หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ดตั้งกระทู้

ตอนที่ 1 ความทรงจำเมื่อครั้งอดีต ( ต่อ )

        การเรียนในชั้นปีที่ 1 วิชาเรียนส่วนใหญ่เป็นวิชาเรียนในหมวดสามัญ เช่น วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ  พละ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และวิชาในสาขาวิชาเอก เช่น วิชาการจัดการวัตถุดิบสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมเกษตรเบื้องต้น ปฏิบัติงานพื้นฐานการแปรรูปสัตว์น้ำ 1   ส่วนการแต่งกายนั้น ชุดนักศึกษา รองเท้าผ้าใบสีดำ ถุงเท้าสีดำ หากใครใส่รองเท้าคัดชูก็ได้แล้วแต่ใครสะดวก  นอกจากชุดนักศึกษาแล้ว ยังมีชุดพละเราสามารถเลือกใส่กางเกงวอมก็ได้หรือไม่ใส่กางเกงขายาวสีกรรมท่า  ชุดพรานทะเล  และ เสื้อช็อบสีกรมท่า ซึ่งชุดเหล่านี้จะใส่กับกางเกงขายาวทั้งนั้นซึ่งในหนึ่งสัปดาห์นักศึกษาจะแต่งชุดไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน

ตลอดระยะเวลาที่เรียนวิทยาลัยแห่งนี้ฉันและเพื่อนสร้างวีรกรรมแสบไว้หลายอย่างนึกถึงขึ้นทีไรก็อดอมยิ้มไม่ได้ เช่นวิชาหลักการเลี้ยงสัตว์เป็นอีกวิชาหนึ่งที่พวกเราสร้างวีรกรรมอันไม่น่าจดจำเอาไว้ อาจารย์วีระท่านสอนวิชานี้พ่วงด้วยอาจารย์ฝ่ายปกครอง ทุกครั้งที่เรียน อาจารย์เช็คชื่อทุกคาบและเวลาที่พวกเราหนีเรียน  ก่อนถึงเวลาเรียนพวกเราแอบเข้าไปในห้องทำงานของท่านเข้าไปหาใบรายชื่อ

ท่านจะวางใบเช็คชื่อไว้บนโต๊ะทำงาน ด้านนอกมีเพื่อนอีกคนหนึ่งคอยดูต้นทางเอาไว้ หลังจากนั้นพวกเรารีบเซ็นชื่อของตนเองอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรีบเดินออกจากห้องทำงานของท่านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราใช้วิธีนี้อยู่หลายครั้งจนกระทั่งจบเทอม อาจารย์วีระเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองที่โคตรใจดี เป็นกันเองกับนักศึกษา หน้าที่ของท่านคือ ดูแลความสงบภายในวิทยาลัย  ปล่อยลมรถจักรยานยนต์ วิทยาลัยมีกฎห้ามนำรถจักรยานยนต์มาใช้ในวิทยาลัยให้จอดเอาไว้ในโรงรถหน้าวิทยาลัยเท่านั้นแต่ก็ยังมีนักศึกษาฝ่าฝืนนำรถจักรยานยนต์ไปใช้อยู่ดี

หากท่านเจอรถจักรยานยนต์จอดไว้ตามอาคารเรียนท่านจะทำการปล่อยลมรถทันที นอกจากปล่อยลมรถแล้วท่านยังมีหน้าที่จดรายชื่อนักศึกษาที่ใส่เสื้อไม่ตรงวัน พวกเรามักพูดกันติดปากว่า วีระมาแล้วในวันที่ใส่เสื้อไม่ตรงวันและพวกเราจะเข้าไปแอบในห้องน้ำไม่ให้อาจารย์วีระเห็น นอกจากนี้บางครั้งในวิชาเรียนบางคาบพวกเราแอบหนีเรียนเดินลัดคูน้ำเล็กๆไปยังสวนป๋าเปรมไปนั่งกินลมวิวพร้อมทั้งสั่งอาหารจำพวก ส้มตำ ลาบ ซุปหน่อไม้มานั่งกินกัน  เมื่อใกล้หมดเวลาเรียนพวกเราจะรีบกลับไปห้องเรียนอีกครั้งหนึ่งให้ทันเช็คชื่อ 

