หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ดตั้งกระทู้

ว่ากันด้วยเรื่องขมิ้นๆ

วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่อง ขมิ้นๆ กันดีกว่าค่าาา

ขมิ้นมีทั้งขมิ้นขาวและขมิ้นชัน วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของขมิ้นชันกันค่ะ

 

ขมิ้นชัน

 

ความแตกต่างระหว่างขมิ้นขาวและขมิ้นชัน

ขมิ้นขาว                                                                                                ขมิ้นชัน

 

ชื่อที่เรียกทั่วไป

-ขมิ้นชัน

 

ชื่อเรียกตามท้องถิ่น

-เชียงใหม่ เรียก ขมิ้น, ขมิ้นแดง, ขมิ้นหยวก, ขมิ้นหัว, ขมิ้นแกง

-ภาคใต้ เรียก ขี้มิ้น

-กะเหรี่ยง-กำแพงเพชร เรียก ตายอด

-แม่ฮ่องสอน เรียก สะยอ

-ตรัง เรียก หมิ้น

 

       ขมิ้นชัน มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ปรากฎหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งธรรมชาติในสภาพพืชป่า มีข้อสันนิษฐานว่า ขมิ้นชันเป็นพืชปลูกที่เกิดกระบวนการผสมพันธ์ุตามธรรมชาติและมีโครโมโซม 3 ชุด ซึ่งเป็นหมัน มีการสืบทอดพันธุ์กันต่อมา โดยวิธีการคัดเลือกพันธ์ุและปลูกขยายพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศ ปัจจุบันมีเขตการกระจายพันธุ์ปลูกทั่วไปในประเทศที่มีอากาศร้อน หรือร้อนชื้นทั่วโลก ได้แก่ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาดากาสกา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย รวมถึงบางประเทศในเขตร้อนชื้นของทวีปแอฟริกา แหล่งที่ปลูกขมิ้นชันเป็นการค้าขนาดใหญ่ของโลกคืออินเดีย มีแหล่งอื่นบ้างแถบเอเซียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ได้แก่ ประเทศจีน อินเดียอินโดนีเซีย และไทย 

 

        ขมิ้นชัน เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในตระขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีตั้งแต่สีเหลืองเข้มถึงสีแสดจัด 

        ขมิ้นชัน นิยมนำไปใช้ในการประกอบอาหาร แต่งสี แต่งกลิ่นอาหาร เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่ เป็นต้น

        ขมิ้นชัน อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่างๆ รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เป็นต้น 

        ขมิ้นชัน มีสรรพคุณทางยาที่รักษาอาการและโรคต่างๆ ได้หลายชนิด มีประวัติในการนำมาใช้ในการรักษามากกว่า 5,000 ปี 

        ขมิ้นชัน ที่จะนำมาใช้ประโยชน์นั้น การเก็บเกี่ยวไม่ควรเก็บในระยะที่ขมิ้นเริ่มแตกหน่อ เพราะจะทำให้สารที่มีประโยชน์อย่างเคอร์คูมินในขมิ้นมีน้อย ส่วนเหง้าที่เก็บมาต้องมีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน และต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป และไม่ให้ถูกแสงแดด เพราะน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นจะหมดไปเสียก่อน

        ขมิ้นชัน ขมิ้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยในการชะลอวัยและชะลอการเกิดริ้วรอย

 

หากจะนำขมิ้นไปรับประทานเพื่อใช้ในการรักษาโรคต่างๆ  

       -ขมิ้นชัน ปั้นเป็นเม็ด ล้างให้สะอาดก่อน และไม่ต้องปอกเปลือก แต่หั่นเป็นแว่นชิ้นบางๆ แล้วนำไปตากแดดสัก2 วัน แล้วนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นเม็ดเล็กๆ เท่าปลายนิ้วก้อย แล้วนำมารับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ด หลังอาหารและช่วงก่อนนอน

