หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เสียงเด็กในโรงงานร้างที่ไม่มีคนอยู่

ความเดิมตอนที่แล้ว : เรื่องลี้ลับ สยองขวัญ (postjung.com)

ผมรีบหันไปมองด้านหลัง อย่างตกใจ
เสียงเด็กที่ไหนกัน มาหัวเราะในนี้
พลางรีบกวาดสายตามองหาไปรอบๆ ในใจรู้สึกเต้นแรงแบบคนตื่นกลัว
บรรยากาศ ที่มีแสงสลัวสลัว ทำเอาตัวผมเย็นเฉียบแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน แทบจะไม่กล้าก้าวเท้าไปไหน
พอตั้งสติได้ ผมมองไปที่มุม มุมหนึ่งมันเหมือนจะมีประตูอยู่บานหนึ่งครับ
ผมตัดสินใจ วิ่งไปที่ประตูนั้น ทันที ก่อนที่แสงจะหมด
พอรีบเปิดประตูดู ปรากฏว่า มันล็อคครับ
ผมพยายาม เขย่าประตู ทุบประตู ถีบประตู
ดูเหมือนประตูมันจะแข็งแรงมาก  ไม่ขยับอะไรเลย
ดูท่ามันจะถูกปิดตายครับ
ผมรีบ  หันกลับไปมอง ตรงโถงใหญ่อีกที  พยายามตั้งสติอีกครั้ง
มองหาตู้ดับเพลิง ผมค่อยๆเดินหาแนวท่อ ที่คิดว่ามันน่าจะไปเชื่อมกับตู้ดับเพลิงที่ชั้นลอยได้
จากฝั่งไหน แล้วก็พยายามเดิน เรียบไปตามผนัง แหงนหน้ามองไปตามแนวท่อ
แล้วสักพัก มันก็มาหยุดอยู่แถวๆเสาต้นหนึ่งผมมองลงมาตามแนวเสาช้า ๆ อย่างใจลุ้นระทึก
แต่แล้ว พอใกล้จะถึงพื้น ปรากฏว่า มันเหลือแต่ปลายท่อเก่าๆครับ ตู้ดับเพลิงถูกถอดหายไปแล้ว
ผมกระทืบเท้าด้วยความเสียดาย ใครมันยกตู้ดับเพลิงหนีวะ

แล้วผมก็เดินไปต่ออีก เหมือนมีช่อง ที่ดูเป็นหลืบ ข้างหน้า
พอเดินเข้าไปดูในหลืบนั้น มันก็มีช่อง เหมือนช่องประตูแต่ไม่มีประตู
พอ เข้าไปส่องดู ก็เห็นว่าเป็นห้องน้ำครับ มีผนังกั้นห้องน้ำเก่าผุๆพังๆ มีห้องส้วมอยู่ห้าห้อง
ผมค่อยๆเดินไปมองที่หน้ากระจกตรงอ่างล้างมือ เห็นกระจกแตกอยู่ซีกหนึ่ง
แล้วก็มี หยากไย่เกาะเต็มไปหมด
พอมองออกไป ตรงบานเกล็ด ที่แสงลอดเข้ามา มันอยู่สูงพอสมควร
สภาพเห็นเป็นช่องโล่งๆ กระจกที่เป็นบานเกล็ดแตกไปบางส่วน
แต่ดูแล้วช่องมันก็ไม่ใหญ่พอ ถึงกลับจะมุดออกไปได้
ผมรีบเดินออกมาดูอีกด้าน ก็เห็นห้องน้ำเช่นกัน นี่แสดงว่าเขาคงแยกฝั่งชายกับหญิง  
พอเดิน ออกมาจากห้องน้ำ แสงก็มืดลงแล้วครับ
ผมใจหวิวๆขึ้นมาทันที
เอาไงดี
คิดอะไรไม่ออกเลยครับ  แล้วก็รีบ วิ่งไป อยู่แถวๆประตูเหล็กม้วนบานใหญ่
รีบนั่งลงหลังพิงกำแพงใกล้ๆประตู  
"หวังว่า ถ้าลุงคนนั้นมา เราอาจจะได้ยินเสียงแกนะ"
ผมเริ่มใจ เต้นแรงขึ้น ได้แต่นั่งกอดเข่าตัวเอง

นี่คืนนี้เราจะต้องติดอยู่ที่นี่หรือวะ
ผมได้แต่พึมพำกับตัวเองไปมา
คิดสิคิด
ถ้าเลวร้ายสุดๆ เราอาจจะติดอยู่ถึงเย็นพรุ้งนี้  
