หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกอาณาจักร "Atlantis" ที่หายสาบสูญ


"แอตแลนติส" (Atlantis) อาณาจักรที่สาบสูญ เป็นอาณาจักรโบราณที่อยู่ในความสนใจของคนทั้งโลก ซึ่งผู้ที่สร้าง"ตำนานอาณาจักรแอตแลนติส" นี้ก็คือ "เพลโต" (Plato) นักปราชญ์ชาวกรีกที่ยิ่งใหญ่

ที่มีอิทธิพลต่อชาวตะวันตก โดยกล่าวกันว่าเป็นอาณาจักรที่อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นที่อยู่อาศัยของพลเมืองที่ทรงคุณธรรม และมีเทคโนโลยีที่สูงส่งโดยเมืองทำจากทองคำ และวิหารสร้างด้วยเงิน มีอุทยานหย่อนใจและสนามแข่งม้า แต่ทว่าตำนานกล่าวว่าอาณาจักรนี้กลับถูกทำลายจนพังพินาศด้วยความพิโรธของเทพเจ้าซุส



                                                     Lost_City_of_Atlantis (By Wikimedia Commons)

ที่มาของนครแอตแลนติสเริ่มจากไหน ?
ที่มาของเรื่องแอตแลนติสคือ..ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 2,300 ปีก่อนหน้านี้ โดยนักปราชญ์ชาวกรีกชื่อ "เพลโต" (Plato) ซึ่งมาจากข้อเขียนในรูปบทสนทนา 2 เรื่อง (ช่วงปี 427-347 ปีก่อนคริสตกาล) คือเรื่องหนึ่งชื่อ "ทีมารีอัส" (Timaeus) อีกเรื่องหนึ่งชื่อ "ครีทิอัส" (Critias)

ซึ่งสำหรับวงการวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปเชื่อว่าแอตแลนติสเป็นเรื่องเล่าของนิยายวิทยาศาสตร์ มิใช่เรื่องจริงแต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่เชื่อว่าอาจจะเป็นเรื่องจริง จึงได้มีการพยายามค้นหาแอตแลนติสกันเรื่อยมา โดยพยายามตีความหมายของตำแหน่งแอตแลนติสว่าอยู่ที่ไหนกันแน่


Plato_Pio-Clementino_Inv305_n2 (By Wikimedia Commons)

เพราะเพลโตได้บอกว่าแอตแลนติสได้ล่มสลายและจมหายไปแล้วในท้องทะเล โดยอยู่ห่างจาก "พิลาร์ส ออฟ เฮอร์คิวลีส" (Pillars of Hercules) หรือ (เสาหินแห่งเฮอร์คิวลีส) ออกไป ซึ่งคำทำนายเกี่ยวกับแอตแลนติสที่เชื่อกันว่าอาจเป็นแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในสมัยแรกของโลก


Temple-of-hercules-6517635_1280 (Credit by Dimitris Vetsikas Pixabay Free)

คำพยากรณ์เกี่ยวกับอาณาจักรแอตแลนติส
พยากรณ์โดย "เอ็ดการ์ เคซี่" (Edgar Cayce) ได้พยากรณ์ไว้ตอนหนึ่งว่าทวีปแอตแลนติสเป็นทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาดใหญ่กว่ายุโรปทั้งหมดรวมกับแผ่นดินรัสเซีย มีดินแดนก่อทอดไปทั่วโลกชนชาติที่อาศัยอยู่บนแอตแลนติสเป็น "ชนชาติผิวแดง" ที่มีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ

ผู้คนทั่วไปมีความรู้ความสามารถในศาสตร์ทั้งปวง รวมทั้งงานด้านประติมากรรม, วิศวกรรม, สถาปัตยกรรม โดยเฉพาะการก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์นั้น เคซี่ได้บันทึกไว้เป็นคำพยากรณ์ (ในบทที่ 2794 L1)

