หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไปบ้านผีสิง

ตอนที่แล้ว https://board.postjung.com/1211264

ผมกับเพื่อนพากัน ลงมายืนอยู่หน้าทางเข้า มันมีไม้ไผ่ลำยาวๆ เสียบขั้นไว้ที่รั้วสี่ลำ
คงเอามากั้นไม่ให้คนเข้าไปได้ง่ายๆ

เพื่อนคนหนึ่งเอาไฟฉายอเนกประสงค์ ที่เป็นได้ทั้งไฟฉายและไฟหลอดนีออน
ฉายไปตามทางเดิน  ที่เป็นเหมือนซอกทางเดินเล็กๆ มีหญ้าขึ้นสูงสองข้างทาง
ตรงกลางทางเดินเป็นดินทรายแดงที่ไม่มีหญ้าขึ้น  เห็นบ้านอยู่ไม่ไกลมากนัก
ผมมองตามไป เห็นตัวบ้านทะมึนๆด้วยไม้สีมอซอ  ดูแล้วมันวังเวงยังไงชอบกล
เพื่อนคนที่มันฉายไฟฉายไปก็บอกว่า
น่าจะเอารถเข้าไปได้อยู่นะ
ว่าแล้วมันก็ ลองเอามือรูดไม้ไผ่ที่กั้นอยู่ออก ลำหนึ่ง ปรากฏว่า มันก็รูดออกไปด้านข้างได้ครับ
พอเห็นแบบนั้น ผมก็รีบถามเพื่อนคนนั้นไปทันที
เฮ้ย.. จะเข้าไปจริงหรือวะ  ดูๆมันน่ากลัวอยู่นะ

เพื่อนก็บอกว่า เข้าสิ  มาถึงที่แล้ว
เพื่อนๆที่เหลือก็ไม่มีใครว่าอะไร

จากนั้น เราก็ช่วยกัน เอาไม้ไผ่ที่กั้นทางเข้าตรงนั้นออก
ช่วงที่เพื่อนฉายไฟฉายมองไปแถวๆป่าข้างทาง ตรงทางเข้านั้น
ผมก็เห็นตรงนั้นเป็นป่ารกมีหญ้าขึ้นสูงท่วมหัว
แล้วผมก็เห็นประตูรั้วที่เอาไม้มาตีเป็นแนวตั้ง เรียงๆกันสูงสองเมตรกว่าน่าจะได้
มันพิงอยู่กับกอหญ้าข้างๆตรงนั้น
ดูมันผุๆพังและเก่ามาก จนมีไม้เลื้อยขึ้นมาปกคลุมเต็มไปหมด แทบดูไม่ออกว่าเป็นประตูรั้ว

พอเพื่อนสตาร์ทรถมอไซค์ ผมกับเพื่อนที่เหลือก็พากันขึ้นรถ
แล้วเพื่อนก็ขับรถใหญ่เข้าไปตามทางนั้นครับ
สองข้างทางมืดมากๆ  เพื่อนค่อยๆขับรถเข้าไปช้าๆ
ทุกคนได้แต่นั่ง มองซ้ายมองขวาไปมา อย่างตื่นเต้น

จนสักพักก็มาหยุดอยู่แถวๆหน้าบ้าน ห่างจากตัวบ้านไม่เกิน10ก้าวครับ
ดูเวลาแล้วก็สามทุ่มเศษ
วินาทีแรกที่ลงไปยืนมองที่หน้าบ้าน
มันเป็นบ้านทรงไทยหลังใหญ่  ใต้ถุนยกสูง มีปีกซ้ายปีกขวาของบ้าน ยื่นออกไปทางด้านข้างเป็นแนวลึก
ข้างหน้าสุด เป็นบันไดเดินขึ้นไปบนบ้านแบบตรงๆเลย แล้วจะเจอซุ้มประตูข้างบนอีกที
เราพากันเดินไปสำรวจข้างล่างตรงใต้ถุนบ้านนั้นก่อน
บางคนก็เอามือถือมาทำเป็นไฟฉาย บางคนก็เดินๆเกาะกลุ่มกันไป
เราค่อยๆเดินไปจนถึง ตรงกลางๆ ใต้ถุนตรงนั้น มีกองไม้กระดานเรียงกันอยู่เป็นแนวยาว วางกองสูงเท่าหัวเข่า
ที่พื้นเป็นดินแก่นสีเทา ไม่ได้ราดปูน มองไปทางปีกด้านซ้าย ทะลุใต้ถุนไปเป็นต้นไม้ใหญ่ เรียงรายอยู่ใกล้ๆตัวบ้าน
มองไปทางด้านขวา มีกำแพงเหมือนห้องอะไรเล็กๆ อยู่ห่างไป แถวตรงข้างๆบ้าน
มองไปด้านหลัง เห็นห้องเล็กๆอยู่ใต้ถุนบ้าน แล้วก็เห็นบันไดหลังบ้านยื่นลงมาอยู่ข้างๆห้องเล็กๆที่เรียงกันอยู่มืดๆ
เราพากันเดินไปทางด้านขวาอีกหน่อย ก็เห็น มีแคร่ไม้ โต๊ะ เก้าอี้ไม้ เก้าอี้พลาสติก แล้วก็ ตู้ไม้เก่าๆ เตี้ยๆ วางอยู่
ผมมองดูแล้ว มันไม่ค่อยเก่าเท่าไหร่ ฝุ่นก็ไม่ได้จับหนาอะไร

