หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชะพลู..ช้าพลู

วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่อง ชะพลู..กันค่าาา

 

ชื่อเรียกทั่วไป

-ชะพลู

 

ชื่อเรียกตามท้องถิ่น

ภาคกลาง และทั่วไป
-ชะพลู
-ช้าพลู

ภาคอีสาน
-ผักปูนา
-ผักปูลิง
-ผักปูริง
-ปูลิงนก
-ผักพลูนก
-ผักอีไร
-ผักอีเลิศ
-ชะพลูเถา, เฌอภลู (สุรินทร์)

 

ภาคอีสาน

-ผักปูลิง ผักนางเลิด ผักอีเลิด

 

ภาคเหนือ
-พลูลิง
-เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน)
-พลูลิงนก (เชียงใหม่)

 

ภาคเหนือ   

-ช้าพลู

-ผักปูนก

-ผักฟูนก

-พลูลิง

-ผักแค

-พลูลิงนก

-พลูนก


ภาคตะวันออก
-พลูนก
-ผักปูนก


ภาคใต้
-นมวา

       

        ชะพลู เป็นพืชในวงศ์ ไปเปอราซีอี ถือเป็นพืชสมุนไพร และพืชผักพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการปรุงอาหารเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากให้รสหวานเย็น มีกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่นคาวอาหารได้เป็นอย่างดี

        ชะพลู เป็นพืชพื้นบ้านที่แพร่หลาย พบในทุกจังหวัดของประเทศไทย เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุสืบต่อได้หลายปี ชอบพื้นที่ลุ่มต่ำ ชื้นแฉะ ที่ที่มีน้ำดี ดินดี จะเจริญเติบโตได้ดีมาก ใบจะโต ยอดจะอวบอ้วน เป็นพรรณไม้ที่มีต้นตั้ง บางครั้งจะพบต้นแบบเถาเลื้อย ระบบรากหากินผิวดิน ถ้าเถาเลื้อยไปพบที่เหมาะ ก็จะออกรากตามข้อ และแตกต้นขึ้นใหม่ แพร่ขยายต้นไปเรื่อยๆ เมื่อต้องการจะย้ายที่ปลูก ก็สามารถถอนดึงต้นติดรากไปปลูกได้เลย

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ลำต้นมีลักษณะตั่งตรง สูงประมาณ 30-50 ซม. สีเขียวเข้ม มีข้อเป็นปม แตกกอออกเป็นพุ่ม เติบโตได้ดีในพื้นที่ดินชุ่ม

ใบ
ใบมีสีเขียวสดถึงเขียวแก่ ก้านใบยาว 1-3 ซม. ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว คล้ายรูปหัวใจ ใบกว้าง 5-10 เซนติเมตร ยาว 7-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ผิวมันออกมัน แทงใบออก 2 ใบตรงข้ามกัน มีเส้นใบประมาณ 7 เส้น แทงออกจากฐานใบ

 

ประโยชน์ชะพลู
        ใบชะพลูมีรสหวาน เย็น และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงนิยมนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ เมี่ยงคำ แกงอ่อม หรือเป็นผักเคียงทานกับข้าวยำ และน้ำพริกต่างๆ ในภาคอีสานนิยมนำมาทำแกงอ่อม นำมาทำเป็นผักกินกับลาบอีสาน ซึ่งจะให้รสชาติออกเผ็ด เย็นเล็กน้อย ชะพลูใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน เป็นผัก กินได้ทั้งใบสดและลวกให้สุกก็ได้

         ภาคเหนือ ภาคอีสาน นิยมใส่ปรุงแกงแค แกงขนุน แกงหัวปลี แกงเผ็ด แกงอ่อม แกงเอาะ แกงหอยขม ลวกกินกับตำมะม่วง น้ำพริกต่างๆ หั่นฝอยใส่ไข่เจียว ชุบแป้งทอด

        ภาคกลาง ใช้ห่อเมี่ยงคำ

        ภาคใต้ นิยมใช้ใบอ่อนมาแกงกะทิกุ้ง ปลา หอยบางชนิด เช่น หอยโข่ง หอยแครง ปรุงข้าวยำ เชื่อกันว่าใบชะพลูมีคุณค่าทางอาหาร และยังเป็นยาบำรุงร่างกาย

 

