หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เรื่องลี้ลับ สยองขวัญ

ช่วงหยุดยาว ผมมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด
ปกติก็จะกลับปีละครั้ง แต่มีพักหลัง งานยุ่งๆจนแทบไม่มีเวลาหยุดได้หลายวัน
ผมเลยไม่ค่อยได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดเท่าไหร่ 
ครั้งนี้ พอกลับไปเจอเพื่อนๆสมัยประถม มัธยม ก็เลยมีสังสรรค์กันบ้างตามประสา 
ช่วงสายๆ เพื่อนคนหนึ่งโทรมาหา มันชวนผมไปเป็นเพื่อนเพื่อดูที่ดินที่หนึ่งที่มันสนใจ
ผมไม่ได้เซ้าซี้อะไรมันมากนัก ก็เลยตัดสินใจรับปากเพื่อนไป
มันต้องขับรถข้ามจังหวัดไปไกลพอสมควรครับ เพื่อนขับรถไปกับแฟนสาวของมัน ผมก็ขับรถตามไปอีกคัน
ใช้เวลาเกือบๆ สามชั่วโมง ก็ไปถึงทางแยกที่จะเข้าไปดูที่แปลงนั้น
ผมขับรถเลี้ยวตามเพื่อนเข้าไปในซอยที่เป็นถนนลูกรัง เปลี่ยวๆ 
สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ ต้นหญ้ารกร้าง ไม่มีทุ่งนา ไม่มีบ้านเรือนอยู่ตามสองข้างทางนั้นเลย
ขับเข้าไปลึกหลายกิโล ก็เริ่มเห็นข้างซ้ายมือเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่เลยครับ ดูเป็นวิวที่สวยแปลกตาดี
แต่ขณะเดียวกัน บรรยากาศมันกลับรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ ยังไงพิกล
ขับเลยบึงใหญ่นั่นไปได้ไม่นาน ตรงขวามือ ผมก็มองเห็นศาลไม้เตี้ยๆ หลังคาสีแดง
ตั้งอยู่ในป่าข้างทาง หันหน้าไปทางบึงนั่น
พอขับผ่านไปถึงข้างหน้าศาลเพียงตา
ผมมองไปดูข้างใน ก็เห็นเหมือนมีรูปปั้นหน้าตาคล้ายฤษีวางอยู่ข้างในชัดเจน
ผมก็แค่มองดูผ่านๆไม่ได้ใส่ใจอะไร
สักประมาณห้านาทีนับจากที่เห็นศาลเพียงตาตรงนั้น เราก็มาถึงที่ที่เพื่อนมันนัดเจ้าของสถานที่ไว้

พอขับรถเข้าไปจอดกัน ถึงเห็นว่ามันเป็น ที่ที่มีรั้วรอบขอบชิดพอสมควรครับ
ข้างในที่แปลงนี้ มีสิ่งปลูกสร้างที่ดูเหมือนโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางแปลง
ลุงคนที่เขามาต้อนรับเรา ก็เริ่มพาเดินดูไปรอบๆ แล้วก็แนะนำตัวไปด้วย 
ลุงแกเป็นคนดูแลที่นี่ เจ้าของเขาจ้างลุงไว้ประจำ
ผมเดินดูไปสักพัก เห็นสภาพแล้ว มันน่าจะถูกทิ้งร้างไว้นานพอดู ก็เลยถามลุงแกไปว่า 
"ที่นี่เมื่อก่อนเขาทำเป็นโรงงานอะไรอะครับ"
ลุงก็บอกว่า  
"ตอนแรกเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์"
"แต่ตอนหลังก็ขยายโรงงานเพิ่มเติม ทำเป็นโรงงานทอกระสอบกับทำถุงพลาสติก ด้วย"
ลุงพูดไปพลาง เดินไปพลาง แล้วก็พาเราเลี้ยวไปหน้าประตูโรงงาน 
เพื่อนผมก็ถามลุงต่ออย่างที่ผมสงสัย
"เขาหยุดทำไปนานแล้วหรือลุง"
ลุงก็บอกว่า "น่าจะสักสองสามปีได้แล้วหละ"
คุยไปคุยมาก็ได้ใจความประมาณว่า 
พอดีเจ้าของที่เป็นเถ้าแก่ที่นี่ เขาเสียชีวิต แล้วลูกๆมาบริหารกันต่อ
แต่ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน
เขาก็หยุดกิจการกันไปเลย
โดยไม่ทราบสาเหตุ
มารู้ตัวอีกที ก็ประกาศขายที่นี่ไปแล้ว
นานๆทีถึงมีคนมาขอดูสถานที่ ลุงแกก็จะมาเปิดกุญแจให้

