หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ กู้เงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 17 มกราคม 2564 ( รางวัลที่1 384395 )
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

จักรวรรดินิยมจีนมาแล้ว

จักรวรรดินิยมจีนมาแล้ว

  AREA แถลง ฉบับที่ 718/2563: วันพฤหัสบดีที่ 03 ธันวาคม 2563

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
  

            ตอนนี้จีนแผ่อิทธิพลเข้ามาในประเทศไทยเป็นอย่างมาก หลายคนกลัวว่าไทยจะตกเป็นเมืองขึ้น (ทางเศรษฐกิจ) ของจีน ความจริงจะเป็นอย่างไร เรามาดูกัน จะได้เตรียมตัวถูก

            เมื่อช่วงกลางปี 2563 ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทท แอฟแฟร์ส (www.area.th) ได้เผยแพร่ผลสำรวจพบว่า เฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังมีต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลถึง 15% ของทั้งหมดที่ขายได้ในครึ่งแรกของปี และเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงเป็นบริษัทหรือนักลงทุนจากประเทศจีน โดยพื้นที่ๆ นักลงทุนจีนสนใจได้แก่แถวใจกลางเมือง รัชดา-ลาดพร้าว บางนา-อุดมสุข เป็นต้น

 

            ชาวจีนต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเขตใจกลางเมืองหรือ Central Business District (CBD) และทำเลเด่นๆ อีกบางแห่ง เช่น บริเวณถนนรัชดา-ลาดพร้าว บริเวณอ่อนนุช-สุวรรรณภูมิ และบริเวณบางนา-เทพารักษ์ เพราะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน  คนจีนคงเคยชินกับการใช้ระบบขนส่งมวลชน และเป็นเส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิได้โดยง่าย  ส่วนทำเลอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปอยู่มากนัก โดยเฉพาะย่านฝั่งธนบุรี แทบหาคนจีนหรือชาวต่างประเทศไปซื้อไม่ได้เลย เพราะห่างไกลความเจริญพื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่ใกล้สนามบิน

            การที่จีนแห่มาซื้อห้องชุดนี้อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการแผ่อิทธิพลของจีนเข้ามาในประเทศไทย แต่จีนมาแรงจริงๆ มีคนเคยตั้งคำถามว่า “เคยเห็นคนอเมริกันมาไล่ซื้อโรงแรม เกสต์เฮาส์ ขนาดเล็ก ไล่ซื้อมหาวิทยาลัยเอกชน ไล่ซื้ออาคารชุดไล่ซื้อที่การเกษตร ซื้อตึกแถวเปิดร้านอาหาร เปิดล้งรับซื้อผลไม้ เปิดบริษัททัวร์ เปิดกิจการแข่งกับคนไทยไหม ที่พูดมานี่คนจีนแผ่นดินใหญ่ทำทั้งหมด เราไม่กลัวจีนมายึดประเทศ แต่กลับปลุกกระแสกลัวอเมริกันมายึดประเทศ”  ยิ่งกว่านั้นคนจีนมาสวมบัตรประชาชนคนไทยน่าจะมีจำนวนมหาศาล คนเหล่านี้กลายเป็นคนไทยไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป  ในต่างจังหวัด มีบ้านบางหลังมีคนชื่อเดียวกันนับร้อยคน บางคนก็สวมบัตรประชาชนคนตายเลยก็มี

            คนจีนในสมัยก่อนที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารนั้นเป็นอีกภาพหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อราว 100 ปีก่อน เกิดทุพภิกขภัยอดอยากแห้งแล้ง คนจีนโดยเฉพาะจีนตอนใต้ย้ายไปต่างประเทศมากมายโดยเฉพาะในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  (ยุคนั้นหลังยุคคนจีนไปใช้แรงงานสร้างทางรถไฟในสหรัฐอเมริกา)  จีนตอนนั้นมาแบบเสื่อผืนหมอนใบ หนีตายมาตั้งหลักแหล่งในต่างประเทศ และมีจำนวนมากที่หวังจะกลับไปบ้านเกิด แต่แล้วก็ตั้งรกรากในประเทศไทยเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีนในปี 2492

