หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เผยความลับยีน "อดัม" กับ "อีฟ" พาเข้าใกล้กำเนิดบรรพบุรุษมนุษย์

โพสท์โดย man

 

ตามตำนาน อดัมกับอีฟ คือมนุษย์คู่แรกของโลก

"อดัม" กับ "อีฟ" ในนิยามของนักพันธุศาสตร์ คือมนุษย์ชายและหญิงในยุคโบราณที่มีดีเอ็นเอตกทอดมาถึงลูกหลานในปัจจุบัน


นักวิทยาศาสตร์เข้าใกล้กำเนิด "อดัม" กับ "อีฟ" หลังแกะรอยตามหาบรรพบุรุษของมนุษย์ยุคปัจจุบันจากดีเอ็นเอของชายหนุ่มและ สืบหาต้นตระกูลมนุษย์ย้อนกลับไปได้กว่าแสนปี

"อดัม" กับ "อีฟ" ที่นักวิทยาศาสตร์เอ่ยถึงนี้ ไม่ใช่ อดัมกับอีฟที่เป็นมนุษย์คู่แรกบนโลกในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล หากแต่เป็นมนุษย์ยุคใหม่สองคน จากมนุษย์ยุคใหม่หลายพันหลายหมื่นคนหรืออาจมากกว่านั้น ที่เคยดำรงชีวิตอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ และมีการสืบเชื้อสายถ่ายทอดดีเอ็นเอมาสู่ลูกหลาน ซึ่งก็คือมนุษย์ชายหญิงในปัจจุบันนี้นี่เอง

ผลสรุปล่าสุดของทีมนักวิจัยด้านพันธุศาสตร์และโบราณคดีในสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวารสารไซน์ (Science) เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่าจากการศึกษาดีเอ็นเอในโครโมโซมเพศชาย หรือโครโมโซมวาย (Y chromosome) สามารถสืบหา "อดัม" ผู้เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ฝ่ายชายย้อนกลับไปได้ถึง 135,000 ปีก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น อดัมน่าจะใช้ชีวิตบนโลกร่วมยุคเดียวกับ "อีฟ" มนุษย์หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นมารดาของหญิงสาวทั้งปวงในปัจจุบัน ซึ่งข้อสรุปนี้ได้หักล้างผลงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่บอกว่าบรรพบุรุษร่วมซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมนุษย์เพศชายในปัจจุบันนั้น มีชีวิตอยู่เมื่อราว 50,000-60,000 ปีก่อนนี่เอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอดัมและอีฟที่เคยมีชีวิตอยู่ในสมัยโบราณกาลจะมีช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน แต่ทั้งสองก็ไม่น่าจะเคยได้อยู่ใกล้กันเลย ไม่แม้แต่จะได้ครองคู่กัน

"พวกเค้าทั้งสองคนไม่รู้จักกัน" คำบอกเล่าของเมลิสสา วิลสัน เซย์เรส (Melissa Wilson Sayres) นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ในสหรัฐฯ ซึ่งมิได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยเรื่องนี้

ทั้งนี้ นักวิจัยเชื่อกันว่ามนุษย์ยุคใหม่นั้นออกจากแอฟริกาเมื่อราว 60,000 ถึง 200,000 ปีก่อน และในช่วงเวลานั้นก็ดูเหมือนว่ามนุษย์ผู้เป็นมารดาของหญิงทั้งปวงก็ปรากฏขึ้นในแอฟริกาตะวันออก แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนในเรื่องนี้

ทีมวิจัยได้ทำการศึกษาเจาะจงลงไปที่โครโมโซมวาย ซึ่งเป็นโครโมโซมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อไปสู่ลูกชายเท่านั้น ดังนั้น การกลายพันธุ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโครโมโซมเพศชายจึงสามารถแกะรอยสายวิวัฒนาการของมนุษย์ผู้ชายสืบย้อนกลับไปถึงผู้เป็นบิดาของมวลมนุษย์ได้

ในทางตรงข้าม ดีเอ็นเอจากไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ที่มีหน้าที่สร้างพลังงานในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์สลับซับซ้อนนั้นสามารถส่งผ่านไปในเซลล์ไข่ได้ จึงมีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถถ่ายทอดดีเอ็นเอจากไมโตคอนเดรียไปสู่ลูกหลานได้ ดีเอ็นเอในไมโตคอนเดรียจึงสามารถเผยเชื้อสายทางฝ่ายมารดาไปถึงอีฟผู้อยู่ในสมัยโบราณได้

