หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานกลุ่ม"นักดาบปราบอสูรกินคน"ที่มีตัวตนจริงๆในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

กลุ่มดาบพิฆาตอสูร
ตำนานกลุ่มนักดาบปราบอสูรกินคนที่มีตัวตนจริงๆในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น


สำหรับหลายๆคนที่ชื่นชอบมังงะและแอนนิเมะเรื่องดาบพิฆาตอสูรคงรู้จักกับอสูรของญี่ปุ่นมาพอสมควรแล้วจากความสามารถของกลุ่มจันทราอสูร เหล่าลูกน้องของราชาอสูร คิบุตสึจิ มุซัน เราขอเท้าความไปยังความเชื่อเรื่อง อสูรหรือโอนิ ของญี่ปุ่นซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากจีนและผสมกับเรื่องราวทางพุทธศาสนาที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพุทธศาสนาซึ่งเป็นเรื่องราวอสูรต่างๆในประเทศอินเดีย
ในภาษาญี่ปุ่น ตัวอักษรคันจิ “鬼” (โอนิ) เป็นตัวอักษรที่รับมาจากภาษาจีน แต่สำหรับภาษาจีน ตัวอักษร “鬼” จะหมายถึง ผี หรือดวงวิญญานของคนตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไร้รูปร่าง แต่ทว่า เมื่อตัวอักษรดังกล่าวได้กลายมาเป็นภาษาญี่ปุ่น และผนวกรวมกับความเชื่อในศาสนาพุทธในยุคสมัยเฮอัน จึงทำให้ชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นตีความตัวอักษร “鬼” ว่าหมายถึงปีศาจที่มีรูปร่าง อย่างเช่นพวกยักษ์ในขุมนรกตามความเชื่อในศาสนาพุทธ หลังจากนั้น “鬼” (โอนิ) ก็ได้เริ่มปรากฏอยู่ในตำนานเรื่องเล่าขานต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่นในฐานะยักษ์หรือปีศาจอันน่าหวาดกลัวนั่นเอง
ในเรื่องของอสูรและความเชื่อที่ว่าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เรียกว่า คิม่อน เป็นทิศของปีศาจ เป็นทิศทางที่ไม่เป็นมงคลเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินของภูตผีปีศาจ
เชื่อกันว่าโอนิจะนำพามาซึ่งโรคร้าย โรคระบาด ความโชคร้าย และความหายนะ โอนิสามารถเหาะเหินเดินในอากาศได้ และจะคอยจับเอาดวงวิญญาณของคนที่กำลังจะตาย โอนิมักชอบหลบซ่อนตัวอยู่ห่างไกลจากสังคม หรือหลบซ่อนตัวอยู่ตามภูเขาหรือป่าทึบเพื่อคอยดักจับมนุษย์มากินเป็นอาหาร