เฮ้ย... เหมือนมีคนอยู่นะ ดูสิ ของพวกนี้ เหมือนไม่เก่าเท่าไหร่

แล้วเพื่อนคนหนึ่งก็พูดขึ้น
อาจจะมีคนมาเฝ้าช่วงกลางวันหรือเปล่า
เพราะดูสิ มีไม้กระดานเต็มเลย ถ้าไม่มีคนเฝ้า ไม้พวกนี้ หายแน่ ดูท่าจะมีราคาด้วยนะ

เราพากันมาหยุดนั่งล้อมวง อยู่ตรงแคร่ไม้เก่าๆ บางคนก็นั่งเก้าอี้พลาสติก
เพื่อนเอาไฟฉายอเนกประสงค์ที่ถืออยู่ ปรับให้เป็นไฟแท่งยาว แล้วก็ตั้งไว้ตรงกลางแคร่ไม้
แล้วมันก็บอกว่า
เดี๋ยวจะเล่าประวัติบ้านหลังนี้ให้ฟัง
(ซึ่งมันก็ฟังมาจาก เจ้าของรีสอร์ทอีกที)
เพื่อนมันเล่าให้ฟังว่า
บ้านเรือนไทยหลังนี้ แต่เดิม เริ่มแรก ถูกสร้างไว้ ให้เป็นเรือนหอ
ของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่ง ทั้งคู่เหมาะสมกันดังกิ่งทองใบหยก
ทั้งสองตระกูลเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมาก
พิธีวิวาห์จึงต้องถูกจัดให้สมเกียรติ สมฐานะ ของทั้งสองตระกูล
ฝ่ายชายก็เลยสร้างเรือนไทยหลังนี้ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเรือนหอสำหรับเข้าพิธีวิวาห์
จนกระทั่งสร้างเสร็จ  เหลือเพียงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูเข้ากับบ้านทรงไทย
ทางผู้ออกแบบก็เลยต้องออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้มีความเป็นโบราณผสมกับความหรูหรา
ซึ่งส่วนใหญ่ก็สั่งผลิตได้ด้วยดี
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ถูกเปลี่ยน บ่อยมาก
บ่อยจนกระทั่งทำให้อินทีเรียถึงกับถอดใจเลยทีเดียว
นั่นก็คือ โต๊ะเครื่องแป้ง สำหรับฝ่ายหญิง
คือฝ่ายหญิงเองไม่ค่อยพอใจกับโต๊ะเครื่องแป้งนัก ก็เลยสั่งเปลี่ยน แต่เปลี่ยนยังไงก็ไม่ถูกใจ
จนใกล้จะถึงวันแต่ง ฝ่ายหญิงก็ไปเจอกับโต๊ะเครื่องแป้งในร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง
แล้วก็ชอบมาก ก็เลยซื้อมาตกแต่งเรือนหอตัวเอง
และหลังจากนั้น
ก่อนจะถึงวันแต่งเพียงวันเดียว เจ้าสาวก็เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน จากอุบัติเหตุทางรถยนต์
เจ้าบ่าวได้รับข่าวร้าย ก็ถึงกับ เสียใจมากจนเป็นลม
ตื่นมาก็เศร้าโศกเสียใจเป็นอันมาก

พอหลังจากตั้งสติได้ แม้เจ้าสาวจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ยังยืนกรานจะจัดงานแต่งให้ได้

สุดท้าย พอถึงวันแต่ง
ก็มีการจัดงานแต่ง โดยให้มากันเฉพาะญาติฝ่ายชายกับญาติฝ่ายหญิงเท่านั้น
ในงานพิธีรดน้ำสังข์
เขาก็เอาหุ่นลองเสื้อมาใส่ชุดเหมือนกับชุดเจ้าสาว
แล้วก็เอามานั่งอยู่ข้างๆเจ้าบ่าวโดยมีศพเจ้าสาวตัวจริงนอนอยู่ในโลงที่ตั้งอยู่ด้านหลังพิธีรดน้ำสังข์
เจ้าบ่าวยิ้มทั้งๆที่น้ำตาไหลพรากตลอดงาน
ช่วงที่ส่งตัวเข้าหอ ว่ากันว่า เจ้าบ่าวจะให้ยกโลงไปไว้ในห้องหอด้วย แต่ก็ถูกคัดค้าน
เลยได้แค่เพียง เอาหุ่นที่ใส่ชุดเจ้าสาวไปนอนบนเตียงแทน

