เรื่องเล่าของเด็กเลี้ยงวัว กับความน่ากลัวในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน
...เด็กน้อยบ้านนอกคนหนึ่ง มีพี่ชาย 2 คน และมีน้องชาย 2 คน รวมกับเด็กเลี้ยงวัวเป็น 5 คน
...พี่น้อง 5 คน อยู่ด้วยกันกับพ่อแม่ เป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่น
...พ่อ แม่ พี่ ทั้ง 2 คน ขยัน ช่วยพ่อแม่ทำไร่ ทำนา ถาก ถาง ทำไร่ ทำสวน ตลอดฤดูกาล มีกิน มีใช้ตลอดปี ส่วนคนกลาง (เด็กเลี้ยงวัว) มีหน้าที่ดูแลน้องๆ และเลี้ยงวัว ต้อนวัวออกจากคอกไปเลี้ยงกินหญ้า ตามทุ่งนา รอบหมู่บ้าน
...วัวในคอกทั้งหมดมี 23 ตัว เป็นวัวพันธุ์พื้นบ้าน เป็นวัวครอบครัวเดียวกัน คือ มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ 1 คู่ เลี้ยงกันมา จนวัวตกลูก ตกหลาน เป็นวัวครอบครัวใหญ่ 23 ตัว ก็ใช้เวลาหลายปีอยู่นะ กว่าจะมีวัว 23 ตัว
...ในช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม งานเลี่ยงวัวกลายเป็นงานหลักของเด็กน้อย เพราะพ่อ แม่ พี่ๆ ก็จะมีงานต้องไปช่วยพ่อ แม่ ส่วนน้องๆ ก็จะไปไร่นา กะแม่ ออกไปแต่เช้า กลับมาก็ตอนหัวค่ำ ซึ่งเป็นอย่างนี้ทุกวัน
...ถ้าเป็นช่วงเปิดเทอม ก็แค่ต้อนออกจากคอกตอนเช้า ไปส่งแถวท้ายบ้าน วัว 23 ตัว ก็จะกินหญ้ารอบๆ หมู่บ้าน ส่วนเด็กน้อย ก็จะกลับมาเข้าโรงเรียน เรียนตามปกติ จนโรงเรียนเลิก กลับบ้าน เอาอุปกรณ์การเรียนไปเก็บ เปลี่ยนชุด แล้วออกไปตามหาวัว และต้อนวัวเข้าคอก
...วัว 23 ตัว มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ตามเพศ และวัยของวัว เพศเมียตัวที่เป็นแม่โขลง ก็จะวางตัวเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำ ไม่ซน ไม่ดื้อ เวลาเดินไปทางไหน หากินไปทางไหน พวกลูกฝูงก็จะตาม วัวเด็ก วัวสาว วัวหนุ่ม ก็จะซน จะดื้อ วิ่งเล่น ประลองยุทธกัน ส่วนวัวหนุ่มใหญ่ วัวสาวใหญ่ จะใจนักเลง ถ้ามีวัวต่างฝูงเข้ามาในฝูง วัวกลุ่มหนี้จะเป็นฝ่ายออกหน้ารับ โดยเฉพาะวัวหนุ่มนอกฝูงเผลอเข้า ก็หนีให้ทัน ไม่งั้นโดนขวิด!
...เด็กน้อย มักจะได้ยินเพื่อนด้วยกันบอกว่า มีผีตรงนั้น มีผีตรงโน้น ของหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านโดยรอบ ก็เป็นป่า เป็นทุ่งนา ก็เลยเป็นภาพในความคิด และมีความกลัวเป็นธรรมดา
...เช้านี้ของช่วงปิดเทอม เด็กน้อยตื่นแต่เช้า (แม่ปลุก) ล้างหน้า (ไม่ได้แปรงฟันนะ บ้านนอก จนมาก ช่วงนั้น 555) เปลี่ยนชุด เตรียมกระติบข้าว แจ่วปลาร้า และปลาปิ้ง ใส่ห่อเรียบร้อยแล้ว ก็กินข้าวเช้า เสร็จสรรพ กว่าจะพร้อมก็เจ็ดโมงเช้ากว่า
...เด็กน้อยสะพายห่อข้าวขึ้นบ่า ลงจากบ้าน เดินเข้าคอกวัว ใต้ถุนบ้าน
"ปะโลง ปะโลง ปะโลง" เสียงกะโหล่งห้อยคอ ที่วัวส่ายหัว เหมือนจะดีใจ จะได้ออกจากคอก ไปกินหญ้านอกบ้านแล้ว
...เด็กน้อยเดินปลดเชือกออกจากคอของวัวตัวโน้นที ตัวนี้ที (เฉพาะตัวโต) จนหมดทุกตัวได้ถูกล่ามเชือก จากนั้นเด็กน้อยก็ไปเปิดคอก เพื่อให้วัวออกไป
วัวดีใจ ต่างพากันรีบเดินออกจากคอก จนเบียดกันที่ประตูคอกทางออก
วัวน้อย วิ่่งกะดกตูด ดีดขาหลัง ไปทางซ้ายที ไปทางขวาที เป็นการยืดเส้นยืดสาย หลังจากที่ต้องอยู่ในคอกมาทั้งคืน
...หลายตัวรีบเดิน เพราะรีบจะไปกินหญ้าเขียว ตามทุ่งนา
.............................
