หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"กิ้งกือ"สวยซ่อนคม สัตว์ตัวจิ๋วแสนอันตราย

สวยซ่อนคม” เป็นประโยคที่อาจใช้อธิบายถึงความอันตรายของกิ้งกือสีสันสดใสที่ถูกค้นพบใหม่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาได้อย่างชัดเจน

เนื่องด้วยรูปแบบที่โดดเด่นและมีความหลากหลายมากกว่ากิ้งกือชนิดอื่น ๆ ที่เคยพบมาก่อนหน้านั้นเป็นทั้งแรงดึงดูดและคำเตือนสำหรับนักล่าในห่วงโซ่อาหาร

กิ้งกือ

สิ่งมีชีวิตหลายขาที่เรียกว่า Apheloria polychrome นั้นเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของกิ้งกือที่เพิ่งถูกค้นพบในพื้นป่าของเทือกเขาคัมเบอร์แลนด์ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐเวสเวอร์จิเนีย โดยพบลำตัวมีเปลือกแข็งสีดำหุ้มอยู่ภายนอก มีจุดสีที่แตกต่างกัน ส่วนขามีสีแดงหรือสีเหลือง ซึ่งในส่วนของเปลือกหุ้มที่มีลวดลายหลากหลายจะถูกเคลือบไว้ด้วยสารไซยาไนด์ (Cyanide) ที่เป็นพิษ ทั้งนี้เกิดจากกลไกการป้องกันตัวที่พบได้ทั่วไปในกิ้งกือและสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ที่จะมีการหลั่งของสารเคมีอย่างเช่น ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) หรือเบนซิลไซยาไนด์ (Benzoyl cyanide) เมื่อพวกมันรู้สึกถึงภัยคุกคามและถูกรบกวน นอกจากนี้กิ้งกือยังปล่อยสารเคมีอื่น ๆ เช่น เมนดีโลไนไตรล์เบนโซเอต (Mandelonitrile benzoate) และเบนซาลดีไฮด์ (Benzaldehyde) ที่เป็นทั้งสารพิษในการป้องกันตัวและเป็นยาปฏิชีวนะในบางครั้ง

กิ้งกือจะใช้อาวุธเคมีของพวกมันแตกต่างกัน บางตัวจะค่อย ๆ ปล่อยสารออกมาจากต่อมชนิดพิเศษ ในขณะที่บางตัวจะม้วนตัวเพื่อบีบสารพิษออกมา หรือพ่นสารไปยังผู้ล่าโดยตรง ทั้งนี้ตัวของพวกมันเองจะไม่ได้รับอันตรายเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันต่อสารพิษที่ผลิตขึ้นเอง และนั่นจึงเป็นความพิเศษที่ทำให้กิ้งกือแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ยิ่งกว่านั้นกิ้งกือชนิดนี้ยังมีรูปแบบของสีสันที่พวกมันใช้หลบเลี่ยงต่อนักล่าอย่างน้อย 6 รูปแบบที่แตกต่างกันอาทิ มีลำตัวสีดำ มีจุดแต้มตามลำตัวสีเหลือง ขาสีเหลือง หรือมีลำตัวสีดำ จุดแต้มสีขาว และมีขาสีแดง เป็นต้น

กิ้งกือสายพันธุ์ Apheloria polychrome ที่มีรูปแบบสีสันแตกต่างกัน 6 รูปแบบ

กิ้งกือ A. polychrome หรือได้รับการขนานนามว่าเป็น "Colorful Cherry Millipede” โดยในส่วนเชอร์รี่นั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสีสัน แต่หมายถึงกลิ่นของเบนซาลดีไฮด์จากเบนซาลดีไฮด์ ไซยาโนไฮดริน (benzaldehyde cyanohydrin) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่สังเคราะห์ขึ้นและเก็บไว้ในต่อมพิเศษ เมื่อพวกมันรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามมัน มันจะหลั่ง cyanohydrins ออกมาจากต่อมพิเศษ และแตกตัวโดยมีเอนไซม์เป็นตัวเร่งเพื่อสร้าง Hydrogen cyanide (HCN) และปล่อยแก๊สนั้นออกสู่สภาพแวดล้อมในทันทีเพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่าทั้งหลายที่เข้าใกล้มัน

ภาพแสดงการแตกตัวของ Benzaldehyde cyanohydrin

ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) เป็นแก็สไม่มีสี มีกลิ่นฉุน และเป็นพิษ ซึ่งสามารถดูดซึมได้ดีผ่านการหายใจและการสัมผัส ก่อให้เกิดผลกระทบแตกต่างกันตามปริมาณที่ได้รับตั้งแต่มีอาการไอ มีเสมหะ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ ระคายเคืองตา หายใจไม่ออก กระทั่งสูญเสียการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

