หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เรื่องเล่า

                คำถามที่ไร้คำตอบจากคนที่เปลี่ยนไป ( ความจริงในใจที่เลือนหายไปจากความทรงจำ )

         ชีวิตของเราทุกคนตั้งแต่ได้ลืมตาดูโลกขึ้นมามันคงต้องมีใครสักคนหนึ่งที่เรามีความรู้สึกที่ดีและพิเศษมากกว่าคนอื่นแต่มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะมีความรู้สึกแบบนั้นให้ใครสักคน

 

ยิ่งกว่านั้นมันคงเป็นเรื่องยากหากวันหนึ่งเราได้เจอกับใครสักคนหนึ่งและคนๆนั้นเรากลับรู้สึกผูกพันตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากันอย่างหาเหตุผลไม่ได้มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราจะมีความรู้สึกอย่างนั้น

 

แต่ถ้าหากเป็นความเชื่อในทางพุทธศาสนาคงเป็นเพราะแรงของกระแสกรรมแรงบุญที่ทำให้เราทั้งสองได้มาพบเจอกันอีกครั้งหนึ่ง

 

        เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเรานั้นครั้งหนึ่งเราเคยอาจเป็นคนรัก เป็นเพื่อน หรือ เป็นเครือญาติกันมาก่อนแต่ความรู้สึกลึกๆในใจของเราต่างหากที่เป็นตัวกำหนดความรู้สึกของเราทั้งหมดว่าเรารู้สึกกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเราว่าเรารักหรือว่าไม่รัก

 

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเมื่อเราเห็นหน้าใครแต่เรากลับรู้สึกไม่ชอบขึ้นมาทั้งๆที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกและยังไม่ได้ทำความรู้จักกันอะไรคือตัวกำหนดความรู้สึกเหล่านั้น 

 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ย่อมมีเหตุและผลในตัวของมันเองเสมอแต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรคือเหตุและผลของความรู้สึกเหล่านั้น

 

       ในห้องนอนค่ำคืนหนึ่งมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานที่สาดแสงลงมากระทบผิวกาย บรรยากาศที่เงียบสงบบวกกับความเหงาของหัวใจในช่วงเวลาที่เหนื่อยสุดๆของชีวิตที่เป็นอยู่ความอ่อนแอของหัวใจทำให้คิดถึงใครบางคนขึ้นมาจับใจ

 

ถ้าหากในช่วงเวลานี้เค้ายังอยู่ใกล้ๆกับตัวฉันคงจะดี ภาพความทรงจำในอดีตที่ครั้งหนึ่งเราเคยใช้ชีวิตร่วมกันผุดขึ้นมากจากห้วงลึกของใจอีกครั้งหนึ่งแม้ว่าความทรงจำครั้งนั้นเป็นความทรงจำที่ต้องการลืม

 

และต้องการลบออกจากใจมากที่สุดแต่กลับทำใจให้ลืมไม่ได้สักที   ฉันต้องใช้เวลานานสักแค่ไหนถึงจะลืมได้ทั้งที่เรื่องราวผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตาม

 

บนโลกของความจริงเราไม่สามารถลืมใครได้อย่างสนิทใจถึงแม้ว่าเราจะพยามทำใจให้ลืมเลิกคิดถึง

 

อันที่จริงแล้วที่เราบอกกับตัวเองว่าสามารถลืมได้นั้นเป็นเพราะความเคยชินของเราต่างหาก

        ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนสะท้อนกลับมาในช่วงอารมณ์อีกครั้งหนึ่ง  ความทรงจำที่มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและคราบน้ำตา  

 

ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่ถูกเพื่อนสนิทหักหลังและความไม่เชื่อใจและไว้ใจจากผู้หญิงคนหนึ่ง ความรักที่มีให้กันแต่แล้ววันหนึ่งความรักและความรู้สึกดีๆที่มีให้กันแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง

 

ความเย็นชาเข้ามาแทนที่ ไม่มีแม้แต่คำจากจากลาความสัมพันธ์ของเราจบลงด้วยความไม่เข้าใจกัน เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น

 

ปี พ.ศ. 2552 ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราทั้งสองได้เจอกันด้วยความบังเอิญและได้สานต่อความสัมพันธ์และมีความรู้สึกที่ดีให้กันและกัน

 

ถ้าพูดถึงกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์เป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งของนักศึกษาปีที่ 1 เรียกว่า กิจกรรมบังคับ

       

        ทุกคนต้องเข้าร่วมด้วยความเต็มใจหรือเต็มใจก็ตามแต่ทุกคนต้องเข้าร่วมจนกว่าจะเสร็จสิ้นกิจกรรม ทุกวัน 5 โมงเย็นหลังเลิกเรียนพวกเราทุกคนต้องมาเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์ที่คณะ

 

กิจกรรมที่มีชายชุดดำคอยแหกปากตะโกนเสียงดังลั่นทำหน้าที่สอนเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้พวกเราเด็กปี 1