ความเจริญก้าวหน้าของชาวแอตแลนติส
โดยสรุปว่าชาวแอตแลนติสมีความรู้ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเคมี ฟิสิกส์ จิตวิทยามาก พวกเขารู้จักประดิษฐ์ไฟฟ้าใช้ รู้จักปรมาณูจากยูเรเนียม รู้จักประดิษฐ์แสงเลเซอร์ ตลอดจนประดิษฐ์คลื่นวิทยุติดต่อกันบนดินแดนอื่นได้


สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือชาวแอตแลนติสสามารถประดิษฐ์พลังงานมหาศาลจาก "ผลึกมหัศจรรย์" ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถรวมเอาพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกและจักรวาลเข้าด้วยกัน และเป็นที่น่าสังเกตว่าความสำเร็จในทางวิทยาศาสตร์ของชาวแอตแลนติสนั้นอาศัยพลังงานจาก "แสงอาทิตย์" เป็นสำคัญ

วัฒนธรรมสูงส่งของชาวแอตแลนติสพัฒนาโดยมีความเกี่ยวพันทางศาสนา เริ่มตั้งแต่มีการทำ "พิธีกรรมบูชาพระอาทิตย์และเทพเจ้า" วัฒนธรรมของอาณาจักรแอตแลนติสหายสาบสูญไปในที่สุดเมื่อเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่


Edgar Cayce_1910 (By Wikimedia Commons)

ดินแดนของมหาอาณาจักรได้หายสาบสูญไปจากการเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ โดยสั่นสะเทือนและได้ถล่มถลายลงไปภายใต้ท้องทะเลเพียงชั่วคืนชั่ววัน ดังนั้นเมื่อ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล ชาวแอตแลนติสก็ได้หายไปจากโฉมหน้าของโลก

ซึ่งวัฎจักรแห่งประวัติศาสตร์นั้นมักจะหมุนเวียนกลับมาเสมอ ดังนั้นวิญญาณของชาวแอตแลนติสย่อมมีโอกาสเกิดใหม่กลับมาได้อีกจากดินแดนหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง และจากทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่งหรือจากเกาะหนึ่งไปยังเกาะอื่นๆ

และในความเจริญก้าวหน้าของแอตแลนติสนั้นเท่ากับโลกเราสมัยปัจจุบันหรืออาจจะมีความก้าวหน้ากว่ามาก ซึ่งโลกเราได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างปัจจุบันทันด่วนที่ร้ายแรงที่สุดมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งก็อาจจะทำให้อาณาจักรนี้อาจจะโผล่ขึ้นมาให้ชาวโลกได้เห็นอีกก็เป็นได้

คำทำนายอาจกลายเป็นจริง

จนเมื่อปี 2483 เคซี่ทำนายว่าพื้นที่บางส่วนของแอตแลนติสจะโผล่ขึ้นมาใกล้ๆบริเวณ "หมู่เกาะบาฮามาส" (ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2511-2512) ปรากฎว่าคำทำนายของเคซี่ได้กลายเป็นจริงคือ ได้มีการค้นพบซากเมืองใต้บาดาลใกล้หมู่เกาะบาฮามาสเรียงต่อกันอย่างปราณีต ราวกับมีการใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมชั้นสูง หินบางก้อนมีขนาดใหญ่พอๆกับรถบรรทุกเลยทีเดียว ลำพังจะใช้กำลังคนช่วยกันเรียงต่อกันซึ่งคงจะทำไม่ได้

เคซี่ยังทำนายต่อไปอีกว่าภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นจะทำให้มหาอาณาจักรแอตแลนติสอันกว้างใหญ่ไพศาลถล่มถลายพังพินาศจมลงสู่ใต้ทะเลนั้นจะเกิดขึ้นอีกหลายแห่งในโลก เคซี่กล่าวว่าในช่วงแรกสุดของโลกเราเมื่อประมาณ 10 ล้าน 5 แสนปีมาแล้วมีอารยธรรมเกิดขึ้นและเสื่อมสลายไปหลายครั้ง