       -ขมิ้นชัน คั้นน้ำ นำเหง้ามาขูดเอาเปลือกออกแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด นำมาบดให้ละเอียด เติมน้ำ แล้วคั้นเอาแต่น้ำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง 

       -ขมิ้นชัน ทาภายนอก หากใช้ขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อรักษาอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย ให้นำเหง้าขมิ้นมาฝนผสมกับน้ำต้มสุก แล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง หรือจะนำเอาผงขมิ้นมาโรยก็ใช้ได้เช่นกัน

 

วิธีกินขมิ้นชัน

มีการศึกษาพบว่า การรับประทานขมิ้นตามเวลาที่อวัยวะต่าง ๆ กำลังทำงาน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของขมิ้นให้มากขึ้น โดยวิธีกินขมิ้นชันควรรับประทานขมิ้นชันตามเวลาต่อไปนี้ตามการรักษา

-เวลา 03.00-05.00 น. ช่วงเวลาของปอด หากรับประทานช่วงเวลานี้จะช่วยในการบำรุงปอดช่วยให้ปอดแข็งแรง ช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง และช่วยเรื่องภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวก

-เวลา 05.00-07.00 น. ช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือรับประทานยาถ่ายมานาน หากรับประทานขมิ้นในช่วงนี้จะช่วยฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่ให้บีบรัดตัว เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ขับถ่ายน้อยหรือมากจนเกินไป และช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย หากรับประทานพร้อมกับโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มะนาว หรือน้ำอุ่น จะช่วยชะล้างผนังลำไส้ให้สะอาดได้

-เวลา 07.00-09.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง และยังช่วยแก้อาการปวดเข่า ขาตึง บำรุงสมอง ป้องกันโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และยังลดอาการท้องอืด จุกแน่น ปวดเข่า ขาตึง ช่วยบำรุงสมองและป้องกันความจำเสื่อมได้

-เวลา 09.00-11.00 น. ช่วงเวลาของม้าม ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย มีแผลบริเวณปาก บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน โรคเกาต์ การอ้วนเกินไปหรือผอมเกินไป

-เวลา 11.00-13.00 น. ช่วงเวลาของหัวใจ ช่วยบำรุงหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรง

-เวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง แก้อาการตกขาว และการทำให้เหงื่อออกในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้ร่างกายขับสารพิษออกไปจากร่างกายได้มาก

-เวลา 17.00 น. จนถึงเวลาเข้านอน การรับประทานขมิ้นในช่วงนี้จะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น เมื่อตื่นนอนจะไม่อ่อนเพลีย การขับถ่ายก็จะดีขึ้นด้วย

        การหาซื้อขมิ้นมารับประทานเองไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือแบบแคปซูล ควรจะซื้อจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน มีความสะอาด ปลอดสารเคมี ไม่มีสารสเตียรอยด์ปลอมปน และในกระบวนการผลิตนั้นต้องไม่ผ่านความร้อนเกิน 65 องศา เพื่อคงคุณภาพของขมิ้น ใส่ใจกันสักนิดเพราะบางคนซื้อมารับประทานเองทุกวัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย

 

สรรพคุณของขมิ้น

-ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

-ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังมีสุขภาพดีแข็งแรง

-ขมิ้นชันอาจมีบทบาทช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก

-ขมิ้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้

-ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

-ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน

-มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

-ช่วยลดอาการของโรคเกาต์

-ช่วยขับน้ำนมของมารดาหลังคลอดบุตร

-ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่มีอาการผิดปกติ

-ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคความจำเสื่อม

-อาจมีส่วนช่วยในการรักษาโรครูมาตอยด์ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน)

-ช่วยลดการอักเสบ

-ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ

-ช่วยรักษาอาการแพ้และไข้หวัด

-ช่วยบรรเทาอาการไอ

-ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวกให้มีอาการดีขึ้น

-ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

-ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยธาลัสซีเมียฮีโมโกบิลอี

-ช่วยรักษาแผลที่ปาก

-ช่วยบำรุงปอดให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง

-น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง

-ช่วยรักษาอาการท้องเสีย อุจจาระร่วง โดยนำผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนแล้วนำมารับประทานครั้งละ 3 เม็ด 3 เวลา