วีรกรรมต่อมาเป็นวีรกรรมที่ฉันทำถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ทำแบบนี้กับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครูด็ดขาด ฉันรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ทำแบบนั้นลงไป  ในชั่วโมงวิชาการแปรรูปสัตว์น้ำโดยการหมักดอง  อาจารย์ จรรยา เป็นอาจารย์ผู้สอน วิชานี้เป็นวิชาการแปรรูปสัตว์น้ำโดยการหมักดอง คือ การนำสัตว์น้ำชนิดต่างๆมาแปรรูปด้วยการดองไม่ว่าจะเป็นการดองเปรี้ยวหรือว่าการดองเค็ม เช่น กุ้งส้ม ปลาร้า ปลาส้ม น้ำปลา เป็นต้น 

ฉันและเพื่อนทั้งห้องรวมตัวกันหนีเรียนวิชานี้ปล่อยให้อาจารย์นั่งรอพวกเราจนหมดชั่วโมงเรียนไม่มีใครไปเรียนแม้แต่คนเดียว พวกเราไม่ได้ทำแบบนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นแต่รวมตัวกันหนีเรียนวิชานี้หลายครั้งจนกระทั่งอาจารย์ทนไม่ไหวไปเรียกสัมภาษณ์พวกเรารายบุคคลเพื่อต้องการรู้เหตุผลของแต่ละคนว่าทำไมไม่ไปเรียนวิชาของท่าน อาจารย์เรียกสัมภาษณ์ตามลำเลขที่ เพื่อนแต่ละคนถูกเรียกเข้าห้องไปจนถึงลำดับเลข

ฉันจำวันนั้นได้ดี   ฉันรู้สึกสับสนภายในใจอยู่เหมือนกัน เพียงก้าวแรกที่เดินเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีฉันและอาจารย์ ฉันแหงนหน้ามองอาจารย์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมทั้งนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าของอาจารย์

" สวัสดีค่ะ " 

ฉันยังจำคำถามแรกของอาจารย์ได้ดีไม่เคยลืม

  “ พีรมน ! ทำไมเธอไม่มาเรียนวิชาของครู ”

 “  ไม่ชอบเรียนค่ะแต่ต้องอดทนมาเรียนเพราะถ้าไม่มาเรียนวิชาของครู หนูก็เรียนไม่จบค่ะ ”

อาจารย์ยิ้มไม่พูดอะไรและคำถามอื่นก็ตามมานับตั้งวันนั้นพวกเราไม่หนีเรียนวิชานี้เพราะถ้าขาดเรียนก็ไม่มีสิทธิ์สอบ 

 

        นับตั้งแต่วันนั้นทุกครั้งในชั่วโมงอาจารย์มักจะมีคำถามให้ฉันตอบเสมอเพราะท่านคงเห็นฉันนั่งคุยอยู่กับเพื่อน  ในชั่วโมงเรียนอาจารย์ให้พวกเราเรียนรู้กรรมวิธีการแปรรูปสัตว์น้ำด้วยการหมักดอง เช่น การทำกุ้งส้ม ปลาส้ม การทำปลาทูเค็ม เป็นต้น หากสัปดาห์ไหนทำปลาส้ม สัปดาห์ต่อมาอาจารย์จะนำปลาส้มมาทอดบางครั้งอาจารย์จะใช้ให้ฉันไปช่วยทอดแต่ฉันปฏิเสธอทุกครั้งเนื่องจา่กฉันไม่ชอบกลิ่นของปลาส้ม กลิ่นมันเหม็นมากแต่สำหรับอาจารย์กลิ่นของปลาส้มกลับหอม

วันหนึ่งในชั่วโมงเรียนอาจารย์สั่งให้พวกเราทำกุ้งส้มและในสัปดาห์ต่อมากุ้งส้มที่หมักเสร็จแล้วให้พวกเราทำแบบประเมินลักษณะทางประสาทสัมผัสไม่ว่าจะเป็นกลิ่น สี รสชาติ  อาจารย์เรียกให้ฉันไปชิมกุ้งส้มแต่ฉันปฏิเสธ อาจารย์ตอบกลับมาว่า

