หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

หมอตำแย ตอนที่2

ความเดิมตอนที่แล้ว  https://board.postjung.com/1219984

พอแฟนรู้ว่าเราท้องอ่อนๆ แฟนก็บอกให้เราลาออกจากงาน

แล้วให้กลับมาอยู่ที่บ้านแม่สักพัก จนกว่าจะคลอดแล้วค่อยคิดกันใหม่ ว่าจะยังไงต่อ

ช่วงนั้นแฟนก็มาเยี่ยมเราที่บ้านแม่ เดือนละสองสามครั้ง

พอเรามาอยู่บ้านแม่
ช่วงแรกๆก็รู้สึกเหงาๆ แล้วก็แปลกๆที่ตัวเองต้องมากลายเป็นคนไม่มีงานทำ
ต้องอยู่เฉยๆไปวันๆไม่ได้ทำอะไร
แต่ไม่นาน พอเพื่อนๆรู้ว่าเรากลับมาอยู่บ้านแม่
เพื่อนเก่าหลายคน ก็ แวะเวียนมาหาเราบ้าง มากินข้าวด้วยกัน มาถามไถ่สารทุกข์บ้าง
ก็เลยทำให้คลายเหงาลงไปได้พอสมควร

จนกระทั่งเราท้องแก่มากขึ้น เพื่อนที่แวะมาเยี่ยมเราเป็นประจำก็มีอยู่ไม่กี่คน
แล้วเราก็พึ่งรู้ว่า คนท้องเขาจะมีจมูกไวเป็นพิเศษแบบนี้นี่เอง
คือ มีวันหนึ่ง มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งมาเยี่ยมเรา ก็นั่งคุยเล่นกันอยู่ใต้ถุนบ้าน
เพื่อนคนนั้นนั่งห่างจากเราสัก สองช่วงตัวได้
แต่เราได้กลิ่น กลิ่นหนึ่งลอยฟุ้งมาเตะจมูกเราอย่างแรง

นี่เธอ เธอกินหอยดองมาใช่ไหม

พอเราทักเพื่อนไป เพื่อนก็ทำหน้าตกใจ
แล้วก็ถามเราว่า
รู้ได้ยังไง อุตสาห์ไปแปรงฟัน ล้างปากมาแล้วนะ

เราเองก็ตอบไม่ได้หรอกว่า ทำไมถึงได้กลิ่นนั้นชัดเจนแบบนั้น
ก็เลยบอกเพื่อนไปว่า
วันหลังเอามาให้เรากินด้วยนะ คิดแล้วก็เปรี้ยวปากมาก น้ำลายสอเลย

พอเพื่อนกลับไป หลายวันต่อมา
เราก็เริ่มสังเกตตัวเองว่าเราจมูกไวจริงไหม
แต่ปรากฏว่า
เรามักจะได้รับรู้กลิ่นชัดเจน ก็เฉพาะกับคนที่เขากินของคาวของหมัก มาเท่านั้น
อย่างพวกปลาร้า พวกปูเค็ม พวกส้มหมู ส้มปลา ต่างๆ อะไรแบบนี้

เรามานั่งคิดดู มันอาจจะเพราะอาหารพวกนี้มีกลิ่นฉุนในตัวอยู่แล้ว
มันเลยทำให้รับรู้กลิ่นได้ง่าย
แต่มันก็แปลกตรงที่ คนอื่นๆที่อยู่ด้วยกันในตอนนั้น กลับไม่ได้กลิ่นอะไรเลย
และคนที่กินของคาวพวกนั้นมาเขาก็บอกว่าเขาป้วนปาก
ทำความสะอาดช่องปากมาแล้ว ไม่น่าจมีกลิ่นหลงเหลือนะ

เราก็เลย ไปเล่าให้แม่ฟังว่า ทำไมจมูกเรามันชอบได้กลิ่นอะไรแปลกๆแบบนี้
แม่ก็บอกว่า เป็นธรรมดาของคนท้อง แต่ละคนจะมีสัมผัสอะไรที่พิเศษขึ้นมา
โดยที่เราไม่รู้ตัว