ยุคเจริญรุ่งเรืองของชาวแอตแลนติสอยู่ระหว่างช่วงนับจาก 2 แสนลงมาจนถึงปี 10,700 ก่อนคริสตกาล คือนับตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 13,000 ปีถอยหลังเป็นต้นไปคือสรุปแล้วจะมีอายุยาวประมาณ 80,000-900,000 ปี นี่คือคำพยากรณ์บางส่วนของ "เอสการ์ เคซี่" ที่ทำนายพยากรณ์อดีตของโลกเราย้อนหลังไปหลายแสนหลายล้านปี


ซึ่งในความเป็นจริงในสิ่งที่เขาพยากรณ์ไว้นั้นต้องรอคอยนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในโลกปัจจุบันพิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดในอนาคต ซึ่งนักสำรวจทั่วโลกต่างให้ความสำคัญในการค้นหาตำแหน่งจากบทบันทึกของเพลโตนั้นเอง

แอตแลนติสเป็นเรื่องราวงานเขียนของ "เพลโต" ที่ผู้นคนสนใจ ซึ่งเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเขาได้เล่าต่อๆกันมาว่า แอตแลนติสเป็นชนชาติที่อยู่บนเกาะ (ในช่วงระหว่าง 11,500 ปีที่แล้ว) ซึ่งได้พัฒนาอารยธรรมจนเจริญก้าวหน้าไปมาก ส่วนสาเหตุที่ทำดินแดนแห่งนี้ล่มสลายนั้นมีทั้งจากภัยธรรมชาติหรือจากตำนานเทพเจ้ากรีกที่ระบุว่า..

ชาวเมืองแอตแลนติสมีความละโมบและกระหายอำนาจ เทพเจ้าจึงลงโทษด้วยการทำลายเมืองลงไปในที่สุด นอกจากนี้ยังมีผู้สงสัยว่าแอตแลนติสที่แท้จริงอาจเป็นเพียงจินตนาการของเพลโตก็เป็นได้ แต่จากความรุ่งเรืองของอารยธรรมแห่งนี้จึงเป็นมนต์เสน่ห์ให้ทางนักประวัติศาสตร์และนักสำรวจพยายามค้นหาที่ตั้งของแอตแลนติสจากที่เพลโตได้เขียนไว้

ตำแหน่งของอาณาจักรแอตแลนติสอยู่ไหน ?

ตำแหน่งที่ 1
แอตแลนติสได้ตั้งอยู่เลยเสาของ "เสาหินแห่งเฮอร์คิวลีส" ออกไป ซึ่งในปัจจุบันคือ "ช่องแคบยิบรอลตาร์" (Straits of Gibraltar) ดังนั้นแอตแลนติสจึงควรอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยน่าจะเป็น "หมู่เกาะอะซอเรส (Azores) เกาะมารีราส หรือคะแนรีส" แต่สุดท้ายการศึกษาทางโบราณคดีที่หมู่เกาะเหล่านี้ไม่ได้ให้หลักฐานใดๆว่าเคยเป็นอาณาจักรแอตแลนติสมาก่อน


Gibraltar_eastside (By Wikimedia Commons)

ตำแหน่งที่ 2
เมื่อไม่มีหลักฐานใดๆในมหาสมุทรแอตแลนติก ผู้คนที่มีความศรัทธาในอาณาจักรแอตแลนติสก็ได้หันมาพิจารณาคำของเพลโตที่ว่า "พิลาร์ส ออฟ เฮอร์คิวลีส" น่าจะเป็น "ช่องแคบดาร์ดาแนลเลส” (Dardanelles) ของทะเลดำ (Black Sea) มากกว่าช่องแคบยิบรอลตาร์ ดังนั้นการค้นหาแอตแลนติสจึงได้ถูกย้ายจากมหาสมุทรแอตแลนติกมากระทำในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน


โดย "โรเบิร์ต ซาร์แมสต์" (Robert Sarmast) นักวิจัยจากสหรัฐฯค้นพบว่าแอ่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้จมลงไปขณะน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 1,900 ปีก่อนคริสตกาล จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบริเวณที่ตั้งของแอตแลนติส

