หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ตัวแทน "ลูกจ้าง-ผู้ประกอบการ-SME ไทย" คิดอย่างไรกับการช่วยเหลือวิกฤตโควิด-19 จาก "กระทรวงแรงงาน"

จากกรณีที่ “ครม. มีมติเห็นชอบให้ขยายความครอบคลุม ในกรณีผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการ ตามคำสั่งของทางราชการ ผู้ประกันตนมีสิทธิรับเงินกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน เช่นกัน” โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช เลขาธิการสมาพันธ์ SME ไทย และประธานสมาพันธ์ SME ไทย ส่วนภูมิภาค กล่าวว่า จากเหตุการณ์วิกฤตโควิด-19 หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานประสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ออกมาตรการค่อยข้างดีและเยอะสำหรับการให้การช่วยเหลือและเยียวยา พร้อมทั้งยืนเคียงข้างทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้างมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องสิทธิของผู้ประกันตนกับการรับเงินกรณีว่างงาน 62% กรณีนายจ้างหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการ ตามคำสั่งของทางราชการ เพื่อประคับประคองการดำเนินชีวิตในช่วงระยะเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามมติความเห็นชอบของ ครม.นั้น อาจมีผู้ประกันตนทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ โดยผู้ที่ไม่เห็นชอบผมคิดว่า อาจเป็นในกรณีที่สถานประกอบการหักเงินลูกจ้างเพื่อส่งเงินสมทบเข้าสำนักงานประกันสังคมที่มีมานานมากกว่า 5 ปี หรือ 10 ปี สมควรได้รับเงินกรณีว่างงานในขณะนี้ มากกว่าสถานประกอบการที่เพิ่งจะส่งเงินสมทบเข้าสำนักงานประกันสังคม นับเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทุกฝ่าย เพราะเป็นสถานการณ์หรือวิกฤตการณ์สุดวิสัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมากมายเช่นนี้ ผู้ประกอบการก็แย่ หากถึงขั้นปิดกิจการทุกอย่างจบหมดเลย แต่ถ้ายังสามารถประคองตัวไปได้ เหมือนร่างกายที่บอบช้ำ วันหนึ่งก็ฟื้นคืนตัว นั่นหมายถึง ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้างหรือแรงงานยังคงดำเนินต่อไปได้

“อย่างไรก็ตามขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทน เราจะเรียนรู้การสู้วิกฤตเพื่อความอยู่รอดไปด้วยกัน จะว่าไปแล้วนายจ้างกับลูกจ้างก็เสมือนคนในครอบครัวกัน ควรเห็นอกเห็นใจกัน แล้วเชื่อว่าภาครัฐก็ไม่ได้ทอดทิ้งหรือนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะมีการเตรียมงานประมาณช่วยเหลือและเยียวยา อย่างสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงาน ได้มีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท แล้วท้ายที่สุดอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ฟังเสียงสะท้อนทั้งจากผู้ประกอบการและลูกจ้างแบบลงลึกรวมทั้งให้มากขึ้นด้วย”

ทางด้าน คุณกอล์ฟ ผู้ประกอบรายหนึ่ง กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่กดดันและบีบคั้นผู้ประกอบการมาก กรณีการจ่ายชดเชยค่าแรงในวิกฤตดังกล่าว ซึ่งสถานประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจใดๆได้เลย นับว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากอย่าว่าแต่เพียงจ่าย 62 % น้อยกว่านี้ก็แย่ สินค้าและบริการขายไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย จะอยู่กันไปได้นานแค่ไหน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ SME ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจกับแรงงาน อยากให้หน่วยงานเข้ามาให้ความชัดเจน และเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยและลดช่องว่างระหว่างนายจ้างกับแรงงาน สร้างความเข้าใจในตัวบทกฎหมายแรงงาน ทั้งนี้บางคนที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบของแรงงาน อาจยังไม่ทราบว่า ตามกฎหมายแรงงานผู้ประกอบการไม่สามารถส่งเงินประกันตนได้เหมือนกับแรงงานที่ดูแล ต้องออกค่าประกันตนให้กับแรงงานคนละครึ่ง