-ช่วยแก้อาการจุดเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ

-ช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ

-ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้

-ช่วยรักษาอาการลำไส้ใหญ่บวม

-ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร

-ช่วยในการขับลม

-ช่วยบรรเทาอาการนิ่วในถุงน้ำดี

-มีฤทธิ์ในการช่วยขับน้ำดี

-ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทำความสะอาดลำไส้

-ช่วยบำรุงตับ ป้องกันตับอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากการถูกทำลายของยาพาราเซตามอล

-ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง

-ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร

-ช่วยแก้อาการตกเลือด ด้วยการนำขมิ้นสดมาตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาน้ำมาผสมกับน้ำปูนใสแล้วรับประทาน

-ช่วยแก้อาการตกขาว

-ช่วยรักษาอาการปวดหรืออักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ

-ช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย

-ช่วยแก้ผื่นคันตามร่างกาย

-ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน

-ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำ นำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง

-ช่วยรักษาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองให้หายเร็วยิ่งขึ้น

-ช่วยรักษาแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ด้วยการนำขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วตำจนละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณดังกล่าว

-มีฤทธิ์ในการต่อต้านและฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง และต่อต้านยีสต์ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ

-ช่วยต่อต้านปรสิตหรือเชื้ออะมีบาที่เป็นต้นเหตุของโรคบิดได้

-ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น แบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสีย แบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง เป็นต้น

-มีฤทธิ์ในการต่อต้านการกลายพันธุ์ ต้านสารก่อมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย และโรคเบาหวาน

-ช่วยสมานแผลตามร่างกายให้หายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการนำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำแล้วทาลงบนบาดแผล และยังช่วยให้บาดแผลไม่ให้ติดเชื้อของกระต่ายและหนูขาวได้ และสามารถเร่งให้แผลที่ติดเชื้อหายได้

-ขมิ้นยังมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันการงอกของขนอีกด้วย โดยผู้หญิงชาวอินเดียมักนำขมิ้นมาทาผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอก

-ขมิ้นชันขัดผิว ใช้ทำทรีตเมนต์พอกผิวขัดผิวด้วยขมิ้น ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผ่องใส เต่งตึง ด้วยการนำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน นำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

-ขมิ้นเป็นส่วนประกอบของทรีตเม้นต์รักษาสิวเสี้ยน สิวผด สิวอุดตัน

-ขมิ้นเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งในเครื่องสำอางบำรุงผิวต่าง ๆ

-นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย

 

ผลข้างเคียงของขมิ้นชัน

        การรับประทานขมิ้นเพื่อการรักษาโรคใด ๆ ก็ตาม ถ้าหากเรารู้ว่าเราเป็นโรคอะไร แล้วรับประทานไปเรื่อย ๆ จนโรคนั้นหายไปแล้ว ก็ควรหยุดรับประทาน ถึงแม้ขมิ้นจะมีประโยชน์ก็จริง แต่หากร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอาจจะกลายเป็นโทษเสียเอง ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงคืออาการแพ้ เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ ดังนั้นหากคุณรับประทานขมิ้นแล้วมีอาการดังกล่าว ควรหยุดรับประทานและหายาชนิดอื่นรับประทานแทน และยังมีความเชื่อเรื่องโทษและข้อเสียของขมิ้นในแถบภาคใต้ว่า การรับประทานขมิ้นที่มากเกินไปและถี่เกินไปนั้นแทนที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง อาจจะเป็นมะเร็งเสียเอง

