หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ทำไมคุมโควิดได้ แต่เศรษฐกิจไม่โต บทความโดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร

ทำไมคุมโควิดได้ แต่เศรษฐกิจไม่โต
บทความโดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร

คำถามนี้ผมถูกถามบ่อยจากเพื่อนนักลงทุนว่า ทำไมเศรษฐกิจเรายังดูแย่ คือ หดตัวแรงทั้งที่สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้

ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย คือ ไม่มีการระบาดของโควิด-19 มานานกว่า 5 เดือน ทำไมเราไม่ใช้ความได้เปรียบจากการไม่มีการระบาดในประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ต่อยอดไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เร็วและเศรษฐกิจไม่หดตัวมากอย่างที่ประเมินกัน

คำถามนี้เป็นคำถามที่ดี แต่คำตอบต้องบอกว่าซับซ้อนพอควร มีทั้งคำตอบแบบง่ายๆ และคำตอบที่เจาะลึกลงไปในปัญหาต่างๆ ที่ประเทศมีที่ทำให้ประเทศเคลื่อนตัวยากในการแก้ไขปัญหา รวมถึงหาประโยชน์จากสถานการณ์ที่ได้เปรียบ เช่น การไม่มีการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ทำให้คนในประเทศเสียโอกาส

วันนี้จึงอยากตอบคำถามนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ และสิ่งที่สังคมต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหา

คำตอบแบบง่ายๆ ว่าทำไมเศรษฐกิจยังหดตัวรุนแรง แม้ไม่มีการระบาดของโควิด-19 ในประเทศก็คือ ความอ่อนแอของกำลังซื้อในประเทศ ที่เป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด แต่ที่ลึกกว่านั้นคือ

วิกฤติคราวนี้กระทบภาคต่างประเทศของเรามาก คือทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวทำให้เศรษฐกิจไม่ได้ประโยชน์จากการส่งออกและการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้น ถ้าเศรษฐกิจจะฟื้นก็ต้องมาจากการใช้จ่ายในประเทศอย่างเดียว หมายถึง การใช้จ่ายของภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด ก็คือ การบริโภคของครัวเรือน

แต่การบริโภคของครัวเรือนขณะนี้มีข้อจำกัดมากจากการชะลอตัวของรายได้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ การว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ระดับของหนี้ครัวเรือนที่สูงและความเหลื่อมล้ำในประเทศที่มีมาก ปัจจัยท้ายสุดนี้ทำให้คนในประเทศจำนวนมากไม่มีเงินออมและอยู่ลำบากในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง และการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น

ความรุนแรงของความเหลื่อมล้ำที่ประเทศมี เห็นได้จากตัวเลขความยากจนที่เพิ่มสูงขึ้น ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาความเหลื่อมล้ำได้แย่ลงจนคนที่เคยมีรายได้เหนือเส้นความยากจนเมื่อ 5 ปีก่อนปัจจุบันรายได้ลดลงต่ำกว่าเส้นความยากจน ทำให้จำนวนคนยากจนในประเทศเพิ่มขึ้นมาก ตัวเลขจากธนาคารโลกชี้ว่า อัตราความยากจนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.2 ปี 2558 เป็นร้อยละ 9.8 ปี 2561 สวนทางกับการเติบโตของเศรษฐกิจ

ล่าสุดอย่างที่ทราบ จำนวนประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐจากผลกระทบของวิกฤติโควิดนี้อาจมีมากถึง 40 ล้านคน หรือเกือบเท่ากับ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งสูงมาก แสดงว่า คนรายได้น้อย หรือ คนไม่มีรายได้ในประเทศเรานั้นมีจำนวนมาก คนส่วนใหญ่จึงไม่มีกำลังซื้อที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ และต้องพึ่งการช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นหลัก ทำให้การใช้จ่ายจากภาครัฐและกำลังซื้อที่มาจากคนที่มีรายได้มีเงินออม จำเป็นต้องออกมาทดแทน

อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกันคือ ถ้าประเทศเราคุมโควิดได้ดี ทำไมนักลงทุนต่างประเทศไม่ขนเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อหาประโยชน์จากภาวะแวดล้อมทางสาธารณสุขที่ปลอดภัย ตรงกันข้าม เราเห็นนักลงทุนต่างชาติปิดโรงงาน และย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นแทน แม้แต่นักลงทุนญี่ปุ่นที่เชื่อมั่นในประเทศไทยมานาน

นี่เป็นอีกเรื่องที่ชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความอ่อนแอที่ประเทศเรามี ที่เราไม่ได้เป็นประเทศเป้าหมายที่น่าลงทุนของประเทศอื่นอย่างแต่ก่อน ทำให้แม้เราจะควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ดี แต่นักลงทุนต่างประเทศเลือกที่จะไปลงทุนที่อื่น หรือย้ายฐานการผลิตออกไปประเทศอื่นแทน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจาก 3 เรื่องที่เราต้องเปิดใจยอมรับ