โดยบริเวณนี้จมลึงลงไปถึง 1 ไมล์ใต้ท้องทะเลระหว่างไซปรัสและซีเรีย จากฟังสแกนฟังเสียงสะท้อนใต้น้ำลึกแสดงว่ามีสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นบริเวณหุบเขาที่จมน้ำรวมถึงกำแพงที่ยาวถึง 3 กิโลเมตร ซึ่งกั้นอยู่บนยอดเขาและมีคูลึกล้อมรอบอยู่ด้วย
เชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวน่าจะเป็นตำแหน่งของวิหารแห่งเมืองแอตแลนติส


Ribert Sarmast (By Wikimedia Commons)

ตำแหน่งที่ 3
แต่การค้นพบของเขาก็ถูกโต้แย้งโดย "คริสเตียน ฮูบเชอร์" (Christian Huebscher) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน จากศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลในฮัมบรูก ก็ออกมาแย้งผ่านหนังสือพิมพ์เยอรมนีว่า พื้นที่ที่ซาร์แมสต์พบนั้นเป็นปรากฏการณ์เมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว ที่ภูเขาไฟใต้ทะเลได้พ่นดินโคลนออกมา ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมงานชาวเนเธอร์แลนด์เคยเดินเรือไปสำรวจบริเวณที่ซาร์แมสต์ระบุว่าเป็นแอตแลนติสมาก่อนแล้ว ซึ่งสิ่งที่ซาร์แมสต์กล่าวไม่เป็นความจริง


ซึ่งก่อนหน้านี้นักสำรวจได้พุ่งเป้าไปที่ชายฝั่งของสเปน คิวบา และทางตะวันตกของเกาะอังกฤษไม่เว้นแม้กระทั้งทะเลจีนใต้ โดยงานสำรวจที่เป็นชิ้นเป็นอันนั้นก่อนหน้านี้คือภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณ "อุทยานแห่งชาติกรานาด้า" ของสเปน

จากนักโบราณคดีของมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเอดินเบิร์กของอังกฤษ ซึ่งภาพดังกล่าวได้พบสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ รูปสี่เหลี่ยม 2 หลังจมอยู่ในโคลนใต้ทะเล โดยพบโลหะที่มีรัศมีเป็นวงกลมและมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆล้อมรอบ


อาณาจักรแอตแลนติสสร้างเพื่อใคร ?
ทีมวิจัยฯในครั้งนั้นเชื่อว่าสิ่งก่อสร้างทั้ง 2 คือ "วิหารทองคำ" ที่ชาวแอตแลนติสสร้างขึ้นเพื่อบูชา "เทพโพเซดอน" (Poseidon) แห่งทะเล และ "วิหารเงิน" เพื่อบูชา "พระนางไคลโต" (Cleito) (เป็นภรรยาของเทพโพเซดอน) อันเป็นผู้ถือกำเนิดกษัตริย์ผู้ปกครองนครแอตแลนติส แต่หลังจากภาพถ่ายดาวเทียมได้เผยแพร่ออกไปพื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการขุดพิสูจน์แต่อย่างใด

                                                           Poseidon-1621062_1280 (Credit intographics Pixabay Free)

เกาะแอตแลนติสนี้ขนาดแค่ไหน ?
โดยเกาะนี้เป็นเกาะใหญ่มากใหญ่กว่าแอฟริกาและเอเชียรวมกัน และตั้งอยู่ตรงข้ามกับช่องแคบระหว่าง "เสาหินของเฮอร์คิวลีส" เกาะแอตแลนติสปกครองโดยตระกูลกษัตริย์ที่ทรงอำนาจที่ปกครอง ไม่ใช่เพียงเกาะนี้แต่รวมถึงเกาะอื่นๆของแผ่นดินใหญ่ด้วย

ราชวงศ์กษัตริย์ที่ปกครองแอฟริกาเหนือไกลออกไปถึงอียิปต์และยุโรปใต้ ไกลออกไปถึงอิตาลีราชวงศ์ผู้ปกครองแอตแลนติสนั้นล้วนเป็น "เชื้อสายของเทพโพเซดอน"


