หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ดตั้งกระทู้

ตำนาน "ขนมไหว้พระจันทร์" จาก "ความรัก" ที่ต่างถูกพลัดพรากจากกัน

เดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ถ้าใครมีเชื้อสายจีนก็คงรู้ว่าเป็นเดือนเทศกาล "การไหว้พระจันทร์" ซึ่งตอนนี้ถ้าไปตามห้างก็คงเห็นจะเห็นขนมไหว้พระจันทร์ขายกัน ถ้าหาซื้อกินง่ายๆก็ของยี่ห้อ S&P ที่มีขายใน 7-11 นั่นเอง

แต่ใครเคยได้ยินตำนาน "ขนมไหว้พระจันทร์" กันบ้างว่ามีที่มายังไง ? งั้นมาอ่านกันดูกัน

ในวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีนของทุกปีจะถือเป็น “วันไหว้พระจันทร์” หรือ “จงชิว” (Zhong Qiu) หรือราวๆ เดือนกันยายน หรือ ตุลาคมตามปฏิทินสุริยคติ (ปฏิทินที่ไทยใช้อยู่) ในภาษาจีน 
จงชิว
แปลว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง เพราะเดือน ของจีนจะตรงกับฤดูใบไม้ผลินั่นเอง และที่ต้องเป็นวันนี้เพราะตามหลักวิทยาศาตร์ โลกจะสามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้เต็มดวงใหญ่ที่สุดและสว่างที่สุด

ที่นี้มาดูตำนานความรักของแม่นาง "ฉางเอ๋อ" ที่ต้องพลัดพรากจากคนรักกัน

"เทพธิดาฉางเอ๋อ" นั้นเป็นเทพธิดาแห่งสรวงสวรรค์ เป็นหญิงที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามมาก มีความสามารถในการเต้นรำจนทำให้คนหลงใหลเมื่อได้ชม นางเป็นคนรักของ "โฮ่วอี้" ซึ่งเป็นนักรบเก่งด้านการยิงธนูแม่นยำราวกับจับวาง ในยุคนั้นดวงอาทิตย์มี 10 ดวงขึ้นพร้อมๆกัน ซึ่งทำให้มนุษย์ทนทุกข์ทรมานและล้มตาย เค้าจึงใช้ลูกธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงไป 9 ดวง ให้เหลือเพียงหนึ่งดวงเท่านั้น

แต่การกระทำของเค้านั้นผิดต่อกฎสวรรค์ ทำให้เค้าต้องถูกเนรเทศลงมากลายเป็นมนุษย์ และส่งมาอยู่บนโลกมนุษย์พร้อมกับ แม่นางฉางเอ๋อ เมื่ออยู่บนโลกมนุษย์ ทั้งสองก็ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขดี จนมีคนหลายคนมาขอเป็นลูกศิษย์โฮ่วอี้เพื่อร่ำเรียนวิชาการต่อสู้จากเค้า

คืนหนึ่งมีการจัดเลี้ยงรอบกองไฟ "ฉางเอ๋อ" กำลังมีความสุขภายในงานเลี้ยง เต้นรำ โบกสบัดไปมา ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า..

"ถ้าหากเราจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนเมื่อก่อนที่เคยทำ ก็คงไม่สามารถจะทำได้อีกแล้ว เพราะเราไม่ใช่ผู้วิเศษอีกแล้วตอนนี้เราเป็นเพียงมนุษย์ ก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"

เมื่อคิดเช่นนี้นางจึงเกิดความรู้สึกเศร้าและเสียใจ แต่ทว่าก็ไม่รอดพ้นสายตาของโฮ่วอี้ที่เห็นนาง เค้าจึงรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้นางมาลำบากด้วยกันกับเค้าบนโลกมนุษย์นี้

จนวันหนึ่งก็มีเสียงร่ำลือถึง "ยาอายุวัฒนะ" เค้าดีใจมากมันเป็นความหวังที่เค้าจะแก้ไขความผิดพลาดกับฉางเอ๋อได้ ซึ่งถ้าผู้ใดได้กินเพียง 1 เม็ดก็จะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่ถ้ากิน 2 เม็ดก็จะสามารถลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ทันที เค้าจึงไม่รอช้ารีบเดินทางเพื่อเสาะแสวงหายานั้น 

