หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

วังหลังพระเจ้าเฉียนหลง ตอน สตรีฮั่นผู้เป็นหนึ่ง

       หลังจากตั้งครรภ์มานานกว่า 9 เดือน ในที่สุดก็ครบกำหนดคลอดเป็นองค์ชายลำดับที่ 16 แต่ยังมิได้ตั้งพระนามด้วยองค์ชายและองค์หญิงจะยังไม่มีพระนามจนกว่าจะอายุครบ 2 เดือนขึ้นไป วันที่ประสูติคือวันที่ 13 เดือน 1 ค.ศ. 1763 ซึ่งในเดือน 2 พระเจ้าเฉียนหลงได้รับสนมเข้าวังตามธรรมเนียมมิได้สนใจนางแม้แต่น้อย คือ พระสนมจิ้นกุ้ยเหริน สกุลฟู่จา ลูกพี่ลูกน้องของเสี่ยวเซี่ยนฮองเฮาสกุลฟู่จา ฝูฉางจ้าย และหนิงฉางจ้าย จากสกุลโหมว 

       ในยามนั้นลิ่งกุ้ยเฟยถือมีฐานะเป็นที่สองของวังหลัง รองจากฮองเฮซึ่งถึงแม้ตำแหน่งจะอยู่อันดับที่สองรองจากฮองเฮา แต่ก็มีฐานะเดิมเป็นแค่นางกำนัล อีกทั้งยังเป็นชาวฮั่นที่มิได้เปลี่ยนแซ่เป็นชาวแมนจู (สกุลเว่ยของนางเข้าสวามิภักดิ์กับราชวงศ์ชิงมาแต่แรกแต่มิได้เปลี่ยนสกุลเป็นเว่ยเจียเหมือนอย่างสกุลถงเจีย) ด้วยเหตุนี้แม้ตำแหน่งสูงก็ยังถูกดูแคลนลามไปถึงองค์ชายและองค์หญิงต่างถูกดูแคลนที่มีสายเลือดฮั่น(ถ้าท่านเคยดูหรืออ่านแฮร์รี่พอตเตอร์น่าจะรู้จักคำว่าเลือดผสมกับเลือดสีโคลน) 

       ในวังเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเพราะไฟไหม้ตำหนัก องค์ชายหย่งฉีได้ช่วยแบกพระเจ้าคังซีหนีไฟ แต่กลับทำให้ตนเองเกิดมีอาการกำเริบเรียกว่าโรค วัณโรคกระดูก ซึ่งจะมีอาการปวดกระดูกบริเวณขา ฮ่องเต้เฉียนหลงเพื่อตอบแทนในความดีจึงประกาศแต่งตั้งองค์ชายหย่งฉีเป็นเหอซั่วชินอ๋อง 

       วันที่ 5 เดือน 5 ค.ศ. 1763 องค์ชาย 5 หย่งฉีได้รับแต่งตั้งเป็นเหอซั่วหรงชินอ๋อง และได้เข้าพิธีอภิเษกกับสตรีสกุลอีเออร์เกิ้นเจี๋ยหลัวเป็นตี้ฝูจิ้นหรงชินอ๋อง และได้แต่งตั้งสือหนี่ว์สกุลสั่วชั่วหลัวเป็น เก๋อเก๋อ ชั้นซู่ฝูจิ้น แม้มีการสร้างวังให้องค์ชายหย่งฉีแต่องค์ชายยังคงประทับในวังอยู่

       เดือน 9 ค.ศ. 1763 ซินผินได้รับการแต่งตั้งเป็นซินเฟย และได้รับการโปรดปรานเป็นอย่างมาก หากจะพูดถึงตำแหน่งนางเป็นรองลิ่งกุ้ยเฟยก็จริง แต่นางก็มิได้ให้ความเคารพลิ่งกุ้ยเฟยเท่าไรนัก เพราะนางถือว่าตนนั้นมาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง แต่ไม่ว่านางจะถือตนอย่างไรแต่ก็ใช่ว่าพระสนมมองโกลหรือแมนจูคนอื่นจะร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น อิ่งเฟยสกุลปาหลิน  ยวี๋เฟยสกุลเคอหลีเย่วเท่อ  ซูเฟยสกุลเย่เหอน่ารา เซิ่นผินสกุลฮั่วซั่วเท่อ อี้ผินสกุลปั๋วเอ่อร์จี๋จี๋เท่อพวกนางล้วนได้อาศัยใบบุญของลิ่งกุ้ยเฟย  ทั้งสิ้น โดยเฉพาะชิ่งเฟยสกุลลู่ ที่เดิมทีไม่เป็นที่ทรงโปรดแต่ทว่าเพราะลิ่งกุ้ยเฟยทำให้นางได้รับตำแหน่งเลื่อนขั้นจนมาถึง    ตำแหน่งเฟย