คาร์ลอส บุสตามานเต้ (Carlos Bustamante) นักพันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ในแคลิฟอร์เนีย ผู้เป็นหนึ่งในทีมวิจัย อธิบายว่า กาลเวลาที่ล่วงเลยผ่านมานาน โครโมโซมเพศชายได้มีการขยายออกไปอย่างสลับซับซ้อนมากขึ้นจากการถ่ายทอดพันธุกรรมและทำสำเนาดีเอ็นเอ และการเชื่อมต่อชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่ได้จากการถอดรหัสหลายๆส่วนเข้าด้วยกัน เหมือกับการพยายามต่อจิ๊กซอโดยที่ไม่มีรูปภาพตัวอย่าง ทำให้ยากต่อการวิเคราะห์ผลได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

ทั้งนี้ บุสตามานเต้และทีมวิจัยได้ทำการประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของปริศนาดังกล่าวโดยการถอดรหัสจีโนมทั้งหมดของโครโมโซมวายของชาย 69 คน จากประชากร 7 กลุ่มทั่วโลก ตั้งแต่ชนเผ่าพื้นเมืองในแอฟริกา (African San Bushmen) ไปจนถึงชาวยาคุตในไซบีเรีย (Yakut of Siberia)

จากการสมมติฐานอัตราการผันแปรของยีนสอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญทางโบราณดี (เช่น การอพยพของประชากรผ่านช่องแคบแบริง) ซึ่งทีมวิจัยให้ข้อสรุปว่าชายกลุ่มตัวอย่างจากทั่วโลกมีบรรพบุรุษเป็นชายคนเดียวกัน ซึ่งอาศัยอยู่ในแอฟริกาเมื่อประมาณ 125,000-156,000 ปีก่อน

นอกจากนั้น ดีเอ็นเอในไมโตรคอนเดรียของชายกลุ่มนี้ ยังคล้ายกับตัวอย่างดีเอ็นเอในไมโตคอนเดรียจากผู้หญิง 24 คน ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้สืบย้อนกลับไปยังไมโตคอนเดรียของอีฟที่เคยอยู่ในแอฟริกาเมื่อประมาณ 99,000-148,000 ปีก่อน ซึ่งเกือบเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการมีอยู่ของโครโมโซมวายของอดัม

ด้านไมเคิล แฮมเมอร์ (Michael Hammer) นักพันธุศาสตร์วิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยแอริโซนา (University of Arizona) ซึ่งมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษาเรื่องนี้เผยถึงผลการวิจัยว่าน่าสนใจมากและเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ยังมีผลงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งในประเด็นเดียวกัน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารไซน์พบว่า ชายในกลุ่มตัวอย่างมีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อ 180,000-200,000 ปีที่แล้ว

ส่วนในอีกงานวิจัยหนึ่งของแฮมเมอร์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร ดิ อเมริกัน เจอร์นัล ออฟ ฮิวแมน เจเนติกส์ (The American Journal of Human Genetics) ฉบับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ให้ผลการวิจัยว่า ผู้ชายหลายคนในแอฟริกามีโครโมโซมวายที่แปลกและแตกต่างกัน ซึ่งทำให้สืบย้อนกลับไปถึงบรรพบุรุษในยุคโบราณได้หลายคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วง 237,000-581,000 ปีก่อน

"มันไม่พอดีกับแผนภูมิลำดับเครือญาติของมนุษย์ที่บุสตามานเต้สร้างขึ้น แต่มันมีความเก่าแก่กว่า" แฮมเมอร์บอกแก่ทีมงานไลฟ์ไซน์

อย่างไรก็ดี การศึกษาทางด้านยีนนั้นขึ้นอยู่กับตัวอย่างดีเอ็นเอที่นำมาศึกษา ฉะนั้นจึงให้ภาพประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ไม่สมบูรณ์นัก ดังตัวอย่างงานของทีมวิจัยของแฮมเมอร์ ซึ่งศึกษาในดีเอ็นเอจากกลุ่มตัวอย่างที่ต่างจากงานของบุสตามานเต้ ทำให้ได้ผลสรุปช่วงเวลาการดำรงชีวิตอยู่ของบรรพบุรุษร่วมของมนุษย์แตกต่างกัน

