หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แรงอาฆาตงูครึ่งท่อน

"แรงอาฆาต"

บ้านไม้ชั้นเดียวริมคลอง ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เจ้าของบ้าน เป็นชายสูงอายุ อายุประมาณ 60 กว่า ๆ อาศัยอยู่ตามลำพัง แกทำมาเลี้ยงชีพด้วยการทำนา ที่มีอยู่น้อยนิด พร้อม ๆ กับการเลี้ยงเป็ด และหาปลาเป็นอาชีพเสริม เมื่อก่อนแกมีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ร่วมชีวิตกันมานาน จนเมื่อปลายปีที่แล้วภรรยา แกเสียชีวิตลง อย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุรถชน การจากไปแบบไม่ทันตั้งตัวและดูใจกันครั้งสุดท้าย ทำความเสียใจให้กับ "ลุงชุ่ม" ชายเจ้าของบ้าน เป็นยิ่งนัก เมื่อภรรยาอันเป็นที่รักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แกก็อยู่อย่างโดดเดียวมาถึงปัจจุบัน เพราะแกสองคนไม่มีลูกด้วยกัน

วันนี้หลังจากวิดน้ำเข้าในนาเสร็จสิ้น แกจะว่าง แกจึงออกไปหาปลาตามปกติ แกพายเรือพาหนะคู่ชีพที่แกใช้เป็นประจำ มุ่งหน้าสู่บึงบัวใหญ่ แหล่งเลี้ยงชีพของคนและสัตว์ ที่พี่งพาอาศัยกันมานาน "กอบัววันนี้งามสะพรั่งนัก" แกคิด วันนี้แกงส้มไหลบัวพร้อมสายบัวใส่ปลาช่อนตัวเขื่อง ที่จับได้ท่าจะอร่อย แล้วแกก็ส่องมองข้องดูว่า เจ้าปลาช่อนตัวเขื่องมันยังนอนขดอยู่อย่างสบายหรือเปล่า มันยังคงนอนขดนิ่งอย่างรู้ชะตากรรม

หลังจากเก็บสายบัวและไหลบัวจากบึงแล้ว แกก็มุ่งหน้าพายเรือกลับบ้านอย่างเร่งรีบ เพราะเมฆดำครึ้ม กำลังก่อตัวขึ้นเป็นก้อนมหึมา "สงสัยฝนจะตกหนักแน่" แกคิด พร้อมกับจ้ำพายอย่างเร่งรีบ เพื่อจะให้ถึงบ้านไวไว ก่อนฝนจะเท "สงสัยจะเป็นฝนหลงฤดู" แกพึมพำ.. แว่บหนึ่ง แกก็นึกถึงเล้าเป็ดของแกว่าพรุ่งนี้คงต้องซ่อมแซมแล้ว เพราะเมื่อเช้าเห็นตาข่ายมันขาดเป็นรูโหว่ เหมือนตัวอะไรจะลอดเข้ามา ถ้าเป็นงู หรือตัวเงินตัวทอง หรือหมาจรจัด เป็ดแกคงจะหมดเล้าเป็นแน่ คิดจบแกก็ถึงบ้านพอดี ยังไม่ทันจะผูกเรือกับหลักไม้ให้ดีนัก พลันแกก็ได้ยินเสียงเป็ดในเล้าร้องกันอย่างแตกตื่น ก๊าบ..ก๊าบ..พร้อมกับความชุลมุนของพวกเป็ดที่บินหนีกันอย่างพรึ่บพรั่บ "เฮ้ย! ใครมาขโมยเป็ดกูวะ" แกร้องตะโกนด้วยเสียงอันดังแข่งกับสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก พร้อม ๆ กับลมที่พัดกระหน่ำจนใบไม้ปลิวกระจาย

แกกระโจนขึ้นจากเรืออย่างรวดเร็ว ด้วยสัญชาตญาณแกคว้ามีดอีโต้เล่มใหญ่ที่แกพกติดตัวไว้ประจำ และวิ่งไปยังเล้าเป็ด แข่งกับฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง และเมื่อแกถึงเล้าเป็ด สิ่งที่แกเห็นคืองูเห่าตัวใหญ่ กำลังไล่กัดเป็ดอย่างดุดัน โดยที่มันไม่กลัวทั้งฝนทั้งลมที่กำลังกระหน่ำลงมา ด้วยมันกำลังหิว ลุงชุ่มไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรมากมาย แกพุ่งเข้าใส่งูตัวนั้นพร้อมกับมีดอีโต้เล่มใหญ่อันคมกริบ "ฉับ" แกฟันมีดลงอย่างเร็วและแรงไปที่งู จุดหมายคือที่หัวงู แต่! แกพลาด เพราะด้วยกระแสฝนที่แรง กอรปกับพื้นที่เป็นดินโคลน ทำให้แกลื่น ก้าวจังหวะของปลายมีดจึงฟันลงตรงปลายท่อนหางงู จนท่อนหางขาด !