 

แต่เรื่องที่เน้นมากและสำคัญที่สุดคือ เรื่องระบบโซตัส แหกปากตะโกนบอกทุกวัน ระบบโซตัสเรียกง่ายๆสั้นๆว่า ระบบถือรุ่น มาก่อนเป็นพี่ มาหลังเป็นน้อง มาพร้อมกันเป็นเพื่อน

 

             รุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่เจอรุ่นพี่ที่ไหนต้องกล่าวทักทายและยกมือไหว้แต่ทำไมเวลาเจออาจารย์ไม่ค่อยเห็นใครยกมือไหว้กล่าวทักทายแต่อย่างใด กลัวรุ่นพี่ยิ่งกว่าพ่อแม่สั่งให้ทำอะไรทำหมดทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้

 

นอกจากแหกปากสอนเรื่องระบบโซตัสให้เคารพรุ่นพี่แล้วชายชุดดำยังแหกปากตะโกนให้พวกเรารักคณะ สามัคคี ช่วยเหลือกัน รักเพื่อนและที่สำคัญต้องเคารพรุ่นพี่อันนี้ห้ามลืมเด็ดขาด

 

ข้าพเจ้าเรียกกิจกรรมนี้ว่า กิจกรรมล้างสมอง ( เปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นคนบ้า ) 

 

        นอกจากชายชุดดำจะคอยแหกปากสอนเรื่องเหล่านี้ยังสั่งให้พวกเรา  วิ่ง ลุกนั่ง วิดพื้น กลิ้งไปกับพื้น จัดแถวให้เป็นระเบียบ หันซ้ายหันขวาเป็นประจำทุกวันเหมือนกับการฝึกทหารไม่มีผิด

 

ข้าพเจ้าไม่ชอบกิจกรรมนี้มากและโคตรเกลียดชายชุดดำ หากวันใดเราไม่มาเข้าร่วมกิจกรรมประชุมเชียร์หากเราไม่มีเหตุผลอันสมควรเราจะโดนเพื่อนแบน

 

        เพื่อนไม่ยอมคุยด้วย หาว่าเราทิ้งเพื่อน ไม่เอาเพื่อน เป็นโรคประสาทไปทั้งรุ่นกันหมดแล้วแยกแยะเหตุผลอะไรไม่ได้เลย

 

ข้าพเจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระมากแต่ในเมื่อธรรมเนียมปฏิบัติของคณะทำกันมาแบบนี้มาอย่างหลาบชั่วรุ่นในเมื่อเราเลือกเรียนคณะนี้แล้วต้องทำใจยอมรับและปฏิบัติตามด้วยความจำใจถึงแม้ว่าไม่อยากทำก็ตาม

 

        วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ข้าพเจ้าต้องแหกตาตื่นลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมตัวไปประชุมเชียร์ที่คณะในตอนเย็น กิจกรรมที่ไม่อยากเข้าร่วมแม้แต่เสี๊ยวนาทีเดียว

 

เสียงตะโกนของชายชุดดำดังมาแต่ไกลให้พวกเรารีบวิ่งมาที่ลานกว้างของคณะ เมื่อพวกเราทุกคนเดินเข้ามาถึงชายชุดดำสั่งให้พวกเราจัดแถวให้เป็นระเบียบด้วยน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดเมื่อได้ยินรู้สึกระคายหูเป็นอย่างมาก

 

หลังจากจัดแถวเสร็จเรียบร้อยแล้วชายชุดดำสั่งให้พวกเราทุกคนจับมือกันและวิ่งไปรอบๆลานจอดรถของคณะข้าพเจ้าพร้อมกับเพื่อนต้องวิ่งอยู่อย่างนี้อยู่หลายรอบจนเพื่อนบางคนเริ่มหมดแรงและทรุดตัวลงนั่งลงบนพื้นหญ้าด้วยความเหนื่อยรุ่นพี่ปี 2

 

        ฝ่ายพยาบาล รีบวิ่งเข้ามาพยุงตัวเข้าไปพักทันทีกลัวรุ่นน้องจะเป็นลมแต่ในขณะนั้นพวกเราทุกคนยังคงต้องวิ่งอยู่ ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยมากและเริ่มหมดแรงแทบไม่มีแรงก้าวเท้าวิ่งออกไปข้างหน้าแต่ยังคงฝืนตัวเองวิ่งต่อไปเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเพื่อนที่จับมือไว้แต่ในที่สุด

 

ข้าพเจ้าต้องยอมแพ้กับความอ่อนล้าของร่างกายและฝืนตัวเองให้วิ่งอีกต่อไปไม่ได้แล้ว

 

ข้าพเจ้าทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าด้วยความเหนื่อยรุ่นพี่ปี 2 รีบพยุงตัวของข้าพเจ้าไปนั่งพักทันทีเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับรุ่นพี่ปี 2 คนหนึ่งด้วยความบังเอิญ