เพราะถ้าเพื่อนมันไม่เห็นเรากลับถึงบ้าน มันต้อง มาตามหาเราที่นี่แน่
หรือ อาจจะเป็นคืนนี้ก็ได้ ถ้ามันโทรหาเราแล้ว ไม่มีใครรับสาย มันต้องตามหาเราแน่ๆ
หรืออีกช้อย ถ้าพรุ้งนี้เช้า ตาลุงนั่น มาเฝ้าที่นี่ เห็นรถเราจอดอยู่ เขาอาจจะมาตามหาเรา
ผมเริ่มใจชื้นขึ้น ยังไงยังไงก็ได้กลับออกไปแน่นอน
แต่คิดไปคิดมาอีกที ผมก็แทบขนหัวลุกเลยครับ
ลุงนั่นบอกว่า นานๆทีแกถึงจะมาเปิดประตูให้คนมาดูที่
แล้วถ้า เป็นเดือนๆหละกว่าแกจะมา  
งั้นช้อย หวังพึ่งลุงคงหมดไป
งั้นก็รอแต่เพื่อนมารับ
พอนั่งคิดไปคิดมาได้สักพัก ผมก็ผวาขึ้นอีก
เฮ้ย
เพื่อนมันบอกว่า มันดูที่เสร็จแล้ว แล้วมันจะเลยไปหาพ่อของมันที่ต่างจังหวัด
นั่นถึงเป็นสาเหตุที่ผมต้องขับรถมาอีกคัน
"แล้วถ้าเกิดมันโทรมาหาเราแล้ว เครื่องมันดับไปหละ"
"มันคงคิดว่าเราหลับ หรือชาร์จแบตอยู่"
แล้วไอ้เพื่อนคนนี้ กว่ามันจะโทรมาที ถ้าไม่มีธุระอะไร สำคัญ
นานเป็นปีเลย กว่ามันจะโทรหาผม

อิบหายแล้ว
ผมเริ่มใจเสีย มือไม้เริ่มสั่น
ได้แต่ภาวะนา "ให้มัน เอ๊ใจตอนที่โทรหาผม แล้วไม่มีใครรับด้วยเถอะ"
ความหวังอยู่ที่มันคนเดียวเลย

ส่วนคนทางบ้านผม บ่อยครั้งที่ผมไปหาเพื่อนแล้วก็เลยกลับกรุงเทพแบบไม่ได้บอกทางบ้านก็มี
ทางบ้านเขาเลยชินกับการที่ผม แว๊บไปมาไร้ร่องรอย
ขานั้นกว่าจะรู้ว่าติดต่อผมไม่ได้ ก็คงเป็นเดือนๆหละ

โอ๊ยๆ  
ผมร้องออกมาด้วยความเครียด
เสียงผมก้องสะท้อนในห้องโถงใหญ่ ไปมา จนผมรู้สึกหลอน

นี่เราจะต้องตายอยู่ที่นี่หรือวะ

ผมพยายาม ทำสมาธิให้นิ่ง อยู่พักหนึ่ง
แล้วสักพักก็รู้สึก เหมือนถุงพลาสติก มันปลิวไปมาอยู่ข้างในห้องนี้
จนฟังดูเหมือน มีเสียงคน ลากอะไรไปมาตามพื้น
เสียงมันสลับมาอยู่ใกล้ๆบ้าง ไกลๆบ้าง จนผมหลอนไปหมด
พยายามเพ่งมองไปรอบๆตัว ท่ามกลางความมืด
สักพักก็มีเสียงลมพัดหลังคา ดังครืดคราด ครืดคราด

ผมหลอนมากจนไม่รู้สึกง่วงเลย  ทั้งหิวน้ำ หิวข้าว ยุงก็กัดอีก
ผมฝืนนั่งอยู่แบบนั้น จนหลับสัปหงกไป
แล้วก็มาสะดุ้งตื่น ตอนได้ยินเสียงเหมือนมีรถบรรทุกคันใหญ่ๆ วิ่งเข้ามา
เสียงมันดังมาจากด้านหลังโรงงาน  เหมือนกำลังจอดอยู่แถวนั่น
ผมรีบลุกขึ้น วิ่งไปทางห้องน้ำ พอเข้าไปในห้องน้ำ ผมก็รีบวิ่งไปกระโดด ให้สูงเท่าช่องบานเกล็ด
แล้วก็ร้องลั่น ช่วยด้วย ช่วยด้วย
กระโดดไป ตระโกนไป
จนพอผมแอบมองลอดช่องบานเกล็ดนั้น ไปตรงด้านหลังโรงงาน
มันก็ไม่เห็นรถบรรทุกอะไรเลยครับ จนผมต้องหยุดนิ่ง แล้วก็ ตั้งใจฟังให้ชัดๆอีกที
แต่ได้ยินแต่เสียง ของผมก้องสะท้อนอยู่ด้านในโรงงาน