เจ้างูเห่าดิ้นขดตัวเป็นเกลียวอย่างเจ็บปวด นาทีนั้น แกคิดอย่างเดียว ต้องตีให้ตาย ต้องฟันซ้ำ และด้วยความรีบ แกกระโจนเข้าไปเพื่อฟันซ้ำ แต่แกกลับลื่นหงายท้องอย่างไม่เป็นท่า พร้อม ๆ กับฝูงเป็ดที่วิ่งกรูเข้ามาหาแกอย่างโกลาหล จนแกต้องป้ดป้องและไล่เป็ดออกไปจากตัวแก และเมื่อหันกลับมองไปดูงู "มันหายไปแล้ว" เหลือแต่เพียงท่อนหางเท่านั้น

ในตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว แกต้อนเป็ดให้เข้าที่เข้าทาง อาบน้ำอาบท่าเสร็จ พร้อมกับหุงข้าว วันนี้ทอดไข่เป็ดกินก็แล้วกัน ไม่กงไม่แกงแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ จัดแจงเอาปลาขังไว้ในโอ่ง รอวันพรุ่งนี้ต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงชุ่มแกไม่ต้องวิดน้ำเข้านาแล้วเพราะฝนที่เทมาเมื่อคืน แกตั้งหน้าตั้งตาซ่อมเล้าเป็ด โดยไปซื้อตาข่ายมาขึงใหม่ ขึงไปก็คิดไป ไอ้งูตัวนั้น มันไปอยู่ไหนหนอ มันจะตายไปแล้วหรือยัง ความคิดวนเวียนเรื่องงูอยู่ในหัวตลอด มันจะกลับมามั๊ย! หลังจากซ่อมเล้าเป็ดเสร็จ น้าลีผู้เป็นเพื่อนสนิทก็มาหา พร้อมกับชวนแกไปร้านขายของในตลาดเพื่อซื้อจอบอันใหม่ แกตกลงไปเป็นเพื่อนน้าลี

เย็นวันนี้ ลุงชุ่ม แกได้กินแกงส้มไหลบัวสมใจ แว่บหนึ่ง ตอนที่ทุบหัวปลาช่อนตัวเขื่องตัวนั้น แกก็คิดถึงงูเห่าตัวนั้นขึ้นมาทันที ภาพงูที่ขาดสองท่อนผุดขึ้นมาในความคิด แล้วแกก็บอกกับตัวเองว่า "มันน่าจะตายไปแล้ว ขาดสองท่อนขนาดนั้น"

คืนนี้เป็นคืนที่สอง หลังจากที่แกฟันงู แกรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ น่าจะเป็นเพราะโดนฝนเมื่อวาน คืนนี้ แกจึงเข้านอนค่อนข้างเร็วและหลังจากกินยาแก้ไข้เข้าไป แกก็หลับอย่างง่ายดาย จ๋อม..จ๋อม..จ๋อม...เสียงของตกลงน้ำดังขึ้นมาในหัวของลุงชุ่ม มันรบกวนการนอนของแกเป็นอย่างมาก มันดังอย่างต่อเนื่องจนน่ารำคาญ จ๋อม...จ๋อม..จ๋อม...

ในที่สุดความอดทนของแกก็สิ้นสุด แกลุกจากที่นอน พร้อม ๆ กับเงี่ยหูฟังว่ามันดังมาจากที่ไหน... จ๋อม..จ๋อม...จ๋อม... แล้วแกก็พบคำตอบ มันดังอยู่ใต้พื้นห้องที่แกนอนนี่เอง หลังจากฝนตกหนัก ระดับน้ำก็ขึ้นสูง มีตัวอะไรมันมาอยู่ใต้ห้องแก แล้วแกก็ก้มมองดูจากรูช่องว่างระหว่างพื้น ทันทีที่แกแนบใบหน้าลงตรงช่องรูของพื้นบ้าน สิ่งที่แกเห็นก็คือ งูเห่า ตัวเขื่อง กำลังพยายามเลื้อยตามเสาเรือนเพื่อขึ้นมามันเลื้อยขึ้นแล้วก็ตก แล้วก็ตกอยู่อย่างนั้น มันไม่สามารถที่จะเลื้อยขึ้นมาได้ เพราะมันมีเพียงครึ่งตัว ส่วนปลายหางมันไม่มี !

ด้วยความตกใจแกจึงรีบเปิดไฟอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะดูว่างูตัวนั้นยังอยู่หรือไม่ และทันทีที่แกเปิดไฟ เสียงหล่นน้ำก็เงียบไป พร้อม ๆ กับความตื่นตกใจของแกที่งูยังไม่ตาย "โบราณว่า ตีงูต้องตีให้ตาย อย่าตีให้หลังหัก" แกคิดอย่างกังวล

เช้าวันรุ่งขึ้น แกไปเล่าเรื่องนี้ให้น้าลีฟัง พร้อมกับสงสัยว่า จะเป็นงูตัวเดียวกันหรือเปล่า น้าลีปลอบแกว่า ถ้าเป็นงูตัวเดียวกันจริงมันก็คงอยู่ได้ไม่นานหรอก ขาดสองท่อนขนาดนั้น อย่างมากก็น่าจะทนได้แค่วันสองวัน เดี๋ยวมันก็ตาย และแนะนำให้ลุงชุ่มอุดรูช่องทุกรูที่งูสามารถจะเลื้อยเข้ามาได้ ลุงชุ่มก็สบายใจขึ้นเยอะ และกลับไปอุดรู ตามที่น้าลีแนะนำ แล้วคืนนั้นแกก็เข้านอนโดยมีอีโต้เล่มใหญ่ นอนเป็นเพื่อน แกนอนแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ทั้งคืน

