หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

กรุงเทพฯ บ้านแพงกว่าเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก!

ในแต่ละปี มีการจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประมาณ 10 เมือง ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเมืองเหล่านั้น มีราคาที่อยู่อาศัยถูกกว่าโดยเปรียบเทียบกับรายได้ของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครเสียอีก แล้วอย่างนี้กรุงเทพมหานครและเมืองไทยจะอยู่ยากไหม

          จากข้อมูลล่าสุดเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกจากการจัดอันดับล่าสุดโดยวารสาร the Economist ที่เว็บไซต์ www.travelandleisure.com ได้นำมาลงเมื่อเดือนธันวาคม 2563 (https://bit.ly/3vGpA0f) พบว่า เมืองที่น่าอยู่ที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้:

 

                อันดับที่ 1 กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

                อันดับที่ 2 นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

                อันดับที่ 3 นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

                อันดับที่ 4 นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

                อันดับที่ 5 นครแคลเกอรี ประเทศแคนาดา

                อันดับที่ 6 นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

                อันดับที่ 7 นครโตรอนโต ประเทศแคนาดา

                อันดับที่ 7 ร่วม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

                อันดับที่ 9 กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

                อันดับที่ 10 นครอะดีเลด ประเทศออสเตรเลีย

 

          เมืองเหล่านี้ผมไปมาหมดทุกเมืองแล้วรู้สึกน่าอยู่จริงๆ เมืองที่น่าอยู่นั้นอยู่ในประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ถึง 8 เมืองซึ่งประเทศทั้งสามนี้ มีธรรมชาติที่สวยสดงดงามมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง แต่ก็ยังมีนครอื่น ๆ ที่น่าอยู่อีกมากมายแม้ในสหรัฐอเมริกาเอง เพียงแต่สำหรับคนไทยจะรู้สึกว่านครต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาไม่ปลอดภัย โดยเป็นเพราะอิทธิพลของภาพยนตร์ร่วมสมัยนั่นเอง

           แม้นครเหล่านี้จะน่าอยู่ แต่ก็ยังมีคนไร้บ้านหรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะ หรือในนครเหล่านี้ก็ยังมีย่านที่น่าจะอันตรายในระดับหนึ่ง และยิ่งถ้ามีแหล่งท่องเที่ยว ก็ยังจะพบมิจฉาชีพประจำถิ่นอีกด้วย ซึ่งผู้อยู่อาศัยก็ยังต้องมีความระมัดระวังในการอยู่อาศัย ไม่ใช่จะปลอดภัย 100%  เราต้องระมัดระวังตัวให้ดี อย่าประมาทไม่ว่าอยู่ที่ไหน เว้นแต่เรามีการ์ดหรือกองกำลังคอยดูแล ก็อาจไม่มีอันตราย แต่คนที่ต้องมีกองกำลัง ก็อาจมีคู่อริ มี “กองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย” มาโจมตีถึงตายได้เช่นกัน

          เมืองน่าอยู่เขาดูจากอะไร เขาดูกัน 5 ด้านได้แก่

          1. ด้านความมั่นคงทางการเมือง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่เปราะบางที่สุด โดยเฉพาะด้านภัยสงคราม สำหรับกรุงเทพมหานครก็อาจมีความเปราะบางทางด้านนี้ เพราะอาจมีสงครามกลางเมืองจากความไม่สงบภายใน

          2. ด้านบริการสุขภาพ ถ้ามีพร้อมและมีบริการที่ดี หากเจ็บไข้ได้ป่วยก็สามารถส่งโรงพยาบาลได้ทัน กรณีนี้จึงเป็นหลักประกันที่สำคัญมากในเมืองที่ไม่น่าอยู่มักมีบริการด้านนี้ที่ตกต่ำถดถอย อย่างกรุงเทพมหานครมีเตียงคนไข้เพียง 1.9 เตียง ต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งยังนับว่าน้อยมาก

          3. ด้านวัฒนธรรม เช่น อาคารสถานที่ ๆ น่าสนใจ น่าท่องเที่ยว มีประวัติศาสตร์ที่น่าภูมิใจ รวมทั้งมีสภาพแวดล้อมทางสังคมและธรรมชาติที่น่าอยู่อาศัย

          4. ด้านการศึกษา เพื่ออนาคตของลูกหลานของผู้อยู่อาศัย การที่อยู่ในเมืองที่มีการศึกษาดี ประชากรก็ย่อมมีวัยวุฒิและคุณวุฒิที่ดีไปด้วย

          5. ด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ดี เช่น ระบบขนส่งมวลชน รถประจำทาง ทางด่วน รถไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ เป็นต้น เพื่อความสุขสบายแก่ผู้อยู่อาศัยนั่นเอง

          เมืองที่น่าอยู่เราเปรียบเหมือน “สวรรค์” แต่บางครั้งก็เป็นเหมือนสวรรค์ที่ไม่ค่อยมีความสุข (unhappy paradise) เพราะกฎระเบียบต่าง ๆ มีชัดเจนตามอารยประเทศ จะมานั่งร้องรำทำเพลง กินเหล้ารบกวนเพื่อนบ้าน คงต้องถูกตำรวจจับ/ปรับกันบ้าง บางครั้งชีวิตก็อาจจะเรียบง่ายและพอเพียงมาก ไม่มีชีวิตกลางคืน ต่างจากกรุงเทพมหานคร หรือเมืองในประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่แม้บางครั้งจะเป็นเสมือน "นรก" แต่ก็กลับเป็นนครที่มีความสุข (happy hell) สำหรับคนมีเงิน มีอำนาจ มีเส้นสาย ฯลฯ