        อย่างไรก็ตาม คุณควรสังเกตอาการของตัวคุณเองด้วย เนื่องจากอาการท้องเสียนั้นเป็นอาการข้างเคียงทั่วไป อาจมีสาเหตุมาจากยาชนิดอื่นหรือจากภาวะของโรคที่เป็นอยู่แล้วร่วมด้วยก็เป็นได้ ดังนั้นคุณควรสังเกตอาการของตัวคุณเองด้วยว่าเดิมกินยาอื่นแล้วไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ แต่เพิ่งมามีปัญหาเมื่อตอนรับประทานขมิ้นร่วมด้วย ก็ควรสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของขมิ้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ถ้าคิดว่าเป็นผลข้างเคียงของขมิ้น คุณก็อาจจะรับประทานขมิ้นต่อไปได้ ด้วยการรับประทานซ้ำ และค่อย ๆ ปรับขนาดยา จาก 1 เม็ด เป็น 2 เม็ดต่อครั้ง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ก็อาจจะทำให้รับประทานขมิ้นต่อไปได้

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม

ขอให้ทุกท่านเจอแต่สิ่งดี เฮงๆ รวยๆ ตลอดไปเจ้าค่ะ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791843
https://siamcardiffmarket.co.uk/
http://203.157.123.7/ssopanom/?news
https://goodfoodcooltime.wordpress.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: lovely art
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ต๊อด ปิติ ไม่ทอดทิ้งชาวอีสาน ยื่นมือช่วยเหลือเป็นคนแรก'หลุมแห่งนรก' ที่น่าสะพรึงกลัว ขนาด 200 ฟุต ถูกสำรวจเป็นครั้งแรกหมูนรก! ภาพถ่ายหมูกลายพันธุ์ที่น่าตกใจ ขนาดใหญ่กว่าหมูทั่วไป 2 เท่ายุติค้นหา น้องมังกร 1 ขวบ หายไปกับน้ำท่วม"ต้มยำปูนา" อาหารบ้านป่า วิถีชาวดินโซเชียล​ถาม​ สภาพ​ พส. ใช่ใช่ใช่มั้ย?วัคซีนเปลี่ยนชีวิต! ร้องขอความเป็นธรรม ฉีดวัดซีนและมีอาการเส้นเลือดในสมองแตก ขั้นโคม่าต้นละ4ล้านไม่คิดจะขายนะมิติใหม่แห่งการลงพื้นที่ #น้ำท่วม เอาภาพมาตัดต่อแบบนี้เลยเหรอ?มาดูให้ชัด กิจการ-กิจกรรมใดบ้าง ที่ ศบค.อนุมัติให้เปิดได้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 64ศบค.ไฟเขียวต่อพรก.ฉุกเฉิน-ขยับเวลาเคอร์ฟิว-ผ่อนคลายกิจการอึ้งลมเปลี่ยนทิศ!!! ส่องเพลงดุจดั่ง​สายฟ้า​ ขับร้องโดยตูน​ มหาชนแห่กดไลค์ทะลุพันครั้ง(คลิป)สุดทึ่ง!คุณลุงชายแท้หัวโปก มีความสุขซื้อกระโปรงพร้อมรองเท้าส้นสูงสุดเริ่ดใส่ไปทำงานทุกวัน พิสูจน์สังคมที่เยอรมันไปไกลแล้วขนาดไหนFC ยันนายกฯ ไม่ได้สวดมนต์ไล่พายุ และขอให้ประเทศชาติ ปลอดภัยสงบสุข คนเดียวนะจ๊ะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ค้นพบรอยเท้ามนุษย์จำนวนมาก ในรัฐนิวเม็กซิโก ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 23,000 ปีก่อนป.ปลาน่าสนใจ : ปลาทองทรงดาวหาง ปลาทอง โคเมท ( Comet )ใจไม่แข็งอย่าดู! 20 ชายแท้ลองผิดลองถูกจนกลายเป็นคนหล่อ ซึ่งอาจทำให้บางคนเห็นแล้วมีปมด้อยมนุษย์มาจากไหน?ทำไมมนุษย์ถึงแยกจากสัตว์ต่างๆ?
ตั้งกระทู้ใหม่