...เด็กน้อยเดินตามหลังวัวไปติดๆ วัวเดินถึงทุ่งนาท้ายบ้าน ต่างก็ก้มหน้าเล็ม (กิน) หญ้าอย่างอร่อย บางตัวเดินไป เล็มหญ้าไป
...จนสาย เกือบเที่ยง วัวน่าจะเริ่มเบื่อหญ้าที่เดิม เริ่มมีการเดินยาว สลัยกินหญ้า
เด็กน้อยก็ต้องเริ่มเดินตาม
มีนั่งพักกินข้าวเที่ยงใต้ร่มไม้ คอยตามวัว ต่างพากันกินหญ้า สลับเดิน (เหมือนมีเป้าหมายที่จะไป) แต่รู้แน่ๆ ว่าจะเดินอ้อมขึ้นไปทางทิศเหนือของหมู่บ้าน
.............................
...วัวพากันเดินไป เล็มหญ้าไป อ้อมขึ้นไปทางทิศเหนือของหมู่บ้าน จนถึงทุ่งใหญ่ ซึ่งเป็นป่ารอบหมู่บ้าน มีบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นลานหญ้ากว้าง และมีวัวของอีกหลายเจ้า รวมตัวกันกินหญ้าอยู่บริเวณนั้น
...เด็กน้อยปล่อยวัวให้กินหญ้าจนถึงบ่ายห้าโมงครึ่ง ก็เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ใกล้ลับฟ้าแล้ว จึงเริ่มต้อนวัวกลับบ้าน
...การต้อนวัวกลับบ้านครั้งนี้ ต้องต้อนกลับทางเกวียน ที่เป็นทางคนเทียวไป-กลับไร่นา ด้านนั้น เป็นทางเกวียนแคบๆ ข้างทางก็เป็นป่าเล็ก ป่าใหญ่ ซึ่งไม้ต้นส่วนใหญ่เป็นต้นชาด และเสม็ก และป่าเล็กนานาพันธุ์ บางจุดที่มีต้นไม้ใหญ่ก็มีจอมปลวกด้วย
เด็กน้อยฟังมาว่า เมื่อหลายวันก่อน ทางสายนี้ มีคนโดนผีหลอก เป็นผีผมยาว
แต่เด็กน้อยไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนของทางเส้นนั้น
และระหว่างที่ต้อนวัวผ่านทางนั้น ประมาณ 2-3 ร้อยเมตร (แต่ก็เต็มไปด้วยป่าสเม็ก) เด็กน้อยทำใจแข็ง ต้อนวัวไป "ไม่มีอะไร ไม่เป็นไร เรามีวัวเป็นเพื่อน" พร้อมตะโกนใส่วัวไปด้วย
เดินตามวัวไปสักพัก วัวทุกตัวหยุดซะงัก ทำหน้าตื่น หันไปป่าทางด้านขวาของทางกลับ ไม่ถึง 2 วินาที พวกวัวก็พากันวิ่งกระเจิดกระเจิง
เด็กน้อยตกใจตามวัว และก็วิ่งตามวัว
ระหว่างที่วิ่งตามวัวไม่ถึง 50 เมตร "ตาก็เหลือบไปเห็นใบไม้ที่อยู่สูงประมาณเข่า ข้างทาง ไหวไป-มา เหมือนมีลมพัด" แต่แปลก...เพราะมันไหวอยู่ใบเดียว ทั้งงง ทั้งแปลกใจ ทั้งกลัวผี วิ่งสุดตัว ตามวัวเข้าหมู่บ้าน
...กว่าจะเข้าหมู่บ้านก็มืดพอสมควรแล้ว
จึงต้อนวัวเข้าคอก ขึ้นบ้านอาบน้ำ กินข้าว และเตรียมตัวนอน
...................................
???
ผู้อ่านคิดว่าวัวตกใจกลัวอะไร?
ใบไม้ ไหวไป-มา อยู่ใบเดียว เพราะเหตุใด?

เอลนีโญจ่อรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ! WMO เตือนลากยาวถึง ก.พ. 2570 เสี่ยงโลกร้อนจัด ภัยแล้ง–น้ำท่วม
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
โรงแรมสุดหรูหราในไทย ที่คนไทยทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้เข้าพัก
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
ตื่นมาอย่าเพิ่งลุก 5 ท่าบริหารหน้าท้องบนเตียง ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ แม้มีเวลาน้อย
30 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน เสริมเฮง ทนแดด เลือกให้ปัง
เปิดพิกัดโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดัง โรงเรียนประจำเก่าแก่ พื้นที่ไม่ใหญ่ใจกลางกรุง
กระจกปลายเตียงห้ามมองข้าม เปิดเหตุผลที่ควรรู้ ทั้งเรื่องการนอนและความเชื่อฮวงจุ้ย