หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

๑๕ เมษายน เป็นวันเถลิงศก แห่งเทศกาลสงกรานต์

๑๕ เมษายน เป็นวันเถลิงศก

แห่งเทศกาลสงกรานต์

สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต

แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น

หรือการเคลื่อนที่ย้ายที่ หมายถึง เวลาที่ดวงอาทิตย์

เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งทุก ๆ เดือน

เรียกว่า สงกรานต์เดือน

ยกเว้นเมื่อย้ายจากราศีมีนสู่ราศีเมษ

ซึ่งเป็นสงกรานต์ปี จะเรียกชื่อพิเศษว่า “ มหาสงกรานต์”

จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่โดยวิธีนับทางสุริยคติ

(วิธีนับวันและเดือนโดยถือกำหนดตำแหน่งดวงอาทิตย์เป็นหลัก)

ดังนั้นการกำหนดนับวันสงกรานต์จึง

ตกอยู่ในระหว่างวันที่ ๑๓, ๑๔ และ ๑๕ เมษายน

ซึ่งทั้ง ๓ วันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้ คือ

วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่ามหาสงกรานต์

หมายถึงการที่ดวงอาทิตย์ก้าวขึ้น

สู่ราศีเมษอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่ผ่านการเข้าสู่ราศีอื่นๆ แล้ว ครบ ๑๒ เดือน

วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา

หมายถึง การที่ดวงอาทิตย์เคลื่อน

เข้าอยู่ราศีเมษประจำที่เรียบร้อยแล้ว

วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก

หรือวันขึ้นศกคือวันที่เริ่มเปลี่ยนจุลศักราชใหม่

การที่กำหนดให้อยู่ในวันนี้นั้นเพื่อให้แน่ใจได้ว่า

ดวงอาทิตย์ โคจรขาดจากราศีมีนขึ้นสู่ราศีเมษแน่นอนแล้ว

อย่างน้อย ๑ องศา

(ข้อมูลจาก sites.google.com)

การก้าวข้ามระยะเวลาในแต่ละปี

น่าจะเป็นโอกาสดี

ที่จะได้พัฒนาความรู้ สติปัญญา

ในความเป็นจริงของชีวิต

ชีวิตที่ประกอบด้วยกายและใจ

ความจริงของกายนั้น

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“รูปกายนี้เกิดจากมหาภูตรูป ๔ (ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม)

มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด

เติบโตด้วยข้าวสุกและขนมกุมมาส

มีความไม่เที่ยง มีการไล้ทาบีบนวด

แตกสลาย

และกระจัดกระจายไปเป็นธรรมดา

ท่านควรพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง

เป็นทุกข์ เป็นดุจโรค เป็นดุจหัวฝี

เป็นดุจลูกศร

เป็นสิ่งคับแค้น เป็นสิ่งเบียดเบียน

เป็นดุจผู้อื่น เป็นสิ่งที่ต้องแตกสลาย

เป็นของว่างเปล่า เป็นอนัตตา

เมื่อท่านพิจารณาเห็นกายนี้โดยความเป็นของไม่เที่ยง

เป็นทุกข์ เป็นดุจโรค เป็นดุจหัวฝี

เป็นดุจลูกศร

เป็นสิ่งคับแค้น เป็นสิ่งเบียดเบียน

เป็นดุจผู้อื่น เป็นสิ่งที่ต้องแตกสลาย

เป็นของว่างเปล่า เป็นอนัตตา

ท่านย่อมละความพอใจในกาย

ความเยื่อใยในกาย

และความยอมตามกายได้ “

พระไตรปิฏก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย)

เล่มที่ ๑๓ ข้อ ๒๐๕ หน้า ๒๔๒

#สวัสดีวันเถลิงศกใหม่๒๕๖๔

#ทิ้งคิดปันคำ

#ตื่นมาให้

#ทิ้ง

#ทิ้งคิดใจเป็นอิสระ

#เดินทางทิ้งคิดกับไจตนย์

#เดินทางเดินธรรม

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/jaitanaFM91/photos/a.444853119701471/931901837663261/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รายละเอียดเกี่ยวกับ บัตรคนจนรอบใหม่เจ้าบ่าวเผ่นแน๊บ ปล่อยให้เจ้าสาวยืนงงNASA ยานสำรวจ Curiosity Rover เจาะรูพื้นผิวที่ดาวอังคาร พวกเขาพบคาร์บอนที่แปลกประหลาดลึกลับ...รีวิวการสร้างบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว ตามแบบฉบับคนงบน้อย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เทคโนโลยีช่วยวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมในไม่กี่ชั่วโมงวัคซีนป้องกันไวรัสชนิดใหม่อาจใช้ได้ผลกับ Omicronควรใช้ภาชนะพลาสติกหรือแก้วในตู้เย็นหรือไม่?9วิธีเปลี่ยนเรื่องอันตรายให้ปลอดภัย
ตั้งกระทู้ใหม่