หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าองค์เดียวกับพระเจ้าหลายองค์นั้นเป็นพื้นฐานอยู่ในศาสนาฮินดู

ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าองค์เดียวกับพระเจ้าหลายองค์นั้นเป็นพื้นฐานอยู่ในศาสนาฮินดู พระเจ้าหรือเทวะมากมายคือพลังแห่งธรรมชาติ คือพลังแห่งสรวงสวรรค์และพื้นปฐพี พลังแห่งความร่ำรวย พลังแห่งเงินทอง พลังแห่งการเมือง และทั้งหมดนี้ก็คือพระเจ้าทั้งหลาย แต่ปัญญานั้นประกอบไปด้วยการแลเห็นว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้คือแง่มุมของพระผู้เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น นี่คือทรรศระอันแท้จริงของฮินดู เทวะทั้งปวงนี้คือนามและรูปทั้งหลายของพระผู้เป็นหนึ่งเดียว พระองค์ผู้ซึ่งไร้นามและไร้รูป การปรากฎของพระองค์เองในพลังทั้งหลายเหล่านี้ และได้รับการบูชาผ่านสิ่งเหล่านี้ ซึ่งก็คือการบูชารูปเคารพรวมถึงความเชื่อก็ล้วนตั้งอยู่ในการบูชาพลังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระผู้เป็นหนึ่งนั้น นี่คือพหุเทวนิยม แต่คำสอนในศาสนาฮินดูนั้นกล่าวโดยเคร่งครัดตลอดเวลาว่า ศาสนิกผู้ศรัทธานั้นกำลังกระทำการบูชาพระผู้เป็นหนึ่งเดียวผ่านพลังหรือพระเจ้าเหล่านี้นั่นเอง ข้อนี้ไม่ได้บอกว่าชาวฮินดูมากมายไม่ใช่ผู้บูชารูปเคารพ พวกเขาอาจจะหลงลืมพระผู้เป็นหนึ่ง เช่นการถือบูชาลักษมีเทวีแห่งความร่ำรวย ก็หากเราเห็นว่าความร่ำรวยนั้นมาจากพระเจ้าผู้เป็นหนึ่งสูงสุด มันก็ถูกต้องโดยสมบูรณ์ที่จะวิงวอนเพื่อสิ่งนั้น แต่ถ้าเราบูชาตัวความร่ำรวยนั้นเอง คือบูชาองค์พระลักษมีนั่นเอง เมื่อนั้นแหละเราก็คือผู้บูชารูปเคารพ แต่ใครเล่าจะตัดสินว่าใครคนหนึ่งคือผู้บูชาเคารพ? มันมีปัญหาเดียวกันในการบูชาของชาวคริสต์ หากว่านักบุญแอนโทนีได้ให้บางสิ่งที่เขาต้องการบุคคลนั้นจะเข้าใจว่า คือพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงกระทำผ่านนักบุญแอนโทนี หรือเขาจะคิดว่านั่นคือนักบุญแอนโทนีที่เป็นผู้มอบมันให้แก่เขา? ในทันทีที่เขาเริ่มคิดว่านั่นคือนักบุญแอนโทนีที่เป็นผู้มอบสิ่งต่างๆให้เขา เมื่อนั้นเขาก็ทำให้นักบุญแอนโทนีคือพระเจ้าโดยคาดหวังให้ท่านมอบสิ่งนั้นสิ่งนี้แก่เขา นั่นแหละเขาก็กลายเป็นผู้บูชารูปเคารพ
.
สิ่งนี้เป็นอันตรายในทุกๆศาสนา นั่นคือสิ่งที่ชาวโปรเตสแตนต์รู้สึกเกี่ยวกับการบูชานักบุญทั้งหลาย และนั่นคือเหตุผลที่ชาวยิวและชาวมุสลิมยืนยันในการบูชาพระเจ้าหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่การบูชาพระเจ้าหนึ่งเดียวภายใต้รูปแบบอันหลากหลายก็ไม่จำเป็นจะต้องผิด และการสวดบูชาทั้งหลายก็อาจเป็นที่อธิบายได้ ถึงกระนั้นอันตรายก็ยังมีอยู่เสมอ มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อตอนที่ฉันอาศัยอยู่ในบังกาลอร์ ผู้ชายคนหนึ่งฆ่าคนเจ็ดคน พวกเขานอนอยู่บนเตียงและชายคนนั้นฆ่าพวกเขาทีละคนๆ จริงๆแล้วชายคนนั้นต้องการเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่เก็ได้ฆ่าพวกเขาทั้งหมด มีคนเล่าให้ฉันฟังว่า 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นฆาตกรได้สวดบูชาและถวายพลีแก่เจ้าแม่กาลีในเพื่อให้เขามีพลังอำนาจในการทำสิ่งนี้ ยังมีเรื่องที่คล้ายกันเกี่ยวกับหัวขโมยในอิตาลีซึ่งมักจะสวดขอพรต่อแม่พระเพื่อให้พวกเขาได้รายได้งามๆ นี่คืออันตรายเสมอเมื่อเธอแยกสิ่งที่ถูกสร้างออกจากพระผู้สร้าง
.
ฉันชอบเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่ง ผู้ซึ่งร่ำเรียนเทววิทยาในกรุงโรม เขาครุ่นคิดอยู่ในเรื่องการโต้เถียงเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของพระเจ้า เขากำลังพักอยู่ในห้องพัก และแม่บ้านก็เห็นเขากำลังครุ่นคิดอยู่ในเรื่องนี้ตลอดเวลา ว่าแล้วเธอจึงถามเขาว่าอะไรที่กำลังรบกวนจิตใจเขาอยู่ เขาตอบว่า เขากำลังศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการดำรงอยู่ของพระเจ้า “อา” เธอตอบ และกล่าวต่อว่า “การดำรงอยู่ของพระเจ้านั้นมันสำคัญอย่างไรกัน,ในเมื่อเรามีแม่พระอยู่แล้ว?”
.
...ศรัทธาที่แท้จริงในพระเจ้าหรือบุคคลผู้ศักดิ์สิทธิ์ใดๆ นั้นถูกมอบไว้โดยพระเจ้าผู้เป็นหนึ่ง นั่นคือแนวคิดของมัน ตัวศรัทธาเองนั้นตอบสนองเสมอ ต่อแสงสว่างภายใน การตระหนักในการปรากฎของพระเจ้า ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบใด
.
นี่คือแก่นแท้ของความเข้าใจแห่งฮินดูว่าความดีทั้งหมดนั้นมาจากพระเจ้าผู้เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะในรูปใดๆที่พระองค์ได้ถูกบูชา
.
การบูชาพระเจ้าหรือเทวะระดับรองนั้นมีข้อจำกัดเสมอ เทวะเหล่านั้นอาจจะมอบสิ่งต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นมา ในขณะที่ความดีซึ่งมิใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้นที่จะสามารถตอบสนองความพอใจต่อจิตวิญญาณ หากเธอบูชาสิ่งอื่นใดที่เป็นรองกว่าพระเจ้าเธออาจจะได้สิ่งตอบแทน แต่มีเพียงผู้ที่บูชาพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะถึงพระองค์ในกาลท้ายที่สุด

