หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

นายกฯ ฟอร์มทีมเอง จัดหาวัคซีนทางเลือก ไร้เงาอนุทิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง "ร่วมมือร่วมใจ เพื่อคนไทยปลอดภัย" ชี้แจงปมดรามาไม่มีชื่อในคณะกรรมการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ระบุว่า

มีข่าวทางสื่อมวลชน ว่า นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนโควิดฯ โดยไม่มีผมในฐานะรมว.สาธารณสุข รวมอยู่ด้วย แล้ววิเคราะห์กันว่า เป็นความขัดแย้งในรัฐบาล หรือ ไม่ไว้ใจให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการ นายกรัฐมนตรี จึงตั้งคณะทำงานฯ มาทำหน้าที่แทนกระทรวงสาธารณสุข

ขอเรียนชี้แจงว่า คณะทำงานฯ คณะนี้ ประกอบด้วย ฝ่ายวิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข สามารถระดมความร่วมมือจากทุกส่วนราชการ และภาคเอกชน ได้มากกว่ากระทรวงสาธารณุข ดำเนินการหน่วยงานเดียว จึงเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายจะมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาของประเทศ

รูปแบบการทำงานในขณะนี้ เป็นการร่วมมือกันทำงาน ช่วยกันทำงาน เพื่อประชาชน และประเทศชาติ ไม่ใช่การแย่งงานกันทำ แต่เป็นการแบ่งงานกันทำ

คณะทำงานฯ ทำหน้าที่วางแนวทาง มาตรการจัดหาวัคซีน เพิ่มเติมมาให้บริการประชาชน

กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่จัดซื้อวัคซีน และ บริหารจัดการวัคซีน ไปให้ถึงประชาชน เร็วที่สุด โดยมีสถานพยาบาลภาครัฐ และ ภาคเอกชน ช่วยกันฉีดวัคซีน ให้แก่ประชาชนตามแผนการฉีดวัคซีน ที่กรมควบคุมโรค จัดทำไว้ ซึ่งคาดว่าจะฉีดให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ได้ครบถ้วน ภายในเดือนตุลาคมนี้

ขอเรียนว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข สั่งซื้อวัคซีนมาให้ประชาชน แล้ว จำนวน 63 ล้านโดส

ขณะนี้มาถึงประเทศไทย แล้ว 2.117 ล้านโดส

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นไป จะมีวัคซีนให้บริการประชาชน เดือนละ 5-10 ล้านโดส จนครบตามจำนวนที่สั่งซื้อไว้ คือ 63 ล้านโดส

รวมแล้ว กระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งซื้อวัคซีน มาให้ประชาชน จำนวน 63 ล้านโดส สามารถฉีดให้ประชาชน 31.5 ล้านคน ขณะที่ในทางวิชาการ เราต้องฉีดวัคซีน ให้ประชาชนประมาณ 40 ล้านคน หรือประมาณ 60 % ของประชากรทั้งประเทศ และ ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย อีกจำนวนหนึ่ง

ดังนั้น ในปีนี้ เราจะต้องใช้วัคซีน จำนวน 80ล้านโดส สั่งซื้อมาแล้ว 63 ล้านโดส จึงต้องสั่งซื้อวัคซีน สำหรับคนไทย เพิ่มอีกประมาณ 17 ล้านโดส และ อีกจำนวนหนึ่งสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นภารกิจของคณะทำงานพิจารณาจัดหาวัคซีนฯ

มีเกร็ดๆ เล็กแต่มีความหมายมาก สำหรับการบริหารวัคซีนแอซตราเซนเนกา ที่กระทรวงสาธารณสุข สั่งซื้อ มา 61 ล้านโดส ผู้ผลิตใส่ขวดละ 6.5 ซีซี มาให้ จำนวน 6.1 ล้านขวด ซึ่งทีมแพทย์ พยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข สามารถฉีดให้ผู้รับวัคซีน ได้ ขวดละ 12 โดส มากกว่าที่กำหนดไว้ ถึง 2 โดส ต่อขวด