เราเดินเข้ามาข้างในโรงงาน มันดูมืดๆ และอับชื้นพอสมควร
แต่แสงจากข้างนอกยังคงลอดเข้ามาตามหลังคาแมทเทอร์ชีทที่สูงๆ เลยทำให้ยังคงมองเห็นอะไรอยู่
ถัดจากด้านหน้าที่ดูเหมือนจะกั้นเป็นส่วนของสำนักงาน
เราก็เข้าไปถึงประตูชั้นใน เริ่มเห็นเป็นห้องโล่งๆใหญ่ๆ หลังคาสูง
มีแท่นเครื่องวางอยู่หลายจุด แต่เครื่องจักรถูกรื้อออกไปจนหมดแล้ว
เราเดินมาหยุดอยู่ตรงประตูม้วนเหล็กบานใหญ่ที่ปิดอยู่
ลุงก็พาเดินขึ้นไปดูตามบันไดที่มีความกว้างประมาณหนึ่งช่วงตัว
บันไดนั้นมันพาข้ามทะลุกำแพงที่เป็นห้องโถงใหญ่นั่นไป
แล้วก็ไปโผล่อีกห้องหนึ่ง 
ผมมองลงไป ข้างล่างมันเป็นลานโล่งๆเหมือนกัน แต่ดูไม่ค่อยมีแท่นเครื่องเหมือนห้องแรก
สภาพไม่ค่อยมืดเท่าไหร่  แต่มีเหมือนเศษถุงพลาสติกถูกทิ้งไว้เยอะพอสมควร
ลุงบอกว่า พาขึ้นมาดูได้แต่ข้างบนนะ พอดีประตูห้องนี้มันถูกล็อคอยู่ข้างล่าง เปิดไม่ได้
เราก็พากันเดินดูตามบันไดที่มันเชื่อมถึงกันเป็นแคทวอล์คไปรอบๆ ห้องนั้น  
ลุงพาเดินไปตามแคทวอล์คแคบๆ จนมาถึงห้องห้องหนึ่ง
พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นว่ามันเป็นห้องไฟฟ้าครับ 
มีตู้ไฟฟ้าเก่าๆทิ้งไว้ข้างใน กับสายไฟระโยงระยาง แล้วจากตรงห้องนั้นลุงก็พาเดินลงไปห้องข้างล่างอีก 
มันเป็นห้องเมนไฟฟ้าหลัก ลุงบอกว่าตู้ไฟฟ้าทุกตู้ก็จะกินเมนไฟจากที่นี่ 
จากห้องนี้เอง มันมีผนังกระจก ที่มองออกไปดูข้างในโรงงานได้
ผมมองออกไปก็เห็นสภาพห้องโล่งๆอย่างชัดเจน
แต่ความมืดสลัวสลัวก็ทำให้รู้สึก วังเวงยังไงชอบกล 
ลุงพาเปิดประตูออกไปจากห้องเมนไฟฟ้า แล้วตรงนั้นมันก็มีพื้นทางเดินกว้างๆ เหมือนชั้นล่าง
แต่มีเก้าอี้ให้นั่ง มีโต๊ะ มีวัสดุสำนักงานถูกตั้งทิ้งไว้พอสมควรครับ
ลุงบอกว่ามันเป็น ชั้นลอย
ผมกับเพื่อนก็เลยพากันนั่งพักคุยกันเล่นอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง แล้วก็พากันเดินไปดูรอบๆ ถึงเห็นว่า
ฝั่งโน้นของตึก
มันก็มีช่องเปิดขนาดใหญ่ มองลงไปข้างล่างได้ แล้วก็มีทางเดินลงไปอีก
แต่พอจะเดินลงไป บันไดตรงนั้นมันกลับไม่มีครับ แล้วก็มีเชือกกั้น มีป้ายเขียนว่า ห้ามลง
เราก็เลยได้แค่พากันเดินดูอยู่รอบๆแถว ชั้นลอยนั้น
สุดท้ายลุงก็พาไปเปิดประตูเล็กๆ ที่อยู่ตรง ชั้นลอย
พอเปิดออกไป มันก็เป็นระเบียงชั้น2
ที่อยู่ด้านหลังโรงงานครับ ยืนมองอยู่ตรงนั้น เห็นด้านหลังโรงงานมีแต่ป่ารกร้างกับต้นไม้ใหญ่
มองไปสุดรั้ว ไม่มีบ้านคนอยู่แถวนี้เลย 
ลุงพาเดินลงมาจากระเบียงชั้นสองจนถึงพื้นชั้นล่าง ก็เป็นถนนทางเดินแล้วครับ