หนึ่ง ประเทศเราได้กลายเป็นประเทศที่มีต้นทุนสูงในการทำธุรกิจ ต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงานของเราได้เพิ่มขึ้นมากและไม่ได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเหมือนแต่ก่อน ขณะที่คุณภาพและทักษะของแรงงาน รวมถึงความรู้ภาษาอังกฤษ ทัศนคติและความมีวินัยก็อาจด้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ที่สำคัญ ประเทศเรามีต้นทุนแอบแฝงในการทำธุรกิจในรูปของเงินใต้โต๊ะและการทุจริตคอร์รัปชันที่นักธุรกิจต้องเจอ ที่นับวันจะยิ่งรุนแรง

เห็นได้จากรายงานความเห็นของนักลงทุนต่อการทำธุรกิจในประเทศไทย (The Global Competitiveness Report 2017-18, WEF) ที่ชี้ว่า การทุจริตคอร์รัปชันเป็นข้อจำกัดอันดับต้นๆ ของการทำธุรกิจในประเทศไทย ล่าสุด ในการจัดอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชันโดยองค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ คะแนนประเทศไทยก็ลดลงอีกในปี 2562 แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง คือได้คะแนน 36 จาก 100 เทียบกับ 37 คะแนนในปี 2561 ขณะที่อันดับประเทศก็เพิ่มเป็น 101 ของประเทศที่มีคอร์รัปชันน้อย จากอันดับ 99 ปีก่อนหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยถูกมองว่ามีปัญหามากในการทำธุรกิจ

สอง การแข่งขันที่มีน้อยลง ก็เป็นอีกประเด็นที่นักลงทุนเป็นห่วง จากบทบาทที่มากขึ้นของบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศ ที่มีอำนาจครองตลาดและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายของฝ่ายการเมือง จากความใกล้ชิดที่บริษัทเหล่านี้มีกับนักการเมือง รัฐบาลและระบบราชการของประเทศ ผลคือในสายตาต่างประเทศ ประเทศเรามีปัญหาสนามแข่งขันที่ไม่ตรงหรือเอียง (Unlevel Playing Field) ระหว่างบริษัทไทยขนาดเล็ก บริษัทต่างชาติ เทียบกับบริษัทไทยขนาดใหญ่

เห็นได้จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้าง การให้สัมปทานสิทธิในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่จัดสรรโดยรัฐมักจะไม่มีบริษัทที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศในธุรกิจนั้นๆ เข้าแข่งขัน ผู้ได้สัมปทานจะเป็นบริษัทใหญ่ของประเทศกับบริษัทแนวร่วมต่างชาติที่จัดตั้งขึ้น ผลคือ อำนาจทางเศรษฐกิจของบริษัทใหญ่นับวันจะมากขึ้น ผลวิจัยของธนาคารแห่งประเทศไทยปี 2562 ชี้ว่า บริษัทขนาดใหญ่ 5% แรกของประเทศมีสัดส่วนรายรับสะสมสูงถึง 85% ของรายรับทั้งหมด มีส่วนแบ่งยอดขายมากถึง 46% และสัดส่วนกำไรกว่า 60% อำนาจทางธุรกิจแบบนี้ไม่จูงใจให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าแข่งขัน ขณะที่ผู้บริโภคเสียประโยชน์

สาม ความไม่ต่อเนื่องของนโยบายและประสิทธิภาพของระบบราชการ ก็เป็นอีก 2 ข้อจำกัดที่นักลงทุนต่างประเทศพูดถึงในรายงานฉบับเดียวกัน คือ นโยบายทางการไม่แน่นอน เปลี่ยนบ่อย ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะลงทุน ปฏิเสธไม่ได้ว่า นโยบายของรัฐบาลในบ้านเราทุกสมัยจะเน้นการทำโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างคะแนนนิยมระยะสั้นด้วยเหตุผลทางการเมืองรวมทั้งหาประโยชน์จากงบประมาณ มากกว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ประเทศมี หรือทำในสิ่งที่เศรษฐกิจต้องการเพื่อผลของการพัฒนาประเทศไทยในระยะยาว

วิธีการแบบนี้ทำให้การทำนโยบายไม่มีความต่อเนื่อง ขาดตอน เกิดความสูญเสีย ต่างกับประเทศที่มีแผนงานชัดเจน สามารถดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือ โดยการแข่งขันที่เปิดกว้างต่อยอดไปสู่การลงทุนของภาคเอกชน เพื่อนำพาการพัฒนาประเทศ

