หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด🖉 ตั้งกระทู้ใหม่

อสูรแห่งหาดโอมาฮ่า: ทหารเยอรมันนายเดียวอาจเป็นผู้สังหารทหารอเมริกันนับพันในวัน D-Day

วันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ.1944 เป็นวัน D-Day ฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี (Normandy) ทางภาคเหนือของฝรั่งเศส เปิดฉากแนวรบที่สอง เริ่มการปลดปล่อยยุโรปตะวันตกจากการยึดครองของเยอรมนี แม้การยกพลขึ้นบกโดยรวมจะเป็นไปอย่างราบรื่น อาศัยการเตรียมตัวล่วงหน้าหลายปีรวมถึงการปล่อยข่าวลวงให้กองทัพเยอรมันเชื่อว่าการยกพลขึ้นบกจะมีขึ้นในจุดอื่น แต่ที่หาดโอมาฮ่า (Omaha Beach) สถานการณ์กลับต่างออกไป ความผิดพลาดหลายประการส่งผลให้ทหารอเมริกันที่ยกพลขึ้นบกบนหาดแห่งนี้ติดอยู่บนหาด ท่ามกลางห่ากระสุนนานาชนิดจากทหารเยอรมันที่ป้องกันหาดอยู่ ไม่สามารถตีฝ่าออกไปได้ ทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตายเป็นใบไม้ร่วง และมีความเป็นไปได้ว่าความสูญเสียจำนวนมากอาจมาจากฝีมือทหารเยอรมันเพียงนายเดียวคือไฮน์ริช เซแวร์โล (Heinrich Severloh) เจ้าของฉายาอสูรแห่งหาดโอมาฮ่า (The Beast of Omaha)

เซแวร์โล เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1923 ในครอบครัวเกษตรกร และถูกเกณฑ์เป็นทหารในกองทัพเยอรมัน (Wehrmacht) ในวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ.1942 ขณะอายุ 19 ปี สังกัดกองพลปืนใหญ่เบาที่ 19 ที่เมืองฮันโนเวอร์ ก่อนจะถูกย้ายไปสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 321 ในฝรั่งเศส ปฏิบัติหน้าที่เป็นพลส่งสาร

ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ.1942 เซแวร์โลถูกส่งไปยังแนวรบด้านตะวันออก เขาแสดงความคิดเห็นวิจารณ์พรรคนาซีส่งผลให้ถูกลงโทษอย่างรุนแรง จนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 6 เดือน หลังออกจากโรงพยาบาล เขาขอลากลับไปช่วยงานที่ไร่ของครอบครัว ก่อนจะถูกเรียกตัวกลับมาเป็นทหารอีกครั้ง และถูกส่งไปฝึกเป็นนายทหารชั้นประทวนในเดือนตุลาคม ค.ศ.1943 ที่เมืองเบราน์ชไวค์ (Braunschweig หรือ Brunswick) แต่หลังจากเข้ารับการฝึกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน เขาก็ถูกย้ายไปสังกัดกองพลทหารราบที่ 352 ที่หาดนอร์มังดี ทางภาคเหนือของฝรั่งเศส บริเวณที่กองทัพสหรัฐฯที่จะยกพลขึ้นบกในวัน D-Day ตั้งชื่อรหัสให้ว่าหาดโอมาฮ่า

ภาพซากบังเกอร์แห่งหนึ่งของที่มั่น WN-62 ของทหารเยอรมันบนหาดโอมาฮ่า
(W.Rebel/ Wikimedia Commons/ CC BY-SA 3.0)

หาดโอมาฮ่ามีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร แนวป้องกันของทหารเยอรมันประกอบด้วยบังเกอร์ติดปืนใหญ่ขนาดใหญ่กว่า 75 มิลลิเมตร 8 แห่ง, บังเกอร์ 35 แห่ง, ปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง 18 กระบอก, หลุมปืน ค. 6 แห่ง, จรวดหลายลำกล้อง Nebelwerfer 35 กระบอก, รังปืนกล 85 แห่ง, และป้อมปืนรถถังนำมาดัดแปลงเป็นบังเกอร์ 6 ป้อม สนับสนุนโดยทหารราบ รวมถึงมีการสร้างเครื่องกีดขวางจำนวนมากไว้บนชายหาดด้วย เซแวร์โลประจำอยู่ในที่มั่น Widerstandsnest 62 หรือ WN-62 ซึ่งมีบังเกอร์ 2 แห่งเป็นศูนย์กลาง แห่งหนึ่งว่างเปล่า ส่วนอีกแห่งติดอาวุธประกอบด้วยปืนใหญ่ขนาด 75 มิลลิเมตร, ปืนใหญ่ต่อสู้รถถังขนาด 50 มิลลิเมตร, ปืน ค. ขนาด 50 มิลลิเมตร 2 กระบอก, ปืนกล MG-34 ลำกล้องคู่สำหรับต่อสู้อากาศยาน, และปืนกลหนัก Ckm wz. 30 ที่ยึดได้จากโปแลนด์อีก 2 กระบอก บริเวณด้านหลังบังเกอร์ยังมีปืนใหญ่ต่อสู้รถถังขนาด 50 มิลลิเมตรวางไว้อีกกระบอกหนึ่งด้วย มีทหารเยอรมันจากกองพลทหารราบที่ 716 ประจำอยู่ 27 นายและจากกองพลทหารราบที่ 352 อีก 13 นาย ภารกิจหลักนอกเหนือจากการป้องกันชายหาดคือการชี้เป้าให้ปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตรที่วางกำลังอยู่ด้านหลังของหาด ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร เซแวร์โลรับหน้าที่เป็นพลปืนกล MG-42 ในรังปืนกลแห่งหนึ่งถัดมาจากบังเกอร์