       หลังจากซินเฟยได้รับแต่งตั้งตำแหน่ง ฐานะนางดูเหมือนจะเริ่มมั่นคงหากว่ามีองค์ชายสักคนก็คงจะได้เป็นกุ้ยเฟย แต่ทว่านางก็มีเพียงองค์หญิงแปดเท่านั้น แต่ฮ่องเต้เฉียนหลงก็ทรงโปรดพระธิดาอย่างมากทำให้นางได้เลื่อนขั้น แต่ทว่าซินเฟยก็มีชะตากรรมเดียวกับ ซูเจียหวงกุ้ยเฟย กล่าวคือ ได้รับแต่งตั้งแค่ 3 ปีก็หมดบุญไปสู่ปรโลก เดือน 4 ค.ศ. 1764 ซินเฟยสิ้นพระชนม์ ได้รับสถาปนายศและจัดงานศพในฐานะ ซินกุ้ยเฟย องค์หญิง 8 ที่ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ อายุ 7 ขวบ ได้รับการดูแลอยู่ในตำหนักซู่ฟางเตี้ยนซึ่งเป็นตำหนักองึ์หญิงแห่งต้าชิงที่ยังไม่ได้อภิเษกสมรส

       หลังการสิ้นพระชนม์ของซินกุ้ยเฟยได้ไม่นาน ในเดือน 5 ค.ศ. 1764 เซิ่นผินก็สิ้นพระชนม์ลงอย่างกระทันหันคาดว่าคงจะเป็นโรคประจำตัว และในเดือน 6 ปีเดียวกัน ฝูกุ้ยเหรินที่พึ่งจะได้รับการเลื่อนยศก็ถึงแก่กรรมตามไปติดๆ 

       การสูญเสียพระสนมไปทีเดียว 3 คนทำให้ต้องมีการรับสนมเข้าวังมาใหม่ พร้อมกันนั้นในเดือน 7 ค.ศ. 1764 พระสนมอี้ผิน สกุลปั๋วเอ่อร์จี๋จี๋เท่อก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นอี้เฟย ซึ่งหากนับจำนวนตำแหน่งในตอนนั้นถือว่ามีครบถ้วนแล้ว คือ ยวี๋เฟย ซูเฟย    ชิ่งเฟย อิ่งเฟย ตามกฎราชวงศ์ชิงตำแหน่งเฟยมีได้ 4 คน แต่พระเจ้าเฉียนหลงได้ทำการเลื่อนยศให้อี้ผินเป็นอี้เฟยเป็นกรณีพิเศษ และเพื่อให้เบี้ยหวัดลงตัวจึงให้ยวี๋เฟยรับเบี้ยหวัดของกุ้ยเฟย

       เดือน 8 ค.ศ. 1764 พระสนมนางในที่ผ่านการคัดเลือกจึงเข้าวังมาดังนี้ พระสนมหย่งกุ้ยเหรินสกุลหวังซึ่งได้อาศัยในตำหนักของลิ่งกุ้ยเฟยคือตำหนักอี้คุน พระสนมน่าฉางจ้ายสกุลโหมวอาศัยในตำหนักหย่งเหอของยวี๋เฟย และพระสนมอู่กุ้ยเหรินสกุลอู่พำนักกับหวั่นผินในตำหนักจงชุ่ย

        พอเข้าเดือน 1 ค.ศ. 1765 พระเจ้าเฉียนหลงพาพระสนมนางในรวมทั้งพระราชมารดาเสด็จทางใต้ เรียกการท่องเที่ยวนี้ว่า หนานสวิ่น ในครั้งนั้นมีฮองเฮาฮุยฟาน่ารา ลิ่งกุ้ยเฟย ชิ่งเฟย อิ่งเฟย อี้เฟย และหรงผินร่วมเสด็จไปในขบวนเสด็จ เมื่อถึงขากลับเมืองหลวงในตอนเช้าทุกคนยังคงใช้ชีวิตปกติ พระเจ้าเฉียนหลงพระราชทานปิ่นดอกไม้ให้พระสนมนางในทุกคน ฮองเฮาได้รับปิ่นโบตั๋นแห่งเหยาสีเหลือง ลิ่งกุ้ยเฟยได้รับปิ่นผีเสื้อล้อมเบญจมาศ ชิ่งเฟยได้รับปิ่นวสันตลีลา  อิ่งเฟยได้รับปิ่นเสาเย่าสีแดง    อี้เฟยได้รับปิ่นกุหลาบขาว  ส่วนหรงผินได้รับปิ่นผีเสื้อล้อมดาวคู่ 

