หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานของ 'นกกระดาษ'สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ?

ตำนานพับนกกระเรียนกระดาษพันตัวสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

"นกกระดาษนี่จะทำให้ฉันหายป่วยได้ยังไง?"

ซาดาโกะถามชิซูโกะเพื่อนสนิทซึ่งมาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลพร้อมด้วยนกกระเรียนที่พับขึ้นจากกระดาษสีทอง

"เธอจำตำนานเก่าแก่เกี่ยวกับเรื่องนกกระเรียนไม่ได้หรือ... เขาเชื่อกันว่า.. นกกระเรียนนั้นจะมีอายุถึงพันปี ถ้าหากว่าคนที่เจ็บป่วยสามารถพับนกกระเรียนได้ถึงพันตัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะทำให้คนนั้นกลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง"

ชิซูโกะยื่นนกกระเรียนกระดาษให้ซาดาโกะแล้วบอกว่า

"นี่คือนกกระเรียนตัวแรกของเธอ"

นี่คือเรื่องราวของซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงไร เรื่องของเด็กผู้หญิงคนนี้กับสิ่งที่เธอทำก็ยังไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำของผู้คนทั่วโลก

~ ซาดาโกะ ซาซากิ ~

ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กผู้หญิงชาวญี่ปุ่นผู้ต่อสู้กับโรคร้ายผลจากภัยสงครามโลก ตำนานคำอธิษฐานด้วยการพับนกกระเรียนกระดาษ 1,000 ตัว

ซาดาโกะ เกิดเมื่อ 7 มกราคม ค.ศ. 1943 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ในครอบครัวช่างตัดผม เธอเป็นลูกคนที่สอง มีพี่ชายหนึ่งคน น้องสาวหนึ่งคน และน้องชายหนึ่งคน

ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ซาดาโกะอายุราวสองขวบ สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 บ้านของเธออยู่ห่างจากจุดระเบิดไม่ถึงสองกิโลเมตรเท่านั้น ซาดาโกะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย แต่หารู้ไม่ว่าผลกระทบจากกัมมันตรังสีจะส่งผลกระทบอย่างให้หลวงในภายภาคหน้า

เมื่อซาดาโกะอายุได้ 12 ปี ใน ค.ศ. 1955 เธอเป็นเด็กผู้หญิงปกติและมีความสุขเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เธอมีความฝันที่จะเป็นนักวิ่ง แม่ของซาดาโกะระบุว่าตั้งแต่ซาดาโกะยังเล็ก ๆ เธอหัดวิ่งก่อนหัดเดินเสียอีก

วันหนึ่งหลังจากการแข่งขันวิ่งผลัดครั้งสำคัญที่เธอช่วยให้ทีมของเธอชนะ ชั่วขณะหนึ่งเธอรู้สึกเหนื่อยล้า เวียนศีรษะ และเจ็บหัวใจ แต่ไม่นานอาการเหล่านี้ก็หายไป ซาดาโกะคิดเพียงว่ามันเป็นอาการหลังจากการออกแรงวิ่งแข่งเท่านั้นและไม่ได้บอกให้ใครรู้ แต่ไม่นานหลังจากนั้น เธอกลับมีอาการเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ และเริ่มมีอาการถี่มากยิ่งขึ้น

วันหนึ่ง ซาดาโกะรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างมากจนเธอล้มลงและไม่สามารถลุกขึ้นได้ เพื่อนในโรงเรียนของเธอจึงรีบแจ้งครูและพาไปรักษา พ่อและแม่ของซาดาโกะพาเธอไปที่โรงพยาบาลกาชาดเพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่?..

หลังจากการวินิจฉัยของแพทย์ก็พบว่า ซาดาโกะป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบฉับพลัน หรือ ลูคีเมีย ซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะป่วยเป็นโรคนี้ได้

ในช่วงเวลานั้นมักเรียกโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวว่า “โรคระเบิดปรมาณู” หรือ “A-bomb disease”

เกือบทุกคนที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิตเพราะผลกระทบและความรุนแรงจากกัมมันตรังสีนั้นส่งผลต่อผู้ป่วยอย่างสาหัส อีกทั้งวิทยาการทางการแพทย์และการรักษาในสมัยนั้นยังทำได้ยาก จึงทำให้ซาดาโกะหวาดกลัวมาก เธอต้องการกลับไปเรียนหนังสือ แต่เธอทำได้เพียงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

