หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ใครเกิดทันยุค 80–90 คงคุ้นชินกับภาพเหล่านี้เป็นอย่างดี การยืนต่อแถวรอคิวใช้โทรศัพท์สาธารณะ เพื่อจะโทร.ไปหาใครสักคน??

ใครเกิดทันยุค 80 – 90 คงคุ้นชินกับภาพเหล่านี้เป็นอย่างดี การยืนต่อแถวรอคิวใช้โทรศัพท์สาธารณะ เพื่อจะโทร.ไปหาใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่, คนที่บ้าน, แฟน, คนที่แอบชอบ, เพื่อน ฯลฯ

เรียกว่ายืนกำเหรียญกันจนเหงื่อชุ่มมือ

ยิ่งเจอคนที่คุยนานๆ ท่ามกลางคิวที่ต่อยาวเป็นหางว่าว รับรองได้ว่าออกมาจากตู้โทรศัพท์ปุ๊บ จะได้รับการต่อว่าทางสายตาและหน้าบูดบึ้งจากคนรอคิวแน่นอน

เพราะในยุคนั้นราคาโทรศัพท์มือถือแพงเกินเอื้อม สัญญาณโทรศัพท์บ้านก็ยังไปไม่ทั่วถึง เรียกได้ว่าบ้านไหนมีโทรศัพท์บ้านนี่กิ๊บเก๋ยูเรก้ามากๆ แล้วยิ่งถ้ามีโทรศัพท์มือถือด้วยยิ่งดูรวยมาก จ๊าบสุดๆ

สมัยนั้นอุปกรณ์เสริมยอดฮิตจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ ยิ่งถ้าใครต้องโทร.หาหน่วยงานหรือองค์กร หรือเบอร์ปลายสายที่ไม่คุ้น ก็ถึงขั้นต้องพกสมุดหน้าเหลืองไปด้วยเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อ 42 ปีก่อน ตู้โทรศัพท์สาธารณะเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่นำโทรศัพท์แบบหยอดเหรียญเข้ามาติดตั้งในเขตโทรศัพท์นครหลวงจำนวน 100 เครื่อง

แรกๆ ก็หยอดได้แต่เหรียญ 1 บาท ก่อนจะมีออปชั่นเพิ่มเป็นหยอดเหรียญ 5 เหรียญ 10 ได้ และมีบัตรโทรศัพท์จำหน่ายในเวลาต่อมา ในราคา 50 บาท และ 100 บาท หลายคนสะสมกันเป็นคอลเล็กชั่นกันมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งระบบโทรศัพท์แบบใช้บัตรในเมืองไทยเริ่มต้นโครงการทดลองในปี พ.ศ. 2530 และเปิดบริการให้ใช้จริงใน พ.ศ. 2534

ยุคนั้นโทรศัพท์สาธารณะได้รับความนิยมสูงมาก การติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะทั่วประเทศจึงมากถึงกว่า 2 แสนเครื่อง เฉพาะในกรุงเทพฯ สร้างรายได้ให้ทีโอทีเฉลี่ยถึงสัปดาห์ละ 3-4 พันบาทต่อเครื่องเลยทีเดียว

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ระบบอินเทอร์เน็ตเข้ามา ระบบการให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เฟื่องฟู แต่ละบ้านมีโทรศัพท์บ้านใช้ กระทั่งโทรศัพท์บ้านเองก็ค่อยๆ หายไป เพราะใครๆ ต่างก็ซื้อหาโทรศัพท์เคลื่อนที่กันได้ไม่ยาก จึงทำให้โทรศัพท์สาธารณะที่เคยฮอตฮิต หมดความสำคัญลงในที่สุด

ช่วงก่อนหน้านี้เราจึงอาจพอได้เห็นตู้โทรศัพท์สาธารณะกันอยู่บ้าง แต่อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรม สกปรก หรือถูกรื้อทิ้ง เว้นแต่ติดตั้งเฉพาะตัวเครื่องในสถานที่สำคัญบางแห่ง เช่น โรงพยาบาล, หอศิลป์ กระทั่งปัจจุบันกลายเป็นของสะสมที่มีราคาไปแล้ว

แต่ไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน บรรยากาศในยุคที่ต้องต่อคิวรอคุยโทรศัพท์สาธารณะกันยาวๆ ก็มีเสน่ห์และมีคุณค่าในความทรงจำของคนยุคหนึ่งเสมอ

โพสท์โดย: Zuka Yeah
อ้างอิงจาก: ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก:
Bangkok Post, โพสต์ทูเดย์, กลุ่มภาพเก่าในอดีต: Werapong Ch, pantip.com, http://tot2497.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Zuka Yeah
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
3 VOTES (3/5 จาก 1 คน)
VOTED: thecrow13
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เผยโฉมหน้า "เมียหลิวเต๋อหัว!!"ชายหาดสุดหรูที่สวนหลังบ้านชาวเน็ตประกาศ ขอแบนตลอดชีวิต หลังหนุ่มสลิ่ม ถ่ายรูปคู่กับดาราดังคนนี้สภาพล่าสุด "เมฆ มังกรบิน" หลังถูกตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 6 ปีนักโบราณคดีจีนขุดพบ ชุดเกราะ ‘ไบโอนิค’ หายากในสุสานโบราณของจีน..มีอายุ 2,500 ปี"นิกกี้" เตรียมยกบ้านหรูให้ "ก้อย" มูลค่ากว่า 40 ล้านญี่ปุ่นเรียกคืนขนมมันฝรั่งทอดที่นำเข้าจากไทย"อำพล ลำพูน" โพสต์ภาพ มาช่าและลูกชาย กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันคืนชีพสัตว์โบราณจิ๋ว(Rotifer) อายุ 24,000 ปี และสามารถสืบแพร่พันธุ์ได้เป็นผลสำเร็จ"หมวย สุภาภรณ์" ชีวิตล่าสุด ตกอับ ดิ่งจนถึงจุดต่ำสุดเฟสแทบแตก!! "ไพบูลย์" เปิดตัวนักร้องคนใหม่นักโบราณคดีขุดค้นพบ‘สัตว์ไฮบริดตัวแรก’ ที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์ เพื่อใช้ในสงครามภาพตลกๆ ทะลึ่งๆ คลายเครียด ก่อนนอน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ผจญภัยล่าสมบัติดินแดนผีดิบ | วิญญาณอาฆาต EP. 71ชายผู้สายตายาวที่สุดในโลก อยู่อินเดียแต่มองเห็นเทือกเขาหิมาลัยบันไดแห่งความตายที่ค่ายกักกันThe Scream' - ภาพวาดร้อยล้านดอลลาร์เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์สยองขวัญ
ตั้งกระทู้ใหม่