หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

อาชญากรสงคราม

 

เวลาตี่สี่ วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ทหารหลายคนนำโดย พ.ท. จำรัส รุ่งแสง ไปเคาะประตูบ้านจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่หลักสี่ ผู้เปิดประตูคือ ร.อ. อนันต์ พิบูลสงคราม บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า

“ขอเวลาหน่อยนะ คุณพ่อยังไม่ตื่น รอให้ท่านตื่นก่อนเถอะ แล้วค่อยเอาตัวไป”

พ.ท. จำรัส รุ่งแสง พยักหน้ารับ นานเท่านาน จอมพล ป. ตื่นนอน และได้รับแจ้ง ก็กล่าวว่า

“อ้อ! เขามากันแล้วหรือ พ่อก็พร้อมแล้วเหมือนกัน”

นายทหารบกคนที่มาเชิญตัวคุกเข่ากราบจอมพล ป. น้ำตาคลอ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“ผมทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น”

จอมพล ป. พยักหน้าแสดงความเข้าใจ

ก่อนฟ้าสาง ประสงค์ พิบูลสงคราม ลูกชายคนที่สองก็ขับรถพาพ่อ ตามหลังรถทหารไป บุรุษผู้เคยทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินไทยก็ออกจากบ้านไปสู่ชะตากรรมที่ไม่รู้ #ข้อหาอาชญากรรมสงคราม



หลังจากสงครามมหาเอเซียบูรพายุติ ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ก็ถึงเวลาคิดบัญชีหนี้แค้น ฝ่ายไทยก็รู้ รูธรู้ดีว่างานของเสรีไทยยังไม่จบ

ปลายเดือนสิงหาคม 2488 ปรีดี พนมยงค์ ส่งโทรเลขไปถึง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ขอให้เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ม.ร.ว. เสนีย์มีสายสัมพันธ์กับสหรัฐฯดี เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ที่ไทยอาจตกเป็นประเทศแพ้สงคราม หากจัดการไม่ดี

ฝ่ายสัมพันธมิตรตั้งศาลอาชญากรสงครามที่เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พิจารณาความผิดของฝ่ายอักษะที่ก่อสงคราม ศาลตัดสินประหารตัวการใหญ่นาซีสิบสองคน ทหารญี่ปุ่นเจ็ดคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีโตโจ ฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการให้นำอาชญากรสงครามของไทยไปขึ้นศาลนอกประเทศด้วย

รัฐบาลใหม่โดย ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ตราพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พ.ศ. 2488 เพื่อพิจารณาคดีอาชญากรสงครามโดยไม่ต้องส่งตัวไปต่างประเทศ กฎหมายพิเศษนี้ร่างโดยพระยาอรรถการีย์นิพนธ์ (สิทธิ จุณณานนท์) พระราชบัญญัติอาชญากรสงครามฉบับนี้กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และคำพิพากษาของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด บทลงโทษความผิดของอาชญากรสงครามมีระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกไม่เกินยี่สิบปี และเพิกถอนสิทธิออกเสียงตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งนานสิบสองปีนับแต่วันพ้นโทษ

คนไทยที่ถูกจับข้อหาอาชญากรสงครามมีจำนวนสิบสามคน คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม หลวงวิจิตรวาทการ พล.ท. หลวงพรหมโยธี พล.ต. ประยูร ภมรมนตรี พ.ท. พระสารสาส์นพลขันธ์ พ.ท. จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เพียร ราชธรรมนิเทศ สังข์ พัธโนทัย ฉ่ำ จำรัสเนตร ร.ต.อ. สนิท ธรรมเชื้อ จินดา อุดมอักษร แดง นาวัน โกศล อินทรวงศ์ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวนี้อย่างครึกโครม เน้นที่ชะตากรรมของอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาหมายเลข 1 ขณะที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เพราะรู้ล่วงหน้าจะต้องประสบเรื่องนี้

ปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 พระมนูภาณวิมลศาสตร์ (ชม จามรมาน) ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้ลาออกจากตำแหน่งราชการ มาเป็นทนายความแก้ต่างให้กับจอมพล ป. พิบูลสงคราม ช่วงเวลาที่จอมพล ป. ตกเป็นผู้ต้องหา ถูกคุมขังในฐานะอาชญากรสงคราม ท่านผู้หญิงละเอียดไปส่งข้าววันละสามเวลา จอมพล ป. ขอให้ลดลงเหลือวันละสองเวลา ก็ไม่ยอม ตำรวจก็อนุญาตให้ท่านผู้หญิงขึ้นไปพบสามีได้ห่างๆ แต่ไม่ให้คุยกัน

ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม บันทึกว่าเวลานั้นครอบครัวลำบาก ต้องขายของเก่ากิน “พอเช้าขึ้น เจ๊กก็มาถามว่ามีอะไรจะขายให้บ้าง ดิฉันก็จัดการขายไปเรื่อยๆ คิดเสียว่าสมบัตินอกกาย ไม่ตายหาใหม่ได้ ก็เก็บขายเรื่อยไป นอกจากเครื่องเพชรมีค่าชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้ขาย แต่เอาไปไว้กับธนาคาร และได้บอกให้เช่าบ้านที่หลักสี่แก่บริษัทการบินแห่งหนึ่งในราคา 5,000 บาทต่อเดือน นับว่าเป็นราคาสูงทีเดียวสำหรับสมัยนั้น”



วันหนึ่งจอมพล ป. เขียนจดหมายยาวสิบหน้าถึง ปรีดี พนมยงค์ มีข้อความดังต่อไปนี้ (สะกดตามสมัยนั้น)

หลักสี่

วันที่ (ไม่ลงวันที่)

เรียน อาจารย์ที่เคารพและนับถือ

ผมเห็นงานของอาจารย์มีมาก ไม่หยากจะมารบกวนอะไร แต่บัดนี้ผมเปนคนเคราะห์ร้าย ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครได้ ก็จำเปนต้องขอพึ่งอาจารย์ตามแต่จะกรุนาได้

ประการแรก หยากขอปรับความเข้าใจแก่อาจารย์ ซึ่งบางทีจะมีเมตตาจิตเกิดแก่ผมบ้างตามสมควน ถ้าอาจารย์จะผูกพยาบาทผมเกี่ยวแก่เรื่องเดิมๆ มาบ้าง ซึ่งอาดเปนการเข้าใจไม่ตรงตามเปนจิง อาจารย์จะได้ซาบความจิงไว้ คือบางทีอาจารย์อาดว่าผมเปนคนช่วยปิดสภาฯ และเนรเทสอาจารย์ เกี่ยวแก่หาว่าเปนคอมมูนิสต์ เรื่องนี้ผมไม่ได้เปนผู้ทำเลย การปิดสภาฯนั้น พระยามโนเรียกผมไป ซึ่งเวลานั้นผมเปนเด็กหยู่มากในการเมือง เกลี้ยกล่อมผมให้เซ็นเปนคนสุดท้าย ครั้นเห็นทุกคนเขาลงชื่อกัน ผมจะไม่ลงชื่อกับเขา ก็เกรงจะเปนภัยร้ายแรง จึงได้ลงชื่อตามพระยาพหลไป เรื่องเนรเทสอาจารย์นั้น ถามหลวงอดุลย์ดูว่าเปนใครวิ่งเต้น ความจิงจะซาบว่าพระยาทรงสุรเดช ผมกับหลวงอดุลย์ก็ถูกหาว่าเปนคอมมูนิสต์ วันหนึ่งไปพบพระยาทรงฯ ท่านยังถามว่าลื้อกับอดุลย์แดงเรื่อๆ แล้วน๊ะ เมื่อผมเปิดสภาฯ พระยาราชวังสันยังโทรสัพท์ถามผมว่า จะเอาอะไร ผมตอบว่าเปิดสภาฯ ท่านยังถามต่อไปว่า ไม่แดงน๊ะ หรือจะแดงกัน ผมเลยวางหูโทรสัพท์