ดังนั้น วัคซีนแอซตราเซนเนกา 6.1 ล้านขวด หากจัดการให้ดี จะฉีดให้ประชาชน ได้เพิ่มขึ้น 12.2 ล้านโดส หรือ 6.1 ล้านคน

ถ้าทำได้ตามที่เตรียมการ และซ้กซ้อมกันไว้ วัคซีนที่สั่งซื้อไว้แล้ว จะครอบคลุมประชากรที่ต้องรับวัคซีน ได้เกือบทั้งหมด ขาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หากทำได้ตามนี้ จะเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ภารกิจหลักของกระทรวงสาธารณสุข นับแต่นี้ไป จึงเป็นการบริหารจัดการกระจายวัคซีน 63 ล้านโดส ไปฉีดให้แก่ประชาชนในทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ของประเทศไทย ตามแผนควบคุมโรค ให้ได้เร็วที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผมสั่งการให้ทุกสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ฉีดได้เสร็จก่อนเวลาที่กำหนด รวมทั้งขอความร่วมมือสถานพยาบาลของทุกหน่วยงานภาครัฐ และ โรงพยาบาลเอกชน ช่วยกันฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ด้วย

วัคซีนจำนวน 63 ล้านโดส ที่สั่งซื้อมาแล้ว เป็นวัคซีนที่รัฐบาล จัดซื้อมาด้วยงบประมาณแผ่นดิน เพื่อฉีดให้ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และ หากมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ รัฐบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ถึงแม้ว่าผู้ผลิตวัคซีนจะไม่รับผิดชอบ เพราะเป็นการฉีดวัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ตาม

ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้ประเมินเบื้องต้นแล้วว่า การสั่งซื้อวัคซีน 63 ล้านโดส ในขณะนี้ เพียงพอที่จะให้บริการคนไทย หากจะขาดก็เพียงไม่มากนัก และได้พยายามจัดซื้อมาตลอด แต่ยังจัดซื้อเพิ่มเติมไม่ได้ เพราะผู้ผลิตวัคซีน ยังผลิตได้ไม่ทันกับคำสั่งซื้อ ที่ทุกประเทศทั่วโลก มีความต้องการวัคซีน มากกว่ากำลังผลิต เป็นจำนวนมากหลายเท่าตัว

กระทรวงสาธารณสุข จะสนับสนุนการทำงานของคณะทำงานฯ เพื่อให้การบริหารจัดการวัคซีนของประเทศไทย ทั้งระบบ มีประสิทธิภาพ และเพียงพอ กับบริการประชาชนคนไทย และคนต่างชาติทุกคน ที่อยู่ในประเทศไทย ตามปรัชญาการควบคุมโรค ที่องค์การอนามัยโลก บอกว่า “ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครจะปลอดภัย จนกว่าทุกคนจะปลอดภัย” หมายความว่าเราต้องทำให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยและจะต้องได้รับวัคซีน ต้องได้รับวัคซีนครบถ้วน โดยไม่เลือกสัญชาติใดๆ

ขอชี้แจงสาระสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ วัคซีนโควิดทุกตัว ที่มีการใช้อยู่ในขณะนี้ เป็นวัคซีนใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้ไป ศึกษาไป รายงานผลกันไป ยังไม่ใช่วัคซีนที่สมบูรณ์เหมือนวัคซีนอื่นๆ และ วัคซีนมีอายุใช้งานเพียง 6เดือน เท่านั้น เป็นเหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุข ไม่จัดซื้อมาสำรอง เป็นจำนวนมาก เพราะหากฉีดไม่ทัน จะสิ้นเปลืองงบประมาณ และ หากเชื้อโรคกลายพันธุ์ ต้องใช้วัคซีนใหม่ ก็จะต้องซื้อวัคซีนใหม่ โดยที่วัคซีนเดิม ใช้ไม่หมด และใช้ไม่ได้ จะเป็นการสูญเสียงบประมาณ อีก