“ ถ้าเธอรังเกียจมัน เธอจะไม่ได้รับความรู้อะไรจากมัน ”

 “ หนูก็ไม่ได้ต้องการความรู้จากมันเหมือนกัน ”  พร้อมทั้งเดินออกมาทันที

 

        การเรียนในชั้นปีที่ 2  ฉันรู้ตัวว่าไม่ชอบเรียนในสาขานี้เลยแต่ในเมื่อย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้วก็เดินหน้าต่อไป วิชาเรียนในชั้นปีที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นวิชาทางด้านวิชาชีพมากขึ้น เช่น วิชาโภชนาการอาหาร การแปรรูปสัตว์โดยการทำแห้ง การแปรรูปสัตว์น้ำโดยการหมักดอง การแปรรูปสัตว์น้ำโดยการใช้ความเย็น ซึ่งวิชาเหล่านี้เกี่ยวกับการแปรรูปอาหารซึ่งเป็นวิชาที่ฉันไม่ถนัดและไม่ชอบเรียน ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าจะเรียนจะเรียนต่อปวส.ที่วิทยาลัยแห่งนี้

            การเรียนยังคงดำเนินไปเรื่อยๆยิ่งเรียนยิ่งทำให้ฉันไม่มีความสุขในการเรียนเรียนแม้เพียงแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียวแต่ต้องฝืนตัวเองมาเรียน บ่อยครั้งที่ฉันหนีเรียนไปพร้อมกับเพื่อน  เพื่อนที่เคยมีค่อยๆหายไปทีคน บางคนท้อง บางคนลาออก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงมักตั้งท้องก่อนเรียนจบ ถ้าหากเป็นผู้ชายเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทหรือไม่เป็นเรื่องยาเสพติดแต่ถ้าเป็นการเปลี่ยนสาขาเรียนแทบไม่มีเลย

      สังคมการเรียนอาชีวะการใช้ชีวิตต่างกับการเรียนมัธยมปลายอย่างสิ้นเชิง สายอาชีพไม่มีกฏระเบียบและข้อบังคับที่เข้มงวดเหมือนสายสามัญ เช่น การตัดผมทุกสิ้นเดือน เรียนสายอาชีพไม่ต้องตัดผม สามารถไว้ผมยาวได้ ซอยผมได้แต่ต้องดูเรียบร้อยและห้ามย้อมสีโดยเด็ดขาดแต่ไม่รู้ว่าวิทยาลัยอื่นเหมือนกับวิทยาลัยแห่งนี้หรือเปล่า   การเข้าแถวในตอนเช้าสายสามัญนักเรียนทุกคนต้องมาเข้าแถวในตอนเช้าทุกวันหากวันใดไม่มาเข้าแถวนักเรียนต้องส่งใบลาย้อนหลังแต่ถ้าหากเป็นสายอาชีพการเข้าแถวไม่เคร่งครัดเพียงแค่เรามาเข้าแถวให้ครบตามจำนวนตามที่กฏของวิทยาลัยได้วางไว้เท่านั้นเองไม่จำเป็นต้องมาเข้าแถวทุกวัน

 

        การเรียนในสายอาชีพมีการเรียนที่คล้ายกับการเรียนมหาลัยเปรียบเหมือนสังคมเล็กๆของมหาวิทยาลัยขนาดย่อม ไม่ต้องเลิกเรียนตรงเวลาและมีตารางเรียนที่ต้องเรียนแน่นเป็นประจำทุกวัน  วันไหนเราไม่อยากเรียนสามารถเดินออกจากวิทยาลัยได้เลยไม่ต้องรอให้เลิกเรียน สายอาชีพเน้นปฏิบัติมากกว่าทฤษีแต่สายสามัญเน้นทฤษี สายสามัญการแข่งขันในการเรียนสูงแต่สายอาชีพการแข่งขันด้านการเรียนน้อย สำหรับห้องที่ฉันเรียนแต่ไม่รู้ว่าที่อื่นเป็นแบบนี้หรือเปล่า