วันหนึ่ง ช่วงกลางวันเราอยู่บ้านคนเดียว เราก็หาอะไรทำแก้เบื่อไปตามประสา
ปัดกวาดชัดถู เก็บข้าวข้องในบ้านไป ก็อกๆแก๊กๆเล่น
ช่วงที่เราเข้าไปเก็บข้าวของในห้องแม่ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นห้องที่ยายนอนตอนที่ยายยังแข็งแรง
พอปัดฝุ่นไปตามผนังบ้าน
เราก็เห็นรูป ทวด รูป พ่อเรา ติดอยู่กับผนังบ้าน แล้วพอเดินดูไปเรื่อยๆ
ก็มีรูปยาย พอเห็นรูปยาย เรากลับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
มันหนาวๆร้อนๆยังไงไม่รู้ เราก็เลยเดินไปเปิดหน้าต่างในห้องแม่
ให้มันเปิดออกหลายๆบานหน่อย จะได้ดูไม่มืด ครึ้มจนเกินไป

พอกลับมาเก็บข้าวของต่อ ช่วงนั้นเราก็มองไปที่รูปยาย ข้างๆก็เป็นรูปตา
มองขึ้นไปก็เป็นรูปยายทวด รูปปูทวด มองขึ้นไปอีก ก็เป็นหิ้งพระ
หิ้งพระนั้นเก่ามากจนฝุ่นจับหนา หยักไย่ก็จับตามองค์พระจนเห็นได้ชัด
เราก็เลย รู้สึกอยากจะปีนขึ้นไปทำความสะอาดหิ้งพระสักหน่อย

เลยไปหาเก้าอี้มาเหยียบขึ้นไป
พอเหยียบเก้าอี้ขึ้นไป ด้วยความที่เราท้องใหญ่มากแล้ว
เราก็เลยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่พอขึ้นไปอยู่บนเก้าอี้ได้
ตัวเราก็ยังสูงไม่พอที่จะมองดูฐานหิ้งพระตรงนั้นได้ถนัด
เลยได้แต่ยกมือเอื้อมขึ้นไป หยิบของทีวางอยู่ในหิ้งพระ ลงมาทีละชิ้นสองชิ้น
มีพวกขันใส่พระเก่าๆ พวกแก้วใส่ข้าวสาร แล้วก็มีพวกกระถางธูปเก่าๆ พวกเชิงเทียน
หยิบลงมาจนหมดเหลือแต่องค์พระทองเหลือง เราคิดว่าน่าจะหนักมาก
ก็เลยไม่ได้ยกลงมาแล้วก็เอาไม้ขนไก่ปัดหยักไย่ออกแทน
พอปัดเสร็จเราก็เอามือไปคลำสำรวจหิ้งพระอีกว่า มีอะไรเหลือให้ยกลงมาอีกไหม
แล้วอยู่ๆมือเราก็ไปสัมผัสกับผ้าอะไรสักอย่าง
เราก็เลยรีบหยิบเอามาดู

มันเป็นผ้าสีดำห่ออะไรอยู่ข้างใน ขนาดน่าจะครึ่งกระดาษA4 ได้
เราเอาลงมาดูข้างล่างแล้วก็แกะผ้าที่ห่อออก
พอเปิดดู ก็เห็นเป็นใบข่อย ขนาดเท่าฝ่ามือ มีตัวอักขระโบราณ เขียนไว้เต็มหน้าใบข่อยพวกนั้น
ด้านบนใบข่อยมีรูเล็กๆ ถูกร้อยด้วยด้ายป่านใหญ่กว่าปกติ เพื่อให้ไม่แยกจากกัน
สามารถเปิดดูเป็นเหมือนหนังสือได้ ทีละหน้า
เราเปิดดูไป ก็รู้สึก งงๆ
มันเป็นคาถาอะไรนะ

