หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ประวัติเมื่องเชียงใหม่

ประวัติเมืองเชียงใหม่ เมืองเชียงใหม่ มีชื่อที่ปรากฏในตำนานว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทยมาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.1839 ซึ่งมี อายุครบ 710 ปี ในปี พ.ศ.2549 และเมืองเชียงใหม่ได้มีวิวัฒนาการ สืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ.1839-2100) ในปี พ.ศ.2101    เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่าชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การนำของพระยากาวิละและพระยาจ่าบ้านในการทำสงครามขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่และเมืองเชียงแสนได้สาเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสถาปนาพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงเทพมหานคร และมีเชื้อสายของพระยากาวิละ ซึ่งเรียกว่า ตระกูลเจ้าเจ็ดตน ปกครองเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนและลาปางสืบต่อมาจนกระทั่งในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้โปรดให้ปฏิรูปการปกครอง หัวเมืองประเทศราช ได้ยกเลิกการมีเมืองประเทศราชในภาคเหนือ จัดตั้งการปกครองแบบ มณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลพายัพ และเมื่อปี พ.ศ.2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ปรับปรุงการปกครองเป็นแบบจังหวัด เชียงใหม่จึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบัน    ขนาดพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย เส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ และ เส้นแวงที่ 99 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,027 ฟุต (310 เมตร) ห่างจากกรุงเทพมหานคร 696 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 20,107.057 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,566,910 ไร่ ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ จำแนกเป็น พื้นที่ป่าไม้ 69.92 % (8,787,656 ไร่) พื้นที่ทำการเกษตร 12.82 % (1,835,425 ไร่) พื้นที่อยู่อาศัยและอื่น ๆ 17.26 % (2,167,971 ไร่)    อาณาเขตติดต่อโดยรอบของเชียงใหม่ ทิศเหนือ รัฐฉานของสหภาพพม่า โดยมีดอยผีปันน้าของดอยคำ ดอยปกกลา ดอยหลักแต่ง ดอยถ้าป่อง ดอยถ้วย ดอยผาวอก และดอยอ่างขางอันเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาแดนลาว เป็นเส้นกั้นอาณาเขต ทิศใต้ อำเภอสามเงา อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก) มีร่องน้ำแม่ตื่นและดอยผีปันน้ำ ดอยเรี่ยม ดอยหลวงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต ทิศตะวันออก อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า(จังหวัดเชียงราย) อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง(จังหวัดลำปาง) อำเภอบ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้(จังหวัดลาพูน) ส่วนที่ติดจังหวัดเชียงรายและลำปาง มีร่องน้ำลึกของแม่น้ำกก สันปันน้ำดอยซาง ดอยหลุมข้าว ดอยแม่วัวน้อย ดอยวังผา และดอยแม่โตเป็นเส้นกั้นอาณาเขต ส่วนที่ติดจังหวัดลำพูนมีดอยขุนห้วยหละ ดอยช้างสูง และ ร่องน้าแม่ปิงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต ทิศตะวันตก อำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย(จังหวัดแม่ฮ่องสอน) มีดอยผีปันน้า ดอยกิ่วแดง ดอยแปรเมือง ดอยแม่ยะ ดอยอังเกตุ ดอยแม่สุรินทร์ ดอยขุนยวม ดอยหลวง และร่องแม่ริด แม่ออย และดอยผีปันน้า ดอยขุนแม่ตื่นเป็น เส้นกั้นอาณาเขต จังหวัดเชียงใหม่มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าเพียงประเทศเดียว และมีพื้นที่ติดต่อใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย : 4 ตำบลได้แก่ ตำบลแม่อาย ตำบลมะลิกา ตำบลแม่สาว ตำบลท่าตอน เมืองที่ติดต่อคือ เมืองยอน รัฐฉาน อำเภอฝาง : 2 ตำบลได้แก่ ตำบลม่อนปิ่น และตำบลแม่งอน เมืองที่ติดต่อ คือ บ้านโป่งป่าแขม เมืองต่วน รัฐฉาน อำเภอเชียงดาว : 1 ตำบลได้แก่ ตำบลเมืองนา เมืองที่ติดต่อคือ บ้านน้ายุม เมืองต่วน รัฐตองยี อำเภอเวียงแหง : 3 ตำบลได้แก่ ตำบลเปียงหลวง ตำบลเมืองแหง ตำบลแสนไห เมืองที่ติดต่อคือ บ้านบางใหม่สูง