เพื่อนในห้องไม่ได้แข่งกันเรียนแต่แข่งกันโดดเรียนเป็นส่วนใหญ่ สายอาชีพสอนให้พวกเรามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและคุมสติให้ได้ทั้งในเรื่องเรียน เรื่องคบเพื่อน เรื่องความรักและสิ่งยัวยุต่างๆที่ผ่านเข้ามาในระหว่างเรียน การเรียนในสายอาชีพมีระบบการรีไทด์เหมือนมหาวิทยาลัยหากนักศึกษาคนใดเกรดเฉลี่ยไม่ถึงตามที่วิทยาลัยกำหนดจะต้องพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาทันทีแต่ถ้าเป็นสายสามัญไม่มีการรีไทด์

  สำหรับฉันสังคมของเด็กสายชีพเป็นสังคมที่เปิดกว้าง มีอิสระในการเรียน ส่วนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษานักศึกษาและอาจารย์จะสนิทกันสามารถพูดคุยกันได้อย่างตรงไปตรงมาไม่มีเส้นกั้นระหว่างกลาง ความรู้สึกของศิษย์และอาจารย์จะผูกพันเหนียวแน่นถึงแม้ว่าลูกศิษย์จะเกเรเพียงใดความรู้สึกอย่างนี้ฉันไม่เคยได้สัมผัสสมัยเรียนมัธยมแต่กลับมาได้สัมผัสในสมัยเรียนสายอาชีพทำให้ฉันเห็นถึงข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน

เพื่อนในห้องไม่ได้มีแต่รุ่นเดียวกันแต่มีเพื่อนที่มีอายุมากกว่าซึ่งกลุ่มเพื่อนในรุ่นนี้มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันเมื่อมาใช้ชีวิตร่วมกันทำให้เราได้รับรู้ถึงอีกด้านหนึ่งของชีวิตและแง่คิดต่างๆและข้อผิดพลาดที่พวกเขาได้เจอมาทำให้เราสามารถนำประสบการณ์การเหล่านั้นมาปรับใช้ในชีวิตของเราได้และทำให้เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆทั้งด้านการเรียนและในด้านความรักแต่สำหรับเด็กที่เรียนสายสามัญส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นเดียวกันความคิดความอ่านยังเหมือนเด็กและประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนยังไม่มีเพราะในแต่ล่ะวันมีแต่นั้นเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเรียนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แถมยังต้องเลิกเรียนตรงเวลาเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนและในวันเสาร์-อาทิตย์

แต่ละคนต่างมุ่งหน้าไปเรียนพิเศษเพื่อให้ตัวเองสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในคณะที่ตัวเองไฝ่ฝันแต่สำหรับเด็กที่เรียนสายอาชีพน้อยมากที่จะเรียนพิเศษน้อยหรือไม่แทบไม่ต้องเรียน วิทยาลัยอื่นนักศึกษาอาจต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมแต่วิทยาลัยที่ฉันเรียนไม่มีใครเรียนพิเศษ สายอาชีพมีนั้นสิ่งยั่วยุที่ทำให้เราสามารถเดินแตกแถวได้ทุกเมื่อหากเราใช้ชีวิตอย่างประมาท สายอาชีพหรือว่าสายสามัญมีข้อดีคนละแบบ ข้อเสียคนล่ะอย่างและไม่ได้มีตัวบ่งชี้ว่าสายการเรียนใดดีกว่ากันและอีกอย่างหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ล่ะบุคคลด้วย

        ชีวิตการเรียนในชั้นปีที่ 2 กำลังผ่านพ้นไปในช่วงปิดเทอมฉันและเพื่อนต้องไปฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งเป็นเวลาสองเดือนครึ่งหลังจากฝึกงานเสร็จกลับมาเรียนต่อ ฉันไม่คิดเลยว่าการฝึกงานในครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง โรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้เป็นโรงงานในกลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปครบวงจร ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปพร้อมปรุงที่ทำจากเนื้อปลาบดแช่แข็งในหลากหลายรูปแบบ  เช่น  กลุ่มผลิตภัณฑ์ปูอัด ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้แก่ ก้ามปูอัดหิมะ ปูอัด  ปูอัดซีซัน ปูอัดโชกุน ปูอัดคานิวัน เป็นต้น  กลุ่มผลิตภัณฑ์เต้าหูปลา เช่น เต้าหู้ปลา เต้าหู้เซนวิช เต้าหูปลาขาว  เต้าหูปลามินิมิกิ  เต้าหูปลาไส้ทูน่า เต้าหูหยก เป็นต้น  กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุบเกล็ด เช่น ปลาทิพย์ กุ้งทิพย์ ก้ามปูเทียม ปลาไข่ชุบเกล็ดขนมปัง   กุ้งระเบิด เป็นต้น  กลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นปลา เช่น  ลูกชิ้นผัก  ลูกชิ้นปลามังกร ลูกชิ้นปลาแซลมอน  ลูกชิ้นกุ้งฮ่องกง  ลูกชิ้นปลากะเพราพริกสด เป็นต้น

        ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในโรงงาน ฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ เสียงเครื่องจักรกลกำลังทำงานดังก้องไปทั่วทั้งโรงงาน อากาศที่มีแต่มลพิษ ฉันทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความจำยอมได้ ทำใจและต้องก้าวพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ถึงแม้ว้าภายในใจจะทุกข์เพียงไรก็ตาม หลังจากปฐมนิเทศเสร็จผู้จัดการโรงงานแบ่งกลุ่มของพวกเราออกเป็น 2 กลุ่ม เรียงลำดับตามเลขที่เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดให้มาสลับแผนกกัน ทางโรงงานให้พวกทำการฝึกงานใน 2 แผนกคือ แผนกแพคกิ้งและแผนกเตรียมวัตถุดิบ

        ฉันเริ่มฝึกงานในแผนกแพคกิ้ง แผนกนี้มีหน้าที่นำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแช่เยือกแข็งมาบรรจุลงกล่องบรรจุภัณฑ์ เริ่มการทำงานออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเวลากลางวัน และ ช่วงเวลากลางคืน เรียกง่ายๆว่า กะกลางวันและกะกลางคืน ช่วงเวลากลางวันเริ่มทำงาน 08.00 น. – 20.00 น. ช่วงเวลากลางคืนเริ่มทำงาน 20.00 น. – 08.00 น. การทำงานสลับหมุนเวียนกันเป็นสัปดาห์  ส่วนแผนกเตรียมวัตถุดิบ แผนกนี้มีหน้าที่ รับวัตุดิบชนิดต่างๆที่ใช้ในการการแปรรูปมาทำความสะอาดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การล้าง การหั่น การขูด เป็นต้น  แบ่งช่วงเวลาการทำงานเหมือนแผนกแพคกิ้งแต่ช่วงเวลาการทำงานต่างกัน ช่วงกลางวันเริ่มทำงาน 08.00 น. – 17.00 น. ช่วงกลางคืนเริ่มทำงาน 17.00 น. – 01.00 น.  สลับหมุนเวียนกันเป็นสัปดาห์เหมือนแผนกแพ็คกิ้ง

      ก่อนเข้าทำงานทุกครั้งพนักงานทุกคนต้องตอกบัตร ในหนึ่งวันต้องตอกบัตร 4 ครั้ง แบ่งเป็นตอนเช้า 2 ครั้ง คือ ช่วงเข้าทำงานก่อนเวลา 08.00 น. ใครตอกบัตรหลังจากนี้จะโดนหักเงิน และช่วงพักเที่ยง  ช่วงบ่ายอีก 2 ครั้ง คือ ก่อนเวลา 13.00 น. ห้ามเกินจากนี้และหลังเลิกงาน ส่วนใหญ่แล้วพนักงานจะไม่มีใครเข้าทำงานสาย เพียงวันแรกที่ข้าพเจ้าเริ่มทำงานในโรงงานแห่งนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้ตัวเองไม่ชอบการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากและไม่ชอบการใช้ชีวิตเป็นสาวโรงงานที่ต้องตื่นนอนแต่เช้ามาทำงานและหลังเลิกงานกลับบ้านไปนอนแทบไม่มีเวลาคุยกับใครในบ้านแม้แต่คนเดียว

