หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 16 ตุลาคม 2564 รางวัลที่1 386372
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ดตั้งกระทู้

"ทุ่ม -โมง - ตี" เวลานี้มที่มา!!

เพจคำไทย อธิบายถึง #วิธีนับเวลาแบบไทย (ตามประเพณี) คงเคยได้ยินคนรุ่นปู่ย่าตายาย ผู้สูงอายุ หรือเพื่อนเราบางคน เรียก ๑๐ นาฬิกา ว่า ๔ โมงเช้า หรือ ๑๑ นาฬิกาว่า ๕ โมงเช้า บ้างไหม? ...หลายคนสงสัยว่าทำไมเรียกแบบนั้น แอดมินขอมาเล่าเรื่องการ “วิธีนับเวลาตามประเพณี” หรือวิธีการนับแบบไทย...วิธีนับเวลาแบบนี้ก็จะเจออยู่ ๓ คำ คือ โมง ทุ่ม และ ตี

คนไทยสมัยก่อนใช้การตีฆ้องและตีกลองเพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลา คำว่า “โมง” จึงเป็นคำที่เลียนเสียงฆ้อง ส่วนคำ “ทุ่ม” เลียนมาจากเสียงกลองนั่นเอง

คำว่า “โมง” หมายถึง วิธีนับเวลาตามประเพณีในเวลากลางวัน ถ้าเป็นเวลาก่อนเที่ยงวัน ตั้งแต่ ๗ นาฬิกา ถึง ๑๑ นาฬิกา เรียกว่า โมงเช้า ถึง ๕ โมงเช้า ถ้าเป็น ๑๒ นาฬิกา นิยมเรียกว่า เที่ยงวัน ถ้าหลังเที่ยงวัน ตั้งแต่ ๑๓ นาฬิกา ถึง ๑๗ นาฬิกา เรียกว่า บ่ายโมง ถึง บ่าย ๕ โมง ถ้า ๑๘ นาฬิกา นิยมเรียกว่า ๖ โมงเย็น หรือ ยํ่าคํ่า

คำว่า “ทุ่ม” หมายถึง วิธีนับเวลาตามประเพณีสําหรับ ๖ ชั่วโมงแรกของกลางคืน ตั้งแต่ ๑๙ นาฬิกา ถึง ๒๔ นาฬิกา เรียกว่า ๑ ทุ่ม ถึง ๖ ทุ่ม แต่ ๖ ทุ่ม นิยมเรียกว่า สองยาม

คำว่า “ตี” หมายถึง วิธีนับเวลาตามประเพณีในเวลากลางคืน หลังเที่ยงคืน ตั้งแต่ ๑ นาฬิกา ถึง ๖ นาฬิกา เรียกว่า ตี ๑ ถึง ตี ๖ แต่ตี ๖ นิยมเรียกว่า ยํ่ารุ่ง
และน่าจะมีคนสงสัยอีกคำหนึ่งนั่นก็คือคำว่า “ยาม” ไม่ได้หมายถึง รปภ. นะ แค่คำนี้เป็นคำที่คนไทยนับกันตามแบบไทย ๆ กับ “ยาม” ของแขกตามที่ปรากฏในบาลีนั้นแตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะคืนหนึ่งเราแบ่งเป็น ๔ ยาม ยามละ ๓ ชั่วโมง
๑ ยาม คือ ตั้งแต่ย่ำค่ำ คือ ๑๘ นาฬิกา ถึง ๓ ทุ่ม (๒๑ นาฬิกา) หรือเรียกว่า “ยาม ๑”
๒ ยาม คือ หลังจาก ๒๑ นาฬิกา หรือ ๓ ทุ่ม ไปถึง ๒๔ นาฬิกา หรือ เที่ยงคืน หรือเรียกว่า “ยาม ๒”
๓ ยาม คือ หลัง ๒๔ นาฬิกา ไปถึงตี ๓ (๓ นาฬิกา) เราหรือเรียกว่า “ยาม ๓”
๔ ยาม คือ หลังจากตี ๓ ไปจนย่ำรุ่ง หรือ ๖ นาฬิกา เราหรือเรียกว่า “ยาม ๔” ซึ่งเป็นยามสุดท้ายของคืน
ระบบนี้ใช้กันมาในบางรูปแบบตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรอยุธยา แต่ได้รับการจัดให้เป็นหมวดหมู่คล้ายกับในปัจจุบันในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ใน #ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๗ หน้า ๒๐๖ ทุกวันนี้ ระบบดังกล่าวใช้ในการสนทนาระดับไม่เป็นทางการเท่านั้น!



ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/177444735796044/posts/1681960075344495/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไม ลิซ่า BLACKPINK ถึงดังในต่างประเทศมากกว่าสมาชิกคนอื่นๆในวง? | คอมเม้นต่างชาติชาวประมงจับ 'ฟอสซิลที่มีชีวิต' มีอายุย้อนไป 100 ล้านปี ได้ในแม่น้ำแคนซัสเสี่ยชัชหน่อกล้วยสายเปย์!! หลบไปคู่แข่งคนใหม่มาแล้ว น้องเกตุ เปิดตัวหนุ่มใหม่แรง!ส่องวิวัฒนาการ แก้ม the star นึกว่าคนละคนผู้นำเมียนมาหัวร้อน หลังโดนอาเซียนตัดทิ้งระวัง‼️"แอพฯดูดเงิน"ไหลออกจากบัญชี-บัตรเครดิต โดนแบบนี้นับหมื่นรายพระราชธิดาที่ถูกลืม ในรัชกาลที่ 5
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แกะสลักท่อนไม้เป็นถ้วยแจกันประสบการณ์ ร้านอาหาร กับกฎหมายการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์การตั้ง Exclusive Content“สนมเจินเฟย” มเหสีไข่มุก “เมื่อความรัก” นั้นกลับต้องมีจุดจบในบ่อน้ำ
ตั้งกระทู้ใหม่