ผ่านมาสี่วันแล้วที่ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเสียงจ๋อม..จ๋อม..มารบกวนแกอีก เป็ดในเล้าก็อยู่อย่างเงียบสงบ ข้าวในนากำลังตั้งท้อง อีกไม่กี่เดือน ก็คงเกี่ยวได้ วันนี้ก็หาปลาได้เยอะเป็นพิเศษ ช่างเป็นวันที่สงบและแกก็ลืมเรื่องงูไปอย่างสนิทใจ "นี่ถ้านางอ่อนยังอยู่ข้าง ๆกาย เราคงมีความสุขกันตามประสาตายาย" แกคิด แล้วแกก็ลุกขึ้นไปมองรูปภรรยาแกที่หิ้ง พร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมา " อ่อน..เอ้ย คงไม่นาหรอกนะ ที่ข้าจะไปหาเอ็ง" คงไม่นาน..แกพึมพำเบา ๆ พร้อมกับปาดน้ำตา

คืนหนึ่งฝนหลงฤดูมาอีกแล้ว ลมกรรโชกอย่างแรง ฝนเทลงมาอย่างหนัก ลุงชุ่มนึก ฝนแรงลมแรงอย่างนี้ นาข้าวจะล้มหรือเปล่า พรุ่งนี้คงต้องรีบไปดูแต่เช้า นอนเอาแรงดีกว่า แล้วแกก็เข้านอนตามปกติ จนรุ่งเช้ามันเงียบยิ่งนัก ไม่มีควันไฟออกมาจากครัวของลุงชุ่ม เรือที่ลุงชุ่มใช้เป็นพาหนะไปไหนมาไหนถูกผูกไว้กับหลักไม้ริมคลองอย่างนิ่ง ๆ ไม่มีวี่แววของลุงชุ่มแม้แต่เงา...

น้าลีเพื่อนบ้านคนสนิทของลุงชุ่ม เดินขึ้นบันไดบ้านอย่างหวาดหวั่น วันนี้ทั้งวัน ไม่มีใครเห็นลุงชุ่มแกเลย แกไปไหน ที่นาก็ไม่เห็น ที่บึงบัวที่แกไปหาปลาประจำก็ไม่มี เรือก็ยังอยู่ น้าลีร้อนใจ จนต้องมาหาแกถึงบ้าน ประตูปิดสนิท แต่ไม่มีการล๊อคกุญแจจากด้านนอก มันล๊อคจากข้างใน น้าลีใจแป้ว เกิดอะไรขึ้น! แกเคาะประตูอยู่นานมาก จนคิดว่าน่าจะเกิดเหตุร้ายเป็นแน่ แกจึงไปตามเพื่อนบ้านมาอีกสามคน เพื่องัดประตูห้องเข้าไปและทันทีที่ห้องเปิดออก ในมุ้งที่ยังไม่ได้เก็บก็มีร่างของชายชรานอนแน่นิ่ง ตัวแข็ง และเย็นเฉียบ แกตายแล้ว!!!!

ลุงชุ่ม ชายชราผู้โดดเดี่ยว จากไปแบบกะทันหัน ไม่มีโอกาสที่จะสั่งเสียใครแม้แต่น้อย ทุกคนงุนงงและสงสัยในสาเหตุการตายเป็นอย่างยิ่งว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? จนกระทั่งเปิดมุ้งออกมา ภาพที่ทุกคนเห็นคือ ซากงูเห่าตัวใหญ่ที่ตายแล้ว ปากงับติดอยู่ที่ลำคอของลุงชุ่มอย่างแน่น มันกัดลุงชุ่มไม่ปล่อย จนตัวมันและลุงชุ่มตายด้วยกันทั้งคู่ ที่น่าหวาดหวั่นคือ... งูตัวนี้มันไม่มีหาง ลำตัวมันเหลือแค่ครึ่งเดียว....!!!!

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Zuka Yeah
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: somloveing
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
DJ Snake บุกเที่ยวไทย เยี่ยมครอบครัว Lisaเผยสถานะ "ฟิล์ม กับ ลาล่า"เขาว่ากันว่า เป็นกระดูกพญานาค ที่พบในประเทศพม่า เรียกได้ว่า มาแบบเป็นโครงชัดมาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
พรานป่าเมืองลับแล(ภาค4) | ดงผีบนสวรรค์ EP.170ว่านปริศนา ll เรื่องเล่าสยองขวัญ Ep.24 [จันทร์แดง]กาวเหนียวพิเศษ ทนทาน 200 องศาเซลเซียสเห็นภาพชัด!! พ่อสอนการเมืองลูก พ่อทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขรี้..
ตั้งกระทู้ใหม่