เดินมาตามทางเดิน แดดยังแรงอยู่เลย ดูนาฬิกาตอนนั้น สี่โมงเย็นกว่าๆแล้ว เราก็เลยขอตัวกลับกัน
ลุงก็แยกย้ายไป บอกเราว่าจะไปปิดประตูในโรงงานก่อน
ผมขับรถตามเพื่อนออกมา
จนมาถึงตรงศาลเพียงตาตรงนั้น 
อยู่ๆมันก็ทำให้ผมคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้น จนผมต้องชะงัก แบบไม่รู้ตัว
รีบเอามือลองตบๆดูตามกางเกง  
"อ้าวกระเป๋าตังส์อยู่ไหนวะ"   เหมือนๆจะพรึมพรำอยู่กับตัวเอง
ผมค่อยๆจอดรถเข้าข้างทาง เลยศาลนั้นไปเล็กน้อย แล้วก็ลองหากระเป๋าสตางค์อยู่ในรถสักพัก
แต่ก็ไม่เจอ พอคิดอยู่ไปมา ว่ามันหายไปไหน
แว๊บนั้นมันก็คิดขึ้นมาเองเลย " หรือมันจะหล่นตอนที่ไปเดินดูอะไรในโรงงาน"
พอนึกได้ ก็เลยรีบโทรบอกเพื่อนว่า "กลับไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไป" 
เพื่อนก็ไม่ได้ถามอะไรมากแล้วก็วางหูไป 
ผมรีบขับรถไปอีกห้านาที รวมกับที่ผมขับออกมา ก็น่าจะสิบนาทีพอดี ลุงแกน่าจะยังอยู่นะ
ใจผมเริ่มตุ๋มๆต่อมๆ รีบเหยียบคันเร่งอย่างเต็มที่
จนมาถึงหน้าโรงงาน  เห็นประตูรั้วยังเปิดอยู่ ผมก็เลยขับรถเข้าไป
พอลงจากรถได้ก็รีบวิ่งเข้าไปดูในโรงงาน  เรียกหาลุง
"ลุง ลุง ลุงอยู่ไหม "
พอเดินเข้าไปข้างในจนสุดทางเดินข้างหน้าโรงงาน ปรากฏว่าประตูมันล็อคแล้วครับ 
ผมเลยเดินออกมา มองหาลุงไปรอบๆ ตอนนั้นบรรยากาศก็ดูมีแดดแรงอยู่ ยังไม่เย็นมากนัก
ร้องเรียกหาลุงไปหลายที แต่ก็เงียบ
ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยรีบวิ่งไปตรงทางขึ้นระเบียงชั้นสอง ที่อยู่ด้านหลังโรงงาน
ซึ่งอยู่ห่างจากที่ผมจอดรถอยู่ราวๆ สองร้อยเมตร
"หวังว่าลุงคงยังไม่ได้ล็อคประตูนี้นะ"
ผมรีบวิ่งขึ้นไป แล้วก็รีบจับลูกบิดประตูหมุนดูทันที
แกร๊ก..
"อ้า.. มันไม่ได้ล็อคครับ"
ผมดีใจมาก รีบเปิดประตูเข้าไปข้างใน
ด้วยความที่สายตามันยังไม่ปรับแสง พอมองเข้าไปข้างในห้อง มันก็มืดเลยครับ
ผมรีบหามือถือในกระเป๋ากางเกง แต่ก็หาไม่เจอ  ดันลืมไว้ที่รถอีก
ผมก็เลยตัดสินใจ เดินเข้าไปหากระเป๋าเลยครับ
คิดว่าน่าจะอยู่แถวๆที่เราพากันนั่งเล่น อยู่แถวชั้นลอยนี่แหละ
พอเดินเข้าไปหาได้สักพัก
สายตามันก็เริ่มปรับให้ชินกับแสงข้างในได้ จนพอทำให้มองเห็นอะไรได้มากขึ้น
หากระเป๋าไปมาอยู่พักหนึ่ง ก็ไปเจอกระเป๋าผมตกอยู่แถวๆราวกันตก ที่มันกันไม่ให้คนตกไปที่ชั้นล่างพอดี
ช่วงที่ก้มลงไปหยิบกระเป๋าขึ้นมานั่นเอง
พอผมลุกขึ้นมายืน มันก็รู้สึกเหมือนมีอะไรกระเด็นออกจากตัวผมครับ
ผมเห็นมันกระเด็นไปข้างหน้าแว๊บๆแบบไม่ทันตั้งตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงมันตกถึงพื้นดัง แก๊ง แล้ว