การทำครั้งนั้น เขาประชุมกัน 4-5 คน มีพระยามโนเปนหัวน่า เมื่อเขาทำอะไร เขาก็ทำกันไป ผมรู้จิงจิงภายหลังเสมอ ซึ่งแก้อะไรไม่ได้ เพราะเปนเด็กในการเมืองหยู่มาก การลาออกของ 4 ทหานเสือ ผมก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ หยู่ๆ ก็ลาออกกันไป เขาจะทำหย่างไรไม่ซาบ ผมเปนแต่มีคนมาบอกหยู่เสมอๆ ว่า พระยาทรงฯจะออก นอกนั้นผมมิได้วิ่งเต้นอะไร ครั้นออกไปแล้ว ผมก็ไม่ซาบอะไร เปลี่ยนการปกครองใหม่ๆ ยังอ่อนในการเมือง พระยามโนถามว่า ใครที่พอจะเปนผู้บันชาการทหานและเสนาธิการได้ ผมก็ตอบไปตามความเปนจิงตามหลักทางทหานว่า พระยาพิชัยรนรงค์กับพระยาดิ่น ท่าราบ เขาก็เห็นดีด้วย และบรรจุโดยพระบรมราชโองการ เรื่องเก่ามีความจิงหย่างนี้ เมื่อพระยาทรงฯออกไปแล้ว ผมหยู่รักสาการน์ที่กาแฟนรสิงห์ตอนกลางคืน ผมจำได้ว่าไปกับหลวงอดุลย์ ซาบภายหลังว่าพระยาราชวังสัน พระยาสิทธิ์ พระยามโน จะให้ทหานเรือจับผมขังที่นั่น เข้าใจว่า พล.ต. ขำ หิรัน เปนผู้ถูกชวน เรื่องเก่าๆ มีความจิงหยางนี้ ขออาจารย์กรุนาเข้าใจว่าผมไม่ได้เปนคนแกล้งอะไรเพื่อนฝูงเลย คนอื่นเขาทำกันเอง แล้วผมยังช่วยในเมื่อมีโอกาส

ตอนยี่ปุ่นเข้ามา มันจะเล่นงานอาจารย์ ถามหลวงอดุลย์ดู ผมไม่เคยได้ติดต่อ หรือขออำนาดยี่ปุ่นมาเล่นงานอาจารย์เลย ผมจึงเสนอให้อาจารย์เปนผู้สำเหร็ด ตามที่เรียนมานี้ ขอพระและสิ่งสักดิ์สิทธิ์เปนพะยานว่า เปนความจิงทุกประการ ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อ วันข้างน่าจะเปนพะยานเอง

ผมเรียนมานี้ หวังจะได้รับความกรุนาจากอาจารย์บ้างตามสมควร ในทางการเมืองของผมนั้น เวลานี้หรือต่อไป ผมเข็ด และรู้สึกตัวว่าโง่ ไม่มีความสามารถเพียงพอ ขืนทำอีก ก็มีภัยมาสู่ตัวร่ำไป ผมเลยขอเปนชาวไร่ชาวนาดีกว่า ขออาจารย์หย่าเปนห่วงผม ไม่ทางการเมือง ผมเข็ดแล้ว เปนตามีตามาดีกว่าสำหรับตัวผม

ผมพูดมามากแล้ว ถ้ามีผิดและรบกวนอาจารย์ ก็ขออภัยด้วย ผมได้เขียนเล่าการปฏิบัติการต่อสู้ยี่ปุ่น และส่งไปทางประธานสภาฯ และให้เพื่อนฝูงอ่าน มีความประสงค์หย่างเดียว จะช่วยให้เพื่อนฝูงไม่เปนอาชญากรสงคราม รวมทั้งผมด้วย ตามสันชาติญานของคน ต้องป้องกันตน อาจารย์ขอได้กรุนาแก่ผมในเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้านิ่งไว้ คนไม่รู้เหตุผลการปฏิบัติของเรา ก็จะหาว่าเป็นคนขายชาติหยู่ตลอดไป ชื่อเสียงก็จะเสีย ผมดีใจแล้วว่า ที่เราทำมาแล้วนั้น หย่างน้อยพระแก้วมรกตยังหยู่ ญี่ปุ่นไม่ขนเอาไปหย่างแห่งอื่น