เรื่องของดาบพิฆาตอสูรโดจิกิริ ยาสุทสึนะ ดาบประจำตัวของ มินาโมโตะ โนะ โยริมิทสึ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานปราบอสูรชูเทนโดจิ (ชูเทนโดจิโมโนกาตาริ) ซึ่งอาจเป็นเรื่องจริงที่ได้ผ่านการเล่าที่ผิดเพี้ยนแต่งเติมจนกลายมาเป็นตำนานดังกล่าว
โดจิกิริ (Dojigiri) ‘ดาบพิฆาตอสูร’ สร้างโดยนักตีดาบชื่อว่า ยาสุทสึนะ (Yasutsuna) ที่อาศัยอยู่ในเมืองโฮกิ (Hoki) ที่ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดทตโตริ
จุดเริ่มต้นของตำนานไม่แน่ชัด หากแต่ว่ากันว่า ช่วงกลางศตวรรษที่ 11 (สมัยเฮอัน) มีอสูรอยูชุกชุมแถวเส้นทางไปยังเกียวโต มีอสูรที่ชื่อว่า Shuten-doji ซึ่งชูเทนโดจิและเหล่าอสูรลูกสมุนก่อความเดือดร้อนไปทั่วแถบภูเขาโอเอยามะในจังหวัดทันบะทางเหนือของเกียวโต ทั้งฆ่าคนเป็นอาหารและลักพาหญิงสาว จนกระทั่งเรื่องไปถึงหูองค์จักพรรดิ พระองค์จึงได้มีบัญชาให้มินาโมโตะ โนะ โยริมิทสึ (948-1021) ซึ่งเคยแก้ปัญหา กบฎและพวกอันธพาลมาก่อนไปจัดการเหล่าอสูร โยริมิทสึจึงก่อตั้งหน่วยพิฆาตอสูรรุ่นแรกโดยเริ่มต้นจากสี่ขุนพล(ชิเทนโน) ของตน อันประกอบไปด้วย ซาคาตะ โนะ คินโทคิ วาตานาเบะ โนะ ทสึนะ อุราเบะ โนะ สุเอะทาเคะ และอุซุย ซาดามิทสึไปยังภูเขาโอเอยามะ ระหว่างทางฟุจิวาระ โนะ ยาสุมาสะได้เข้ามารวมกลุ่มด้วย และทั้งหกก็เดินทางไปยังเขตภูเขาโดยปลอมตัวเป็นพระ ระหว่างทางได้พบชายชราสามคนที่แท้จริงแล้วเป็นเทพในศาสนาชินโต และได้มอบของวิเศษสามอย่าง คือ เชือก หมวกเกราะ และเหล้าที่ทำให้สลบไสล เมื่อไปถึงยอดเขา อสูรชูเทนโดจิจับเด็กมาทำอาหารมื้อใหญ่ให้คนทั้งหกรับประทาน ซึ่งอาหารทำจากเลือดและเนื้อของมนุษย์ ดิบๆสดๆคาวๆแต่เพื่อไม่ให้ฝ่ายชูเทนโดจิไหวตัว คนทั้งหกต้องยอมทนกินอาหารที่ชูเทนโดจิเลี้ยง หลังมื้ออาหาร โยริมิทสึก็เสนอเหล้าให้กับชูเทนโดจิและเหล่าอสูรลูกสมุน

ทันทีที่พวกชูเทนโดจิสลบไสลเพราะฤทธิ์สุรา พวกของโยริมิทสึก็จับพวกมันมัดด้วยเชือกวิเศษซึ่งต่อให้มีกำลังมากแค่ไหนก็ดิ้นไม่หลุดและทั้งหกคนได้ร่วมกันสังหารเหล่าอสูรทั้งหมด เมื่อโยริมิทสึตัดหัวของชูเทนโดจิ หัวของมันก็ลอยมาพยายามกัดหัวของโยริมิทสึ ทว่าหมวกเกราะวิเศษก็ป้องกันโยริมิทสึเอาไว้ได้ และดาบที่โยริมิทสึใช้สังหารชูเทนโดจิก็ได้ชื่อว่า โดจิกิริ และทุกวันนี้เป็นสมบัติชาติญี่ปุ่นจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงโตเกียว

อสูรแห่งประตูราโซมอน

อิบารากิโดจิเป็นอีกหนึ่งในอสูรที่โด่งดังและน่าหวาดกลัวที่สุดด้านการทำลายล้างในญี่ปุ่น ซึ่งอิบารากิโดจินั้นได้มีตำแหน่งเป็น หัวหน้าผู้ช่วยของ ซูเทนโดจิที่แยกตัวออกไป คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิต
ของอิบารากิโดจิมากนัก จึงไม่มีใครรู้ว่าอิบารากิโดจินั้นเป็นชายหรือเป็นหญิงกันแน่ แต่เรื่องราวและภาพประกอบส่วนใหญ่ที่แสดงให้เห็นนั้น อิบารากิโดจิจะเป็นคิโจหรือโอะนิผู้หญิง ส่วนซูเทนโดกิShuten dōjiนั้นเป็นผู้ชาย
นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ว่าทั้งสองตนนี้นั้นเป็นคู่หูในการก่อเหตุร้ายต่างๆร่วมกันอยู่บ่อยๆและยังเป็นคู่รักกันอีกด้วย แต่ที่แน่ๆคือ อิบารากิโดจินั้นเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวในเรื่องของการฆ่าทำลายล้างมากที่สุดในโลกมนุษย์คือกินคนไปร้อยกว่าคน