ช่วยด้วย ด้วย ด้วยด้วย...ด้วย
จนฟังดูแล้วเหมือนมีอีกคนอยู่ข้างในโถงนั้น
พอหันไปมองรอบตัว
ผมก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที เพราะสภาพห้องน้ำตอนกลางคืนมืดๆ มันดูราวกับบรรยากาศหนังผี
รอบตัวผม เย็นเฉียบขึ้นมาอีก จนแทบก้าวขาไม่ออก
พอตั้งสติได้ผมก็วิ่งเลยครับ
แล้วก็รีบกลับไปนั่งที่เดิม หอบเอาถุงพลาสติกติดมือมาด้วย แล้วผมก็เอามาพันตามตัว
เพราะไม่อยากให้ยุงกัด
นั่งนิ่งไปได้สักพัก ผมก็ได้ยินเสียงหมูร้องครับ
มันร้องโหยหวน เหมือนหมูกำลังจะถูกเชือดเลย
ผมสะดุ้งตื่น หันไปทางเสียงหมูร้อง  มันดังมาจาก แถวๆประตูที่ถูกล็อคตายอะครับ
ผมหันไปมองทางประตูนั้น ได้แต่นั่งกอดเข่า ตัวเกร็ง
พอสิ้นเสียงหมู แล้วก็ตามด้วย เสียงเด็กผู้หญิงหัวเราะขึ้นมาอีก ก่อนทุกอย่างจะเงียบไป
ผมขนหัวลุก จนแทบจะฉี่ราด ได้แต่ท่องนะโม นะโม อย่างลนลาน

คืนนั้นเล่นเอาซะผมหลับตาไม่ลงจริงๆครับ จนเริ่มจะฟ้าสาง ผมถึงรู้สึกง่วงขึ้นมา จนหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
สักช่วงสายๆ ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยจิตที่ยังพะวงอยู่กับการติดอยู่ที่นี่
มองนาฬิกาที่ข้อมือ ก็เกือบๆจะห้าโมงเช้าแล้ว ผมเริ่มรู้สึกหิวจนแสบท้อง และก็คอแห้งผากไปหมด
พยายามมองไปรอบๆตัว พลางคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง จะมัวมานั่งรอให้ใครมาช่วย ก็คงตายพอดี
แล้วผมก็รีบเดินสำรวจไปรอบๆโถงนั้นอีกที
ห้องที่ผมอยู่นี่ มันใหญ่สักครึ่งสนามฟุตบอลเห็นจะได้ครับ
ผมเดินไปก็เอาเท้าเขี่ยถุงพลาสติกไปด้วย
พยายามหาอะไรสักอย่างที่พอจะมาเป็นเครื่องมือให้ผมใช้ปีนขึ้นไป หรือเอามางัดประตูก็ได้
ผมเดินลึกเข้าไปจนถึงใต้ถุนชั้นลอยที่ยื่นห่างจากผนังโรงงานออกมาประมาณเจ็ดแปดเมตร
มองขึ้นไปดูตรงผนังฝั่งด้านในสุดใต้ชั้นลอย ก็เห็นเป็นกระจกดำๆยาวๆมีฝุ่นจับและมีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด
ทำให้มองไม่เห็นข้างในห้องกระจก
ตรงนั้นน่าจะเป็นห้องเมนไฟฟ้า ที่ลุงคนนั้นพาเราเดินออกมาแล้วเจอชั้นลอย
คะเนดูตรงกระจกนั่น พื้นมันน่าจะอยู่สูงจากห้องนี้สักสี่เมตรเห็นจะได้
ผมเดินวนไปต่อ ไม่ได้ใส่ใจอะไร จนวกกลับมาอยู่แถวๆหน้าห้องน้ำอีก
คราวนี้ ผมก็คิดว่าจะไปหางัดเอาเศษไม้ หรือโครงที่เขามาทำเสาของผนังห้องน้ำดู
พอเข้าไปในห้องน้ำได้ เห็นสภาพตอนกลางวันแบบนี้แล้ว
ถึงได้รู้ว่าทุกอย่างมันผุไปเยอะพอสมควร จนไม่สามารถเอามาใช้ทำอะไรได้แล้ว