            แต่จีนยุคใหม่ที่มาไทยนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จีนยุคใหม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสารพัดให้ไปตั้งรกราก ให้ไปขยายอิทธิพลในต่างประเทศ เช่นที่จีนเคยทำสำเร็จมาแล้วในซินเกียง และทิเบต  แต่ละคนที่มาได้เงินติดกระเป๋ามาพอสมควร หรือมีวิสาหกิจจีนหนุนหลัง ไม่ใช่พวก  “เสื่อผืนหมอนใบ” แบบร้อยปีก่อนแล้ว  ทำให้การรุกทำธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นล้งสารพัดสินค้าไทย หรือการมาเปิดกิจการโรงแรม หรือธุรกิจบริการต่างๆ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างเป็นระบบ  นอกจากนี้บางส่วนยังมาฝังตัวอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่มาเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศไทยแล้ว

            อันที่จริงจีนก็เคยเป็นมหาอำนาจที่ไทยต้องไป “จิ้มก้อง” มานานแล้ว จำได้ว่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรีก็ยิ่งชัด สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ก่อนที่จักรวรรดินิยมในยุโรปเข้ามารุกรานไทย) จีนก็มีบทบาทอย่างมาก ยังมีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงเครื่องทรง “ฮ่องเต้” มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1-5  นี่แสดงว่าอิทธิพลของจีนยิ่งใหญ่กว่ายุคนี้เสียอีก  ไม่แน่ว่าในอนาคตเมื่อจีนมีอิทธิพลเหนือการเมืองและเศรษฐกิจไทยยิ่งกว่าในยุคต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้นำไทยอาจใส่เครื่องเคราแบบจีนขึ้นมาอีกก็ได้

            ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักธุรกิจชั้นนำชาวไทยเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จ ออกมาเชียร์จีนกันยกใหญ่ และดีใจมากที่ไทยจะมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับไทย  ท่านเหล่านี้ย่อมต้องมีผลประโยชน์ทางธุรกิจกับประเทศจีน ไม่ใช่เพียงการเชียร์เพราะเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน  ทั้งนี้หลายท่านก็ไปทำธุรกิจในจีนจนประสบความสำเร็จ  ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนไทย-จีนเหล่านี้ ดูประหนึ่งว่าได้กลายเป็นตัวแทนของจีนในประเทศไทย มากกว่าจะเป็นนักธุรกิจไทยด้วยซ้ำ

            ผมในฐานะนายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล (www.fiabci-thai.org) ได้ทราบจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2563 นี้เป็นต้นมา จีนได้เข้าไปลงทุนซื้อห้องชุดในสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่เดิมจีนจะซื้อในเขตใจกลางเมือง  แต่เดี๋ยวนี้ซื้อในเขตชานเมืองมากขึ้น  นี่ขนาดว่าราคากลางของห้องชุดในสิงคโปร์เป็นเงินประมาณ 33 ล้านบาทไทย (ในขณะที่ไทยมีราคาเฉลี่ย 4.0 ล้านบาท) แถมต่างชาติที่ซื้อต้องเสียภาษีซื้อ 20-25%  จีนยังมีซื้อกันใหญ่  ไทยเราไม่กำหนดราคาขั้นต่ำที่ซื้อได้ และแทบไม่ต้องเสียภาษี ก็เท่ากับว่าไทยเราปล่อยให้จีน “ซื้อกระจาย” ในขณะที่คนไทยหรือคนทั่วโลกไม่อาจไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในจีน เพราะเขาให้คนจีนเองหรือใครก็ตามเช่าได้แค่ 70 ปีเท่านั้น