เรื่องของเรื่อง เริ่มต้นเมื่อมีเด็กคนนึงถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ ณ ร้านตัดผมแห่งนึง ซึ่ง สามีและภรรยาของร้านตัดผมนั้นก็ยังไม่มีลูกอีกด้วยจึงได้รับเขามาเลี้ยง แล้วสอนทักษะการตัดผมให้ เพื่อเขาจะได้สงบขึ้นและเลิกบ้าคลั่งสักที
แต่โชคชะตาชั่งเป็นใจ เมื่ออยู่มาวันนึงเขาได้ตัดผมของลูกค้าพลาด จนทำให้มือไปเลอะเลือดเข้า และเมื่อเขาเห็นเลือดแล้วนั้น ก็อดใจเอาไว้ไม่ไหวจริงๆ จึงได้เลียไปทีจนติดใจในรสชาติอันหอมหวานนั้น มันเลยทำให้เขาบ้างคลั่ง
ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นเขาก็ทำลูกค้าบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ จนถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน และหลบหนีมาอยู่ใต้สะพาน เขาจึงได้เห็นหน้าของตนเองจากเงาสะท้อนจากน้ำ เป็นใบหน้าของยักษ์ จากนั้นก็วิ่งหายไปในภูเขาจนได้เจอกับ ชูเท็นโดจิ และกลายเป็น1ในสมาชิกของยักษ์กลุ่มนั้นไปโดยปริยาย

และเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดนั้นเกิดขึ้นที่ประตูด้านทิศใต้ของกำแพงเมืองเกี่ยวโตเก่า ซึ่งประตูนั้นมีชื่อว่า ราโชมอน นั่นเอง ซึ่งมันตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมและรกร้าง พวกโจรส่วนใหญ่จึงมักจะไปกบดานอยู่ที่นั่น นอกจากนี้มันยัง เป็นสถานที่ ที่มักมีคนนำเด็กทารกไปทิ้งไว้ ณ ที่นั่นอยู่บ่อยๆ รวมทั้งเหตุฆาตกรรมอีกมากมาย แต่ที่หน้ากลัวกว่านั้นก็คือ ตำนานของโอะนิแห่งราโชมอนนี่แหละ ต่อมา เรื่องได้ไปถึงหูของหัวหน้า หน่วยพิฆาตอสูร มินาโมโตะ โนะ โยริมิสึ หรือ (ไร ไค) กับ4ขุนพลของเขาเข้า จนได้เกิดเป็นข้อถกเถียงกันว่า ปีศาจตนนี้มีอยู่จริงหรือ? เขาจึงมอบเครื่องรางไว้กับ วาตะนาเบะ โนะ สึนะ ซึ่งเป็น1ใน4ขุนพลของเขา เพื่อเอาไปแขวนไว้บนประตู ราโชมอน นั่น จากนั้น สึนะ ก็ได้ขี่ม้าออกไปยังที่นั่นโดยลำพัง เมื่อสึนะมาถึงประตูก็พบว่ามีลมพายุลูกใหญ่พัดผ่านและม้าของเขาก็ไม่น่าจะเดินหน้าต่อไปได้ เขาจึงทิ้งม้าและลงเดิน แต่เมื่อเข้าใกล้ประตูในพายุลูกใหญ่ นั้นแล้ว เขาก็ได้สังเกตเห็นมืออันใหญ่โตยื่นออกมาจากความมืดและตบไปโดนหมวกของเขา สึนะเห็นอย่างนั้นช้าอยู่ใยล่ะครับ จึงฟาดกลับด้วยคาตานะของเขาไปรอบๆเข้าให้ จนไปตัดแขนของปีศาจขนาดมหึมา

เข้า จึงได้ปรากฏร่างของอิบารากิโดจิ เพื่อแก้แค้นจากการที่อิเจ้า ไรไค ตัวดีนี่ไปฆ่า ชูเท็นโดจิ อสูรตนสนิทของตน แต่ด้วยร่างกายที่แขนหายไปตอนนี้ของอิบารากินั้นก็ยากนักที่จะต่อสู้ จึงหลบหนีออกมาและทิ้งแขนไว้ข้างหลัง
ตั้งแต่นั้นมา ประตูราโชมอน ก็ไม่ถูกหลอกหลอนจากเจ้าโอะนิอิบารากิอีกเลย

ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป Ibaraki dōji ก็ได้กลับมาที่ Rashōmon อีกครั้งเพื่อหาแขนของนาง และนางก็ได้ปลอมเข้าไปขโมยแขนที่ขาดของนางแล้วหลบหนีไป หลังจากนั้นก็ไม่พบที่อยู่ของนางอีกเลย แม้ว่าหลายปีต่อมาบางครั้งในบางเมืองหรือบางหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างอ้างว่าพวกเขาเห็นอิบารากิโดจิมาปรากฏตัว ซึ่งมักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายต่างๆอยู่เรื่อยไป

