หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“Nangeli” หญิงอินเดียที่ยอมเฉือน “เต้านม” ตนเอง..จนตาย จากการถูกบังคับให้ต้องเสีย “ภาษีเต้านม”


เป็นเรื่องราวของหญิงสาวนามว่า "Nangeli" ที่เธอไม่ยอมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์วรรณะ ที่ต้องโดนกดขี่ข่มเหงจากการต้องมาเก็บ "ภาษีเต้านม" มาอ่านกันว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง แต่ก่อนจะไปเรื่องของเธอคนนี้ก็ต้องเกริ่นระบบวรรณะของอินเดียกันสักก่อน..เพื่อจะได้เข้าใจกันมากขึ้น

4 วรรณะที่แบ่งชนชั้นของความเป็นมนุษย์
วิถีชีวิตผู้คนในประเทศอินเดียเรามักรู้ๆกันว่าส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดู โดยยึดถือระบบวรรณะอย่างเคร่งครัดและจะไม่มีการข้ามวรรณะกันเด็ดขาด ซึ่งมีอยู่ 4 วรรณะได้แก่ พราหมณ์, กษัตริย์, แพศย์ และศูทร นอกจากนี้ยังมีคนนอกวรรณะ ซึ่งถือว่าเป็นชนชั้นที่ต่ำที่สุดในสังคมนั่นคือ "จัณฑาล"

ระบบวรรณะในสังคมของอินเดียตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเหลี่ยมล้ำของลำดับชนชั้น โดยมากจะเกี่ยวกับอาชีพและบางอาชีพจะถือว่าต่ำต้อยมาตั้งแต่ดั้งเดิม เช่น คนกวาดถนนหรือคนเก็บขยะจะถือว่าเป็นชนชั้นที่ต่ำที่สุดในทางสังคม ตามคำสอนเก่าแก่ที่ตกทอดกันมาในอินเดีย ถ้าชาวฮินดูแต่งงานกับคนนอกวรรณะหรือกินอาหารร่วมกับคนที่วรรณะต่างจากตัวเองถือว่าเป็นเรื่องที่บาป ดังนั้นคนอินเดียจึงปฏิบัติและยึดถือเรื่องของวรรณะอย่างเคร่งครัด

แบ่งผู้หญิงจากเรื่องของ "หน้าอก"
นอกจากการแบ่งผู้คนจากอาชีพแล้ว ยังมีการแบ่งผู้คนจากหน้าอกกล่าวคือผู้หญิงที่อยู่ใน "วรรณะสูง" สามารถใส่เสื้อผ้าปกปิดหน้าอกได้ แต่ในขณะที่ผู้หญิง "วรรณะต่ำ" จะต้องเปลือยหน้าอก หากผู้หญิงวรรณะต่ำคนใดอยากใส่เสื้อผ้าปกปิดหน้าอกถือว่าเป็นความผิด

จนภายหลังเมื่อ "ศาสนาคริสต์" แพร่หลายในอินเดีย ผู้คนบางส่วนโดยเฉพาะคนวรรณะต่ำเริ่มหันมานับถือศาสนาศริสต์มากขึ้น และด้วยอิทธิพลดังกล่าวส่งผลให้ผู้หญิงในวรรณะจัณฑาล เริ่มเรียกร้องที่จะทำการปกปิดหน้าอกของตนเอง อีกทั้งผู้หญิงคริสเตียนอินเดียก็ยืนกรานที่จะปกปิดหน้าอกเช่นกัน และแน่นอนว่าคนในวรรณะที่สูงกว่ารู้สึกไม่พอใจกับการต่อต้านและการกระทำดังกล่าวจึงเกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง

"ภาษีเต้านม" จึงเกิดขึ้น
ในเมื่อมีกระแสต่อต้านมันก็นำมาสู่การเก็บ "ภาษีเต้านม" ขึ้น ซึ่งเรียกกันว่า (MulakkaramหรือMula-karamในมาลายาลัม) เป็นภาษีที่เรียกเก็บในวรรณะต่ำและจัณฑาล ผู้หญิงฮินดูโดยราชอาณาจักร "Tranvancore" (Kingdom of Tranvancore) (ในปัจจุบันวันเกรละอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย) หากพวกเขาต้องการที่จะครอบคลุมหน้าอกของพวกเขาในที่สาธารณะ

จน พ.ศ. 2467 ผู้หญิงวรรณะล่างหรือผู้หญิงจัณฑาล ถูกให้จ่ายภาษีให้กับรัฐบาลเกี่ยวกับหน้าอกของพวกเธอหลังจากที่เธอเริ่มมีหน้าอก คนวรรณะต่ำต้องจ่ายภาษีที่คล้ายกันที่เรียกว่า "ทาลา-การัม" บนศีรษะของพวกเขา คนเก็บภาษีจะไปเยี่ยมบ้านทุกหลังเพื่อเก็บ "ภาษีเต้านม" จากผู้หญิงวรรณะต่ำกว่าที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยแรกรุ่น

เป็นการเก็บภาษีสำหรับผู้หญิงที่ต้องการปกปิดหน้าอก หากหญิงในวรรณะต่ำคนใดไม่ต้องการเปลือยอกก็ต้องจ่ายภาษีดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากหญิงในวรรณะต่ำมีฐานะยากจน และการเก็บภาษีดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้คำนวณจากรายได้ หากแต่พิจารณาจากขนาดเต้านมของหญิงผู้นั้นเป็นหลัก แม้แต่เด็กวัยรุ่นที่เพิ่งจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และบางคนก็เพิ่งจะมีเต้านมก็ถูกเรียกภาษีเช่นกันแต่จะเสียภาษีน้อยกว่าเพราะยังมีหน้าอกที่เล็กอยู่

