หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นาซาเผยภาพขยาย หุบผาที่สูงชัน บนดาวอังคารยาวกว่า 4 พันกม. ชี้มีขนาดใหญ่และลึกที่สุดในระบบสุริยะ

ภาพระยะใกล้ตรงส่วนหนึ่งของหุบผา Valles Marineris บนดาวอังคาร

คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาของสหรัฐฯ ได้เผยภาพถ่ายระยะใกล้ที่บันทึกไว้ล่าสุดของหุบผา Valles Marineris บนดาวอังคาร ซึ่งหุบผาแห่งนี้มีความยาวกว่า 4,000 กิโลเมตร จัดเป็นหุบผาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ

ภาพความละเอียดสูงดังกล่าวมาจากกล้อง HiRise ที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียมโคจรสำรวจดาวอังคาร (MRO) ขององค์การนาซา โดยแสดงให้เห็นสภาพภูมิประเทศบริเวณต่าง ๆ ของหุบผาได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์เพื่อสืบหาความเป็นมาในอดีตของดาวเคราะห์สีแดงต่อไป

หุบผา Valles Marineris ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร มีความยาวถึง 1 ใน 4 ของเส้นรอบวงของดาว และมีความยาวเกือบ 10 เท่าของแกรนด์แคนยอน ทั้งยังลึกกว่าถึง 3 เท่า

กำเนิดของมันยังคงเป็นปริศนาอยู่ เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งของดาวอังคาร ไม่น่าจะมีน้ำมากพอรวมตัวเป็นสายธารใหญ่กัดเซาะหุบเขาเป็นเวลานานนับล้านปี จนเกิดเป็นโกรกธารขนาดมหึมาขึ้นได้อย่างเช่นบนโลก

ส่วนหนึ่งของหุบผาที่เรียกว่า Tithonium Chasma เต็มไปด้วยรอยเส้นทแยง ซึ่งแสดงถึงวงจรที่น้ำแข็งตัวและละลายตัวนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยก่อนหน้านี้ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) พบหลักฐานที่ชี้ว่า ร่องบางส่วนของหุบผา Valles Marineris อาจเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำไหลเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนก็เป็นได้

แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแท้จริงที่เป็นต้นกำเนิดของหุบผาแห่งนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ของ ESA ได้สันนิษฐานว่า รอยแยกของหุบผาส่วนใหญ่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อหลายพันล้านปีที่แล้ว หลังการระเบิดของหมู่ภูเขาไฟในบริเวณใกล้เคียงที่เรียกว่า Tharsis region ซึ่งมีภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ Olympus Mons รวมอยู่ด้วย

แรงดันของแมกมาใต้ภูเขาไฟยักษ์เหล่านี้ อาจทำให้เปลือกผิวของดาวอังคารยืดขยายและเกิดแนวฉีกขาด ในที่สุดก็พังถล่มลงกลายเป็นหุบผาลึกและชันอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน นอกจากนี้ การไหลของกระแสแมกมา และเหตุดินถล่มที่น่าจะเกิดขึ้นตลอดช่วงหลายล้านปีต่อมา อาจยิ่งกัดเซาะให้หุบผาแผ่ขยายกว้างและลึกขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย

โพสท์โดย: man
อ้างอิงจาก: NASA-UNIVERSITY OF ARIZONA
YouTube
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: man
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
30 VOTES (5/5 จาก 6 คน)
VOTED: Puvadechatorn, maddog2565, impish, โยนี มีเงิน, Thorsten, อกหัก มารักกะลิง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
WHO ประชุมฉุกเฉิน หลังพบผู้ติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" มากกว่า 100 รายเคยเห็นไหม...ฟองๆแบบนี้ ที่มักเจออยู่ตรงใกล้ๆพื้นที่ๆมีน้ำ มันคืออะไร ?สับปะรด​ สับปะรด​ สับปะรด4 ผลไม้น้ำตาลสูง เบาหวานควรเลี่ยง??ภาพถ่าย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะที่ทดลองชุดนักบินอวกาศของนาซ่า ที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็น"เอเจนซี่" ของ "แอมเบอร์ เฮิร์ด" กล่าวว่า อาชีพของแอมเบอร์กำลังตกอยู่ในอันตราย และไม่มีใครต้องการจ้างเธออีก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
บิ๊กฟุตตัวเล็ก (The Little Bigfoot)ทหารอเมริกันพบเจอ..ในเวียดนาม.เรื่องราวการสูญพันธุ์ของจิ้งเหลนภูเขาเกาะคริสต์มาส จิ้งเหลนภูเขาตัวสุดท้ายบนโลกนักวิจัยพบชิ้นส่วน ‘ดาวเคราะห์น้อย’ ที่อาจจะเป็นต้นเหตุกวาดล้างไดโนเสาร์ จนสูญพันธุ์พบต้นกำเนิดระบบสุริยะอาจมา จากดาววูล์ฟ-ราเยท์
ตั้งกระทู้ใหม่