ในประเทศไทยเองก็มีตำนานอสูรเช่นกันเป็นตำนานอสูรพ่อแม่ลูกที่อาศัยในถ้ำอสูรตีนดอยคำ พวกมันคอยดักจับมนุษย์มาฆ่ากินเป็นอาหารครอบครัวนี้ประกอบด้วยอสูรพ่อชื่อว่า อสูร จิคำ อสูรมารดาชื่อว่านางอสูร ตาเขียว อสูรบุตรชายมีนามว่าอสูร ตาไฟ มีกลุ่มนักล่าอสูรหลายกลุ่มเข้าไปปราบอสูรสามตนนี้แต่ก็ถูกสังหารกินไปจนหมดสิ้นทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาตอแยกับอสูรสามตนนี้อีกเลย ต่อมาอสูรทั้งสามได้พบกับกายทิพของพระพุทธเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนทั้งสามให้กลับใจ ฝ่ายบุตรชายซาบซึ้งในรสพระธรรมจึงออกบวช เหลือแต่พ่อแม่ที่ยังคงสภาพอสูร คู่ผัวเมียอสูรได้ขอร้องพระพุทธเจ้าให้อนุญาตสังหารมนุษย์ปีละสองคนเป็นอาหารแต่พุทธองค์ไม่ทรงยินยอม อสูรทั้งสองจึงขอกินควายปีละสองตัวแทนเหล่ามนุษย์ พุทธองค์ก็ทรงยินยอม ในการนี้จึงมีพิธีเลี้ยงดงสังหารควายสองตัวบูชายัญทุกปีเพื่อเลี้ยงแก่อสูรผัวเมียคู่นี้ ป้องกันชีวิตมนุษย์ที่ต้องตายเป็นอาหารให้แก่อสูรสุดโหดทั้งสองตนนี้

เนื้อหาโดย: ตูบสุดหล่อ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ตูบสุดหล่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: thecrow13
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แห่เก็บป้ายหาเสียง 'ชัชชาติ' หลังปิดหีบเลือกตั้ง เหตุมีคนร้องเรียนทำป้ายหาเสียงเป็นผ้าไวนิลมีเจตนาแฝงนำไปรีไซเคิลทำ 'กระเป๋า-ผ้ากันเปื้อน'⁉️ทิดกาโตะ..พ่อค้าออนไลน์ขายดีสุดๆ"รูปเงาพระธาตุเหนือเมืองเชียงใหม่"ดราม่ารับเปิดเทอม! 'ครูกล้อนผม เด็กนักเรียนชายจนแหว่ง' โรงเรียนดังโคราชทนายตั้ม เปิดแชทลับ บังแจ็ค ส่งขู่ วัน อยู่บำรุง อุ้ย! กลัวจังต้องการอะไรเหรอทำไมคนมีคู่ จึงมักนอกกๅยกัน..คำตอบจุกจี๊ดว้าว! บางจากลดราคาน้ำมัน 20 บาท เงื่อนไขอย่างไร เริ่มเมื่อไหร่ เข้ามาเช็คด่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเชื่อมรถไฟฟ้า 3 สาย พร้อมเปิดให้บริการภายในปี 65แอนนาเผยแชทแตงโม ส่งหาแก๊งเพื่อนว่า “มึ ง ยุ่ ง กับเฟส_ทำไม _ยังอยู่”‼️โพสต์ล่าสุด ภาพท้ายเรือจากเฟสบุ๊ก แตงโม ลั่นใครอยากเห็นภาพสุดท้าย อย่าพลาด‼️"เก็บทรงไม่อยู่"สาวๆร้านอาหารเกือบหัวใจวาย "เมื่อป้อง ณวัฒน์"มาขอเปลี่ยนเสื้อที่หลังร้านภาพถ่ายประวัติศาสตร์!! ยานพาหนะแปลกๆ ที่กลายเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ในยุค 1939-1940มนุษย์ผัวฟัง!!มีlซ็กส์ เลียปลาเค็มด้วย #เมียต้องการอย่าเห็นแก่ตัว
ห้างเก่าในอดีต "ห้างนิวเวิลด์" อาณาจักรดังในความทรงจำ!ผู้พิชิตจุดที่ลึกที่สุดของโลกเป็นคู่แรก!ภาพ re-pose ของแพนเค้กในชุดนักเรียนมัธยมฯ กับคุณพ่อและน้องสาว"เกาะในทะเลสาบ ในภูเขาไฟ ในทะเลสาบ ในเกาะ"
ตั้งกระทู้ใหม่