ปืนกล MG-42 เข้าประจำการในปี ค.ศ.1942 ใช้กระสุนขนาด 7.92 มิลลิเมตร มีอัตราการยิงสูงสุดถึง 1,200 นัดต่อนาที จนได้ฉายาว่าเรื่อยวงเดือนของฮิตเลอร์ (Hitler’s buzzsaw) แม้จะใช้สังหารทหารราบข้าศึกจำนวนมากในที่โล่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสียคือส่งผลให้ลำกล้องร้อนและกระสุนหมดเร็วมาก ทหารเยอรมันจึงได้รับการฝึกให้ยิงเป็นชุดสั้นๆ เพื่อประหยัดกระสุน และป้องกันไม่ให้ลำกล้องปืนร้อนเกินไป

ภาพปืนกล MG-42 ของเยอรมัน (NotLessOrEqual/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

เวลาประมาณตีห้า วันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ.1944 เซแวร์โลและเพื่อนทหารมองเห็นกองเรือขนาดมหึมาของฝ่ายสัมพันธมิตรอยู่นอกชายฝั่งนอร์มังดี ตามด้วยเสียงเครื่องบินทิ้งระเบิด ทหารเยอรมันรีบหลบเข้าที่กำบังตอนที่เครื่องบินเริ่มทิ้งระเบิดลงมา แม้ระเบิดจะพลาดเป้าเกือบทั้งหมดเนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี แต่พวกเขาก็ไม่มีโอกาสพักหายใจนานนัก ปืนเรือของฝ่ายสัมพันธมิตรก็เริ่มเปิดฉากยิงถล่มชายฝั่งอย่างรุนแรงราวฟ้าจะถล่ม อย่างไรก็ตามทหารเยอรมันในที่มั่น WN-62 ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่มีผู้เสียชีวิต

หลังปืนเรือเงียบเสียงลง ทหารเยอรมันก็ออกจากที่กำบัง เข้าประจำตำแหน่งของตนเอง เซแวร์โลเข้าประจำรังปืนกล MG-42 มีทหารเยอรมันอีกนายหนึ่งที่เขาไม่รู้จักคอยบรรจุกระสุนให้ เขามองเห็นเรือยกพลขึ้นบกระลอกแรก 48 ลำมุ่งตรงมาที่ชายหาด ทหารเยอรมันได้รับคำสั่งให้รอจนกว่าทหารอเมริกันจะลงจากเรือ แล้วจึงค่อยเปิดฉากยิงขณะฝ่ายตรงข้ามลุยน้ำขึ้นหาด เพราะน้ำหนักของยุทโธปกรณ์จะถ่วงไม่ให้ทหารอเมริกันเคลื่อนที่ได้สะดวก ขณะที่ทหารอเมริกันกำลังลุยน้ำขึ้นหาดอยู่นั้น ทหารเยอรมันก็เริ่มระดมยิง ทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ไม่สามารถตีฝ่าชายหาดออกไปได้ เซแวร์โลอ้างว่าเขาทำการยิงกระสุนปืนกลไปมากกว่า 12,000 นัด ตลอดเวลานานกว่า 9 ชั่วโมง หยุดพักเฉพาะตอนที่ต้องรอให้ลำกล้องปืนคลายความร้อนเท่านั้น ระหว่างนั้นเขาก็จะใช้ปืนไรเฟิล Kar 98K ยิงต่อสู้ไปด้วย โดยเขาได้ใช้กระสุนปืนไรเฟิลไปประมาณ 400 นัดในวันนั้นเช่นกัน เขาอ้างว่าได้ยิงทหารอเมริกันไปอย่างน้อย 1,000 นาย แม้ตัวเลขนี้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ก็ส่งผลให้เซแวร์โลได้รับฉายาว่าอสูรแห่งหาดโอมาฮ่า

