หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย - ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2565 รางวัลที่1 331583
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความเรียงว่าด้วยอนันตริกสมาธิญาณ : ไม่มีการฝึกอนันตริกสมาธิ มีแต่การฝึกสมาธิแบบจิตตั้งมั่นเท่านั้น

ความเรียงว่าด้วยอนันตริกสมาธิญาณ : ไม่มีการฝึกอนันตริกสมาธิ มีแต่การฝึกสมาธิแบบจิตตั้งมั่นเท่านั้น
///////

ถ้าว่าตามพระไตรปิฎกเล่มที่ 31 พระสุตตันปิฎก เล่มที่ 23

ข้อ [๒๑๑]

"อนันตริกสมาธิญาณ" หมายถึง ปัญญาในการตัดอาสวะให้ขาด ด้วยความบริสุทธิ์แห่งสมาธิ จนจิตไม่ฟุ้งซ่าน

แล้วเกิดเอกัคคตาจิตด้วยอำนาจแห่งเนกขัมมะบารมี ...

ที่เกิดจากการเจริญกรรมฐาน เป็นทั้งสมาธิ และเป็นญาณ จนทำให้อาสวะสิ้นไปได้

ข้อ [๒๑๒] อาสวะประกอบด้วย กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ และ อวิชชาสวะ

อาสวะเหล่านี้จะสิ้นไปเมื่อผู้นั้นบรรลุโสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค และอรหัตตมรรคตามลำดับ

ข้อ [๒๑๓] เอกัคคตาจิต ... ไม่ว่าบรรลุโดยฌาน หรือโดยสมาบัติ หรือโดยกสิณ หรือโดยพุทธานุสสติ หรือโดยมรณสติ หรือโดยกายคตาสติ หรือโดยอานาปานสติ ... ในที่สุดญาณย่อมเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งสมาธินั้น

อาสวะทั้งหลายย่อมสิ้นไปด้วยญาณนั้น โดยที่สมาธิมีก่อน แล้วญาณมีภายหลัง

เพราะเหตุนี้จึงกล่าวว่า อนันตริกสมาธิญาณ คือปัญญาในการตัดอาสวะให้ขาดเพราะความบริสุทธิ์แห่งสมาธิอันเป็นเหตุไม่ฟุ้งซ่าน

.......

จะเห็นได้ว่าคำสอนเกี่ยวกับ "อนันตริกสมาธิญาณ" ที่ตรัสออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธองค์โดยตรงดังข้างต้นนั้น ชี้ชัดว่า เป็นเรื่องของญาณ โดยมีสมาธิ(แบบจิตตั้งมั่น)เกิดก่อน

จึงไม่สามารถตีความเป็นแบบอื่นไปได้

คราวนี้ถ้าเราถอดคำ "อนันตริกสมาธิญาณ" ออกเป็นสองคำคือ อนันตริกสมาธิ กับ ญาณ ... แล้วพิจารณา "อนันตริกสมาธิ" อย่างเดียวว่าสมาธิ(แบบจิตตั้งมั่น) ที่ว่านี้เป็นอย่างไร ?

เราคงต้องสรุปว่า อนันตริกสมาธิ ก็คือ 'สมาธิ' ที่เป็นองค์ของโลกุตตรอริยมรรค นั่นเอง ... จะตีความให้ด้อยกว่านิยามนี้ไม่ได้เลย

กล่าวคือ เมื่อใดก็ตามที่อริยมรรคได้บังเกิดขึ้นในวิปัสสนาญาณขั้นที่ 14 หรือ มรรคญาณ ในตอนนั้นเท่านั้นที่เราสามารถเรียก 'สมาธิ' ที่เป็นองค์ของอริยมรรคนั้นว่า "อนันตริกสมาธิ" ได้

คือในห้วงยามนั้นเท่านั้น ที่ 'สมาธิ' จะไม่อาจมีอะไรมาคั่นไม่ให้เกิด 'ผลญาณ' ได้อีกต่อไป คือจะได้ผลญาณปรากฏตามหลังมาแน่นอนในขณะจิตต่อจากนั้น คือสำเร็จเป็นอริยบุคคลในขณะจิตต่อจากนั้นแน่นอน

ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงไม่เห็นด้วย กับการใช้คำว่า "อนันตริกสมาธิ" อย่างพร่ำเพรื่อ

เพราะชื่อ 'อนันตริกสมาธิ' นี้ มันจะถูกเรียกเฉพาะเมื่อเกิดสมาธิขึ้นตอนที่บุคคลผู้นั้นกำลังสำเร็จเป็นอริยบุคคลในขณะจิตต่อจากนั้นเท่านั้นเอง

ถ้าเช่นนั้นการที่มีผู้ออกมาตีความว่า สามารถฝึกปฏิบัติอนันตริกสมาธิได้ หรือกำลังเจริญอนันตริกสมาธิอยู่ เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องหรือไม่ ?