แฮมเมอร์อธิบายต่อไปว่า ในจีโนมมนุษย์ส่วนอื่นๆที่เหลือนั้นประกอบไปด้วยชิ้นส่วนดีเอ็นเอชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากบรรพบุรุษที่หลากหลาย ซึ่งไม่ปรากฎในดีเอ็นเอในไมโตคอนเดรียหรือโครโมโซมวาย ดังเช่น หากหญิงสาวคนหนึ่งในสมัยโบราณกาลมีลูกชายคนเดียว ดีเอ็นเอในไมโตคอนเดรียของเธอจะหายสาบสูญไปจากเส้นทางวิวัฒนาการ แม้ว่าลูกชายของเธอจะส่งต่อดีเอ็นเอจำนวน 1 ใน 4 ของดีเอ็นเอของเธอผู้เป็นแม่ไปยังลูกหลานผ่านไปทางจีโนมส่วนอื่นๆในร่างกายของเขาก็ตาม

เพื่อติดตามผลของการวิจัยอย่างต่อเนื่อง หน่วยปฏิบัติการของบุสตามานเต้จึงได้เดินหน้าถอดรหัสดีเอ็นเอในโครโมโซมวายต่อไปจากชายกลุ่มตัวอย่างประมาณ 2,000 คน ซึ่งข้อมูลที่ได้เพิ่มขึ้นจะช่วยหาตำแหน่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณในแอฟริกาได้อย่างแม่นยำ

"มันน่าตื่นเต้นมากๆเลย ในขณะที่เรามีประชากรมากมายแพร่กระจายไปทั่วโลก แต่เราสามารถเริ่มต้นทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าเรามาจากไหนในทางกายภาพ" วิลสัน เซย์เรส กล่าวแก่ทีมงานไลฟ์ไซน์อย่างตื่นเต้น

นักวิทยาศาสตร์สามารถสืบหาบรรพบุรุษมนุษย์เพศชายได้จากดีเอ็นเอในโครโมโซมเพศชาย หรือ โครโมโซมวาย ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูกชายเท่านั้น

โพสท์โดย: man
อ้างอิงจาก: Google
วิกิพีเดีย
YouTube
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: man
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"ไพรวัลย์" โพสต์ ถึงชัชชาติ "รถยังติดเหมือนเดิม ดิฉันผิดหวังมากค่ะ"เพจดังจวก "ตลาดคลองเตย" เอาฟุตบาทมาทำตลาด เขี่ย ปชช.ลงเดินถนน"ทนายเดชา" พูดแล้ว "ตั้งแต่ทำคดีมา ไม่เคยเจอใครแบบนี้" แบบแม่แตงโมเจ็บจี๊ด! "ทนายตั้ม ษิทรา" ฟาดแรง "แม่แบบไหนกัน" ที่จะยอมขายมือถือของลูกสาวให้กับ "มิจฉาชีพ"ชาวเน็ต วอน "คุณแม๊" ควรไปพัก!! หลังสารภาพเป็นคนส่งมือถือให้ "บังแจ็ค"นร.สุดทน! จับ "ลิงจ๋อไม่น่ารัก" ฟาดกับพื้นคา หลังบุกป่วนกัดเด็กจนเลือดอาบรู้เหตุผลแล้ว!! สาเหตุที่เวียดนาม ต้องการ 200 เหรียญทอง ที่แท้เพราะเหตุนี้?ประธาน WB ไม่ต่อสัญญา "แอมเบอร์ เฮิร์ด" ยันไม่ลดบทบาท เพราะบทมีนิดเดียวรู้แล้วๆ ตำรวจไซเบอร์ รู้ตัวมือแฮกเฟซบุ๊กแตงโม รอผู้เสียหายแจ้งความ พร้อมดำเนินการทันที"กบคนเลี้ยงหมา" โพสต์แรง!! โทรศัพท์ควรอยู่กับเบิร์ด ไม่ใช่อยู่กับไอ้บังโดนดราม่า! โอลีฟ เอาโตเกียวเนยกรอบถวายพระด้วยสเต็ปเสียงงุ้งงิ้งแนะนำรสชาติเมียบังคับให้ไป รับ-ส่ง ลูกมัธยม กระทบหน้าที่การงาน มาหลายปีแล้ว ทำไงดี?ผวาหนักเจอไรเดอร์สุดหื่น‼️แชตบ้ากามหาลูกค้า ขาวจัง อยากเลีย ี ขออย่าว่ากัน แค่บอกความในใจ😱ผวา! กองทัพงูเห่าบุกบ้านถึง 14 ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่