"เฮ้ย..! "ผมร้องขึ้นอย่างตกใจ
กุญแจรถผมล่วงลงไปที่ชั้นล่างครับ   ตอนนั้นเริ่มใจเสียขึ้นมาเลย จะลงไปเอายังไง
สงสัยต้องไปตามหาลุงให้มาช่วย 

คิดไปคิดมา 
พอมองลงไปดูที่พื้นชั้นล่าง ก็เห็นกุญแจรถผมตกอยู่ที่พื้นอย่างชัดเจน ดูมันก็ไม่สูงเท่าไหร่นะ
อืม มันก็ไม่น่าจะยากไหม   ผมก็เลยลองคิดหาทางเองก่อน 

แล้วผมก็หันไปมองดูรอบๆตัว พอดูไปดูมารอบๆก็ไปเจอ ตู้ดับเพลิงครับ 
ผมก็เลยรีบวิ่งไปที่ตู้ เห็นข้างในมีสายดับเพลิงสีขาวพับอยู่
ผมก็เลยรีบคลี่ออกมา  
น่าจะใช้ได้นะ 
ผมรีบมัดมันเป็นปมไว้เป็นระยะระยะ แล้วก็ลอง ลากสายไปที่ตรงช่องที่จะลงไปชั้นล่าง
พอหย่อนสายดับเพลิงลงไปแล้ว
ปรากฏว่า มันไม่ถึงพื้นครับ แต่ไม่สูงมาก ปีนลงไปแล้วน่าจะโดดลงไปได้นะ 
ผมก็ตัดสินใจปีนลงไปเลยครับ
พอปีนลงไปจนสุดสายดับเพลิง
ผมก็ค่อยๆเหยียดแขนให้ตรง ลำตัวยืนเป็นแนวดิ่ง คะเนดูที่พื้น
คาดว่าเท้าผมน่าจะห่างจากพื้นประมาณฟุตหนึ่งได้ ก็เลยตัดสินใจปล่อยมือครับ
พอลงมายืนที่พื้นได้ ผมก็รีบเดินไปตรงที่กุญแจตก
พอได้กุญแจแล้ว ผมก็รีบไปที่สายดับเพลิงเพื่อจะปีนกลับขึ้นไป