วันหนึ่งเพื่อนสนิทของซาดาโกะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล โดยนำนกกระเรียนกระดาษ ซึ่งเป็นศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่น หรือ โอริงามิ มาให้ เธอบอกกับซาดาโกะว่า

“ในตำนานโบราณของชาวญี่ปุ่น มีนกกระเรียนนกศักดิ์สิทธิ์อายุยืนยาวหลายร้อยหลายพันปี เชื่อว่าหากพับนกกระเรียนกระดาษ 1,000 ตัว จะสามารถอธิษฐานขอพรได้ตามที่ปรารถนา”

หลังจากได้ยินตำนานนี้ซาดาโกะจึงตัดสินใจพับนกกระเรียนกระดาษให้ครบ 1,000 ตัวด้วยความหวังว่าเธอจะหายป่วยและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง

ซาดาโกะยังคงพับนกกระเรียนกระดาษต่อไปด้วยความร่าเริงและมีความหวัง แต่อาการของเธอกลับยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ กระทั่งเธอจากไปอย่างสงบ ในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1955 ตลอดระยะเวลาหลายเดือนในโรงพยาบาล ซาดาโกะพับนกกระเรียนกระดาษได้สำเร็จเกิน 1,000 ตัว

สำหรับเรื่องเล่าที่เธอพับได้ 644 ตัวนั้นมาจากนวนิยายเรื่อง Sadako and the Thousand Paper Cranes เขียนโดย Eleanor Coerr นักเขียนชาวแคนาดาเท่านั้น

ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1958 เกือบ 3 ปีหลังจากที่ซาดาโกะเสียชีวิต ได้มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์แห่งสันติภาพขึ้น หรือเรียกว่า “อนุสรณ์สันติภาพเยาวชน” ที่สวนสันติภาพฮิโรชิม่า ซึ่งตรงกับวันเด็กของประเทศญี่ปุ่น

อนุสาวรีย์นี้อุทิศเพื่อระลึกถึงภัยร้ายของสงครามที่สร้างความเจ็บปวดให้กับชีวิตของเด็กทุก ๆ คนที่ต้องเสียชีวิตเนื่องด้วยภัยของสงคราม ข้อความที่ถูกจารึกบนอนุสาวรีย์เขียนไว้ว่า

“This is our cry, This is our prayer, Peace in the world”

“นี่คือเสียงร้องไห้ของเรา นี่คือคำอธิษฐานของเรา ขอจงมีความสงบสุขในโลก”

โพสท์โดย: Zuka Yeah
อ้างอิงจาก: ซาดาโกะ ซาซากิ,Silpa-Mag,วิกิพีเดีย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Zuka Yeah
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
3 VOTES (3/5 จาก 1 คน)
VOTED: thecrow13
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เจ้าบ่าวเผ่นแน๊บ ปล่อยให้เจ้าสาวยืนงงสาวโดนโกง เลยโกงคืนตำรวจขี่ Big Bike ชนหมอ ดับ !!รู้มั๊ย!! ทำไมอาหารไทยถึงได้อร่อยมาก?Fail มีฮา จากทั่วโลก Vol. 90 (23/01/2022)ภาพเฮฮา...ส่อสังคมไทยช็อตฮาสัตว์โลก : ว่างๆ อยากซื้อมือถือซักเครื่อง เอารุ่นไหนดีนะ ยังนึกไม่ออกเลย...รีวิวการสร้างบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว ตามแบบฉบับคนงบน้อยรายละเอียดเกี่ยวกับ บัตรคนจนรอบใหม่สุสานจีนโบราณ สุสานอิฐและหินโบราณ อายุกว่า 800 ปี.??สมควรหรือไม่ ?? ชาวเน็ตให้กำลังใจตำรวจ เหตุ ขับรถชนหมอเสียชีวิตคาที่‘เฟรดดี้’สุนัขที่สูงที่สุดในโลก เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 8 ขวบต้องเอาแบบนี้ดีไหม...ถึงจะขับรถชะลอๆให้ เวลาเจอทางม้าลาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ไม่น่าเชื่อ ชายเอาชีวิตรอดหลังจากเกาะใต้เครื่องบิน 11 ชั่วโมงสาวความจำเสื่อม เหตุจากโรคระบาดกูไหวติดกล้อง ส่องการกินอาหารของเพนกวิน
ตั้งกระทู้ใหม่