หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

นายกรัฐมนตรี ผลักดันการลงทุนใน EEC ยกระดับโลจิสติกส์ครบวงจร รถ ราง เรือ อากาศ ย้ำเป้าหมาย “เชื่อมไทย เชื่อมโลก”

นายกรัฐมนตรี ผลักดันการลงทุนใน EEC ยกระดับโลจิสติกส์ครบวงจร รถ ราง เรือ อากาศ ย้ำเป้าหมาย “เชื่อมไทย เชื่อมโลก”

วันนี้ (1 ต.ค.63) เวลา 09.45 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมพร้อมมอบนโยบายการเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังกับนานาชาติ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ EEC เลขาธิการ BOI ผู้บริหารระดับสูง (CEO ) จากบริษัทชั้นนำของไทยและต่างประเทศ ร่วมหารือแนวทางการเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังกับนานาชาติ ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและขอบคุณนักลงทุนที่เชื่อมั่นและมีการขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง วันนี้ หวังสร้างความเข้าใจตรงกันกับทุกฝ่ายว่า นี่คือโอกาสในการลงทุนและเป็นความท้าทายของรัฐบาล ในการจะขับเคลื่อนแผนพัฒนาประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ แม้ว่าจะเจอกับปัญหาที่เพิ่มขึ้น ในช่วง COVID-19 รัฐบาลก็ไม่เคยหยุดคิด ยังคงมุ่งทำงานเพื่อวางรากฐานประเทศให้ขับเคลื่อนต่อไป ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ทุกการลงทุนในทุกพื้นที่ทั้ง EEC และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ไทยยังเป็นประเทศแรกที่นำหลักการด้านสิทธิมนุษยชนมาใช้ในภาคธุรกิจด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตอบโจทย์การลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต และเป็น Logistics Hub ของภูมิภาค ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงวิกฤติ COVID การลงทุนใน EEC ก็ยังอยู่ในระดับสูง ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีคำขอรับการส่งเสริมใน EEC จำนวน 277 โครงการ และมีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 85,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 54 ของคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ ทั้งนี้ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่าง ๆ ใน EEC ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการเมืองการบินอู่ตะเภา โครงการขยายท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด รวมทั้งโครงการพัฒนาเขตนวัตกรรม EECi ที่จังหวัดระยอง ได้ผู้ชนะการประมูลครบถ้วนแล้ว

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ยังเชิญชวนนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ทั้งการลงทุนในไทยทั้งระยะสั้นและระยายาว พร้อมให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมทั้งด้านโลจิสติกส์ ระบบรถไฟความเร็วสูง สาธารณูปโภค แหล่งน้ำเพื่อการบริโภคและอุตสาหกรรม รวมทั้งแรงงานฝีมือทั้งในและนอกระบบเพื่อตอบสนองการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งขอเชิญชวนให้เอกชนแสวงหาโอกาส หรือเพิ่มการลงทุนที่ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงอุตสาหกรรมด้านการแพทย์ เกษตรและอาหาร ซึ่งไทยพร้อมและมีศักยภาพ สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนก็จะรับไปดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและขยายการลงทุนในไทยต่อไป

โดยก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรีประชุมแนวทางการเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังกับนานาชาติ ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานและองค์กรของไทย อาทิ ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี อธิบดีกรมศุลกากร โดยการเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งหมดให้ไทยเป็นศูนย์กลางเครือข่ายโลจิสติกส์ของภูมิภาคทั้งการขนส่งสินค้าและการสัญจร ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรายงานแผนงานเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังกับนานาชาติ ประกอบด้วย โครงการท่าเรือบก (Dry Port) ให้เป็น One Stop Service ด้านโลจิกสิตส์และศุลกากร ด้วยการเชื่อมโยงการขนส่ง 2 ระบบ โดยเฉพาะระบบราง บรรเทาการจราจรทางถนน และลดความคับคั่งของท่าเรือ โครงการเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน หรือ Land Bridge ด้วยท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง ทั้งชุมพรและระนอง โดยมีถนนหลัก Motorway ราง และรถไฟ เป็นตัวเชื่อม ลดต้นทุนทางขนส่งของประเทศ รวมไปถึงเพิ่มขีดความสามารถเชื่อมโยง BIMSTEC และทะเลจีนใต้ในอนาคต และโครงการสะพานไทย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหลักการสำคัญการศึกษาทั้ง 3 โครงการ ต้องสร้างความเชื่อมโยง ให้เห็นความคุ้มค่าในการลงทุน สามารถสร้างผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจระหว่างทางด้วย ด้วยรูปแบบการลงทุนแบบ PPP เพื่อประหยัดงบประมาณ และนำเงินไปช่วยเหลือประชาชน โดยทุกอย่างโปร่งใส ไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ โดยนายกรัฐมนตรีเร่งทำงานโดยใช้ช่วงโควิด-19 เตรียมความพร้อมประเทศ เสริมความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่สามารถเปิดรับเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด 19 ผ่านได้ทันที

ข้อมูล: กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/ttraisuree/photos/a.107534160625374/369723724406415/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: zerotype
 
นายกรัฐมนตรี ผลักดันการลงทุนใน EEC ยกระดับโลจิสติกส์ครบวงจร รถ ราง เรือ อากาศ ย้ำเป้าหมาย “เชื่อมไทย เชื่อมโลก”
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยืมเพื่อนไม่ได้ ยืมจาก LINE ง่ายกว่า 5,000-20,000 ไม่ใช้สลิป ไม่ใช้คนค้ำ (มีคลิปสอน)รีบด่วน ยืมได้ 200,000 สินเชื่อตามนโยบายรัฐ สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อธนาคารออมสินผู้จัดการ! เผยแพร่การ์ตูน ด่าม็อบได้อย่างสุดแรงและอุบาทว์สุดๆร้านบุฟเฟ่ต์ ติดป้ายบอกลูกค้าอย่างนี้ ถ้าเป็นคุณจะไปกินอีกไหม?วันสุขต้องมีรอยยิ้มสนใจไหม? แค่มีบัญชี ธ.ออมสิน ให้ยืม 50,000 ผ่อนสบาย แค่เดือนละ 1,000 บาทการ์ดม็อบ 5 แยกลาดพร้าววันนี้ "การ์ดอะไร หล่อเกิ๊น"แฟนคลับสุดทน!ประกาศแบน“เบลล่า”แล้ว!"คชโยธี" ไม่มีเงิน? ประกาศเปิดรับเงิน สนับสนุน? ให้ตัวเองม็อบหรือตลาด! มีแต่ของอร่อย คนเยอะ ชอปปิ้งกระจาย อาหารหลากหลาย สุดยอดไปเลย"อ.ปวิน" แนะ กนก-ปอง "ทอดปาท่องโก๋ขายสิคะ"!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์เชิญประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลหลักเมืองจังหวัดพัทลุงลงนามแล้ว จองวัคซีนโควิด-19 มั่นใจไทยมีวัคซีนใช้ในปีหน้าเดนมาร์ก : ชาวบ้านผวา ซอมบี้มิงค์โผล่ขึ้นจากหลุม แพร่เชื้อสู่คนเว็บไซต์ราชกิจจาเผยแพร่ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2563 และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือน เม.ย. 2563 ถึง เดือนก.ย. 2563
ตั้งกระทู้ใหม่