เคารพและนับถือหย่างสูง

ป. พิบูลสงคราม

ในการดำเนินคดีอาชญากรสงครามต่อจอมพล ป. บุรุษผู้หนึ่งที่ช่วยให้การเป็นคุณต่อคดีคือศัตรูของประเทศ! นายพลอาเคโตะ นากามูระ ผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นหน่วยงิ ประจำประเทศไทย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ติดต่อผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการ ขอให้นายพลอาเคโตะ นากามูระ เป็นพยาน นายพลนากามูระตอบว่ายินดี แต่ต้องขออนุญาตผู้บัญชาการกองทัพอังกฤษก่อน

คำตอบของผู้บัญชาการกองทัพอังกฤษคือไม่ขัดข้อง ในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2489 นายพลนากามูระก็ไปรายงานตัวที่ห้องข่าวสารของกองทัพอังกฤษและให้ปากคำกับพระมนูภาณวิมลศาสตร์ โดยมีนายทหารอังกฤษนั่งฟังอยู่ด้วย

ทนายความถามนายพลนากามูระว่า “จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้เข้าร่วมกับญี่ปุ่นบุกเข้าไปในพม่าผ่านรัฐฉาน ข้อนี้มีสถานการณ์ความเป็นจริงในขณะนั้นอย่างไร?”

นายพลนากามูระตอบว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง กองทหารไทยเข้าไปรักษาภาคเหนือของรัฐฉานด้วยกำลังเพียงเล็กน้อย เป็นการเรียกร้องของกองทัพญี่ปุ่น กองทหารไทยไม่เคยบุกเข้าไปในประเทศจีนและประเทศพม่าด้วยตนเอง ความต้องการของกองทัพญี่ปุ่นในขณะนั้นคือต้องการให้กองทัพไทยปฏิบัติอย่างแข็งขันต่อรัฐบาลจุงกิง ข้อนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่กองทัพไทยไม่เคยข้ามชายแดนไปเลย”

“เหตุการณ์ที่ระนอง*เป็นอย่างไรบ้าง?” (* เหตุการณ์กองทัพที่ 29 ของญี่ปุ่นที่ระนองปลดอาวุธตำรวจไทยในปี พ.ศ. 2487 เพราะเข้าใจผิดว่าเกิดการรบกันที่กรุงเทพฯ)

“เหตุการณ์นั้นเป็นเรื่องเคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เกิดขึ้นในช่วงของการเปลี่ยนรัฐบาล จากจอมพล ป.พิบูลสงคราม มาเป็นนายควง อภัยวงศ์ และกองกำลังส่วนหนึ่งซึ่งสังกัดกองทัพมลายูของญี่ปุ่น กองกำลังนั้นอยู่ติดกับกองทัพของข้าพเจ้าซึ่งไม่ทราบสถานการณ์อย่างแน่ชัดในขณะนั้น เป็นผู้ก่อเหตุการณ์ขึ้น เป็นการปฏิบัติที่ผิดพลาดและน่าเสียใจอย่างมาก ในตอนนั้น ข้าพเจ้าในฐานะเป็นผู้แทนของ พล.ท. อิชิคูโระ ผู้บัญชาการกองทัพมลายู ได้กล่าวขอขมาต่อฝ่ายไทย และเป็นผู้นำคำขออภัยของรัฐมนตรีกลาโหม หัวหน้าเสนาธิการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการกองทัพใหญ่จอมพลเทราอูจิ ไปมอบให้กับ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีควง และรัฐมนตรีกลาโหม พล.ร.อ. สินธุ์ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม”

ทนายความถามต่อว่า “จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และสม่ำเสมอกับฝ่ายญี่ปุ่นหรือไม่?”