พอก้มดูในห่อผ้านั้นต่อ มันก็มี สมุดจดเล่มเล็กๆวางอยู่
เราก็เลยหยิบขึ้นมาดู แล้วเราก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอีก
เมื่อเห็นบางสิ่งที่สมุดเล่มนั้นทับไว้
มันเป็นแผ่นหนังมือของคนค่ะ
เป็นหนังมือที่สมบรูณ์แบบ หนึ่งฝ่ามือใหญ่ๆ
มันแข็งๆ สีเหลืองมอซอ ด้วยความเก่า
เราใช้นิ้วสองนิ้ว เอาปลายเล็บจิกหนังอันนั้นขึ้นมาดู
พอดูใกล้ๆก็เห็นลายมือชัดเจน
ลองเอานิ้วอีกข้างแตะดู
มันเป็นผิวสากๆ แต่อีกด้านกลับเป็นเนื้อยุ้ยๆเป็นขลุย หล่นออกมาเป็นผง เวลาเอาเล็บสะกิดๆ
เรารู้สึกใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
หนังมือ นี่เป็นของใครกันนะ

พอเราวางไว้ในห่อผ้า แล้วเราก็เอาสมุดเล่มเล็กๆนั้นมาเปิดดู
ข้างในหน้าแรก มีคำอ่าน
อิมานัง มะหะธายัง อิวะเทมายัง สาธุโตพันเต

เราเผลออ่านออกเสียงตามตัวหนังสือพวกนั้น อย่างไม่ได้ตั้งใจ
อยู่ๆ ลมก็พัดวูบเข้ามาในห้อง จนห่อผ้านั้นปลิวไปติดกับผนัง
ข้าวของเล็กๆน้อยๆก็ปลิวตาม ฝุ่นตรงนั้นก็ฟุ้งขึ้นจนเห็นได้ชัด
เราตกใจ รู้สึกตัวเย็นวาบขึ้นมาทันที
แล้วลูกในท้องเราก็ดิ้นขึ้น จนเรารู้สึกได้ว่า ลูกถีบท้องเราอยู่

อุ้ย.. เราร้องขึ้น เอามือกุมท้องไว้

พยายามตั้งสติ ลมในห้องก็สงบลง อารมณ์แบบว่า
นั่งๆอยู่แล้วมีพัดลมส่ายมาโดนจนเย็นวูบ พอมันสายไปทางอื่นก็หายเย็น

พอแรงลมสงบลง
ลูกเราก็หยุดดิ้น
เราได้แต่มือไม้สั้น ขนลุกเกรียวไปตามแผ่นหลัง
รีบเก็บข้าวของทุกอย่างไปไว้บนหิ้งพระเหมือนเดิม
แล้วก็รีบออกมาจากห้องแม่ทันทีเลยค่ะ

ผ่านไปสองสามวัน
เห็นน้องชายกับพี่สาวพากัน ไปตักข้าวในยุ้งฉาง แต่เช้า
ช่วงสายๆก็มีรถมาขนข้าว ที่พี่สาวกับน้องชายช่วยกันกรอกใส่กระสอบไว้
มันยังเป็นข้าวเปลือกอยู่อะคะ ก็เลยทำให้ ไม่หนักมาก
ทำให้ไม่นานเขาก็ขนเสร็จแล้ว

คืนนั้น เรานอนอยู่ในห้องกับพี่สาว น้องชายก็นอนอยู่อีกมุ้งหนึ่ง
เรานอนไม่หลับ ได้แต่ พลิกตัวไปมา
พอนอนเล่นไปสักพักใหญ่ จนตกกลางดึก
อยู่ๆเราก็ได้ยินเสียงดัง ซวบ..
แว่วมาจากทางยุ้งฉาง
เราตกใจ จนต้องนิ่ง เพ่งสมาธิ ฟังดีๆ
แล้วก็ได้ยินเสียดัง ซวบอีก
คราวนี้มันชัดเจนมาก เราก็ได้แต่สงสัยว่ามันเสียงอะไร
ได้ยินเสียงนั้นอยู่สองสามทีมันก็เงียบไป