       ยามบ่ายพระเจ้าเฉียนหลงได้สนทนากับพระมารดา โดยมีฮองเฮาและลิ่งกุ้ยเฟยอยู่ในวงสนทนาด้วย พระเจ้าเฉียนหลงมีดำริจะแต่งตั้งลิ่งกุ้ยเฟยเป็นหวงกุ้ยเฟยเพื่อตอบแทนที่นางมีลูกหลายคนอันที่จริงนางขอตำแหน่งนี้มาหลายเดือนแล้วแต่ทั้งฮ่องเต้และไทเฮามิได้อนุญาต คราวนี้จึงคิดจะแต่งตั้งฮองเฮาทรงทนไม่ได้เพราะกฎตั้งแต่สมัยพระเจ้าคังซีระบุว่าถ้าฮองเฮาจะไม่มีหวงกุ้ยเฟย ในทางกลับกันถ้ามีหวงกุ้ยเฟยก็ไม่มีฮองเฮา จะด้วยเหตุผลใดก็ตามพระนางทนไม่ได้จนตัดผมตนเองซึ่งผมที่ตัดนั้นเรียกว่าปอยผมด้านข้างที่ตัดเพื่อไว้ทุกข์ให้ฮ่องเต้แลเละไทเฮา

       เมื่อถึงเวลาพระกระยาหารเย็น ทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะเสวยแต่ทว่าไม่พบฮองเฮา เพราะนางถูกส่งกลับทางเรือในวันนั้นตั้งแต่ตอนเย็นๆ ไปแล้ว เมื่อนางกลับถึงตำหนักก็เข้าพำนักเป็นปกติ ทว่าในใจมันช่างว้าเหว่และเปล่าเปลี่ยว เดียวดายยิ่งนัก เพื่อสนมคนโปรดถึงขนาดลงโทษภรรยาตามกฎหมายหรือชีวิตนี้นางคงถูกทิ้งเดียวดายเสียแล้ว

       เมื่อขบวนเสด็จฮ่องเต้เสด็จมาถึงวังหลวงสิ่งแรกที่ทรงทำคือสั่งให้กรมวังฝ่ายในไปตำหนักจิ่งเรินยึดตราประทับตำแหน่งฮองเฮา รวมถึงแผ่นทองคำ หนังสือแต่งตั้ง แผ่นหยกประกาศเกียรติคุณ รวมถึงราชโองการแต่งตั้งทุกตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่ง เสียนเฟยคืนสู่ราชสำนัก ลดนางกำนัลลงจนเหลือแค่ 2 คน ขันทีเหลือ 1 คน (พระสนมขั้นต๊ะอิงมีนางกำนัล 2 คน ขันที 1 คน) 

       ความเจ็บปวดนี้ยังไม่เท่ากบัการที่พระองค์ทรงถอดภาระหน้าที่พระนางออก อีกทั้งยังประกาศไปยังทุกตำหนักให้เรียกขานนางว่า จี๋ฮองเฮา(คำว่าจ๊่สำหรับชาวแมนจูแปลว่าภรรยาที่ถูกสามีหย่าร้าง) ตำหนักจิ่งเรินกลายเป็นตำหนักเย็นที่กักขังสตรีนางหนึ่งผู้ถูกทอดทิ้ง

        เวลานั้นนางคงนั่งนึกย้อนวันเวลาเก่าๆ ครั้งนนั้นนางเป็นท่านหญิงในสกุลฮุยฟาน่ารามีองค์ชายหลายคนหมายปองจะได้นางเป็นชายาเอกและชายารอง นางกลับมิตกปากรับคำแต่กลับรับปากจะเป็นชายาขององค์ชายสี่หงลี่ เมื่อนางเข้าตำหนักก็เป็นที่รักของสามีไม่น้อย แต่ทว่าหลังจากเขาเป็นฮ่องเต้เขากลับทิ้งนางไว้ในวังหลังลำพัง บัดนี้นางก็ถูกทอดทิ้งไว้ลำพังดูท่ามันคงจะยาวนานมิอาจนับได้