นายพลนากามูระตอบว่า “ประเทศญี่ปุ่นและไทยเป็นสัมพันธมิตรกัน จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นนักการเมืองที่น่านับถือยกย่อง ท่านได้ให้ความร่วมมือตามการเรียกร้องของทหารญี่ปุ่นภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามหลักของสัมพันธมิตร ท่านได้แสดงให้เห็นอย่างองอาจว่าจะไม่ปฏิบัติเรื่องใดๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเอกราชและศักดิ์ศรีของประเทศไทย”

“ถ้าเช่นนั้นมีอะไรเป็นตัวอย่างบ้าง?”

“เรื่องเอกอัครราชทูตทสุโบกามิขอร้องให้เขาไปเข้าร่วมประชุมวงศ์ไพบูลย์มหาเอเซียบูรพาถึง 3-4 ครั้ง ข้าพเจ้าไปพร้อมกับเอกอัครราชทูตด้วยอีกสองครั้ง แต่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตอบปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง”

“มีตัวอย่างอื่น ๆ อีกหรือไม่?”

“จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตัดสินใจย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เพชรบูรณ์ เมื่อพิจารณาสถานการณ์ทั่วไปของสงครามมหาเอเซียบูรพาแล้วการเริ่มสร้างเมืองหลวงใหม่เป็นการขัดกับข้อเรียกร้องของฝ่ายญี่ปุ่นในขณะนั้น ซึ่งต้องการวัสดุก่อสร้างจำนวนมากเพื่อไปสร้างและซ่อมถนน ท่านไม่ได้ให้ความร่วมมือกับฝ่ายญี่ปุ่นอย่างแข็งขันเลย คือไม่ได้ยุติการก่อสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่...

“ข้าพเจ้าสามารถบอกเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนและมีความเชื่อมั่นในข้อเท็จจริงที่ว่า ข้อที่หนึ่ง การที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม เข้าร่วมเป็นสัมพันธมิตรกับญี่ปุ่นเพราะว่าท่านรักเมืองไทย ท่านพยายามรักษาเอกราชของเมืองไทย และท่านไม่มีเจตนาที่จะสู้รบกับฝ่ายสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ...

“ข้อที่สอง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือกองทัพญี่ปุ่นนั้น เฉพาะภายในขอบเขตหน้าที่ซึ่งต้องปฏิบัติในฐานะเป็นกองทัพสัมพันธมิตร และเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารญี่ปุ่นปฏิบัติแบบที่อยู่ในประเทศอินโดจีน - ฝรั่งเศส ข้อนี้ขึ้นกับความสามารถของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นสำคัญ นี่คือการตัดสินใจอย่างแน่วแน่และเป็นการปฏิบัติของผู้ที่รักชาติ ท่านเป็นบุคคลที่คนไทยน่าจะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ สรุปแล้ว จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้รักชาติอันดับหนึ่งของเมืองไทย และต้องมารับเคราะห์กรรม ถูกนินทาว่าร้ายจากฝ่ายสหรัฐอเมริกาและอังกฤษโดยลำพังเพียงคนเดียว ท่านไม่สู้รบกับกองทัพญี่ปุ่นเพื่อช่วยรักษาสภาพประเทศไทยไม่ให้ถูกเผาทำลาย สามารถรักษาเอกราชของไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ท่านเป็นปูชนียบุคคลและเป็นผู้ที่สามารถรู้แนวโน้มของสถานการณ์ เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อรักษาเอกราชของไทย”

หลังจากให้ปากคำ นายพลนากามูระก็ลากลับไป



ในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2489 ศาลฎีกาคดีอาชญากรสงคราม พิพากษาให้ยกฟ้อง ปล่อยจำเลยทั้งหมดพ้นข้อหาไป เหตุผลคือพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พุทธศักราช 2488 ที่บัญญัติย้อนหลังให้การกระทำความผิดก่อนวันที่ใช้พระราชบัญญัติเป็นความผิด ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 14 และเป็นโมฆะตามมาตรา 61