/เบด กริฟฟิธส์ (Bade Griffiths), สวามีทยานันทะ (ค.ศ.1906-1993) บาทหลวงคณะคามัลโดลีสแห่งคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก ท่านเผยแผ่คริสต์ศาสนาในอินเดียใต้ พร้อมกับศึกษาศาสนาฮินดูฝ่ายเวทานตะอย่างลึกซึ้ง และใช้ชีวิตในรูปแบบของสันยาสี จนเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง องค์การคริสเตียนอาศรม (Christian Ashram Movement) ซึ่งผสานรูปแบบปฏิบัติของอารามในคริสต์ศาสนาเข้ากับวิถีอาศรมของฮินดู

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/zensmilecomic/photos/a.431005287061109/1802508263244131/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หลวงพี่กาโตะ พระนักเทศน์ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียล มาลองดูประวัติกันสรุปข่าว สาวโกหก #ท้องทิพย์ ปมเหตุเจ้าบ่าวฆ่าตัวตายหลังผูกข้อมือวิจารณ์สนั่น นักท่องเที่ยวนำรถยนต์ขึ้นจอดจุดสูงสุด “ผาหัวสิงห์” อยากได้ภาพสวยๆ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยชาคริต แย้มนาม แทบจะร้องไห้ หลังต้องขนทุเรียนเป็นรถไปทิ้งอรอุมาจะไม่ทน! หลัง "หมอทวีศิลป์" โทษสาวตบลูกยางติดโควิดยกทีมเพราะเหงื่อออกไม่ระวังตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ทำไมคู่รักที่ทะเลาะ ถึงคบกันได้นาน?อยากประสบความสำเร็จ..จะต้องโลกสวยเกินไป "อยู่ยาก" ในสังคมที่เงินสำคัญกว่ามิตรภาพ คนจริงใจกลายเป็น “คนโง่”ฝนตกคนก็แช่ง..ฝนแล้งคนก็ด่า
ตั้งกระทู้ใหม่