       วันที่ 6 เดือน 5 ค.ศ. 1765 องค์ชาย 16 ซึ่งมีสายเลือดชาวฮั่นถูกดูแคลนจากคนในวัง แม่นมและข้ารับใช้จึงหย่อนยาในการดูแล สุดท้ายก็สิ้นพระชนม์ลง พระเจ้าเฉียนหลงรับสั่งประหารแม่นมและข้ารับใช้ทุกคนจากนั้นก็ทรงให้ลิ่งกุ้ยเฟยรับลูกๆ ไปดูแลเอง นางได้ยกองค์ชาย 15 หย่งเยี่ยนให้ชิ่งเฟยเลี้ยงดู ส่วนองค์หญิงทั้งสองนางเป็นคนเลี้ยงดูด้วยตนเอง

       เดือน 6 ค.ศ. 1765 พระเจ้าเฉียนหลงได้ประกาศสถาปนาลิ่งกุ้ยเฟยเป็นหวงกุ้ยเฟยทำหน้าที่ปกครองวังหลังแทนจี๋ฮองเฮา แม้จะเสียลูกไปแต่ทว่าก็ได้ยืนหนึ่งในวังหลังเพียงผู้เดียว ตำแหน่งนางเป็นรองก็เพียงพระพันปีหลวงเท่านั้น แม้จะเสียลูกไปแต่นางก็ยังคงเป็นคนดีที่เมตตาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน จนกระทั่งเดือน 9 พระนางก็ตั้งครรภ์อีกครั้งนับว่ามีวาสนาสูงส่งโดยแท้จริง

       วันที่ 16 เดือน 4 ค.ศ. 1766 เหอซั่วหรงชินอ๋องหย่งฉี สิ้นพระชนม์ ยวี๋เฟยผู้เป็นมารดาหลั่งน้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่อย่างน้อยเขาก็ยังได้ทิ้งสายเลือดที่เหลืออยู่ให้กับนางได้เลี้ยงดูคือองค์หญิงใหญ่อายุ 4 ขวบ องค์ชาย 5 อายุ 2 ขวบ องค์หญิงใหญ่นั้นถูกส่งมาอยู่ในวังกับเสด็จย่ารองของนาง(คำว่าเสด็จย่ารองหมายถึงภรรยานอกกฎหมายของปู่มีแต่ฮองเฮาถึงเรียกว่าเสด็จย่า และมารดาเลี้ยงคืนอื่นเรียกว่าเสด็จย่ารอง+ราชทินนาม อาทิ เสด็จย่าลิ่ง) 

       เมื่อถึงเดือน 5 พระเจ้าเฉียนหลงได้รับสตรีในตระกูลหนิ่วฮู่ลู่เข้าวังเป็นพระสนม คือพระสนมชางกุ้ยเหริน ในขณะเดียวกันครรภ์ของลิ่งหวงกุ้ยเฟยก็ใกล้คลอดเต็มที วันที่ 17 เดือน 6 ค.ศ. 1766 ลิ่งหวงกุ้ยเฟยประสูติองค์ชาย 17 พระนางว่า หย่งหลิน

        พอเข้าเดือน 7 จี๋ฮองเฮา สกุลฮุยฟาน่าราก็สิ้นพระชนม์ลง งานพระศพพระเจ้าเฉียนหลงรับสั่งให้จัดงานในฐานะหวงกุ้ยเฟย แต่มิได้พระราชทานพระราชทินนามให้นาง แม้แต่การเคารพศพก็ทรงสั่งห้ามมิให้พระสนมนางในไปเข้าร่วม เพียงแค่ส่งองค์ชายหย่งจีให้ไปร่วมงานพระศพ มิได้มีไว้ทุกข์หรือหยุดราชการแต่อย่างใด พอถึงคราวบรรจุศพลงโรง เป็นโรงศพระดับเดียวกับพระสนมยศผิน เป็นเรื่องปกติที่ชาววังจะดูแคลนผู้ด้อยวาสนาหรือพ่ายแพ้ ก็เหมือนครั้งที่ฉีเฟยสกุลหลี่แพ้ให้พระนางฉงซิ่งไทเฮา

       พระเจ้าเฉียนหลงทรงมิได้สนใจสตรีนางนี้แม้แต่น้อยดูเหมือนทรงลืมไปแล้วด้วยว่าได้นางมายากลำบากเพียงใดกว่านางจะรับปากเป็นชายารองของเขา แต่ทว่าพระองค์ก็คงจะลืมไปแล้วจริงๆ ทรงสนพระทัยองค์หญิงกำพร้าอย่างองค์หญิงแปดมากกว่า จะด้วยเหตุผลใดก็ตามหรืออาจเพราะองค์หญิงบุญน้อย หรือไม่ก็เป็นการอาฆาตแค้นของจี๋ฮองเฮาในปรโลก