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้รับการปล่อยตัว หลังจากถูกจำขังนาน 159 วัน นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญการเมืองไทยหลายคนวิเคราะห์ว่า ผู้ที่วางแผนช่วยเหลือจอมพล ป. ก็คือ ปรีดี พนมยงค์ นั่นเอง ด้วยแผนที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ข้อหนึ่ง การออกกฎหมายอาชญากรสงครามทำให้คนไทยไม่ถูกส่งไปดำเนินคดีในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เสียเปรียบในการเจรจาหลังสงคราม เท่ากับยอมรับว่าไทยเป็นประเทศแพ้สงคราม

ข้อสอง เป็นการช่วยเหลือจอมพล ป. ให้พ้นโทษอย่างละมุนละม่อม

นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า ไม่ว่าจะเห็นต่างทางการเมืองอย่างไร จอมพล ป. พิบูลสงคราม และ ปรีดี พนมยงค์ ก็เป็นเพื่อนร่วมตายมาแต่ครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครอง นอกจากนี้ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมสงครามก็ล้วนเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น

ไม่ว่าความจริงมีนัยซ่อนเร้นหรือไม่ เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกๆ ในประเทศไทยที่มีการใช้อำนาจของศาลยุติธรรมคลี่คลายวิกฤตการณ์ทางเมือง และ #แมวเก้าชีวิต จอมพล ป. พิบูลสงคราม ยังห่างไกลจากความตาย

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/Nakleangto/photos/a.126113031326164/593930201211109
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Somaster
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ไทยเฉย
 
อาชญากรสงคราม
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พากินบุฟเฟ่ต์รสเด็ด ที่พัทยา!เกิดคำถาม? “ซาร่า คาซิงกินี” เอาเงิน “ไมค์ พิรัชต์” ไปทำอะไร? หลัง “น้องแม็กซ์เวลล์” บอกไม่มีอุปกรณ์การเรียนร้านกาแฟแนวใหม่ ไอเดียสุดเท่ บนเครื่องบิน แอร์บัส330 ไฟล์บินนี้เพียง100บาทปังไม่ไหว! “น้ำ พัชรพร” มิสแกรนด์ระนอง คว้ามงกุฎ Miss Grand Thailand 2020มอบตัวเเล้ว! ตร.หญิงยิงโหดคาวัด! ฆ่ๅเพราะโดนบอกเลิกและผู้ตายขู่จะฟ้องนาย เรื่องทรัพย์สินที่เอาไป นัดคืนพรุ่งนี้ คู่นี้ไปทะเลด้วยกันทีไรมีแต่ความแซ่บบบบ ความฮอต ชอบภาพถ่ายรูปสวีทสองคนสามีภรรยามากกก ฟีลแบบคู่รักข้าวใหม่ปลามันมากจ้าชาวเน็ต สงสัย "ศรีพันวา" สร้างบนเกาะได้หรือไม่ อย่างไร?จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว จงดูบทเรียนมัลดีฟ"ฌอน" ล้างตัวกลับมาสร้างภาพแจงเงินบริจาค 1.3 ล้านบาท ขอทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้วเธอคือผู้นำเยอรมนี ที่ไม่ได้รับบริการฟรีจากรัฐไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ไฟฟ้า แก๊ส น้ำประปา เธอมีสิทธิ์ทัดเทียมปชช.ทั่วไป"หม้อทอดไร้น้ำมัน" เพิ่มสารก่อมะเร็งในอาหารหรือไม่และนี่คือตำนานความรักระหว่าง “พระเอก” กับ “นางร้าย” ที่หลายคนอิจฉาาาาาคารวะหัวใจ!! ต้องตัดนิ้วก้อยทิ้ง 1 ข้อ หลังโดนประตูธรรมศาสตร์หนีบในขณะดูแลความปลอดภัยหมุดคณะราษฎรที่ 2 ถูกรื้อถอนแล้วหลังปักได้คืนเดียว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
นิทานเรื่องมีนาไม่ดีรักไปเจ็บไปคนหัวลุกสุดๆ คนเกิดวันพุธกลางคืน...ผีชอบตามเล่าเรื่องผี | กระสืออาฆาตคน จุดจบพราคงกับกระสือ(รวมเรื่องน่ากลัว)| จับเข่าเล่าเรื่องผี
ตั้งกระทู้ใหม่