หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ไขมันพอกตับ สาเหตุ การดูแลรักษา และการป้องกันโรคอย่างถูกวิธี

ตับถือเป็นอวัยวะภายในร่างกายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาอวัยวะภายใน และยังมีหน้าที่สำคัญหลายประการ โดยการทำงานของตับจะต้องอาศัยการทำงานของเซลล์ตับซึ่งหน้าที่หลักก็คือการผลิตน้ำดี เพื่อแปรสภาพสารพิษและยาที่อยู่ในร่างกายให้สามารถขับถ่ายออกไป หรือเรียกกระบวนการนี้ว่าเมแทบอลิซึมของยา และนอกจากหน้าที่หลักนี้แล้ว ตับยังทำหน้าที่ควบคุมกระบวนสังเคราะห์คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ของคนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ดังนั้นเมื่อตับเกิดปัญหากหรือมีไขมันพอกตับ ระบบการทำงานของร่างกายก็จะผิดปกติและมีปัญหาสุขภาพตามมาด้วย

ไขมันพอกตับ คืออะไร ?

โดยปกติไขมันในร่างกายของคนเราจะเป็นแหล่งพลังงาน มีข้อดีก็คือเมื่ออดอาหารร่างกายก็จะนำพลังงานในส่วนนี้ออกมาใช้ทดแทน ซึ่งแหล่งเก็บพลังงานที่สำคัญในร่างกายแบ่งออกเป็น 2 จุดใหญ่ ๆ ได้แก่ บริเวณพุงหรือหน้าท้อง และอีกจุดถือว่าเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดได้แก่ตับ  เมื่อเกิดความผิดปกติของกลไกในการใช้พลังงานภายในร่างกายลดน้อยลง หรือร่างกายสร้างไขมันมากขึ้นจากการทานอาหาร ก็จะส่งผลให้มีไขมันไปสะสมในตับสูงขึ้นและกลายเป็นไขมันส่วนเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ

Cake photo created by freepik – www.freepik.com

 

สาเหตุของโรคไขมันพอกตับ

การที่จะมีไขมันไปพอกตับ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้มีความผิดปกติในระบบเผาผลาญ เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง จนทำให้ไขมันไปสะสมอยู่ที่ตับเกินกว่า 5-10 % ของน้ำหนัก ซึ่งถือว่าเข้าสู่การเป็นโรคไขมันพอกตับ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของโรคนี้ ได้แก่

  1. เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคของผู้ป่วยเป็นหลัก เช่น เลือกทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเป็นประจำ ทำให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้ไม่หมด นอกจากเป็นสาเหตุทำให้ไขมันพอกตับแล้ว ยังทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลสูง
  2. เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป ทำให้ตับต้องทำงานหนัก
  3. เกิดจากผู้ที่มีภาวะเป็นโรคประจำตัวอื่น ๆ อยุ่ก่อนแล้ว เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับตามมาได้
  4. เกิดจากการทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไป
  5. เป็นผลข้างเคียงมาจากการทานยาบางชนิด เช่น ยาต้านไวรัส ยาปฏิชีวนะ ยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง หรือยาพาราเซตามอลในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะอาการและความรุนแรงของโรคไขมันพอกตับ

ภาวะไขมันพอกตับ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเริ่มแรกจะไม่รู้สึกมีความผิดปกติ เพราะอาการและความรุนแรงของโรคจะแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้ที่เป็นมักไม่รู้ตัวเพราะไม่มีอาการแสดงออก ความรุนแรงของโรค หากตรวจพบในช่วงที่ยังไม่มีอาการเมื่อได้รับการรักษา โรคไขมันเกาะตับหรือไขมันพอกตับมักกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าตรวจพบเมื่อมีอาการที่รุนแรงแล้วการรักษาให้กลับมาเป็นปกติทำได้ยาก ลักษณะอาการของโรคไขมันพอกตับโดยทั่วไปมี ดังนี้

