเดียวมากขึ้น ปลีกวิเวกมากขึ้น ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเหงาเท่าไหร่ แม้เจอคนน้อยลงมาก เพราะต้องเว้นระยะห่าง กลัวติดเชื้อโควิด ไม่อยากเสวนากับใครมาก ทำให้เริ่มเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว สามารถมีความสุขง่ายๆภายในบ้านได้ หรือจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัวหรือรอบตัว มีความคิดที่มีความสุขขึ้นมากจากความเรียบง่ายที่มีอยู่ เริ่มเกิดความเคยชิน หัดพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เช่น ทำอาหารทานเอง สุขภาพทั่วไปก็ดีขึ้น แถมรู้สึกได้ว่า ตัวเองใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ชอบคิดเรื่องความคุ้มค่า ชอบคิดเรื่องสุขภาพอนามัย ชอบคิดว่าอาหารนั้นจะเป็นอันตรายต่อร่างกายไหม ได้รับพลังงานเท่าไหร่ กี่แคลอรี่ ได้รับโซเดียมกี่มิลลิกรัม เกินความต้องการต่อวันไหม ได้รับสารกันบูดไหม คำนวณทั้งวัน แต่มีความสุขมาก ที่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ สุขภาพที่ดี

3. ไม่สามารถเที่ยวต่างประเทศได้ ปกติจะต้องไปเที่ยวอย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดี เพื่อเปิดหูเปิดตา แต่พอโควิดมา 2 ปีกว่า ความอยากเที่ยว อยากจัดทริปน้อยลงไปมาก จากที่เคยเป็นคนจัดทริปท่องเที่ยวแบคแพคเกอร์ จัดตารางเที่ยวที่สิ่งสรรพ กลับนั่งนิ่งๆเฉยๆ ไม่มีความรู้สึกอินมากกับการเดินทางท่องเที่ยวไกลๆ แถมคิดไปอีกที แม้ไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ ก็ยังเปิดหูเปิดตาได้ จากยูทูปที่มีเรื่องราวหลากหลายให้เราได้รับรู้ โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปเที่ยวให้เหนื่อย แถมไม่เสียตังค์ด้วย แม้มันจะมีฟีลลิ่งที่ต่างกันก็จริง แต่ ณ จุดนี้ คือ พอใจ รับได้ และสนองความต้องการได้บางส่วน บางทีก็เข้าไปดูยูทูปท่องเที่ยวของยูทูปเบอร์ในอดีตก็มีสาระดี ได้บรรยากาศการเที่ยวเก่าๆ ตอนนี้ถึงเดินทางไปต่างประเทศไม่สะดวกอยู่ดี ทั้งเรื่องความปลอดภัย และเอกสารต่างๆ แถมใจก็ไม่ได้ต้องการไปขนาดนั้น 

4. เริ่มเข้าใจความสมดุลของชีวิต ชีวิตไม่ได้มีแค่การทำงาน การอยู่กับตัวเอง ครอบครัว ก็ต้องมีสมดุลมาก คิดไปจนถึงว่า อยากเกษียณไวๆก่อนกำหนด เพื่อมีชีวิตส่วนตัวตามที่ใจฝันเสียที การทำงานอย่างยาวนานที่ผ่านมา รู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็ว จนเหลือเวลาให้กับชีวิตน้อยลงทุกปี มีอีกหลายอย่างที่ควรทำและยังไม่ได้ทำให้กับชีวิต แต่เราควรหาว่าสิ่งนั้นคืออะไร มีคุณค่ามากขนาดไหน เพื่อเป็นแรงขับให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ ตามความฝันที่ออกแบบได้เอง ผมชอบการท่องเที่ยว ผมชอบความเงียบสงบ ชอบธรรมชาติป่าเขา ไม่ชอบทะเล นั่นคือ สิ่งที่ผมคิดได้ จากการนั่งถามตัวเองมาในช่วงโควิด และผมก็รู้แล้วว่า ผมควรใช้เวลากับอะไรกับเวลาหลังจากนี้ มันไม่ใช่การทำงาน ไม่ใช่การหาเงิน แต่มันก็คือ การใช้เวลากับสุขภาพที่ดี เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินในการรักษาตัวในช่วงแก่ การใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติเขียวๆ ป่าเขา ลุยๆ นิดๆ จะมีความสุขมาก แถมได้ออกกำลังกายไปด้วย นั่นคือ สิ่งที่ผมคิดจะทำหลังจากโควิดจบลง

5. เข้าใจสัจธรรมชีวิตมากขึ้น คนเราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง มีความสุขบ้างทุกข์บ้างเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ในช่วงที่โควิดระบาด ผมเห็นคนตายจากการติดเชื้อโควิดจำนวนมากทั่วโลก ผมเห็นหลายคนเจ็บป่วยจากการเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิต ผมได้ยินเรื่องราวคนดังคนมีชื่อเสียงและดาราหลายคนได้เสียชีวิตมากในช่วงที่ผ่านมา มันเป็นสัจธรรมข้อหนึ่งที่ผมจะระลึกไว้เสมอว่า การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ผมเข้าวัดมากขึ้นมากแทบทุกอาทิตย์ ผมควรที่จะใช้เวลากับการคิดถึงความตายให้มากกว่านี้ เพื่อความสงบสุขของชีวิต แม้จะมีโลกหน้าหรือไม่ก็ตาม 

เนื้อหาโดย: minigun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: minigun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: maddog2565, zerotype, แม่ชี ใจบาง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
'จังหวัดที่รวยที่สุดในไทย' รวยกว่าใครเขาถกสนั่น! ปมดราม่า "My body my choice" หลังแต่งลุกแฟชั่นแบบนี้เที่ยวที่สาธารณะ ชาวเน็ตถาม "โ..ป๊ไปไหม" !?ไม่ทน "ชูวิทย์" ฟาด "เจ้าสัวซีพี" ปมขายที่ดินให้ต่างชาติ ลั่น อย่าเห็นแก่เงิน คิดแต่กำไร-การผูกขาดตลก เฮฮา ขำๆ วันหยุด!!ถนนพระราม2 ถนนที่ก่อสร้างมาตลอด 52 ปีดราม่า! "ผู้ปกครอบโอด" โพสต์ถึงร้านบุฟเฟ่ต์คิดราคาเด็กตามส่วนสูง ทั้งที่เด็กเล็กกินได้น้อย“อังเคิลโรเจอร์” โชว์หุ่นกร้าวใจ เชิญชวนซื้อบัตรดูทอร์คโชว์ เห็นแล้วต้องร้อง “ไฮ้ย่าห์”สมมง! เผยภาพ "ก้านตอง" ผู้ชนะเวที "ธิดาศาลตายาย" กับดราม่าที่ "แฟนนางงาม" ไล่ให้ไปอาบน้ำประเทศที่บริโภคเนื้อหมามากที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ต้องพึ่งพาตัวเองให้มาก...แต่ก็อยากมีคนสำคัญถึงจะไม่ผูกพันแต่ก็เป็นที่พึ่งทางใจคิดถึงเมื่อไหร่ก็อบอุ่น...ป้ายห้างดังล้มทับรถพัง ชดใช้ผู้เสียหายด้วย Gift voucher 10,000 ทานอาหารได้ทุกร้านในห้างเลยไม่มีใครแก่เกินเรียนจริงๆ คุณทวดอินเดียวัย 104 ปี พิสูจน์มาแล้วเมื่อดาว Onlyfans ชาวมาเลเซียมาเที่ยวภูเก็ต นี่คือชุดที่เธอใส่ไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ
ตั้งกระทู้ใหม่