โดยแบ่งดินแดนให้โอรส 10 องค์ปกครอง โอรสองค์โตเป็นกษัตริย์ของเกาะทั้งหมดเกาะที่มีชื่อเรียกว่า "แอตแลนติส" ส่วนมหาสมุทรเรียกว่า "แอตแลนติก" เพราะว่ากษัตริย์องค์แรกชื่อ "แอตลาส" (Atlas) ส่วนโอรสองค์อื่นๆ ก็ได้จัดสรรดินแดนกันทุกองค์ เชื้อสายของกษัตริย์แอตลาสเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากเป็นราชวงศ์ที่ร่ำรวย และเป็นราชวงศ์ที่ไม่เคยมีราชวงศ์ใดทำได้มาก่อน


Atlas-6091051_1280 (Credit by Gordon Johnson Pixabay Free)

ในอาณาจักรแอตแลนติสมีอะไรบ้าง ?
ชาวแอตแลนติสไม่เพียงแต่สั่งสินค้าจากภายนอก แต่พวกเขาก็แทบจะผลิตทุกสิ่งได้ที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันทั้งโลหะแข็ง โลหะอ่อน กับโลหะทองเหลือง "โอริชาคัม" (Orichalcum) ถือเป็นโลหะที่มีค่ามากที่สุดและทองคำ เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์มีต้นไม้สีเขียวทุกแห่งหน อากาศที่แสนวิเศษทำให้ผลไม้สุกปีละ 2 ครั้ง

ในแผ่นดินมีช้างและสัตว์อื่นๆมากมาย ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง นครบนเขากลางเกาะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3,000 ฟุต และเป็นนครอันชวนพิศวง สะพานถูกสร้างข้ามช่องแคบทะเลโดยโพเซดอน คลองถูกขุดจากนครสู่ทะเลและป้อมปราการเคลือบด้วยตะกั่ว ทองเหลืองและโอริชาคัมสีแดง

ณ ตำแหน่งใจกลางนครคือมหาราชวังและวิหารยิ่งใหญ่แห่ง "เทพโพเซดอน" สถานศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบด้วยกำแพงทองปกคลุมด้วยเงินเป็นสง่าด้วยหอคอยทองคำเหนือหลังคางาช้าง


ภายในวิหารมีทองคำของเทพขนาดใหญ่โตมโหราฬ ลากด้วยม้ามีปีก 6 ตัวล้อมรอบด้วยเชือกแห่งทะเลเป็นจำนวนร้อยเส้น ปลาโลมา และด้านนอกวิหารมีอนุเสาวรีย์ทองคำเจ้าชายแห่งแอตแลนติสทุกองค์พร้อมด้วยพระชายา

และในเกาะมีน้ำพุร้อนและเย็นสำหรับอาบ มีบ่อน้ำพุประดับสวนสาธารณะและสวนผลไม้ มีที่ออกกำลังกายสำหรับบุรุษและม้า พร้อมกับสนามม้าแข่งขนาดใหญ่ โรงทหาร ห้องคนเฝ้ายาม อู่เรือท่าเรือเต็มไปด้วยเรือสินค้าและเรือทหาร


ที่ราบนครล้อมรอบด้วยภูเขาและคลองไหลลึก 100 ฟุต กว้าง 600 ฟุตรวมกันแล้วยาวมากกว่า 3,000 ไมล์ และกษัตริย์ทั้ง 10 รวมกันปฎิญาณร่วมกันว่าจะช่วยเหลือกันเมื่อเผชิญกับสงคราม และพวกเขามีรถศึก 10,000 คัน กองทัพเรือมีมากกว่า 1,000 ลำ


Atlantis City (By Wikimedia Commons)

การล่มสลายของอาณาจักรแอตแลนติส
เวลาผ่านไปหลายชั่วอายุสมัยผู้คนแห่งเกาะเป็นพลเมืองที่เคารพกฎหมาย กษัตริย์ของพวกเขาก็ปกครองอย่างยุติธรรม แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน สิ่งที่ดีแห่งจิตวิญญาณของพวกเขาก็ลดน้อยถอยลงไป และในหัวใจมีแต่ความทะเยอทะยานไม่คำนึงถึงกฎหมายคลั่งไคล้หลงใหลในอำนาจ