ช่วงที่กำลังจะเดินกลับออกมา
ผมก็หันไปมองกระจกที่มันแตกอยู่ครึ่งหนึ่งโดยบังเอิญ
แล้วก็เห็นเหมือนมีหยากไย่ที่อยู่ตรงหลังช่องกระจกที่แตก มันปลิวไปมา คล้ายๆมีลมพัดออกมาจากข้างในอะครับ
ผมก็เลยค่อยๆเดินไปดูใกล้ๆ แล้ววินาทีนั้น ลมก็พัดวูบออกมาจากช่องหลังกระจก
จนผมรู้สึกถึงลมนั้นได้ พอเห็นแบบนั้นผมก็ตัดสินใจถีบกระจกส่วนที่เหลือให้แตกจนหมดเลยครับ
พอกระจกแตกออกจนหมด ผมก็เห็นก้อนอิฐที่ผิวปูนมันร่อนแล้ว มีแนวแตกร้าวอยู่บางส่วน แล้วก็มีรูกว้างประมาณเท่าฝ่ามือได้ครับ
รู้สึกว่าลมมันน่าจะออกมาจากช่องตรงนี้ ผมก็เลยถีบไปที่รอยร้าวตรงนั้นอีก จนมันเริ่มแตกออก เป็นช่องกว้างพอที่หัวผมจะมุดเข้าไปดูได้
พอรูมันใหญ่ขึ้นลมก็พัดออกมาจากตรงนั้นแรงขึ้น ผมค่อยๆยื่นหัวเข้าไปส่องดูข้างในนั้นช้าๆ
มันมืดๆสลัวๆ แต่ก็พอมีแสงส่องเข้าไปข้างในอยู่บ้าง
จนผมเริ่มสังเกตเห็นว่ามันเป็นช่องของผนังเบิ้ลครับ
ข้างในนั้น มีช่องว่างน่าจะสักหนึ่งช่วงตัวได้  ผมยืดคอเข้าไปมองดูข้างในลึกขึ้นเพื่อดูว่า
มันจะสามารถมุดออกไปทะลุห้องอื่นได้ไหม พอเพ่งมองสักพัก
ดูเหมือนถัดจากกระจกนี้ไปมันจะเป็นท่อน้อยใหญ่เรียงกันเต็มผนังไปหมด
จนผมเริ่มกังวลว่าช่องที่เหลือระหว่างผนังกับท่อตรงนั้น ตัวผมจะมุดผ่านไปได้ไหม
แล้วผมก็หันขึ้นไปดูด้านบน มันเป็นแนวกำแพงขนานกันขึ้นไปจนสูง แล้วก็มีเหล็กยึดเป็นระยะระยะ
ผมนึกในใจนี่ถ้าเราปีนขึ้นไปตามช่องนี้ มันอาจจะไปโผล่บนหลังคาก็ได้แล้วก็สามารถลงไปที่
แคทวอร์คที่อยู่ชั้นสองที่จะเชื่อมไปยังชั้นลอยตรงนั้น
พอคิดได้ มันเลยทำให้ผมตัดสินใจจะลองมุดไปดูข้างในของช่องผนังเบิ้ลนี้ครับ
ผมถอยหลังออกมาแล้วก็ ถีบอิฐที่เป็นผนังให้แตกเพื่อเปิดรูให้กว้างขึ้น
จนได้ขนาดใหญ่พอที่ตัวผมจะลอดเข้าไปได้ ผมก็ไม่รอช้าที่จะมุดเข้าไปดูครับ
วินาทีแรกที่ยื่นแขนเข้าไป รู้สึกแขนผมจะโดนหยากไย่ข้างในช่องนั้นจนเหนียวเหนอะไปหมด
ผมรีบเอามือมาปัดหยากไย่ออก เริ่มขยับตัวมุดไปต่อ จนหลังติดกับผนัง
ด้านหน้ายังพอมีช่องเหลืออยู่เล็กน้อย แล้วผมก็พยายามจะปีนขึ้นตามช่องของกำแพงนั้น
แต่ระยะที่ผมงอตัวมันไม่มีครับ มันอยู่ได้แค่ท่ายืนตรงเท่านั้น
เลยทำให้ไม่มีแรงยึดที่จะทำให้ตัวผมไต่ขึ้นไปได้ เพราะข้างในช่องมันแคบมาก
พอผมปีนขึ้นไปไม่ได้ ผมก็เลยหันไปมองทางด้านที่มีท่อหลายๆท่อตรงนั้น
แล้วก็ค่อยๆกระดึ๊บตัวไปทีละนิดทีละนิด จนเริ่มมาถึงแนวท่อตรงนั้น
ผมค่อยๆเบียดตัวแทรกตัวเองเข้าไปใน ช่องระหว่างผนังกับท่อ มันแคบๆมาก