            ตามพระราชบัญญัติอีอีซีของไทย เราเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาทำธุรกิจบริการได้ โดยสามารถซื้อห้องชุดได้ 100% สามารถเช่าที่ดินได้ 99 ปี สามารถพาญาติโยมมาได้ สามารถใช้เงินสกุลของตนเองได้ และได้สิทธิประโยชน์อีกมากมาย ดังนั้นอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกของไทยคงจะมีจีนมาซื้อมากกว่าชาติอื่น ในขณะเดียวกันชาติตะวันตก สแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่น เกาหลีก็ทำท่าถอยห่างจากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ยิ่งทำให้จีนแทรกเข้ามาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปร้านอาหารทั้งหลายต้องเขียนป้ายภาษาจีนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นหรือรัสเซียเช่นแต่ก่อนแล้ว

            อาจกล่าวได้ว่าจีนไปประเทศทั่วโลกโดยครอบครองอสังหาริมทรัพย์ผ่านกระบวนการเช่าที่ดิน 99 ปี โดยเฉพาะในกัมพูชาและลาว และผ่านการรับสัมปทานต่างๆ เช่น ในศรีลังกา ปากีสถาน รวมทั้งการให้เงินกู้ ซึ่งประเทศผู้กู้อาจมีโอกาสกลายเป็นทาสเงินกู้ในอนาคตได้  แต่สำหรับในประเทศไทย จีนมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจในประเทศไทย มีนักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนเป็นหัวหอก จึงเชื่อว่าจีนจะมีอิทธิพลทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยเหนือชาติอื่นอื่นใดที่มาลงทุนในประเทศไทย

            ไทยคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับจักรวรรดินิยมจีนอันยิ่งใหญ่ เพราะคงสู้รบปรบมือด้วยได้ยาก

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement4222.htm
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
จักรวรรดินิยมจีนมาแล้ว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดบ้าน ทักษิณ ที่ ดูไบ หรูหราสมฐานะอภิมหาเศรษฐี​ด่วน!! "ลุงพล" หวิดทำร้ายนักข่าวช่องดัง (มีคลิป) อุทาหรณ์!! "พ่อเสียชีวิต" เพราะกิน "ถังเช่า""ลุงพล ป้าแต๋น" เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปแล้วพรุ่งนี้แล้ว! เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง - เราชนะ รอบ 2ทรัมป์จะให้อภัยโทษและสับเปลี่ยนตำแหน่งถึง 100 คน ในวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งแทค ภรัณยู เอาคืนแสบ! #คนเราอย่าดูแค่ภายนอก...12​ ธนาคารกับมาตรการช่วยเหลือประชาชน​ จะหนี้บ้านหรือหนี้บัตร​ มาดูชัดๆในโพสต์นี้‼️กว่า 6 ปีที่หายไปของผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในวงการสื่อบันเทิงไทย #ติ๋มทีวีพูลความรู้รอบตัว โครตสำคัญ...ในการคอมเม้นแรงๆไม่งั้น เงิบ!!!4 สัญญาณเตือนที่กำลังบ่งบอกว่าใจคุณไม่ไหวแล้ว"อนุทิน" สวนแรง "ธนาธร" หลังไลฟ์สด วิจารณ์การผลิตวัคซีน ลั่น! "ถ้าทำไม่ได้ไม่ต้องเอา..ราน้ำ"พฤหัสนี้หนังใหม่เข้าแล้ว 2 เรื่องแรก หนังเก่าอีก 7 อนิเมะเพียบ รวมเดือนนี้ได้ดูหนังญี่ปุ่น 14 เรื่อง!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ดำ แต่ชุด ใจบริสุทธิ์ เพื่อประชาฯพรุ่งนี้แล้ว! เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง - เราชนะ รอบ 2สุดยอดมากๆ เลยจ้า เมื่อลุกทุ่งสาว ตั๊กแตน ชลดา หอบฝินปึกโตไปเยี่ยมคุณปู่ศิริราชแจง เจ้าหน้าที่ 4 รายติดเชื้อโควิด-19 ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์⁣
ตั้งกระทู้ใหม่