          สำหรับผู้ได้เปรียบในสังคมไทย เช่น ข้าราชการโดยเฉพาะในระดับสูง และระดับที่สามารถฉ้อราษฎร์บังหลวงได้ หรือพ่อค้าที่มีเส้นสาย คนทำผิดกฎหมาย เช่น เปิดบ่อนเถื่อน ขายยาบ้า เปิดซ่องเถื่อน ทำหวยใต้ดิน คงรักเมืองไทยมากเป็นพิเศษ เพราะเปิดโอกาสให้พวกเขาร่ำรวยโดยปราศจากการตรวจสอบ และถึงแม้ทำผิดกฎหมายแต่มีเงิน ก็สามารถ “ลอยนวล” ได้อย่างหน้าตาเฉยเป็นที่ขัดหูขัดตาประชาชนในมากหลายกรณี

          จากเว็บไซต์ของ numbeo.com แสดงให้เห็นถึงราคาห้องชุดต่อตารางเมตรโดยในที่นี้สมมติให้ห้องชุดแต่ละแห่งมีขนาด 35 ตารางเมตร ซึ่งบางแห่งอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ในไทยอาจจะถือว่าใหญ่ไปหน่อยเพราะปกติขนาดห้องชุดของคนไทยจะไม่เกิน 30 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าเล็กมากตามมาตรฐานของชาติอื่น แต่เพื่อให้สามารถคำนวณเปรียบเทียบได้ จึงกำหนดไว้ที่ 35 ตารางเมตรต่อหน่วย  และขณะเดียวกันก็เปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยปานกลางต่อเดือนโดยคูณ 12 เป็นรายได้ต่อปี  แล้วเอาราคาบ้านมาหารด้วยรายได้เฉลี่ยต่อปี

          สัดส่วนระหว่างราคาบ้านและรายได้เฉลี่ยต่อปีสำหรับกรุงเทพมหานครสูงถึง 8.55 เท่า คือ ห้องชุดหน่วยหนึ่งมีราคาเฉลี่ย 2,719,792 บาท โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของคนไทยในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 26,502 บาท เมื่อเอาราคาบ้านหารด้วยรายได้ที่คูณด้วย 12 เดือน ก็จะออกมาสูงถึง 8.55 เท่า แสดงว่าราคาบ้านในกรุงเทพมหานครสูงมากเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ นี่เป็นการวัดกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน (Affordability)

          นครที่ถือว่ามีสัดส่วนระหว่างราคาห้องชุดกับรายได้ต่อปีต่ำสุดคือนครแคลเกอรี ทางตอนกลางของประเทศแคนาดา โดยมีสัดส่วนเพียง 2.36 เท่า  แสดงว่าประชาชนสามารถซื้อ “ที่ซุกหัวนอน” ได้ไม่ยาก ชีวิตจึงมีความสุข   ในขณะที่นครที่มีสัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้สูงสุดใน 10 นครที่น่าอยู่ที่สุดในโลกนั้น คือกรุงโตเกียว โดยมีสัดส่วนสูงถึง 6.24 เท่า ซึ่งก็ยังต่ำกว่าในกรณีประเทศไทยเสียอีก

          หากปรากฏว่ามีคนหนุ่มสาวที่คิดจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ซึ่งก็ต้องไปปรับตัวใช้ชีวิตที่นั่น หางานทำที่มีรายได้พอสมควร ก็นับว่าเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก 10 เมืองนี้ น่าจะไม่ “อยู่ยาก” นัก  สามารถใช้ชีวิตที่สงบสุข มีอนาคตได้มากพอสมควรทีเดียว  อย่างไรก็ตามบางคนก็อาจมีภัยร้ายถึงชีวิตโดยไม่คาดฝันเช่น “ลุงวิชา รัตนภักดี” ในสหรัฐอเมริกาที่ถูกชายผิวดำผลักล้มจนเสียชีวิต  แต่กรณีนี้ก็เกิดขึ้นได้ในกรณีประเทศไทยเช่นกัน

          การที่ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับรายได้นั้น ก็เพราะที่ผ่านมาตลาดเป็นของผู้ขาย บริษัทพัฒนาที่ดินมหาชนสามารถทำกำไรสุทธิได้ 15-20% ในแต่ละปี ในขณะที่ประชาชนทั่วไปแทบไม่ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครจึงนับว่า “อยู่ยาก” ขึ้นทุกวัน

        แต่จะอย่างไร เราก็ต้องพยายามพัฒนากรุงเทพมหานครให้น่าอยู่สำหรับประชาชน (ไม่ใช่น่าอยู่เฉพาะคนมีเส้น มีเงิน มีอำนาจ)

เนื้อหาโดย: doctorsopon
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
94 VOTES (4.9/5 จาก 19 คน)
VOTED: doctorsopon, nuutip, Monthida Riabriang, nj009, dorotee, iluhoo, sdrt, nuudaw, Sarasin Santayasuk, Thasanee Thima, iwootjung, Taweelux, newwiieek, บอมแบมมาใหม่, น้องบอมสมศักดิ์ศรี, บอมสีทนได้, บอบอมยิ้มแย้ม, น้องบอมอิอิ, TREB
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อนุทินยัน ภาพศูนย์ฉีดวัคซีน บางซื่อ แค่มุมกล้อง ทำให้ดูแออัด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อุกอาจ! ขับรถชนบุกทำร้าย-ปล้นกลางกรุง เย้ยกฎหมายพรก.ฉุกเฉินรอง ผบช.น. ชี้แจงกรณีเตรียมฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ตำรวจควบคุมฝูงชนนักว่ายน้ำที่ถูกทอดทิ้งในนโยบายลูกคนเดียว สามารถคว้าทองแรกในว่ายน้ำโอลิมปิกเกิดเหตุกราดยิงที่โรงหนังในอเมริกา
ตั้งกระทู้ใหม่