“ในขณะนี้ได้พยายามประคับประคองทั้งสถานประกอบการทั้งแรงงานให้อยู่รอดได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างเวลานี้รับภาระในเรื่องการช่วยค่าอาหารของแรงงานทั้ง 3 มื้อ ก็อยากให้สำนักงานประกันสังคมเข้ามาเยียวยาผู้ประกอบการที่กำลังบอบช้ำอย่างทั่วถึง ซึ่งทราบว่าได้ออกมาตราการดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาแล้ว อยากให้กำลังใจทุก ๆ ฝ่าย ซึ่งเราจะต้องฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน หากไม่มีผู้ประกอบการและแรงงาน เศรษฐกิจของประเทศจะอยู่ได้อย่างไร”

ฝ่าย คุณณภัค เอี่ยมอาจิณ พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ในฐานะแรงงานตอนนี้เปรียบเสมือนนั่งเรืออยู่ท่ามกลางลมมรสุม โดยมีนายจ้างเป็นคนบังคับเรือ เชื่อว่า การมีสติจะทำให้เราไม่หวั่นไหว ไม่ตกใจ เราต้องเป็นกำลังใจให้นายจ้าง เราอาจโชคดีกว่าหลายคนที่เราอยู่กันมานานเสมือนครอบครัวใหญ่ จึงมีความเห็นอกเห็นใจกัน พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้นายจ้างสามารถบังคับเรือฝ่ามรสุมไปให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย แม้จะยังไม่ทราบระยะทางหรือระยะเวลาก็ตามที

“ถามว่ามีผลกระทบต่อตนเองมั้ย มีแน่นอน ตอนนี้เงินถูกลดลงไปบางส่วนและตามสัดส่วนฐานเงินเดือนของพนักงานอย่างเหมาะสม ในเรื่องของการทำงานก็มีทั้งทำใที่บ้านและที่ทำงาน สลับวันกันไป ทำให้ประหยัดค่ารถและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ลดไป ขณะเดียวกันต้องทำใจหากว่า บริษัทไม่สามารถต้านวิกฤตโควิด-19 ได้ ทำให้ต้องหยุดหรือปิดกิจการก็ต้องว่ากันไปตามตัวบทกฎหมายแรงงาน ที่ผ่านมาตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่บริษัทปิดมาแล้วถึง 2 บริษัท โดยได้รับเงินชดเชยจากสำนักงานประกันสังคมอย่างครบถ้วน จากสถานการณ์ในครั้งนี้หากต้องได้รับเงินเพียงแค่ 62 % ตามมติ ครม. ตนเองก็ยินดี ถึงแม้ว่าจะทำประกันตนมานานหลายปี อย่างไรก็ดีถ้าเราฟื้นบริษัทตายเราก็แย่ แต่ถ้าหากเราฟื้นและบริษัทฟื้น เราก็รอด ซึ่งผลกระทบในครั้งนี้อยู่นอกเหนือเหตุปัจจัยทั่วไป ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เชื่อว่ากระทรวงแรงงานก็ไม่ทอดทิ้งทั้งผู้ประกอบการและแรงงานอย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนมีสติและใจเย็น ๆ”

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: กระทรวงแรงงาน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: poti news
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ตัวแทน "ลูกจ้าง-ผู้ประกอบการ-SME ไทย" คิดอย่างไรกับการช่วยเหลือวิกฤตโควิด-19 จาก "กระทรวงแรงงาน"
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นักมวยปล้ำสาวญี่ปุ่น ฆ่าตัวตาย หลังโดนบูลลี่หนักมาก เหยียดรูปร่างว่า อ้วน เป็นกอลิล่าชาวเน็ตประหลาดใจ งูจงอางยักษ์ยอมให้มนุษย์อาบน้ำให้อย่างเพลิดเพลิน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด (มีคลิป)โดนหลอกทั้งประเทศ งูยักษ์กลายเป็นหิน แท้จริงแล้วมั่ว?!ทำกับแม่ได้ลงคอ! ลูกชาย victoria โพสต์ภาพแม่ ลง IG
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ฝันเห็นงู โดนงูรัด !!การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษรับคนไทย 260 คนจากออสเตรเลียกลับบ้านนักมวยปล้ำสาวญี่ปุ่น ฆ่าตัวตาย หลังโดนบูลลี่หนักมาก เหยียดรูปร่างว่า อ้วน เป็นกอลิล่า"วีระ" แฉ 3 ตำรวจเสียงแตก ต้นเหตุคดี "ปารีณา" รุกป่าล่าช้า
ตั้งกระทู้ใหม่