        ชีวิตหลังเลิกงานหมดไปกับการนอน  การทำงานในแต่ละวันเหนื่อยมากเพราะต้องยืนตลอดทั้งวันกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยมีเวลาให้นั่งพักเฉพาะเวลาพักเที่ยงเท่านั้น บรรยากาศการทำงานเป็นไปด้วยความเคร่งเครียดและกดดันอย่างมากเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาแถมหัวหน้าหมวกแดงก็คอยมากดดันพวกเราสารพัดพร้อมทั้งใช้วาจาอันหยาบคายคอยดุด่าพวกเราเพียงเพราะพวกเราทำงานช้า หากใครเคยทำงานในโรงงานคงทราบกันดีว่านอกจากหัวหน้าแผนก ผู้จัดการโรงงานแล้วยังมี หมวกแดง หมวกเหลืองคอยสั่งงานและคุมงานภายในไลน์การผลิต

        หมวกแดงเป็นหัวหน้าของหมวกเหลือง  หมวกแดงที่เป็นคนคุมงานในแผนกแพคกิ้งที่พวกเราทำงานนั้นไม่ได้จบการศึกษาอะไรเพียงแต่ทำงานมานานเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานทำให้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าเท่านั้นเอง เป็นพวกบ้าอำนาจคงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้ การทำงานในช่วงกลางวันไม่เหนื่อยเท่าการทำงานในช่วงกลางคืนใครจะรู้ว่าเด็กอายุ 18 ต้องมาทำงานกลางคืนต้องมาอดหลับอดนอนตรากตรำทำงานทั้งคืนความรู้ที่เรียนมาไม่ใช้แม้แต่อย่างเดียวทุกอย่างมาเริ่มต้นใหม่หมด งานที่ทำแทบไม่ต้องใช้สมองแต่อย่างใดใช้แค่สองมือเท่านั้น 

        ทุกครั้งที่ทำงานในช่วงเวลากลางคืนพวกเราทุกคนต้องนำเครื่องดื่มชูกำลังจำพวก ฉลาม สปอนเซอร์ เอ็มร้อยห้าสิบ กระทิง มาคนละขวด  ก่อนที่ฉันออกจากบ้านมาทำงานจะกินมาก่อนหนึ่งขวด เพื่อนบางคนกินกาแฟกระป๋องมาก่อนเหมือนกัน เครื่องดื่มชูกำลังเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในตอนพัก ฝึกงานในตอนกลางคืนจะพักตอนตี 1 และเริ่มทำงานในตอนที่ 2  เครื่องดื่มชูกำลังหลากหลายยี่ห้อถูกเทรวมลงในกระติกน้ำแข็งที่เตรียมมาในระหว่างพักกินข้าว เครื่องดื่มชูกำลังเหล่านี้ทำให้เรามีแรงทำงานและแก้ง่วงได้ดีแต่เป็นเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น

      โรงอาหารของโรงงานในช่วงกลางคืนมีเพียง มาม่าและข้าวต้มเท่านั้นที่มีขาย แต่ในช่วงหลังเพื่อนของฉันซื้อแกงถุงมาจากข้างนอกมากินตอนพักเพราะพวกเราเบื่อที่ต้องกินมาม่าทุกคืน การทำงานผ่านพ้นไปไม่กี่วันทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ชอบและไม่ได้มีความสุขในการทำงานแม้เพียงแต่วันเดียว การทำงานในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งใหญ่เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันกลับสวนทางกับความจริง คราวนี้จะทำอย่างไรต่อไปในเมื่อเลือกเรียนสายอาชีพไปแล้วไม่สารถย้อนเวลากลับไปได้แล้ว ความคิดที่แล่นเข้ามาในสมองในช่วงเวลานั้นต้องการเปลี่ยนสาขาเรียน  ฉันรู้สึกสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นใหม่อย่างไรถ้าหากจะเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกับเด็กมัธยมปลายจะต้องทำยังไง