บ้านปางเสือเฒ่า บ้านกองเฮือบิน เมืองต่วน รัฐตองยี อำเภอไชยปราการ : 1 ตาบลได้แก่ ตาบลหนวงบัว เมืองที่ติดต่อคือ บ้านโป่งป่าแขม เมืองต่วน รัฐฉาน รวมระยะทางทั้งสิ้น 227 กิโลเมตร พื้นที่เขตแดนส่วนใหญ่เป็นป่าเขา ทำให้ไม่สามารถปักหลักเขตแดนได้อย่างชัดเจน จึงเกิดปัญหาเส้นเขตแดนระหว่างประเทศบ่อยครั้ง  ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ โดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้าปิง มีภูเขาสูงที่สุดในประเทศไทย คือ "ดอยอินทนนท์" สูงประมาณ 2,575 เมตร อยู่ในเขตอาเภอจอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่น ๆ ที่มี ความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยฟ้าห่มปก สูง 2,285 เมตร ดอยหลวงเชียงดาว สูง 2,170 เมตร ดอยสุเทพ สูง 1,601 เมตร    สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ พื้นที่ภูเขา ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของจังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 80% ของพื้นที่จังหวัด เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารไม่เหมาะต่อการเพาะปลูกพื้นที่ราบลุ่มน้าและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้อันได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง และลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร    ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส โดยมีค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่าสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้าฝนเฉลี่ย 1,100-1,200 มิลลิเมตร   สภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งภูมิอากาศออกได้เป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม  ประชากรของจังหวัดเชียงใหม่ (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มกราคม 2555) จังหวัดเชียงใหม่มีประชากรรวมทั้งสิ้น 1,682,382 คน แยกเป็น   ชาย 821,031 คน หญิง 861,351 คน ความหนาแน่นเฉลี่ย 84 คน/ตร.กม.   ประชากรชนกลุ่มน้อยในจังหวัด มีจานวน 64,505 คน กระจายตามอำเภอต่าง ๆ ใน 16 อาเภอ โดยแยกเป็น บุคคลบนพื้นที่สูง จำนวน 7,828 คน อดีตทหารจีนคณะชาติ จำนวน 739 คน จีนฮ่ออพยพ จำนวน 302 คน จีนฮ่ออิสระ จำนวน 2,356 คน ผู้พลัดถิ่นสัฐชาติพม่า จำนวน 451 คน ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า (มีถิ่นที่อยู่ถาวร) จำนวน 1,852 คน ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า (อยู่กับนายจ้าง) จำนวน 3,393 คน ไทยลื้อ จำนวน 271 คน ชุมชนบนพื้นที่สูงที่เป็นชาวเขา จำนวน 4,346 คน ชุมชนบนพื้นที่สูงที่ไม่ใช่ชาวเขา จำนวน 35,528 คน บุตรของชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ จำนวน 7,439 คน

ขอบคุณที่มา : ประวัติและข้อมูลของจังหวัดเชียงใหม่อย่างครบถ้วน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: phat2590
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พบแล้วศพแกนนำม็อบถูกยิงฝังดินห่างจากบ้านบังฟิต 2 กมวิธีการลงบทความในเว็บ Postjung เพื่อสร้างรายได้"นายกฯ" สะดุ้ง เมื่อ "ฮาร์ท" โพสทีมทนาย สู้คดีสตาร์ทแรง! สําหรับเรียลลิตี้ “Bromance รักแมนแมน” ถอดจริง เล่นจริง ฟินหนักมาก!!อุทาหรณ์!! อย่าปล่อยให้เด็กเล่นโทรศัพท์ตามลำพัง มิเช่นนั้นจะเจอแบบนี้จบดราม่า 'อรอุมา-หมอทวีศิลป์' กัปตันขอโทษแล้ว ส่วนหมอก็จุ๊บๆ ให้กำลังใจ“หนุ่ม กรรชัย” ฟาดเดือด!! #จนทิพย์ สะท้อนสังคมไทย!!ชวนดูเปอร์เซ็นต์การฉีดวัคซีนของคนไทย ฉีดยี่ห้อไหนเท่าไหร่ ฉีดไปแล้วกี่คน มีผลข้างเคียงกี่คนอจ.เจษฎา ขยายความเพิ่มเติม โควิดไม่ติดต่อกันทางเหงื่อ ควรซ้อมกีฬากลางแจ้ง"ปลาต่อสู้สยาม"บิ๊กตู่” บอก ประชาชน “ไม่ฟัง “หมอ” แล้วจะฟัง ใคร ?” หลังมีคำถามเรื่องคนอายุต่ำกว่า 18 ฉีดได้หรือไม่อย่างไรปลากัดไทย สู่เวทีโลกกรรมตามสนอง หนุ่มดอดเตรียมช็อตปลาในอ่างเก็บน้ำ พลัดตกสปริงเวย์ดับอนาถ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ใช้แค่2สิ่งทำความสะอาบลับคมใบมีดเครื่องปั่นแบบง่ายๆๆ"ฟ้าทะลายโจร" ป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่?ความยากของเกษตรผสมผสานอยู่ตรงไหน7 ภาพของสาวแฟชั่นปารีสในปี 1934
ตั้งกระทู้ใหม่