สามเรื่องนี้คือ เหตุผลหลักที่ทำให้ประเทศเราไม่ได้ประโยชน์จากการลงทุนจากต่างประเทศแม้สถานการณ์ด้านสาธารณสุขของเราจะอยู่ในเกณฑ์ดี เป็นการเสียโอกาสที่น่าเสียดาย ทำให้ประเทศต้องพึ่งการใช้จ่ายในประเทศจากการกู้เงินเป็นหลักเพื่อฟื้นเศรษฐกิจซึ่งแม้การฟื้นตัวกำลังเกิดขึ้น แต่ก็ช้า ไม่ทั่วถึงและเปราะบาง

สรุปคือ ถ้าเราจะมองเรื่องทั้งหมดอย่างมีเหตุมีผล คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ต้นตอสำคัญที่ทำให้ประเทศเรามีปัญหามากจนเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นอย่างที่ควร โดยเฉพาะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานั้น มาจาก 2 เรื่องหลัก

หนึ่ง ปัญหาธรรมาภิบาล หรือความพร้อมที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งในภาครัฐคือ ฝ่ายการเมือง ภาคราชการและภาคเอกชน เมื่อคนในระดับนำของประเทศไม่พร้อมจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ประเทศจึงมีปัญหามาก ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำหรือการบังคับใช้กฎหมาย

สอง ระบบการเมืองของประเทศไม่ทำงานสนองตอบปัญหาที่ประเทศมี เนื่องจากคนที่เข้ามามีอำนาจและมีหน้าที่ทางการเมืองไม่สามารถประนีประนอม (compromise) และหาจุดร่วมกันได้เพื่อนำพาประเทศให้ดีขึ้น เมื่อทำไม่ได้ ผลก็คือ ความแตกแยกและระบบการเมืองที่ยืนห่างจากปัญหาของประเทศ

ถ้าประเทศมีธรรมาภิบาล มีระบบการเมืองที่รับผิดชอบ คนในประเทศก็จะใช้ความรู้ความสามารถสร้างชีวิต สร้างนวัตกรรม สร้างการผลิตภายใต้กลไกการแข่งขัน นำประเทศไปสู่การพัฒนาและยกระดับความเป็นอยู่ให้สูงขึ้น แต่เมื่อเราไม่มีทั้งธรรมาภิบาลและการเมืองที่รับผิดชอบ สิ่งที่เราได้ก็คือบ้านเมืองที่อนาคตดูยาก เพราะคนแย่งกันล็อบบี้การเมืองเพื่อหาประโยชน์ ใช้อิทธิพลการเมืองและเส้นสายระบบราชการสร้างระบบค่าเช่าเพื่อหาประโยชน์ นี่คือความสำคัญของธรรมาภิบาล

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/thaitribune1/photos/a.208103229396861/1469551729918665/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ทำไมคุมโควิดได้ แต่เศรษฐกิจไม่โต บทความโดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวเน็ตเดือด!! แฉภาพดารา จัดปาตี้ เต้นสนุกสนาน ไม่กลัวโควิดถ้าได้ผัวแบบนี้ดิฉันจะกราบเช้ากราบเย็น เลยค่ะตะลึง!! ชาวบ้านเห็นสัตว์ คล้ายพญานาค โผล่เล่นน้ำให้เห็นชัดๆ (มีคลิป)นักแสดงสาว "Song Yoo Jung" เสียชีวิตแล้วคุณยายใจเด็ด!! ยืนยัน ไม่เปิดบัญชีขอบริจาค ลั่น! "ผิดเองไม่โทษใคร"รวมภาพถ่ายโบราณวัตถุแปลกๆที่มีอยู่จริง และมีเพียงชิ้นเดียวในโลกใบนี้2 ทหารเกณฑ์ หนีตาย!! ร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกซ้อมปางตๅย"มาโนช พุฒตาล": ชีวิตใน 1 วัน มีแค่ "กิน ขี้ ปี้ นอน" หรือ?ใครจะรับผิดชอบ!? หนุ่มขับมอเตอร์ไซค์เกี่ยวสายไฟ? ล้มคว่ำ หัวฟาดพื้น เจ็บ"เต๋า ทีวีพูล" แฉต่อ เปิดตัว 3 หนุ่มหล่อ พรสตาร์ ณ เชียงใหม่ พร้อมติดแฮชแท๊ก #โควิด 19อุทาหรณ์​ ในการใช้รถ!! สำหรับคนที่คิดจะเติมน้ำมันดีเซล B20สาวรับเงินทอนมาจากร้านค้า ได้ธนบัตรใบละ 20 กลับมา เห็นแล้ว แทบไม่กล้าใช้อย่าหาทำ!! การบ้านอะไรเนี่ย ยิ่งทำยิ่งมึน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
การปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งที่ 2 ของประเทศไทย | The Second Great Reformแมวติดโควิด -19 ครั้งแรกในเกาหลีแพทย์สั่ง เจาะคอ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ดูดเสมหะ ช่วยหายใจ2 แกนนำกลุ่มราษฏรเข้าให้ปากคำปอท.
ตั้งกระทู้ใหม่