ด้วยความพยายามและตั้งใจฝ่าฟันอุปสรรคภยันตรายต่างๆมามากมาย ก็เป็นผลสำเร็จเมื่อเค้าได้พบกับ "เจ้าแม่ซีหวัง" ที่เป็นเจ้าของยาอายุวัฒนะในที่สุด เมื่อเจ้าแม่ซีหวังทราบ ก็รู้สึกซาบซึ้งและเห็นใจกับเรื่องราวที่เค้ากล่าว จึงมอบยาอาวุวัฒนะให้กับเค้า

เมื่อเค้าได้ยามาก็นำยากลับมาบ้านไปให้ภรรยาฉางเอ๋อ ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะเลือกวันมงคลและแบ่งยานี้กินกันคนละ 1 เม็ด เพื่อทั้งคู่จะได้เป็นอมตะ และครองรักด้วยกันตลอดไป 

แต่ทว่าโชคกลับไม่เข้าข้างทั้งคู่จนได้

เมื่อ "เผิงเหมิ่ง" ลูกศิษย์ของเค้ามาได้ยินเข้าพอดี จึงคิดแผนการร้ายอยากได้ยาวิเศษนี้ซะเอง จนประจวบโอกาสเหมาะของเผิงเหมิ่ง ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เมื่อโฮ่วอี้ออกไปล่าสัตว์ ลูกศิษย์ทรยศก็ถือมีดมาที่ห้องแม่นางฉางเอ๋อ และบังคับให้นางส่งยาวิเศษให้ แต่นางคงรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กับเผิงเหมิ่งได้ 

จึงเกิดความกลัวและสิ้นหวัง นางจึงหยิบยาอายุวัฒนะทั้ง 2 เม็ดเข้าปากและกลืนลงท้องทันที เมื่อยาวิเศษนั้นออกฤทธิ์ทันใดนั้นร่างกายของฉางเอ๋อ ก็เริ่มตัวเบาและค่อยๆ ล่องลอยเหนือพื้นดิน นางตกใจมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นางค่อยๆ ลอยขึ้นๆ จนกระทั้งไปถึงดวงจันทร์

โฮ่วอี้เมื่อกลับมาถึงพอทราบเรื่องราว ก็โมโหออกตามหาเผิงเหมิ่ง เจ้าลูกศิษย์ทรยศแต่ไม่เจอเผิงเหมิ่งเขาหนีหายไปเสียแล้ว โฮ่วอี้ได้แต่เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เค้าคิดถึงแม่นางฉางเอ๋อผู้เป็นภรรยาของเขามาก

เขาทำได้แค่เพียงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสิ้นหวัง ทุกค่ำคืนเขาจะเหม่อมองดูแสงจันทร์ของดวงจันทร์ที่อยู่ไกลแสนไกล และเฝ้าระลึกถึงคนรักแม่นางฉางเอ๋อที่อยู่บนนั้น แม้เค้าจะคิดถึงนางมากเพียงใด แต่เค้าก็ทำได้แค่เพียงจัดโต๊ะขึ้นในสวน นำเครื่องหอมและผลไม้ที่ฉางเอ๋อ ชอบมาตั้งไว้เพื่อเป็นการระลึกถึงความรักที่มีต่อนาง

เขาทำอย่างนี้ทุกๆปี จนชาวบ้านทราบก็ต่างรู้สึกเศร้าใจสะเทือนใจตามไปด้วย และซาบซึ้งถึงความรัก ความผูกพันของทั้งคู่ที่มีต่อกัน ชาวบ้านจึงร่วมกันจัดโต๊ะเซ่นไหว้เพื่อระลึกถึง "แม่นางฉางเอ๋อ" ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ของทุกๆปีนั่นเอง

เนื้อหาโดย: amity 86
ขอบคุณ : gibgub, และ cnxseed สังคมราตรี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: amity 86
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชีวิตไม่แน่นอน!"แอฟ ทักษอร"อาจน้ำตาไหล เมื่อพ่อบอกชัด "ยกโบนันซ่าให้ใคร?"ทำไม RUSSELL CROWE ถึงหนีออกจากออสเตรเลีย มาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แนวข้อสอบนายสิบตํารวจสายปราบปราม ข้อสอบใหม่อัพเดทล่าสุด !มารู้จักไขมันทั้ง4ชนิดกันนะครับละหุ่ง"Anne Boleyn" พระราชินีที่ถูกปรักปรำว่า “คบชู้” กับน้องชายตนเอง..จนต้องถูกประหารชีวิตด้วยการ "ตัดพระเศียร"
ตั้งกระทู้ใหม่