การต่อสู้ของหญิงนามว่า "Nangeli"
แต่มีเพียงผู้หญิงชนชั้นล่างคนหนึ่งเธอชื่อ "Nangeli" อาศัยอยู่ที่เมืองชายฝั่งทะเล Cherthala ที่รัฐ Kerala ใน ค.ศ. 1803 เธอต่อต้านกฎดังกล่าว ด้วยการสวมเสื้อผ้าท่อนบนในที่สาธารณะโดยไม่ขอยอมเปลือยหน้าอกตนเอง แม้จะถูกบังคับให้ทำตามกฎแต่เธอก็ได้ประท้วง ด้วยการใช้มีดเฉือนหน้าอกตัวเองแล้วใส่บนใบแปลน

แล้วมอบเต้านมที่เฉือนนั้นให้เจ้าหน้าที่ที่มาเก็บภาษีไปแทน เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านกฎเกณฑ์ในครั้งนี้ ไม่นานเธอก็ต้องเสียชีวิตลงเนื่องจากเสียเลือดมาก หลังจากการตายของ Nangeli มีการเคลื่อนไหวของผู้คนหลายกลุ่ม ในไม่ช้าสถานที่ที่เธออาศัยอยู่ก็ถูกเรียกว่า "Mulachiparambu" (หมายถึงสถานที่ของผู้หญิงที่มีหน้าอก)

ส่วนสามีของเธอก็ไม่อาจจะทนต่อสภาพจิตใจตนเองที่โศกเศร้าอย่างหนักได้ จึงได้กระโดดลงไปในกองเพลิงระหว่างที่เผาศพภรรยาตนเอง เพื่อเป็นการแสดง "ความรัก" โดยตายตามภรรยาไป และถือเป็นการประท้วงภาษีเต้านมที่ไม่เป็นธรรมนี้ด้วย

หลังจากนั้นก็ส่งผลให้เกิดการประท้วงที่รุนแรงขึ้นแต่การเก็บภาษีก็ยังดำเนินต่อไป จนกระทั้งก็ถูกยกเลิกไปใน ค.ศ. 1924 (พ.ศ. 2467) ซึ่งกฎหมายเก็บภาษีเต้านมนี้ได้ถูกบังคับใช้มาเป็นเวลานานกว่า 100 ปีเลยทีเดียว

การต่อสู้ของเธอถือเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อน ที่ทำให้ผู้หญิงในสังคมอินเดียตระหนักถึงสิทธิ์ในร่างกายของตนเอง เรื่องราวของเธอนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอีกเรื่องนึง ในการเรียกร้องสิทธิ์และไม่ขออยู่ภายใต้การกดขี่ข่มเหงในการเก็บ "ภาษีเต้านม" อย่างไม่เป็นธรรมอีกต่อไปนั้นเอง

เนื้อหาโดย: amity 86
ขอบคุณภาพและเนื้อหา : กูลเกิ้ล, วิกิพีเดียร์
ภาพหน้าปกสวยๆจาก : sadness-gaac322349_1280 (By Prettysleepy1_Pixabay License Free)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: amity 86
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: เคซุเอคิ มุอิเคียวกิ, karn23
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สมมง! เผยภาพ "ก้านตอง" ผู้ชนะเวที "ธิดาศาลตายาย" กับดราม่าที่ "แฟนนางงาม" ไล่ให้ไปอาบน้ำ'จังหวัดที่รวยที่สุดในไทย' รวยกว่าใครเขาสุดโหด! สาวอยู่คนเดียว จ้าง "ช่างประปา" ซ่อมท่อตอนโอนเงินให้เห็นเงินเยอะ จึงจับมัดมือมัดเท้าฆ่ๅชิงทรัพย์ถนนพระราม2 ถนนที่ก่อสร้างมาตลอด 52 ปีจังหวัดที่คนมีความสุขมากที่สุดในประเทศถกสนั่น! ปมดราม่า "My body my choice" หลังแต่งลุกแฟชั่นแบบนี้เที่ยวที่สาธารณะ ชาวเน็ตถาม "โ..ป๊ไปไหม" !?ประเทศที่บริโภคเนื้อหมามากที่สุดในโลก“อังเคิลโรเจอร์” โชว์หุ่นกร้าวใจ เชิญชวนซื้อบัตรดูทอร์คโชว์ เห็นแล้วต้องร้อง “ไฮ้ย่าห์”จังหวัดที่มีคนว่างงานมากที่สุดในปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประวัติวัดก้างปลา ตำนานวัดก้างปลาเกิดขึ้นมาได้อย่างไร วัดก้างปลา มีอยู่จริงหรือไม่?เรื่องลึกลับใต้ทะเลลึก สัตว์ประหลาด : ว่ายน้ำเหมือนไก่ที่ถูกตัดหัวรู้หรือไม่ ความเหงาทำให้เราอ้วนได้!แฟน ๆ ฟุตบอลโลกปี 2022 ของอังกฤษเฉลิมฉลองชัยชนะของอังกฤษเหนือเวลส์
ตั้งกระทู้ใหม่