Zeus-2786077_1920 (Credit by Ingrid und Stefan Melichar Pixabay Free)

และแล้ว "เทพเจ้าซุส" (Zeus) กษัตริย์แห่งทวยเทพตระหนักถึงความเสื่อมทรามที่กำลังเกิดกับชนชาวแอตแลนติส จึงลงโทษพวกเขาและตัดสินพระทัยลงโทษอาณาจักรแอตแลนติสทันที

โดยเทพเจ้าซุสเรียกทวยเทพมาชุมนุมกัน แล้วก็เกิดมหันตภัยจากแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ทั้งวันทั้งคืนอย่างโหดร้าย แผ่นดินได้แยกและกลืนกินนักรบแห่งเอเธนส์ทั้งหมด ในขณะที่เกาะที่ยิ่งใหญแห่ง "ชนชาติแอตแลนติส" ก็ได้จมหายไปในทะเลด้วยจวบจนทุกวันนี้

จนถึงทุกวันนี้น้ำในมหาสมุทรที่ตำแหน่งนั้นก็ตื้นเขินเรือผ่านไม่ได้กลายเป็นสันดอนดินโคลนซึ่งเกิดจากแผ่นดิน เมื่อครั้นเกาะแอตแลนติสถล่มจนหายสาบสูญไป ดังนั้นมีเพียงบุคคลเดียวที่ได้บันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรนี้ก็คือ "เพลโต" คนเดียวที่เอ่ยขึ้น แต่ก็ไม่มีใครรู้อย่างมั่นใจ 100% ได้ว่า สิ่งที่เพลโตเขียนนั้น เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเรื่องลวงโลกกันแน่

หรือจะเป็นเพียงอาณาจักรที่ไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเพียงนิยายที่เขียนขึ้นเองโดยใช้ข้อมูลภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์มาประกอบอย่างค่อนข้างสมจริงตามแนวหนังสือชื่อ “เดอะ รีพับบลิก” (The Republic) ของเพลโตเอง

แต่ถึงแม้ว่าเพลโตจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาโดยอาศัยข้อมูลจากหลายแห่งก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้คนอีกหลายคนที่ไม่ได้เชื่อว่า "แอตแลนติส" ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่นิยาย พวกเขาเหล่านี้มีความรู้สึกว่าอยากจะให้ "แอตแลนติส" มีอยู่จริงๆ และยังคงเฝ้าตามหา สืบเสาะไปยังใต้มหาสมุทรต่างๆและหวังที่อยากจะเห็นความยิ่งใหญ่ของ "มหาอาณาจักรแอตแลนติส" นี้อีกครั้ง

เรียบเรียงเนื้อหาโดย: amity 86
ขอบคุณภาพและเนื้อหาต่างๆจาก : กูลเกิล, วิกิพีเดียร์
ภาพฟรีและสวยจาก : Pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: amity 86
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
35 VOTES (5/5 จาก 7 คน)
VOTED: พ่อดอกไม้, นิโคลัสเคส, Dont sweat it, bedroomeyes, โยนี มีเงิน, ลิลลี่ ไมโครนอส, อีเจ้สารพัดพิษ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทิดไพรวัลย์ เปิดตัวแฟนหนุ่ม? หลังรูปคู่ ชาวเน็ตแห่ถาม "แฟนเหรอ ตามไม่ทัน"พลังประชารัฐแตก! "ธรรมนัส" นำ 20 ส.ส. ต้องการออกจากพรรคคืนชีพสัตว์โบราณจิ๋ว(Rotifer) อายุ 24,000 ปี และสามารถสืบแพร่พันธุ์ได้เป็นผลสำเร็จ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดทริค ดูแลต้นไม้ในร่มยังไงให้รอดน้ำตกที่สวยที่สุดเยื่อไผ่มาจากต้นไผ่ใช่มั้ยช็อตเด็ดสัตว์โลก : น้อนงูเห่า ที่มีลวดลายบนตัว เหมือนกำลังยิ้มให้ น้อนอาจจะใจดี ไม่เห่าก็ได้นะ...กัดเลย (ฮา)
ตั้งกระทู้ใหม่