      เราจะก้าวผ่านอุปสรรคตรงหน้าไปได้อย่างไรบนถนนชีวิตเส้นนี้ที่ไม่รู้ว่าปลายทางของมันจะหยุดลงตรงไหนและไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่  ชีวิตสาวโรงงานของฉันยังคงดำเนินไปทุกวัน ฉันต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าเป็นประจำทุกวันเพื่อเตรียมตัวออกไปรอรถไปทำงานสำหรับกะกลางวัน ส่วนกะกลางคืนข้าพเจ้าเตรียมตัวออกจากบ้านเดินทางไปโรงงานตั้งแต่ห้าโมงเย็นเพราะถ้าไปช้ากว่านี้จะไม่รถรับจ้างไปโรงงานยิ่งช่วงกะกลาง ฉัน ไม่อยากไปทำงานเลยแต่ต้องจำใจไปทำงานเพราะถ้าไม่ไปก็ฝึกงานไม่ผ่านและเรียนไม่จบ

      การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นงานที่เหนื่อยมากทีเดียวแต่รายได้ดีมากเมื่อเทียบกับการทำงานอย่างอื่นแต่การทำงานในโรงงานนั้นต้องอาศัยความอดทนทั้งทางกายและทางใจเป็นอย่างมากเพราะการทำงานในแต่ละวันต้องอดทนต่อความเหนื่อยจากงานที่ทำและอดทนกับงี่เง่าปัญญาอ่อนของหมวกแดงบางคนที่บ้าอำนาจแต่ทุกคนต้องอดทนและจำยอมต่อสถานการณ์เพราะไม่มีทางเลือก ข้าพเจ้าก็เช่นกันไม่เคยคิดว่าต้องมาทำงานอย่างนี้และต้องเจอกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่น่าจดจำ ในบางครั้งของการทำงานในกะกลางคืนข้าพเจ้าและเพื่อนจะสลับกันไปนอน ที่นอนที่ทางโรงงานจัดไว้ให้คนงานได้พักผ่อนนั้นเป็นลานกว้างๆไม่มีฝาพนังกั้นไม่ได้แบ่งแยกชายหญิงมีเพียงแสงไฟสลัวๆเท่านั้น

       

บางคืนที่พวกเราแอบไปนอนพักหมวกแดงประจำแผนกของพวกเราไปตามด่าพวกเราถึงโรงนอนเพียงเพราะว่าพวกเราแอบมานอนพักแต่ทำไมเค้าไม่คิดว่าพวกเราเป็นนักศึกษาฝึกงานและเงินค่าแรงที่ได้ก็ได้เพียงครึ่งหนึ่งของคนงานแต่พวกเราต้องทำงานเหมือนคนงานทุกอย่างและอีกอย่างหนึ่งพวกเรายังไม่เคยต้องทำงานอดหลับอดนอนมาก่อนแต่เวลาพวกเราไปนอนไม่ได้แอบหนีไปนอนทั้งคืนแค่เพียงหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้นแต่ไม่เกินสองชั่วโมง พวกแรงงานต่างด้าวเป็นคนงานที่ชอบฟ้องหมวกแดงว่าพวกเราแอบอู้งาน พวกเราไม่ชอบและรู้สึกเกลียดพวกนี้มาก พวกนั้นคงเข้าใจว่าพวกเราเป็นคนงานและคิดว่าพวกเราเอาเปรียบพวกเค้าแต่ที่จริงแล้วพวกเราเป็นแค่เด็กฝึกงานเท่านั้น ในช่วงเวลานั้นทุกคนต้องการให้ฝึกงานเสร็จภายในเร็ววันแต่ละคนต่างเบื่อกับการใช้ชีวิตในโรงงานอุตสาหกรรมเต็มที่แล้ว

เนื้อหาโดย: ทักษิณา ศิวาลัย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ทักษิณา ศิวาลัย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไม RUSSELL CROWE ถึงหนีออกจากออสเตรเลีย มาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย?ชีวิตไม่แน่นอน!"แอฟ ทักษอร"อาจน้ำตาไหล เมื่อพ่อบอกชัด "ยกโบนันซ่าให้ใคร?"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
อยากมีเหมือนเพื่อนบ้าง หนูผิดตรงไหนงะเเม่ทุกอย่างมีเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงเสมอ...Tattoo น่ารักสักตามน้องหมาแมวประสบการณ์ชีวิตที่ถ่ายทอดผ่านในรูปแบบการ์ตูน
ตั้งกระทู้ใหม่