ผมพยายามเบียดตัวผ่านไปอย่างยากลำบากครับ ต้องออกแรงดันเยอะๆ เหงื่อก็เริ่มออกมาจนชุ่มทั้งตัว
ข้างในมันร้อนมากๆ ผมกระเศือกกระสนตัวเองมุดผ่านท่อตรงนั้นอยู่นานพอสมควรครับ
จนมาถึงจุดที่เป็นท่อใหญ่ๆ ผมพยายามดันตัวเข้าไปอยู่หลายที
แต่รู้สึกมันจะผ่านไปได้แค่ช่วงหัวไหล่ผมเท่านั้นครับ ช่องมันแคบเกินไป แล้วตอนนั้นเองที่ผมเอาแขนโอบท่อนั้น
ผมก็ลองดันตัวเองไต่ขึ้นไปกับผนังครับ
มันได้ผล
ผมใช้เท้าดันผนังกำแพงถีบตัวเองให้ไต่ขึ้นไปโดยมีแขนโอบท่อใหญ่ๆนั้นไว้
แต่พอขึ้นไปได้สักสามเมตร ด้วยความที่แขนผมมีเหงือมากเกินไป มันก็เลยทำให้ท่อมันลื่น
จนผมเสียการทรงตัว ร่างผมร่วงหล่น รูดลงมากับท่ออันใหญ่นั้นอย่างแรง จนเท้ากระแทกเข้ากับพื้น
แล้วผมก็ได้ยินเสียงดังแกร๊ก เหมือนอะไรแตกอะครับ วินาทีนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผมไม่ทันได้ตั้งตัว
รู้สึกลมพัดวูบเข้าแสกหน้า แล้วลำตัวผมก็ขูดเข้ากับอะไรสักอย่าง ผมร้องออกมาอย่างตกใจ
ก่อนที่เท้าผมจะตกกระแทกไปที่พื้น แล้วก็ล้มลงอย่างแรง
พอทุกอย่างสงบ ฝุ่นผงต่างๆกระจายตามใบหน้าผมจนแทบลืมตาไม่ได้
ผมพยายามตั้งหลัก สำรวจไปรอบๆ พบว่าตัวเองตกลงไปนอนอยู่กับพื้นดินครับ
ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง มองไปข้างหน้า บรรยากาศมืดๆสลัวๆ
มีแนวกำแพงปูนแล้วที่ใต้กำแพงปูนมีฐานรากเป็นเสาปูนเรียงกันหลายๆต้น เหมือนมันค้ำห้องผนังปูนนั้นไว้
ผมมองขึ้นไปตรงรูที่ผมตกลงมา มีแสงลอดเข้ามาจนเห็นเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่พอสมควร
เห็นแนวท่อที่ลงมาจากตรงนั้นมันตรงลงมาแล้วเลี้ยวเข้าไปในห้องที่มีฐานรากเป็นเสาเยอะๆตรงนั้น
นี่ผมคงตกลงมาอยู่ชั้นใต้ถุนของพื้นโรงงานแล้ว  เพราะที่ที่ผมนั่งอยู่เป็นดินครับ
พอรู้แบบนั้นผมก็รีบ มองหาช่องที่จะมุดออกไปจากใต้ถุนโรงงานนี้ทันที
แต่มันมีแต่ดินเต็มไปหมดจนไม่มีทางจะมุดออกไปได้เลยครับ
มีแค่พื้นที่ว่างรอบๆตัวผมอยู่ แค่สองเมตรเศษๆกับช่องของเสาปูนที่อยู่ด้านหน้าหลายสิบต้น
แต่มองทะลุไปก็เห็นทางโน้นเป็นดินเหมือนกัน ผมรีบลุกขึ้นยืน ช่องที่ผมตกลงมาอยู่เหนือหัวผมไม่สูงเท่าไหร่
แค่เอื้อมมือขึ้นไปก็ถึงแล้ว
พอหันไปมองรอบตัว แล้วไม่มีทางออก  มันก็ทำให้ผม นั่งลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก ถอนหายใจแรงเลย
เห้ย.. เหนื่อยฟรี
ผมนั่งก้มหน้าด้วยความท้อ นึกว่าขอนั่งพักสักหน่อย แล้วค่อยคิดว่าจะเอายังไงต่อ
