หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

มาฟังเรื่องลึกลับ ขนหัวลุกกันครับ

สวัสดีครับ

เรื่องขนหัวลุกวันนี้ที่จะนำมาถ่ายทอด ต้องขอบอกก่อนเลยว่ามันเป็นประสบการณ์ตรงของผมเองนะครับ

เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นผมเรียนอยู่ ม.ปลาย โรงเรียนดังประจำจังหวัดเลย ซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนา ถ้าบอกชื่อจังหวัดไปนี่คือทุกคนจะรู้ทันทีว่าคือโรงเรียนอะไร

ช่วงนั้นเนี่ยผมมีวงดนตรีที่เล่นกับเพื่อนอยู่ 5 คน ก็เล่นจริงๆ จังๆ เดินสายแข่งประกวดกันเลยล่ะ เวลาจะมีงานประกวดทีนึง ก็ต้องรวมตัวกันซ้อมหนัก ทุกเย็นพอโรงเรียนเลิกแล้วเนี่ยก็จะโทรนัดห้องซ้อมไปซ้อมดนตรีกัน

ทีนี้ในวงผมเนี่ยมันจะมีสมาชิกอยู่คนนึงซึ่งเป็นเด็กหอ ตามปกติแล้วเด็กหอเวลาออกมาข้างนอกก็จะมีกำหนดกลับเข้าได้ไม่เกินสัก 6 โมงเย็น แต่ด้วยความี่ว่าเพื่อนผมคนเนี่ยสมมุติว่า ชื่อเอ็นละกัน เอ็นเนี่ยมันมีข้ออ้างบอกครูประจำหอว่า ตัวเองต้องไปซ้อมดนตรีเพื่อแข่งสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ก็เลยได้สิทธิพิเศษสามารถกลับหอมืดได้

แล้วมันมีอยู่วันนึง พวกผมก็รวมตัวกันไปซ้อมดนตรีตามปกติ ทีนี้วันนั้นเนี่ยเกิดซ้อมกันจนมืดมาก ประมาณสักสามทุ่มได้ เพื่อนผมไอ้เจ้าเอ็นเนี่ยก็ไม่มีรถกลับไปที่หอ แล้วพอดีกับว่าบ้านผมมันอยู่ใกล้โรงเรียนที่สุด ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้นนะครับ แต่มันใกล้ที่สุดในกลุ่มไง ผมก็เลยอาสาขี่มอเตอร์ไซต์ไปส่ง ไอ้ตอนขาไปผมก็วิ่งไปตามถนนเส้นหลัก ทางหลวงนี่แหละครับ เพราะออกจากห้องซ้อมไปเส้นนี้จะใกล้สุด ซึ่งมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ปัญหามันอยู่ตอนขากลับครับ ขากลับมาบ้านเนี่ยผมใช้อีกเส้นทางนึง มันเป็นทางลัด ลัดมากครับ คือมันต้องวิ่งผ่านทุ่งนาหลังโรงเรียน ซึ่งพอพ้นทุ่งนานี้ก็จะเจอวัดเก่า เลยวัดเก่าไปประมาณ 2 กิโลก็ถึงบ้านผมแล้ว ผมก็ตัดสินใจ เอาวะ มันมืดมากแล้ว บวกกับความเพลียจากการซ้อมดนตรีมาอย่างหนัก อยากกลับถึงบ้านเร็วๆ เลยตัดสินใจไปทางลัดนี่แหละ

ช่วงที่วิ่งผ่านทุ่งนาหลังโรงเรียน มันก็ยังไม่เท่าไหร่นะครับ ใจยังพอไปไหว แม้มันจะมืดมากเพราะไม่มีไฟข้างทางเลย บ้านคนก็ไม่มีในสมัยนั้น มองไปมีแต่ความมืด อาศัยแค่ไฟหน้ารถดูถนนเอา พอเลยช่วงทุ่งนามาได้ ก็จะเจอกับวัดเก่าโบราณสมัยราชวงศ์อู่ทอง ซึ่งมีประวัติเคยเป็นสนามรบเก่า วัดนี้ปกติจะไม่ค่อยมีใครกล้าผ่านยามค่ำคืนเท่าไหร่นัก เพราะมีชื่อเรื่องผีดุ
แต่ผมก็ไม่เคยเจอนะครับ อาจจะเป็นเพราะทุกทีจะผ่านแค่ตอนเย็นหลังเลิกเรียน ซึ่งก็วังเวงใช้ได้ แต่วันนี้ต้องขับผ่านในยามดึก ใจมันก็ไม่ค่อยสู้ดี แต่ด้วยความที่อยากให้ถึงบ้านเร็วๆ ก็บอกตัวเองว่ามันไม่มีอะไรหรอก บิดๆ มอเตอร์ไซต์ให้มันผ่านไปเถอะ เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว แต่ทุกอย่างมันก็ไม่เป็นอย่างที่ผมคิด
.....