       วันที่ 17 เดือน 6 ค.ศ. 1766 องค์หญิง 8 พระชนมายุ 9 ขวบ สิ้นพระชนม์ลงโดยทีพระเจ้าเฉียนหลงไม่ทันตั้งตัว การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ทรงเสียพระทัยอย่างมาก โชคดีที่สตรีข้างกายพระองค์คือหญิงผู้มีจิตใจงดงามกว่าหน้าตาหลายเท่า นางอยู่ดูแลพระองค์และทำให้พระองค์มีความสุขมากมาย พระสนมนางในหลายคนผลัดกันถวายตัว 

       ค.ศ. 1768 วังหลังมีการเลื่อนยศครั้งใหญ่ ชิ่งเฟยเป็นชิ่งกุ้ยเฟย  หรงผินเป็นหรงเฟย  ชางกุ้ยเหรินเป็นซุ่นผิน วันเวลาในวังหลังตอนนั้นคือความรุ่งโรจน์และโชติช่วงของลิ่งหวงกุ้ยเฟยมีทั้งลูกและความรักจากสามีทั้งยังมีตำแหน่งสูงกว่าใครทั้งที่มาทีหลัง หากเทียบกับยวี๋เฟย และหวั่นผิน สิ่งที่ทำให้พระนางมีความสุขที่สุดคือลูกๆ ของนางเองต่างก็เติบโตอย่างสมบูรณ์ แม้จะเหลือรอดแค่ 4 คน แต่ทุกคนก็มีความสุขดี 

       หากว่าท่านเป็นลิ่งหวงกุ้ยเฟย ที่วันเวลาในอดีตคือข้ารับใช้ที่ต้องทำงานทั้งวัน แล้ววันหนึ่งก็เหมือนมีนางฟ้ามาประทานพรให้กลายเป็นสตรีอันดับหนึ่งในวังหลัง ใครๆ ต่างก็เกรงในวาสนา ยามเสด็จไปไหนมีทั้งกองเสลี่ยงคานหาม มีทั้งนางกำนัลขันทีขนาบซ้ายขวา กลับตำหนักมีสามีคอยเอาอกเอาใจ มีลูกๆ วิ่งเล่นในตำหนักเสียงเริงร่า ท่านคิดว่าท่านยังขาดสิ่งใดหรือไม่ หากท่านบอกว่าตำแหน่งฮองเฮา สิ่งนี้มิได้สำคัญเพราะผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้ในสมียพระเจ้าเฉียนหลงล้วนแต่ตายตกตามกันไป คนแรกอายุสั้น อีกคนหมดวาสนาบ้าคลั่ง แต่ใครจะคิดว่าเมื่อมีหมดบุญกรรมก็อาจจะตามมาติดๆ หรืออาจเป็นจี๋ฮองเฮาที่วนเวียนอยู่ในวังรอวันพ่ายแพ้ของลิ่งหวงกุ้ยเฟย

       

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: seeguifei
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: แมวเล้า, แสร์, น้องขนุนเป็นสาวแล้ว
 
วังหลังพระเจ้าเฉียนหลง ตอน สตรีฮั่นผู้เป็นหนึ่ง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวเน็ตประหลาดใจ งูจงอางยักษ์ยอมให้มนุษย์อาบน้ำให้อย่างเพลิดเพลิน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด (มีคลิป)โดนหลอกทั้งประเทศ งูยักษ์กลายเป็นหิน แท้จริงแล้วมั่ว?!ทำกับแม่ได้ลงคอ! ลูกชาย victoria โพสต์ภาพแม่ ลง IG
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
กระสืออาฆาตคน 23 ไอทิ้ง ศิษย์ล้างครู |นิยายผี| จับเข่าเล่าเรื่องผีอาภรณ์กี่เพ้าและการแต่งกายเหล่าสตรีนางในสมัยราชวงศ์ชิงพรานป่าเมืองลับแล 61 กริชปลิดวิญญาณ |นิยายผี| จับเข่าเล่าเรื่องผีรายได้และของประจำตำแหน่งของฮองเฮาและพระสนมสมัยราชวงศ์ชิง
ตั้งกระทู้ใหม่