ถ้าให้ผมกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อมก็จำต้องบอกว่า น่าจะเป็นการตีความผิด โดยหลงไปสับสนว่า อนันตริกสมาธิคือสิ่งเดียวกับสมาธิแบบจิตตั้งมั่นนั่นเอง ... ซึ่งไม่น่าจะใช่ ตามเหตุผลที่ผมยกมาข้างต้น

...........

ถ้าเช่นนั้น ความเข้าใจผิดเช่นนี้เริ่มมาจากใครเล่า?

ผมคิดว่าน่าจะมาจากการตีความของท่านเขมาน้นทะ (พ.ศ.2481-2562) เพราะท่านเขมานันทะได้อธิบาย "อนันตริกสมาธิ" ในปี พ.ศ. 2537 ตอนท่านอายุ 56 ปีว่า

"คือสมาธิที่ไม่มีระหว่าง คือไม่มีการทำ-ไม่มีการเลิกทำ ซึ่งเกิดด้วยสติ เมื่อสติต่อเนื่องเข้า สมาธิไม่มีช่องว่างก็ตามมา นั่นคือ ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง กิน เงียบ ก่อเกิดสมาธิได้ ... สมาธิอันนี้ท่านบอกว่าเป็นดวงแก้วในพุทธศาสนา(รัตนสูตร) ..."

จริงๆแล้ว สิ่งที่ท่านเขมานันทะกล่าวคือ สมาธิแบบจิตตั้งมั่นต่างหาก ซึ่งท่านเขมานันทะกล่าวไม่ผิด แต่ท่านเขมานั่นทะตีความกว้างมากไปว่า สมาธิแบบจิตตั้งมั่นทั้งหมดเรียกว่า อนันตริกสมาธิ ... ซึ่งไม่น่าถูกต้อง

ที่ถูกน่าจะเป็นว่า ... หลังจากที่ผู้นั้นได้พากเพียรเจริญสมาธิแบบจิตตั้งมั่นมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็สามารถเจริญวิปัสสนาญาณ 16 โดยไต่ขึ้นไปตามลำดับ จนกระทั่งถึงขั้นที่ 14 หรือ มรรคญาณ
ตอนนั้นแหละจึงบังเกิด อนันตริกสมาธิญาณ จนได้ผลญาณในขณะจิตต่อไปบรรลุความเป็นอริยบุคคล

จะเห็นได้ว่า ในทางปฏิบัติ มันไม่มีวิธีปฏิบัติแบบอนันตริกสมาธิหรอก มันมีแต่วิธีปฏิบัติสมาธิแบบจิตตั้งมั่นเท่านั้น

โดยที่ปลายทางของสมาธิแบบจิตตั้งมั่นนี้ คือ อนันตริกสมาธิ

ด้วยเหตุนี้ อนันตริกสมาธิจึงเป็นสมาธิสูงสุดของพุทธศาสนา เพราะมันก่อให้ผลญาณเป็นอริยมรรคทันทีในขณะจิตต่อจากนั้น

แต่ไม่ใช่เพราะฝึกฝนปฏิบัติอนันตริกสมาธิได้ !

เพราะที่ต้องฝึกฝนปฏิบัติจริงๆคือ สมาธิแบบจิตตั้งมั่นต่างหาก ซึ่งเป็นทั้งสัมมาสติ และสัมมาสมาธิในมรรคมีองค์ 8

สุวินัย ภรณวลัย

.....

อนึ่ง เวลาจะเจริญสมถะ และเจริญภาวนา ผู้ปฏิบัติต้องแยกแยะความต่างระหว่างสมถะกับวิปัสสนาให้ชัดเจนเสียก่อน ถึงจะไม่ใช่ภาวนาแบบมวยวัดที่แค่รู้งูๆปลาๆ คือไม่รู้จริงและไม่แตกฉานในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่

เวลาเจริญสมถะ ผู้ภาวนาต้องใช้ จิต"จำ" และ จิต"รู้"

สมถะที่ไม่มีจิตรู้ จะตกอยู่ในภวังค์ เป็นภวังคจิต
ทำให้ จิตไม่ไปไหน ไม่อาจพัฒนาไปกว่านั้น

เวลาเจริญวิปัสสนา ผู้ภาวนาต้องใช้ จิต"คิด" กับจิต "รู้" โดย มีจิตคิดเป็นหลักใหญ่ ...