ไม่นานความเงียบก็เข้าปกคลุม มีเพียงเสียงลมหายใจผมดัง ฟืด ฟาด เข้าออกถี่ๆอยู่คนเดียว
แล้วสักพัก อยู่ๆก็มีเสียงเสียงหนึ่ง ดังแทรกออกมาจากข้างหลังผม
ช่วยด้วย  ช่วยหนูออกไปที
ผมร้อง เฮ้ย.! ออกมาอย่างตกใจ
วินาทีนั้น ขนหัวผมลุกตั้งไปทั้งหัวเลยครับ รีบขยับมองไปรอบๆ
ใครอะ
ผมตระโกนถาม อย่างคนตื่นกลัว  ข้างหลังผมนี่ขนลุกเกลียวเลย
สิ้นเสียงผมถามไป ทุกอย่างก็เงียบลง ไม่มีคำตอบอะไรกลับออกมา
ผมนิ่งฟังจนได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้น ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ  รัวๆ
ผมรีบตะโกนถามออกไปอีก
ใครวะ
มองหาที่มาของเสียงเด็กนั่น พอสักพักไม่มีเสียงอะไรดังออกมาอีก มันก็ทำให้ผมนึกอะไรขึ้นมาได้
คนเรา ถ้าหิวมากๆ ก็อาจจะมีอาการหูแว่วหรือประสาทหลอนได้
แม้จะพยายามคิดแบบนั้นแต่ใจผมก็ยังรู้สึกหวิวๆอยู่
ผมก็เลยรีบจะปีนออกไปจากที่ตรงนั้น พอมองขึ้นไปที่ช่องที่ทะลุลงมา ผมก็เห็นท่อเรียงกันเป็นแนวยาว
ตามแนวนั้นมีช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวไปตามแนวท่อแล้วถูกเทปูนปิด
เหมือนพื้นตรงนี้เขาเทลีนปิดไว้เฉยๆ มันเลยสามารถทะลุลงมาได้ง่ายๆ พอมองที่ท่อขนาดใหญ่ใกล้ๆรูที่ผมตกลงมา
มันก็ทำให้ผมคิดได้ว่า ถ้าเราทุบพื้นลีนอีกฝั่งออกแล้วมุดขึ้นไป เราก็จะข้ามท่อใหญ่นั้นไปได้
พอคิดได้แบบนั้น
ผมก็รีบโกยดินให้มารวมกันเป็นกองสูงเพื่อใช้เหยียบขึ้นไป พอกองดินสูงได้ที่แล้ว
ผมก็เอาเศษปูนที่ตกลงมาแถวนั้นมาถือไว้แล้วก็ขึ้นไปยืนบนกองดิน
แล้วก็เอาเศษปูนทุบไปที่พื้นแถวๆอีกฝั่งของท่อใหญ่ ทุบไปมาอยู่ไม่นาน พื้นก็แตกลงมาครับ
พอเคลียร์จนเป็นช่องใหญ่พอที่ผมจะมุดขึ้นไปได้แล้ว ผมก็รีบมุดขึ้นไปทันทีครับ
พอขึ้นไปได้ปรากฏว่า มันก็เป็นผนังเบิ้ลไปเป็นแนวยาวพอสมควร ตามตัวผมมีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด
พอผมขยับตัวไปจนเลยแนวท่อจนหมดแล้ว ทางก็โล่งขึ้น
ผมพยายามมองต่อปีอีก ว่ามันจะสามารถออกไปทะลุตรงไหนได้บ้าง
แต่ท่ามกลางแสงสลัวสลัวตรงนั้น
มันก็ทำให้ผมมองไม่ถนัดว่าข้างหน้ามีอะไร
ผมก็เลยขยับไปอีกเรื่อยๆ จนรู้สึกมาไกลจากที่ผมขึ้นมาพอสมควร
ผมถึงเริ่มเห็นว่าข้างหน้าไกลๆ มันมีเสาขวางทางอยู่ครับ
พอผมขยับตัวจะดูให้แน่ใจ อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงดัง แกร๊ป
ผมตกใจว่า เหยียบอะไร  แล้วก็ก้มส่วนหัวลงไปมอง ลำตัวยังเหยียดตรงเพราะพื้นที่มันแคบ
แล้วสิ่งที่ผมเห็นมันก็ทำให้ผมถึงกับชะงักขึ้นมาเลยครับ