ขอเรียนว่าในคณะทำงานฯ มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข หลายท่าน เป็นผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นคณะทำงานฯ แล้ว

ผมได้ให้นโยบายทุกท่านสนับสนุน ร่วมมือกับคณะทำงานฯ เพื่อการกำหนดมาตรการ และแนวทางการจัดหาวัคซีน เพื่อประโยชน์ของประชาชน เป็นลำดับแรก

ขอความกรุณาอย่ามองทุกเรื่องเป็นการเมือง เป็นความขัดแย้ง

ผมไม่เคยนำเรื่องสุขภาพ และ ชีวิตของประชาชน มาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง และ ไม่เคยคิดเอาการเมืองมาใส่ในสถานการณ์โรคระบาด

ผมสนับสนุนการทำงานของทุกคน ทุกหน่วย ทุกฝ่าย เพื่อที่จะนำพาประชาชนและประเทศไทยผ่านวิกฤติโรคระบาด ครั้งนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย

#คนไทยรวมใจเพื่อคนไทยปลอดภัย

ที่มา : https://www.facebook.com/2091153520919518/posts/4293680827333432/?d=n

 

 

ร่วมมือร่วมใจ เพื่อคนไทยปลอดภัย มีข่าวทางสื่อมวลชน ว่า นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนโควิดฯ...

โพสต์โดย อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2021

 

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/thaitribune1/photos/a.208103229396861/1564715730402264/
https://www.facebook.com/AnutinC/posts/4293680827333432
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
15 ภาพ อยากรู้จริงๆ ภาพแบบนี้ใครเป็นคนถ่ายไว้โดนใส่ร้าย!“ฟิลิปินส์”โวยไทยสวมรอยด่าเหยียดผิวนางงามมืดแคนาดา “อแมนด้า”โดนด้วย!Profile รมต. รัฐบาลไทยหรือสภาแกล้งโง่ เส้นใหญ่คับฟ้าคับแผ่นดิน?ยิ่งเห็นยิ่งคิดถึง เหมือนมากๆเอือมระอา เเฉญาติขอยืมบ้านจัดงานเเต่ง บอกมีเเค่ 10 คน วันจริงเเห่มาเป็นขบวนร่างกายต้องการปะทะ!!! หลวงพี่กาโตะ​ ขยี้พวกม็อบเด็ก3กีบ​ หุงข้าวไม่เป็นริคิดปฏิรูป! พระมหาไพรวัลย์​ แอนด์เดอะแก๊ง​ ว่าไงห๊ะ!?!(คลิป)17 ดาราดังระเบิดยุค 2000s ที่คุณอาจอยากรู้ว่าตอนนี้พวกเขาดูเป็นอย่างไรบ้างแชร์​ประสบการณ์​ลดความอ้วนจาก​ 156​ กก. ลดเหลือ ​75 กก. ภายใน 1 ปีชาวอินเดียใช้ขี้วัวทาทั่วตัวหวังป้องกันโควิด หลังเข้าไม่ถึงการรักษาและวัคซีนย้ายประเทศ อย่ากลัวเป็นพลเมืองชั้นสอง อยู่ไทยแย่กว่าสปป.ลาว ไล่ออกตำรวจ พัวพันกรณี 2 คนไทย แอบข้ามแม่น้ำโขง เที่ยวสถานบันเทิงจนเป็นตอโควิดระบาดรอบใหม่ในลาว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
จำนวนผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นสูงเป็นประวัติการณ์(คลิป)ศรีสุวรรณเจอร้องบ้าง//"ชูวิทย์" เหน็บแรง "ค้าแป้ง"ดังไกลทั่วโลก แต่นักร้องเรียนขาประจำหายหัวเพลงใหม่มาแรง แซงหักมุม ^^แท็กซี่เครียดไม่มีเงิน!! พ่นสีใส่แนวกั้นต่างระดับ
ตั้งกระทู้ใหม่