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่าย ทหารเยอรมันก็เริ่มกระสุนหมด เซแวร์โลต้องนำสายกระสุนสำหรับต่อสู้อากาศยานมาใช้สู้กับทหารอเมริกัน แม้สายกระสุนชนิดนี้จะใช้ยิงเป้าหมายภาคพื้นดินได้เหมือนกัน แต่มีข้อเสียคือในสายกระสุนจะมีกระสุนส่องวิถีสำหรับชี้เป้าอากาศยานอยู่ด้วย ส่งผลให้เรือพิฆาต USS Frankford ของสหรัฐฯจับตำแหน่งรังปืนกลของเซแวร์โลได้แล้วยิงปืนเรือถล่ม แม้เขาจะหลบเข้าที่กำบังได้ทันและได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะเท่านั้น แต่ปืนกลของเขาก็ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานต่อไปได้ ขณะที่ทหารอเมริกันก็ค่อยๆรุกคืบใกล้เข้ามา ผู้บังคับบัญชาของเซแวร์โลจึงออกคำสั่งให้ถอยทัพท่ามกลางการระดมยิงของทหารอเมริกัน มีเพียงเซแวร์โลและเพื่อนทหารอีกนายหนึ่งเท่านั้นที่เอาชีวิตรอดมาจากที่มั่น WN-62 ได้

ภาพหาดโอมาฮ่าในปัจจุบัน มองจากหลุมเพลาะแห่งหนึ่งในที่มั่น WN-62 (Tomasino/ Wikimedia Commons/ CC BY 3.0)

เซแวร์โลและเพื่อนทหารหลบหนีมาถึงหมู่บ้าน Colleville-sur-Mer และเข้ารับการรักษาพยาบาล ก่อนจะตัดสินใจยอมแพ้ต่อทหารอเมริกันในวันรุ่งขึ้น เขาถูกส่งตัวไปยังค่ายเชลยศึกในบอสตัน สหรัฐฯ จนกระทั่งสงครามสิ้นสุดลง ก่อนจะถูกส่งตัวมายังอังกฤษในเดือนธันวาคม ค.ศ.1946 ถูกใช้เป็นแรงงานสร้างถนน จนกระทั่งปี ค.ศ.1947 จึงได้รับการปล่อยตัวกลับไปหาครอบครัวในเยอรมนี

ช่วงยุค 60 เซแวร์โลติดต่ออดีตบาทหลวงของกองทัพสหรัฐฯชื่อเดวิด ซิลวา (David Silva) ซึ่งเขารู้จักชื่อจากหนังสือ The Longest Day ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1959 ซิลวาเคยถูกยิงด้วยกระสุน 3 นัดบนหาดโอมาฮ่า ทั้งสองคนนัดพบกันหลายครั้งและกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เรื่องราวของทั้งคู่ปรากฏในสารคดี Mortal enemies of Omaha Beach – the story of an unusual friendship โดยผู้กำกับอเล็กซานเดอร์ โชกัลลา (Alexander Czogalla)

บันทึกความทรงจำของเซแวร์โล ภาษาเยอรมันชื่อ WN 62 – Erinnerungen an Omaha Beach Normandie, 6. Juni 1944 ได้รับการตีพิมพ์ในปี ค.ศ.2000

เซแวร์โลเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มกราคม ค.ศ.2006 ขณะมีอายุได้ 82 ปี

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://militaryanddiplomacy.com/2021/02/23/heinrich-severloh-the-beast-of-omaha/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: PaMok, PlengDee
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คืนแรกในคุกของ 8 อดีตแกนนำ กปปส. "ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์" เครียดมากดราม่า! ขนมจีนหรือกระดาษทิชชู่ แม่ค้าแจง เงิบทั้งโซเชียลด่ายับ! หลังแฟนคลับพูด "ปาย" สวยกว่า "ลิซ่า"โซเชียลแห่เป็นห่วง อาม ชุติมา หลังโพสต์รูปล่าสุดอึ้งทั้งสตูฯ!! หนุ่มพูดชัด อดีตขายขนมลำบากที่สุด คือ "การชุมนุม ชัตดาวน์กรุงเทพ"สัตว์โลกน่าสนใจ : น้องชิลชิล่า ที่ตุ้ยนุ้ย เหมือนเป็นก้อนขนเดินได้ขนาดย่อมๆ สุด Cute ไปเลยยย....จ่อนอนคุก! "ครอบครัวหัวร้อน" ถูกคุมฟ้องศาล ผัวเครียดจัด โดนเอาผิด 3 ข้อหาหนักเต้นท์ "ฐานลับ" ที่ทุกบริษัทต้องมี!!เงินก้อนสุดท้ายซื้อมือถือ หนุ่มลงทะเบียน "เราชนะ" ไม่ผ่าน มากราบแม่แล้วไปผูกคอตาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ทำแผน "หมู่เทพ" ยิงพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว แฉนัดแรก ตั้งใจยิงอวดเพื่อน เจ้าตัวยังไม่สำนึก ไม่อยากขอโทษคนเจ็บไอซ์แลนด์ 🇮🇸 : ภาพแสงเหนือปรากฎให้เห็นในเมือง เรคยาวิกวานนี้ สวยงามมากแอฟริกา : พบว่าในเดือน ก.พ.64 ตั๊กแตนกลับมาระบาดอีกครั้งในแคนย่า และประเทศใกล้เคียงสถิติหนักสุดในรอบ 70 ปีรัสเซีย 🇷🇺 : มอสโก ❄️ มีหิมะกองใหญ่ทั่วเมืองเกิดจากหิมะตกหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งกระทู้ใหม่