นอกจากนี้ทีมนักวิจัยยังพบกิ้งกือสายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีการปรับตัวให้มีลวดลายและสีสันที่สะดุดตาเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากผู้ล่าได้เช่นเดียวกับสายพันธุ์ที่พบ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Müllerian mimicry ซึ่งเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการคัดเลือกตามธรรมชาติที่เกิดจากสัตว์สองชนิดหรือมากกว่าที่ทั้งมีและไม่ได้มีความสัมพันธุ์ใกล้ชิดหรือเกี่ยวข้องกัน โดยสัตว์ชนิดหนึ่งมีการปรับตัวเลียนแบบสิ่งมีชีวิตที่เป็นแม่แบบเพื่อประโยชน์ในเรื่องการป้องกันตัวเองจากนักล่า อย่างไรก็ดีหากสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธในการป้องกันตัวสามารถปรับตัวเลียนแบบได้ จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายมากกว่า

ภาพด้านซ้ายคือผีเสื้อหนอนใบรักธรรมดา (Danaus chrysippus) และภาพด้านขวาคือผีเสื้อหนอนข้าวสารลายเสือ (Danaus genutia) เป็นตัวอย่างการปรับตัวเลียนแบบที่เรียกว่า Müllerian mimicry

แม้ว่าลวดลายหรือสีสันดังกล่าวจะสามารถป้องกันอันตรายที่มาถึงตัวได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าประโยชน์นั้นจะเป็นประโยชน์ในทางเดียว ที่อาจใช้ได้ผลกับสัตว์ชนิดเดิม ทั้งนี้การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดก็ทำให้นักล่าสามารถจดจำรูปแบบและหลีกเลี่ยงอันตรายได้มากขึ้นเช่นกัน

กิ้งกือสายพันธุ์ A. polychrome ถูกค้นพบโดย Paul Marek นักวิจัยจากสถาบันโพลีเทคนิคและมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย ผู้ซึ่งเคยค้นพบกิ้งกือที่มีขามากที่สุดเท่าที่เคยพบมาก่อนหน้า และเป็นผู้ที่พยายามค้นหาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาจสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ก่อนที่จะได้รับการระบุตัวตน เขากล่าวว่า “มันเป็นความจำเป็นที่ต้องอธิบายและจัดหมวดหมู่สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต เพื่อให้ทราบถึงบทบาทของพวกมันในระบบนิเวศ รวมทั้งผลกระทบของมนุษย์ที่มีต่อตัวพวกมันด้วย”

กิ้งกืออาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ใครคนรู้สึกกลัวหรือขยะแขยง แต่บทบาทของกิ้งกือในธรรมชาตินั้นมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศมาอย่างยาวนาน ด้วยการเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่วยย่อยสลายและกินเศษซากพืช ใบไม้ และถ่ายออกมาเป็นมูลสารอินทรีย์ที่ช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดิน รวมทั้งยังเป็นอาหารให้แก่เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อรา และพืชต่างๆ

โพสท์โดย: man
อ้างอิงจาก: วิกิพีเดีย กิ้งกือ
YouTube
Paul E. M, Jackson C. M and Derek A. H. Apheloria polychroma, a new species of millipede from the Cumberland
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: man
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: เป็ดปักกิ่ง, ชตระกูล ศรีสวัสดิ์, Secret admirer
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
รีวิว Eternals
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เผยโฉมหน้า "เมียหลิวเต๋อหัว!!""หมวย สุภาภรณ์" ชีวิตล่าสุด ตกอับ ดิ่งจนถึงจุดต่ำสุดชาวเน็ตประกาศ ขอแบนตลอดชีวิต หลังหนุ่มสลิ่ม ถ่ายรูปคู่กับดาราดังคนนี้ภาพตลกๆ ทะลึ่งๆ คลายเครียด ก่อนนอนนักโบราณคดีจีนขุดพบ ชุดเกราะ ‘ไบโอนิค’ หายากในสุสานโบราณของจีน..มีอายุ 2,500 ปีรับปริญญายังไงให้โลกจำ เตรียมโดนไล่ออกจากบ้านได้เลย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
เรื่องราว..ป้ารัตนากับหมอปลาที่กำลังโด่งดัง และป้ารัตนาตอนนี้มีคลิปเพลงดังไปทั่ว โซเชียลแห่แชร์คลิป เพลงรัตนาเรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวน่ารักของตากับยายคู่หนึ่ง ที่แม้ว่าอีกคนจะไม่สบายอยู่ ก็ยังเป็นห่วงอีกคนที่คอยเฝ้า..ไม่ห่าง รักแท้มีอยู่จริงการค้นพบครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย ป่าฝนโบราณ & ฟอสซิล 2,000 ตัวอย่างนักโบราณคดีขุดค้นพบ‘สัตว์ไฮบริดตัวแรก’ ที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์ เพื่อใช้ในสงคราม
ตั้งกระทู้ใหม่