  1. ผู้ป่วยจะรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง โดยไม่ทราบสาเหตุ
  2. รู้สึกแน่น อึดอัด และไม่สบายท้อง
  3. น้ำหนักลดผิดปกติ ความอยากอาหารลดลง หรือมีอาการคลื่นไส้บ่อย ๆ
  4. มึนงง ความสามารถในการตัดสินใจและสมาธิลดลง
  5. มีอาการเจ็บแน่น ใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ของตับ อาการเจ็บเนื่องจากการมีตับโตขึ้น

การวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับ

เมื่อมีอาการรุนแรงหรือตรวจพบความผิดปกติและมีแนวโน้มว่าเป็นอาการของโรคไขมันพอกตับ แพทย์จะทำกาวินิจฉัยโรคตามขั้นตอน ดังนี้

  1. การตรวจเลือดดูภาวะตับอักเสบ
  2. การตรวจอัลตราซาวนด์
  3. การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  4.   การเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจทางพยาธิวิทยา
  5. การตรวจวัดปริมาณไขมันและผังผืดในตับด้วยเครื่อง FibroScan

แนวทางการรักษาโรคไขมันเกาะตับ

การรักษาโรคไขมันพอกตับ ปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่รักษาโรคไขมันพอกตับได้โดยตรง เมื่อตรวจพบหรือวินิจฉัยว่าเป็นโรคไขมันพอกตับ แพทย์จะทำการรักษาตามทาง ดังนี้

  1. แนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง งดดื่มแอลกอฮอล์ และหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายนำพลังงานที่เก็บสะสมไว้มาใช้ ส่งผลให้ลดการสะสมไขมันส่วนเกินในตับ
  2. ใช้ยาและสารที่ใช้บรรเทาอาการของภาวะไขมันพอกตับ เช่น
  •  ยาเพิ่มความไวต่ออินซูลินช่วยลดระดับเอนไซม์ตับในเลือดลงได้ ทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้น
  • ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน
  • วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อร่างกาย แต่ไไม่ควรรับประทานวิตามินอีเกินวันละ 400 IU

วิธีป้องโรคไขมันพอกตับ

1.ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

2.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีรสหวานต่อเนื่อง

3.ลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนักเพื่อไม่เกิดโรคอ้วน 

4.รักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของโรค เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง

5.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้พลังงานต่ำ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนอย่างเพียงพอ

  1. กรณีเป็นเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคให้ดีด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล

ไขมันพอกตับ เป็นภัยเงียบที่อันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากอาการในระยะเริ่มแรกจะไม่แสดงความผิดปกติ ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกปิดปกติใด ๆทำให้ตรวจพบโรคในระยะที่มีความรุนแรงและยากต่อการรักษา การป้องกันตนเองโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโดภคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคนี้ จึงช่วยให้ห่างไกลและปลอดภัยจากไขมันพอกตับได้ดีที่สุด

ขอบคุณบทความจาก https://aufarm.shop/fatty-liver-disease/
ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://aufarm.shop/

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://aufarm.shop/fatty-liver-disease/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: aufarm
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
ไขมันพอกตับ สาเหตุ การดูแลรักษา และการป้องกันโรคอย่างถูกวิธี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โบว์ขาวมาเพรียบไซส์พิเศษก็มี หมุดยิ่งหายก็ยิ่งงอก รวมภาพการประท้วงหน้าสภา8 นักษัตร ลาภลอยมาเกย ออร่าเศรษฐีจับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร​ เฝ้าน้อมเกล้าถวายรถพยาบาล​อ.สมฤทธิ์ วิจารณ์สรพงษ์ได้แสบ....
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แชร์เก็บไว้เลยถ้าไม่อยากให้สุนัขอาเจียน ท้องเสียห้ามให้ทานน้ํามันดีเซล เปลี่ยนชื่อ แล้วรถรุ่นไหนเติมแบบไหน???แชร์วิธีแก้นอนกรนง่ายสุดๆๆๆได้ผล99เปอร์เซ็นต์ นอนหลับสนิทไร้เสียงรบกวนตึกป่าแนวตั้ง (Vertical Forest) สวรรค์สีเขียวในจีน กำลังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง!!
ตั้งกระทู้ใหม่