ภายใต้แสงสลัวสลัว มันเป็นชายกระโปรงแล้วมีรองเท้าอยู่ข้างใน
ผมใจเต้นแรงพยายามหันไปมองทางส่วนที่เหลือ เริ่มเห็นว่ามันเป็นชุดเด็กผู้หญิง พอเพ่งมองไปจนสุดส่วนหัว
คุณพระช่วย
มันเป็นหัวกระโหลก ครับ
เฮ้ย... มีศพเด็กในช่องนี้ได้ไง
ผมได้แต่ งง ไปหมด ใจก็เต้นระทึกไม่หยุด ในโรงงานอย่างนี้เขาปล่อยให้เด็กมาตายแบบนี้ได้ไง
พอมองขึ้นไปดูด้านบน ผมก็เห็นช่องผนังเบิ้ลตรงนั้น ก่อยาวสูงขึ้นไปเกือบถึงหลังคา
โหมันสูงมาก อย่าบอกนะว่า เด็กตกลงมาจากข้างบนนั่น
พอรู้ว่าเป็นศพ และข้างหน้าก็เป็นทางตัน ผมก็เลยรีบขยับตัวถอยกลับ
กะว่าจะหนีจากที่นั้นให้ไวที่สุด ไม่เอาแล้ว  
แต่เสี้ยวหนึ่ง เสียงเด็กผู้หญิงที่ผมได้ยิน มันก็แว๊บขึ้น
ผมชะงักอีก หรือว่าน้องเขาอยากให้เราช่วย
ผมคิดไปคิดมาอยู่นาน จนในที่สุดก็ตัดสินใจนำเอาร่างน้องเขาออกมาครับ
ผมต้องเดินไปข้างหน้าให้สุดส่วนตัวของน้องก่อน แล้วก็ค่อยๆใช้เท้าดันน้องเขาออกมาเป็นระยะระยะครับ
ซึ่งแน่นอนว่า มีชิ้นส่วนอื่นๆของน้องตกหล่นไปพอสมควร
จนกระทั่งสุดท้าย ผมก็ได้ส่วนหัว แขนขา และซีกโครงบางส่วนของน้องเขากับชุดของน้องเขา
ผมเอาชุดน้องเขาห่อกระดูกทั้งหมดแล้วก็ปีนกลับออกมาตามทางแรกที่ผมเข้ามา จนไปโผล่ที่ในห้องน้ำ
ผมออกมาจากห้องน้ำด้วยเนื้อตัวที่มอมแมมไปหมด
นำเอาห่อกระดูกของเด็กผู้หญิงคนนั้นไปวางไว้ใกล้ๆกำแพงตรงแนวที่น้องเขาเสียชีวิต
คะเนแล้วน่าจะอยู่ประมาณล็อคนี้นะ
เสร็จแล้วผมก็เดินไปนั่งพิงกำแพงใกล้ๆกับประตูที่ปิดตาย ด้วยความเหนื่อยล้า แล้วก็รู้สึกหิวจนหมดเรี่ยวหมดแรง
สักพักผมก็หลับไป แล้วผมก็ฝันเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกับเด็กผู้หญิงตัวดำๆอยู่ในโรงงาน
แล้วก็เห็นเด็กผู้หญิงตัวดำๆพาเด็กผู้หญิงคนนั้นปีนขึ้นไปบนสันกำแพง แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ตกลงจากสันกำแพง
ก่อนจะเห็นร่างเด็กผู้หญิงตัวดำๆค่อยๆเลือนหายไป
แล้วสักพักก็ตัดกลับมาเป็นเด็กผู้หญิงคนนั้น มาพูดกับผมว่า
ขอบใจมากที่ช่วยหนูออกมา ในนั้นมันทั้งมืดและหนาว หนูทรมานมาก หนูมองไม่เห็นอะไรเลย หนูออกไปจากที่นี่ไม่ได้
ตอนนี้หนูเป็นอิสระแล้ว หนูจะไปตามคนมาช่วยนะ
พอพูดมาถึงตรงนี้ผมกลับรู้สึกดีใจมาก
แต่พอเห็นข้างหลังน้องวิ่งไป ก็มีเงาดำๆโฉบมาที่ตัวน้องลักษณะเหมือนเด็กผู้หญิงเหมือนกัน แล้วก็พูดว่า ข้ามกูไปก่อน
แล้วผมก็ตกใจตื่นเลยครับ
ผมสะดุ้งตื่น รู้สึกใจเต้นแรง กับฝันประหลาดอันนั้น
หวังว่า นี่คงไม่ใช่เจ้าของกระดูกมาเข้าฝันนะ