ข้อมูลจาก อภัยภูเบศร

        ระบุสรรพคุณทางยาของชะพลูว่า มีฤทธิ์ต้านอักเสบ ขับลม คลายกล้ามเนื้อ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการก่อกลายพันธุ์ และต้านเชื้อมาลาเรีย โดยทดลองนำใบชะพลูสกัดด้วยเมทานอล (Methanol) แล้วนำไปทดสอบการต้านเชื้อพบว่าสามารถต้านเชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (S. aureus) ที่ดื้อต่อยาเมทิซิลลิน เชื้อซูโดโมแนส แอรูจีโนซา (P. aeruginosa) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคให้กับมนุษย์ทั้งสิ้น

        นอกจากนี้ ในการทดลองในสัตว์พบว่า สารสกัดทั้งต้นมีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และคลายกล้ามเนื้อ ในประเทศไทยมีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้การต้ม “ชะพลูทั้งห้า” แก้เบาหวาน

        วิธีใช้ ให้เอาต้นช้าพลูทั้งห้า หมายถึงใช้ทั้งต้นรวมรากด้วย นำมา 1 กำมือ ให้พับเถาช้าพลูเป็น 3 ทบ ให้ตอกไม้ไผ่มัดเป็น 3 เปลาะ นำไปใส่หม้อต้มกับน้ำ 3 ขัน ต้มเคี่ยวให้เหลือน้ำ 1 ขัน ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว ก่อนอาหาร วันละ 3 เวลา

        ชะพลู เป็นสมุนไพรแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเนื่องจากมีฤทธิ์แอนตี้ออกซิแดนซ์สูงมาก นอกจากนี้ชะพลูยังไม่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในคนปกติ จึงเหมาะที่จะนำมาชงเป็นชา หรือรับประทานเป็นผัก สำหรับคนทั่วไปและผู้ป่วยเบาหวาน

        ทั้งนี้ การกินช้าพลู ถ้ากินเป็นผักหรือเป็นอาหารก็มีความปลอดภัย แต่ถ้ากินเป็นยาเพื่อหวังผลในการลดน้ำตาล แนะนำว่าจะต้องสังเกตอาการน้ำตาล เช่น มีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกมือ มีอาการหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมหรือไม่ เพราะแสดงว่าน้ำตาลในเลือดของคุณกำลังต่ำเกินไป จึงไม่ควรทานช้าพลูนั่นเอง 

 

คุณค่าทางสารอาหาร
        สารอาหารสำคัญที่พบ ได้แก่ แคลเซียม และสารเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีในปริมาณสูง และน้ำมันหอมระเหย (Volatile Oil) ที่ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Lignans และ Alkaloids และสารอื่นดังแสดงด้านล่าง

คุณค่าทางอาหาร (ในน้ำหนักแห้ง 100 กรัม)
-พลังงาน 101.00 กิโลแคลอรี่
-โปรตีน 5.40 กรัม
-ไขมัน 2.50 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต 14.20 กรัม
-แคลเซียม 298.00 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส 30.00 มิลลิกรัม
-เหล็ก 4.63 กรัม
-วิตามินบี1 0.09 กรัม
-วิตามินบี2 0.23 กรัม
-ไนอาซีน 3.40 กรัม
-วิตามินซี 22.00 กรัม
-เบต้า แคโรทีน 414.45 ไมโครกรัม
-ใยอาหาร 6.90 กรัม

 

สรรพคุณชะพลู
ชะพลูจัดเป็นพืชสมุนไพร และผักพื้นบ้าน สามารถทุกส่วนของลำต้น ทั้งใบ ราก ผล โดยนำใบ ลำต้น หรือ ราก มาต้มกับน้ำเดือดเพื่อนำมาดื่ม
-ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
-ลดกลิ่นปาก ต้านเชื้อแบคทีเรีย
-ลดระดับน้ำตาลในเลือด บรรเทาอาการโรคเบาหวาน
-ปริมาณโปรตีนสูง มีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้เจริญอาหาร
-ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยของร่างกาย
-ลดการบีบตัวของลำไส้เล็ก
-บรรเทาโรคหืด
-แก้ และป้องกันโรคบิด
-แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม บำรุงธาตุ
-ช่วยขับเสมหะ
-ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
-ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

ราก -แก้ธาตุพิการ บรรเทาเบาหวาน ขัดเบา ปวดเจ็บ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงธาตุ แก้เมื่อยขบ ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย แก้เสมหะ แก้ปัสสาวะรดที่นอน ขับเสมหะให้ตกทางทวารหนัก และแก้สะอึก

ต้น -ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลมจุกแน่นท้อง แก้มูกออกในอุจจาระ

ใบ -ใช้เป็นยาลดเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ แก้ธาตุพิการ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และบำรุงธาตุร่างกาย