แต่พอไปถึงสายดับเพลิง ปรากฏว่า สายมันหดกลับขึ้นไปครับ
ทำให้ผมเอื้อมมือไปไม่ถึงมัน พยายามกระโดดยังไงก็กระโดดไม่ถึง 
คุณพระช่วย ! แล้วผมจะกลับขึ้นไปยังไงหละทีนี้
รีบหันไปมองดูรอบๆตัว ว่าพอจะมีโต๊ะอะไรมาต่อเพื่อเหยียบขึ้นไปได้บ้าง 
แต่พอมองไปข้างหน้า ผมก็ต้องตะลึงในบรรยากาศตอนนั้นเลยครับ
เพราะมันเป็นห้องโล่งๆ มืดๆ ไม่มีหน้าต่างอะไรเลย
ที่พื้นมีแต่ถุงพลาสติทิ้งเกลื่อน
พอไม่เห็นอะไรที่พอจะช่วยได้ ผมก็ตัดสินใจ ร้องเรียกให้คนช่วยขึ้นมาครับ
เสียงผมดังก้องสะท้อนไปสะท้อนมา อยู่คนเดียว อย่างวังเวง
มันรู้สึก ถึงความโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก  ในใจก็ได้แต่คิด ไม่น่าพลาดเลยเรา
ผมค่อยๆเดินไปตามขอบๆผนัง เพื่อจะหาดูว่ามีประตูทางออกไหม
แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ประตูเหล็กม้วนบานใหญ่
นี่คงเป็นประตูใหญ่ตรงที่ลุงพาเราอ้อมขึ้นมาทาง แคทวอล์ค
แล้วผมก็ตัดสินใจถีบ ประตูไปอย่างแรง ให้มันเกิดเสียงดัง สลับกับร้อง ช่วยด้วย ช่วยด้วย  เป็นระยะ
ทำแบบนั้นเกือบๆห้านาที พอเงียบรอฟัง ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลยครับ
จนผมยืนรอดูอยู่ตรงหน้าประตูนั้นสักพัก
อยู่ๆก็รู้สึกว่า แสงจากภายนอกมันค่อยๆหรี่ลง อย่างเห็นได้ชัด
อารมณ์แบบเดียวกับที่เราดรีมแสงไฟลง
ผมเย็นสันหลังขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
พร้อมๆกับเสียงเด็กผู้หญิงหัวเราะคิคิก้องสะท้อนอยู่ข้างหลังผม


โปรดติดตามตอนต่อไป

ทางออกในคืนหลอน - Pantip

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://pantip.com/topic/40456087
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: matin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
วิธีการลงบทความในเว็บ Postjung เพื่อสร้างรายได้เถียงกันลั่น!สมควรมั้ย?สาวลาออกเขียนด่าหัวหน้างานไม่ใว้หน้า บางคนถึงกับรับไม่ได้เช็คด่วน! 18 ปริศนาภาพ ที่จะบอกได้ว่าคุณฉลาดพอที่จะรอดพ้นจากวิกฤติโควิด19 หรือไม่เศร้า!ฟ้องแล้ว 4.3ล้าน!“อัพ VGB” หนุ่มอ้างช่วยล่าช้า จนสุดท้ายเสียชีวิตรวมภาพสัตว์ที่เห็นแล้วคิดดีไม่ได้จริงๆ....ชาวบ้านโวย! วอล์กอินแล้วไม่ได้ฉีดวัคซีน โควิด19 การจัดการของภาครัฐไม่บูรณาการ ข้อมูลสับสน?15 ภาพสุดเจ็บปวดที่แสดงให้เห็นด้านลบสังคมปัจจุบัน บางคนเห็นแล้วอาจร้องไห้อาลีบาบารายงานการขาดทุน!!ข่าวปลอม!! "ภาพเปรียบเทียบปอด ระหว่างคนที่ฉีดและไม่ได้ฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 แบบนี้รัฐว่าไงละบังสู้ชีวิต คนไทยดูถูก แต่ตอนนี้เห็นแล้วถึงกับอึ้ง!!“ในหลวง” ทรงแข็งแรงดี ทรงออกกำลังพระวรกาย ทุกๆวัน และ ทรงติดตามสถานการณ์โควิดฯ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือ14 ภาพประวัติศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่นก่อนสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง23 ภาพที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการ"ต่อต้านแรงโน้มถ่วง"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
ความลับทับทิม 2564 ไม้มงคล ปลูกทิศไหนเสริมดวงชะตาทางการเงินเรื่องหลอนๆ ของรักของหวงเล่าเรื่องผี EP. 5|หมู่บ่านผีพิธีกรรมประหลาด เอาชีวิตรอด| จับเข่าเล่าเรื่องผีระวังฮวงจุ้ยชีวิตคู่มีปัญหา โชคลาภไม่มีเข้า แก้ง่าย
ตั้งกระทู้ใหม่