เด็กผู้หญิงคนนี้เล่นอยู่กับใคร ทำไมถึงได้พากันไปปีนกำแพงเล่นแบบนั้น
แล้วทำไมร่างเด็กผู้หญิงตัวดำๆ ถึงเลือนหายไป
เหมือนไม่ใช่คน
อย่าบอกนะว่าน้องเขาเล่นอยู่กับผี
พอนอนคิดไปมาสักพัก
มองไปรอบๆ ก็ประมาณ หกโมงเย็นแล้วครับ แสงข้างนอกเริ่มริบหรี่ลง
บรรยากาศข้างในที่ผมอยู่ก็เริ่มเลือนลางลงเช่นกัน ผมรู้สึกเพลียมาก
นี่น่าจะ 24 ชั่วโมงแล้วที่ผมติดอยู่ในนี้ น้ำไม่ตกถึงท้องผมเลยสักหยด
ผมนอนหายใจรวยริน มีความรู้สึกว่า แค่หายใจเฉยๆก็ยังเหนื่อย
เขาว่าคนเรา อดน้ำสามวันก็เสียชีวิตแล้ว นี่ผมจะเหลือเวลาอยู่อีกแค่ 2 วันหรือ
วินาทีนั้น มันทำให้ผมรู้สึกว่าความตายอยู่แค่เอื้อมเลย
ผมได้แต่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแบบหมดหนทาง แต่เสี้ยวหนึ่งก็แอบคิดขึ้นมาบ้างว่า
วิญญาณของเด็กน้อยจะไปตามใครมาช่วยผม

โปรดติดตามตอนต่อไป

ทางออกในคืนหลอน - Pantip

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://pantip.com/topic/40456087/story
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: matin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประธานเครือสารสาสน์ เสียชีวิตแล้วด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตวัคซีนซิโนแวค ประสิทธิภาพสูง ภูมิต้านทานดีมากทัวร์ลงไอจีแทบแตก แอนดรูว์ โพสต์ถึงเรื่องวัคซีนขำๆ แต่ชาวเน็ตไม่ขำด้วยออสเตรเลียเตรียมประกาศ ปิดพรมแดนถึงปลายปีหน้าเฟซบุ๊กนายกประยุทธ์!! ปิดให้แสดงความคิดเห็น!!"บิ๊ก ศรุต" เปิดตัวลูกชายหล่อ เตรียมดันสู่วงการ แถมประกาศข่าวดีแต่งงานใหม่สงครามคนดี "สิระ" ซัด คนบาปคราบนักบุญ "หมอเหรียญทอง" สวน หน้าไหว้หลังหลอกนายกฯฟ้องหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอม เพจก้าวไกลซื้อเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส!!เร่งปูพรมฉีดเข็มแรก10 เรื่องของ "ไอน์สไตน์" ที่คุณก็ไม่เคยรู้มาก่อนแฮกยูทูบ Bie Tha Ska !! เครียดแต่ยังมีหวังกู้กลับมาได้เกิดทันไหม? หนังสือเรียน ในปี พ.ศ. 2537 "แก้ว กับ กล้า"โควิดทำพิษ ชาวบ้านหาดใหญ่ต้องนำบันไดอลูมิเนียมไปจำนำ ได้เงินมา 500 บาท ไว้ประทังชีวิต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เล่าเรื่องเสียว : เซ็กส์ ...ง่านราคะเคยเเอบรักเพื่อนที่เป็นเกย์ค่ะ🩸🩸🩸🩸สถานที่ๆเก็บสิ่งที่ชุบชีวิตคนที่ตายไปแล้วเล่าเรื่องผี EP. 88| พรานป่าเมืองลับแล(จบภาค4) พบกันอีกครั้ง ทิ้ง มะลิ| จับเข่าเล่าเรื่องผี
ตั้งกระทู้ใหม่