หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ กู้เงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ คำนวณค่างวดผ่อนรถ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 17 มกราคม 2564 ( รางวัลที่1 384395 )
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ลูกนอนกรน…ภัยร้ายที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน!

เด็กนอนกรน ภัยร้ายที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน
การนอนถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญสำหรับวัยเด็ก ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พ่อแม่หลายคนรู้สึกกังวล หากลูกน้อยนอนกรนหรือแม้แต่ลูกหยุดหายใจขณะหลับ แม้ว่าการนอนกรนเป็นอาการที่ถือเป็นเรื่องปกติในผู้ใหญ่ แต่อาการนอนนี้กลับเกิดขึ้นในเด็กได้ด้วยเช่นกัน

การนอนกรนมี 2 แบบ
1. อาการนอนกรนธรรมดา: เมื่อลูกน้อยนอนกรนมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดห์ แต่ไม่ได้มีอาการอื่นที่เห็นได้ชัดร่วมด้วย
2. อาการนอนกรนอันตราย: เป็นการนอนกรนที่ลูกหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หลายครั้งตลอดคืน เมื่อทางเดินหายใจถูกปิดทำให้มีภาวะหลับๆตื่นๆตลอดคืน และส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ การเรียนรู้ รวมถึงพฤติกรรมด้วย

อาการเด็กนอนกรนพบบ่อยแค่ไหน?
เชื่อกันว่าอาการกรนเล็กน้อยเป็นครั้งคราวพบในเด็กมากถึง 27% การนอนกรนประเภทนี้ไม่มีปัญหาอะไรน่ากังวล

สาเหตุของเด็กนอนกรนคืออะไร?
“อาการนอนกรนในเด็ก” เกิดขึ้นเมื่ออากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปยังทางเดินหายใจได้อย่างอิสระ ดังนั้น เมื่อหายใจเข้าหรือออก เนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ทางเดินหายใจจะสั่น จึงเป็นที่มาของเสียงกรน

 

“ลูกนอนกรน” เสี่ยง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของอาการนอนกรนในเด็ก ได้แก่ :

1. ต่อมทอลซินหรือต่อมอะดีนอยด์โต:
ต่อมอะดีนอยด์คือต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง มีหน้าที่กำจัดเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ตำแหน่งตั้งอยู่บริเวณหลังโพรงจมูก โดยส่วนมากพบว่า การที่ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โตมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ เนื่องจากต่อมทอนซิลเป็นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณภายในช่องคอ ซึ่งทำหน้าที่เช่นเดียวกับต่อมอะดีนอยด์
เมื่อต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โตมากเกินไปจากการการติดเชื้อ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจและเป็นที่มาของอาการนอนกรนในเด็ก นี่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการหายใจไม่เป็นสะดวกในเด็ก

2.โรคอ้วน: จากการศึกษาพบว่า เด็กที่มีน้ำหนักเกินมีแนวโน้มที่จะเข้าข่ายเป็น “เด็กนอนกรน” มากกว่าเด็กที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ โรคอ้วนสามารถทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากยิ่งขึ้น

3. โรคภูมิแพ้: อาจทำให้เกิดการอักเสบในจมูกและลำคอ ซึ่งอาจทำให้หายใจได้ยากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเด็กนอนกรนหรือลูกหยุดหายใจขณะหลับ

4. โรคหอบหืด: เช่นเดียวกับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดอาจยับยั้งการหายใจตามปกติและหากทำให้เกิดการอุดตันบางส่วนของทางเดินหายใจ จึงยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกหยุดหายใจขณะหลับ

5. ควันบุหรี่เพื่อสิ่งแวดล้อม (ETS): การสัมผัสกับ ETS ซึ่งมักเรียกว่า “ควันบุหรี่มือสอง” อาจส่งผลต่อการหายใจและมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้น 10 ของการนอนกรนในเด็ก

6. อากาศที่ปนเปื้อน: คุณภาพอากาศที่ต่ำหรือมีสารปนเปื้อนมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อการระบบหายใจของลูกน้อย รวมถึงยิ่งมีโอกาสที่ทำให้เด็กกรนได้ง่ายยิ่งขึ้น

7. ระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมสั้นลง: การวิจัยพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กนอนกรนกับการย่นระยะเวลาการให้นมอาจมีความเกี่ยวข้องกัน มีความเป็นไปได้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยให้ทางเดินหายใจส่วนบนพัฒนาและลดอาการนอนกรนในเด็กได้

การนอนกรนในเด็กอันตรายมั้ย? และวิธีการสังเกตความผิดปกติจากภาวะเด็กนอนกรนจะเป็นอย่างไร

อ่านต่อเพิ่มเติม

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.vitalsleepclinic.com/children-snoring-treatment/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Alyssa
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
ลูกนอนกรน…ภัยร้ายที่พ่อแม่ต้องรู้ทัน!
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวพุทธกังขา ภาพชุดนี้เหมาะสมไหม? แรงไปหรือเปล่า?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมภาพ UFO ตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็นรู้จักพลังการออมเงิน วันละแค่5บาทมาทำความรู้จักกันกับเมฆจานบินมาดูกันลูกเห็บที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดมันจะประมาณไหนกัน....
ตั้งกระทู้ใหม่