หลังจากงานแต่งผ่านไป บ้านเรือนไทยหลังนี้ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอีกเลย
ถูกทิ้งไว้นาน จนกระทั่ง ขายต่อไปให้กับนักลงทุนรายหนึ่ง
แล้วเจ้าของเขาก็เอาไปทำให้เป็นที่พักแบบ โฮมสเตย์
แต่เปิดได้ไม่นาน ก็ต้องปิดตัวลง เพราะมีเรื่องประหลาดบางอย่าง
ว่ากันว่า ลูกค้าที่มาพัก เขาเห็นผู้หญิงนั่งหวีผมอยู่ตรงกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง
เงาในกระจกเห็นเป็นผู้หญิงหน้าตาสาวสวย
แต่ร่างที่นั่งอยู่หน้ากระจกกลับเป็นใบหน้าผู้หญิงที่เละครึ่งซีก

อีกราย ลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ตื่นมาสะลึมสะลือ เดินไปตามทางเดิน
แล้วก็รู้สึกเหมือนมีคนเปิดประตู เดินสวนผ่านมา
มองเห็นแว๊บๆว่าเป็น ผู้หญิงใส่ชุดเจ้าสาวสีขาว
แต่พอเดินสวนไปแล้ว เจ้าตัวรีบหันหลังไปมองว่าเป็นใคร
ร่างนั้นก็กลับหายไปแล้ว
เหลือแต่ความว่างเปล่า วังเวง ทามกลางแสงสลัว สลัว

ตั้งแต่นั้นมาข่าวเรื่องผีเจ้าสาวที่บ้านเรือนไทย ก็แพร่สะพัดไปทั่วชุมชน
จนไม่มีใครกล้ามาพัก

ผ่านไปหลายปี มีคนมาซื้อบ้านเรือนไทยต่อ  พอย้ายมาอยู่ก็เจอกับอาถรรพณ์จนอยู่ไม่ได้
คือ คนที่มาอยู่ในบ้าน ทยอยเสียชีวิตไปทีละคน ทีละคน
ส่วนใหญ่ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต
และคนสุดท้ายที่เขาเจอ ก็คือคนใช้รายใหม่ที่พึ่งมาทำงานได้สามวัน
ช่วงตอนกลางวัน สาวใช้ไปปัดกวาดเช็ดถูอยู่ในห้อง ที่มีโต๊ะเครื่องแป้งโบราณ
ตอนที่กำลังนั่งถูพื้นห้องอยู่คนเดียว หันหลังให้กับโต๊ะเครื่องแป้ง
อยู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันหลายๆคน ดังแว่วมาจากด้านหลังตน
พอได้ยิน ก็รีบหันไปดูว่าใครมาคุยกันอยู่แถวนี้
แต่พอหันไปก็ไม่เห็นมีใคร อยู่ในห้องเลย
พอทุกอย่างเงียบ สาวใช้คนนั้นก็ หันกลับไปถูพื้นต่อ
สักพัก ก็มีเสียงคนคุยกันดังขึ้นมาอีก
สาวใช้คนนั้นรีบหันไปดูด้านหลัง อย่างไว
แล้วก็เจอ ใบหน้าหญิงสาวในชุดแต่งงาน โผล่อยู่ในกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง
ยืนจ้องมาที่ตัวเองตาเขม็ง ด้านหลังหญิงสาวนั้นมีคนอื่นๆยืนจ้องมาที่ตนด้วยหลายคน
พอเห็นแบบนั้น สาวใช้รายนั้นก็วิ่งกรี๊ดออกมาจากบ้านเลย

หลังจากนั้น พอไม่มีใครกล้าไปอยู่
เจ้าของบ้านเขาก็ให้คนมาขนเอาของต่างๆที่มีค่าไปขาย

แล้วบ้านก็ถูกทิ้งร้างไว้   จนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://board.postjung.com/1211264
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: matin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ว้าว! บางจากลดราคาน้ำมัน 20 บาท เงื่อนไขอย่างไร เริ่มเมื่อไหร่ เข้ามาเช็คด่วนอื้อหือ...สุดยอดโมเดลบ้านสังกะสี ทำออกมาเหมือนจริงมากๆ สวยสุดๆเลยทีเดียววแห่เก็บป้ายหาเสียง 'ชัชชาติ' หลังปิดหีบเลือกตั้ง เหตุมีคนร้องเรียนทำป้ายหาเสียงเป็นผ้าไวนิลมีเจตนาแฝงนำไปรีไซเคิลทำ 'กระเป๋า-ผ้ากันเปื้อน'⁉️
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ส่อง net idol พ่อค้าออนไลน์นิทานเรื่อง "คนแจวเรือจ้าง กับนักศึกษา‏"1+1=1เพื่อนที่ทำงานบอกชื่อที่เราคิดไว้ให้ลูกเพราะดี เลยเอาไปตั้งชื่อลูกตัวเอง
ตั้งกระทู้ใหม่