จิตคิดในวิปัสสนาคือจิตที่ตั้งมั่นแล้ว

การเจริญวิปัสสนาต้องให้จิตคิด ที่ไม่ใช่สมองคิด แต่เป็นจิตเห็นสภาวธรรม

จิตที่ 'คิด' ในวิปัสสนา จริงๆแล้วคือ การ 'เห็น' ของจิตนั่นเอง

การเจริญวิปัสสนา คือการคิดจนไม่มีอะไรให้คิด คือการพิจารณาจนไม่มีอะไรให้พิจารณา คือการเห็นจนไม่มีอะไรให้เห็น

โดยผู้เจริญวิปัสสนาจะมุ่งคิด มุ่งพิจารณา มุ่งเห็นเกี่ยวกับ กาย ใจ จิต อารมณ์ทั้งหลายเท่านั้น

โดยเข้าไปเรียนรู้มัน ศึกษามัน ทำความเข้าใจมัน ทำความรู้จักมันตามสภาพธรรมที่ปรากฏตามความเป็นจริง

จิตคิด (จิตเห็น ) ของผู้วิปัสสนา คือ คิดในเรื่องของวิปัสสนาญาณเป็นสำคัญเท่านั้น คือต้องเป็นธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐานเท่านั้น

คิดพิจารณาเห็นการเกิดดับแห่งสังขาร
คิดพิจารณาเห็นความเสื่อมไปแห่งสังขาร
คิดพิจารณาเห็นว่าสังขารนี้เป็นที่อยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัย
คิดพิจารณาว่าสังขารนี้มีโทษภัยอย่างแท้จริง

จนเกิดนิพพิทาญาณหรือความเบื่อหน่ายในสังสารวัฏ
แล้วขวนขวายที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ

จนถึงขั้นวางจิตเป็นกลางได้
และเห็นทุกข์ปรากฏชัดในทุกขณะจิตได้

คนที่กล้าเผชิญต่อความจริง กล้าเผชิญทุกสิ่งโดยจิตไม่หวั่นไหว คือผู้ที่มีศักยภาพจะเจริญวิปัสสนาได้ดีที่สุด

ผมเขียนบทความนี้ด้วยจิตที่ซื่อตรงต่อธรรม
และด้วยความจริงใจต่อสหายธรรมทุกท่าน
หาได้มีจิตคิดลบหลู่ผู้ใดและแนวทางปฏิบัติสายใดแม้แต่น้อย

ขอให้ทุกท่านที่ได้อ่านข้อเขียนนี้จงเจริญในธรรมกันถ้วนหน้าเทอญ

สุวินัย ภรณวลัย

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/photo/?fbid=4679479182089186&set=a.380997495270731
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Dont sweat it
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมื่อหนุ่มโยชิ ใส่ชุดแบบนี้ ชาวเน็ตฟินหนักมาก งานดีสุดๆเมื่อเดินไปตามถนนในเกาหลีเหนือ คุณจะเห็นโปสเตอร์โฆษณา เจ๋งๆ มากมาย ซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วเกินไปมาก!! ร้านตักข้าวแกง ครองทั้งฟุตบาท เละเทะแบบขั้นสุดคังจินา..การถนอมอาหาร ผลไม้ ของอัฟกานิสถาน ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ชาญฉลาด สามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบันวิจารณ์สนั่น!! ลูกค้าบอกว่าสั่งซื้อของจาก พิมรี่พาย ส่งมาถึงเละ ทั้งมีกลิ่นเน่า สยองมากแม่ค้าสู้ชีวิต ไลฟ์ขายเสื้อ ท้าทายลูกค้า สุดท้าย ต้องเต้นรัวๆ ไม่ได้ขายสักตัวหนุ่มปล่อยเช่าคอนโด ผ่านไปครึ่งปี ไม่เคยมาดู พอมาเห็น ถึงกับยืนช็อก!!สุดช้ำ! เจ้าหน้าที่สัตหีบ เขียนจดหมายระบาย หลังเกิดเหตุไฟไหม้ผับจบรัก 10 ปี "โต้ง-ปราง" พิธีกรดังฟันธง "เลิกกันแล้ว" ยัน ไม่มีมือที่สามสลดใจ! รร.หม้อแปลงระเบิด 2 เดือน ทั้งมืดทั้งร้อน อยากได้ใหม่ต้องจ่าย 5 แสนของจริงหรือไม่? ไดโนเสาร์โคลนนิ่ง!?ภาพสี งานแต่งงานเล็กๆ ในสมัยปลายราชวงศ์ชิง : มาดูกันว่าแตกต่างจากซีรี่ย์แค่ไหนประติมากรรมหุ่นไม้ กลางป่าใหญ่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
มูฟออนไวใช่เรื่องผิดไหม?นี่หรือคนรักที่ดีmove on ไวไม่ใช่เรื่องผิด!ฉันก็มีหัวใจ
ตั้งกระทู้ใหม่