ดอก -แก้เสมหะในลำคอ ทำให้ชุ่มคอ ขับลมในลำไส้ แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต้านเชื้อแบคทีเรีย

ผล -ขับลม แก้เสมหะในลำคอ ช่วยย่อยอาหาร ต้านเชื้อแบคทีเรีย

 

สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ทางยา
1. aromatic alkene
2. 1 – allyl – 2 -methoxy – 4
3. 5 -methylenedioxybenzene
4. sitosterol
5. pyrrole amide
6. sarmentine
7. sarmentosine
8. pellitorine, (+) -sesamin
9. horsfieldin
10. two pyrrolidine amides 11 และ 12
11. guineensine
12. brachystamide B
13. sarmentamide A, B, และ C

 

ข้อแนะนำ
-ไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมาก และเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากในใบชะพลูมีสารออกซาเลทสูง ถ้าหากมีการสะสมมากๆ อาจกลายเป็นนิ่วในไตได้
-ถ้าหากต้องการรับประทานเพื่อสุขภาพ แนะนำให้รับประทานใบชะพลูร่วมกับเนื้อสัตว์ เพราะร่างกายจะสามารถใช้แคลเซียมที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
-ควรดื่มน้ำตามมากๆ หลังจากรับประทานใบชะพลู เพื่อทำให้สารออกซาเลทเจือจางลง และถูกขับออกทางปัสสาวะ

        อย่างไรก็ตาม “แคลเซียม” ที่มีอยู่ในใบชะพลูจะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อสารออกซาเลตจะได้จางลง และผู้ที่เป็นโรคไตควรระวัง เพราะจะไปสะสมที่ไต และทำให้ไตทำงานหนักขึ้น

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม

ขอให้ทุกท่านโชคดี

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.technologychaoban.com/thai-local-wisdom/article_6346
https://puechkaset.com/ชะพลู/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: lovely art
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Secret admirer, แจ๋วแน่นวล
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
'โอไมครอน' ซ้ำเติม 'เยอรมัน'!!
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รีวิว "บทสวดมนต์" ที่สวดก่อนนอนประจำ ได้ "อานิสงส์" จิตใจสงบเยือกเย็นมากขึ้นเจ้าของร้านอาหารทะเลแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธนบุรี งงหนัก! หลังลูกค้าบอก “ในกล่องข้าวมีหิน”"ทนายษิทรา" ประกาศถอนตัว "คดีลุงพล" ลั่น! ไปทำคดีอื่นให้คนเห็นค่าดีกว่าอ้าวยังไง! หลุดจับโป๊ะ "เวียร์ ศุกลวัฒน์" ไปเช่ารถกับสาวสวย หลังประกาศปิดฉากรัก 9 ปี“อิสราเอล” จะกลายเป็นประเทศแรกที่จะห้ามการเข้าประเทศของชาวต่างชาติทั้งหมดอิสราเอล สั่งปิดพรมแดนคืนนี้ !! สกัดเชื้อไวรัส โอไมครอน…แพร่พันธุ์ไวมากหายโง่!!ประวัติหัวลำโพง(คนไม่พูดถึง)รับจ้างนอนบ้านผี! รายได้ตก 8,000 / วันWTF อะไรกันนี่นายกฯ ปลื้มภาพรวมท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ สั่งหน่วยงานเข้ม ระวังโควิดสายพันธุ์ใหม่ไม้ด่างธรรมชาติ กับไม้ด่างกลายพันธุ์ อย่างไหนราคาแพงกว่า ?ทุกพื้นที่ มีแต่แอน….แอนชิลี สก๊อตเคมมิส !! Thailandอัพเดท 10 ซีรี่ย์จีนพากย์ไทย ทั้งฟินทั้งดราม่า ครบรสทุกเรื่อง !!!"ทนายษิทรา"และทีมงาน ถอนตัวจากคดี "ลุงพล"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ช็อตเด็ดสัตว์โลก : ตุ๊กแก mossy leaf-tailed ที่ออกมาจากครอกเดียวกัน เหมือนกันเป๊ะๆ อย่างกับฝาแฝดแน่ะ...6 เมนูที่ควรคิดให้หนักก่อนสั่ง เพราะอาจทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว19 ภาพทหารญี่ปุ่นโบราณบุกเข้าสู่จีนเหนือใน พ.ศ. 2480 ความอัปยศของญี่ปุ่นนอนละเมอ
ตั้งกระทู้ใหม่