ตื่นเช้ามาเราก็ไปเดินดูรอบๆ บ้าน เดินไปดูแถวยุ้งฉาง
ทุกอย่างก็ปกติดีค่ะ ไม่มีล่องลอยอะไรให้น่าสงสัย
พอตกกลางคืน เราก็นอนไม่หลับอีก
ใจหนึ่งก็คิดอยู่เหมือนกันว่า จะมีเสียงอะไรเหมือนคืนก่อนให้ได้ยินอีกไหม
แต่ก็ไม่มีเสียงอะไร แปลกๆนั่น จนกระทั่งหลับไป

หลายวันต่อมา เราเห็นพี่สาวตักข้าวไปขายอีก
พี่สาว ต้องไปทำธุระในเมือง คงต้องใช้เงิน
คืนนี้พี่สาวเลยไม่ได้อยู่บ้าน
เรานอนกับน้องชาย อยู่กันคนละมุ้ง
พอตกกลางดึก เราก็ได้ยินเสียง ซวบ.. นั้น ขึ้นมาอีก
นอนฟังอยู่สักพัก ก็ดังขึ้นมาอีก ซวบ.. เสียงดังมาก
เราก็เลยรีบปลุกน้องชายเรา
เอ็ง เอ็ง ได้ยินเสียงอะไรไหม ดังมาจากทางยุ้งฉาง

น้องชายก็เหมือนงวงเงีย พูดขึ้น
เสียงหมามันคาบใบกล้วยเล่นไงพี่ ผมได้ยินทุกคืนแหละ
นอนเถอะ

แต่เรารู้ว่ามันไม่ใช่เสียงที่น้องพูดแน่ เราก็เลยบอกน้องชายให้ฟังใหม่
แล้วเสียงดัง ซวบ... ก็ดังขึ้นอีก

นี่ไง ได้ยินไหม ไม่ใช่เสียงหมา

เรารีบทักบอกน้องไปทันที
น้องชายก็ เงียบไป แล้วก็ตอบกลับมา
ไม่เห็นได้ยินอะไรเลยพี่ นอนเถอะดึกแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://pantip.com/topic/39957384
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: matin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน
 
 
ชื่อ
หมอตำแย ตอนที่2
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สนใจไหม? แค่มีบัญชี ธ.ออมสิน ให้ยืม 50,000 ผ่อนสบาย แค่เดือนละ 1,000 บาทความดูดีที่มาพร้อมกับภัยเงียบ!!!ประกาศ! ยุติการชุมนุม กลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกท่าน "แม้เขาพยายามขัดขวางเราทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่อาจขัดขวางพลังของราษฎรได้"อยู่อย่างเหงาๆ! ตร.นอนเฝ้าเสาไฟ #ม็อบราษฎร ย้ายที่ชุมนุม ใจกลางกรุงเทพฯเงียบกริบ ถนนโล่งเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ประกาศยุติชุมนุมในวันนี้แล้ว โดยก่อนแยกย้ายได้ขอให้มวลชนร่วมกันร้องเพลงเพื่อมวลชน พร้อมเปิดแฟลช"เต้ มงคลกิตติ์" ไลฟ์สด เปิดใจ เหตุถอนตัวจาก พรรคร่วมรัฐบาลร้านบุฟเฟ่ต์ ติดป้ายบอกลูกค้าอย่างนี้ ถ้าเป็นคุณจะไปกินอีกไหม?บิ๊กเซอร์ไพรส์! ค่ำคืนนี้ "ส.ศิวรักษ์" ประกาศถีบประยุทธ์ให้พ้นจากอำนาจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
5 ห้องลับปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ในบ้าน (ห้ามพลาด!!)2AM :ตี 2 story : หุ่นลองเสื้อภาพวิวาห์อาถรรพ์!! เรื่องหลอนบนโลกออนไลน์แห่งแดนมังกร ตำนานความสยองเมื่อบ่าวสาวเข้าเรือนหอแต่สุดท้าย…ลงโลงระวังฮวงจุ้ยต้องห้ามห้องครัวแบบนี้มีแต่เงินไหลออกเก็บเงินไม่อยู่
ตั้งกระทู้ใหม่