พอเข้าเขตวัดได้นิดเดียว ผมก็ต้องชลอความเร็วลงกระทันหัน เมื่อตรงทางเข้าวัดปรากฏร่างคนในชุดขาว ตัวบางเบา ผมตามปิดหน้าลงมาถึงเอว กำลังยืนโงนเงนอยู่ข้างหน้า ในใจตอนนั้นก็คิดว่า เวรแล้วไง ไม่น่ามาทางนี้เลย นั่นมันใช่สิ่งที่คิดหรือเปล่า ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะเอายังไงดี จะหันหัวกลับ หรือไปต่อดี อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านแล้ว ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นก็สังเกตว่า บรรยากาศรอบๆ มันเงียบผิดปกติจริงๆ เงียบจนเสียงจิ้งหรีดที่เคยดังก็หายไปหมด อากาศก็เย็นลงน่าใจหาย และยิ่งปล่อยเวลาคิดมากเท่าไหร่ รถผมก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ร่างนั่นเข้าทุกที สายตาผมมองไปตามทางตรงหน้า มองเลยร่างโงนเงนนั้นไป มองตรงไปยังจุดหมายถึงทางกลับบ้าน มันต้องผ่านทางเข้าวัดนี้ ถ้าเราผ่านได้เราก็จะถึงบ้านแล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้น ผมก็เลยตัดสินใจ บิดเต็มที่ให้ผ่านทางเข้าวัด ผ่านร่างโงนเงนนั้นไปให้แล้วเร็วที่สุด
.
ทว่าระหว่างที่ผมกำลังบิดผ่านประตูวัดนั้นไป โดยทำเป็นไม่มอง ไม่สนใจร่างโงนเงนดังกล่าว สายตาเจ้ากรรม ก็เปลอเหลือบมองไปที่กระจกข้าง มันปรากฏร่าโรงเงน ผมยาวในชุดขาวนั้น กำลังวิ่งไล่ตามรถผมมา ส่วนหัวของมันจ่อลงไปยังท่องไอเสีย สลับขาวิ่งอย่างเร็ว ผมบิดแรงเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทิ้งห่างมันได้เลย เมื่อลองมองไปที่เท่าของมันก็ปรากฏเห็นว่าเท้าของมันนั้น
หันกลับไปอยู่ข้างหลับ มันกำลังใช้ส่นวิ่งกระแทกพื้นตามมาติดๆ สติผมแตกจนไม่เหลือชิ้นดี คิดถึงหน้าแม่ที่รอยู่บ้าน ออกแรงบิดจนสุดสาย เมื่อหันกลับมามองถนนก็พบว่า ตัวเองกำลังจะแหกโค้งจนกำแพง จึงรีบเหยียบแบรค ผ่อนคันเร่ง สลับไปมา แล้วประคองรถให้ดี จนสามารถเลี้้ยวกลับมาบนถนนได้ เมื่อลองมองไปยังกระจกข้างอีกที ก็พบว่าร่างโงนเงน
ที่ว่างตามมานั้น หายไปแล้ว ประจวบกับจังหวะที่ผมขับผ่านพ้นเขตวัดมาพอดี
....
ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก แต่ในตอนนั้นมันกลับเหมือนนานเป็นสิบนาที ผมรีบบิดมอเตอร์ไซส์กลับบ้านต่ออย่างไม่รีรอ พอไปถึงก็จอดรถทิ้งไว้หน้าบ้าน แล้ววิ่งไปคลุมโปงตัวสั่น
ด้วยความหวดกลัวจนแม่มาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
พร้อมกับวันรุ่งขึ้นแม่ก็พาผมไปทำบุญที่วัด อุทิศให้กับสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ พร้อมให้พระพรมน้ำมนต์ให้เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป

สำหรับท่านใดที่ขี้เกียจอ่าน สามารถกดฟังเพลินๆ ได้ที่ คลิปด้านล่างนะครับผม

ปล.โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังนะครับ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.youtube.com/channel/UC2MM-9gHB7bEUTK9cAnYBTA
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: วสุพล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
มาฟังเรื่องลึกลับ ขนหัวลุกกันครับ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนุ่มเผย ขนส่งเจ้าดัง พนง. แห่ลาออก ทิ้งพัสดุกองเต็มคลังน้องหมาแสนรู้ดูแลและจูงกระบือไปท้องนา วิถีชีวิตบ้านๆแต่ความสุขไม่ธรรมดาสั่งยกระดับ 5 มาตรการ ศูนย์ covid มท มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าฯทั่วประเทศแม่ค้าเบเกอรี่ ติดโควิด20 ผู้คนที่พบเจอบางสิ่งในสถานที่ไม่คาดคิดมาก่อนรองฯต่อศักดิ์ ไหว้วานลูกน้องตระเวนหาซื้อ หน้ากาก N95 เจตนาบุญส่งแพทย์ พยาบาลไว้ใช้ แต่พอรู้ผลทำเดือดสภ.แม่ปิงจับวัยรุ่นต่างชาติ ดื่มกินปิ้งย่าง ข้างน้ำปิงสาวยุ่นหัวใส เปลี่ยนเสื้อชั้นในให้เป็นหน้ากากเคอรี่แจงแล้วข่าวพนักงานลาออก อ้างไม่เป็นความจริง ตัวแทนบริษัทกำลังตัดสินใจจะดำเนินคดีกับคนปล่อยข่าวหรือไม่เปิดภาพฝูงชนชาวจีนปลดแอก แห่เที่ยวเทือกเขาชื่อดัง เดินเบียดกันแน่นเอี๊ยดหลายชั่วโมงสาวเเทบสติเเตก โพสต์จวกยับผัว หางานมาให้ช่วงเคอร์ฟิว เงิน5พันยังไม่ทันจะถึงมือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
คลิปหลอนเพื่อคนนอนดึกโหงวเฮ้ง ไฝ 7 ตำแหน่ง นำความโชคดี ความร่ำรวยผีบังตา หอพักวิญญาณหลอนแชร์เก็บไว้เลย4ไม้ดอกดูดทรัพย์ ประจำปี2563!!!
ตั้งกระทู้ใหม่