 

        รุ่นพี่คนนี้มีชื่อว่า แตง   สาวร่างเล็ก ผอม นัยต์ตาหวาน ผิวคล้ำมากและมีน้ำเสียงที่อ่อนหวาน เราทั้งสองคนเริ่มคุยกันและสนิทกันมากขึ้นจนเพื่อนของข้าพเจ้าเข้าใจว่าพี่แตงเป็นพี่รหัสของข้าพเจ้า 

 

พี่แตงดีกับข้าพเจ้ามากดีกว่าพี่รหัสเป็นร้อยเท่าพันเท่า พี่แตงช่วยติวหนังสือให้ ช่วยลงทะเบียนเรียน จองหอและคอยช่วยเหลือ

 

ข้าพเจ้าทุกเรื่องหากบางวิชาที่พี่แตงไม่เข้าใจจะให้เพื่อนเป็นคนติวให้ซึ่งในตอนแรกนั้นเพื่อนของพี่แตงเข้าใจว่าข้าพเจ้าเป็นน้องรหัสของพี่แตงความสัมพันธ์ของเราสองคนดำเนินไปด้วยดีและพี่แตงยังสนิทกับเพื่อนของข้าพเจ้าทุกคนอีกด้วย

 

        จนกระทั่งอยู่ชั้นปี 2 ข้าพเจ้าได้มีเพื่อนกลุ่มใหม่เพราะเพื่อนสนิทของข้าพเจ้าโดนรีไทด์ เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง ในช่วงเวลานั้นข้าพเจ้ารู้สึกเคว้งคว้างและเสียใจมากที่ต้องเสียเพื่อนไป

 

หลังจากเปิดเทอมข้าพเจ้าได้รู้จักกับเพื่อนกลุ่มใหม่มีสมาชิกในกลุ่มหลายคน ข้าพเจ้าแนะนำเพื่อนๆให้รู้จักกับพี่แตง พี่แตงให้ความสนิทกับเพื่อนๆทุกคนทุกคนความสัมพันธ์ของข้าพเจ้าดำเนินไปด้วยดีแล้ววันหนึ่งพี่แตงมาเปลี่ยนไปจากเดิมไม่คุยกับข้าพเจ้าอย่างเดิมและยังทำตัวห่างเหินกับข้าพเจ้า

 

ผิดแปลกไปจากเดิมมากทำให้ข้าพเจ้าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนนอกจากพี่แตงไม่ยอมคุยกับข้าพเจ้าแล้วพี่แตงยังลบข้าพเจ้าออกจากความเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คอีกต่างหาก 

       

        ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้าพเจ้าใช้แอบใช้เฟสบุ๊คของเพื่อนคนหนึ่งคุยกับพี่แตงแต่พี่แตงจับได้เสียก่อนถึงขั้นลบความเป็นเพื่อนออกจากเฟสบุ๊ค

 

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่แตงต้องโกรธและทำแบบนี้มีอะไรทำไมไม่มาคุยกัน ปรับความเข้าใจกันแถมเพื่อนของพี่แตงยังมองข้าพเจ้าด้วยสายตาแปลกๆมองเราเหมือนสิ่งน่ารังเกียจและในบางครั้งหาก

 

เพื่อนพี่แตงเจอข้าพเจ้าที่ไหนหากอยู่กันครบทีมทุกคนพร้อมใจกันหันมามองข้าพเจ้าพร้อมกัน ความสับสนเกิดขึ้นในสมองและในใจเฝ้าถามตัวเองว่าไปทำอะไรให้พี่แตงโกรธหรือว่าไม่พอใจหรือเปล่า

       

            ข้าพเจ้าเสียใจมากที่พี่แตงมาเปลี่ยนไปอย่างนี้ จากคนที่เคยสนิทกันมากกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าเพียงชั่วข้ามคืน แม้แต่หน้าของข้าพเจ้าพี่แตงยังไม่อยากมอง ( คงเกลียดมาก )

 

ปวดร้าวไปทั้งใจเจ็บจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูด ความรู้สึกในช่วงเวลานั้นแย่มาก ทุกครั้งที่เราเจอหน้ากัน รอยยิ้มที่เคยมีให้กันไม่มีอีกแล้วแต่ในเวลานี้เปรียบเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทั้งที่จริงแล้วเมื่อก่อนเราเคยสนิทกันมากแค่ไหน

 

ข้าพเจ้าทำได้แค่หยุดยืนมองพี่แตงอยู่ไกลไม่กล้าเข้าไปใกล้หรือบางวันเดินผ่านพี่แตงไปทำเหมือนคนไม่รู้จักกันและแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรทั้งที่ในใจอยากเดินเข้าไปหาอยากเดินเข้าไปคุยใจจะขาดแต่ทำไม่ได้ 

 

ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงข้าพเจ้ายังสบสนนั่งคิดทบทวนถึงเรื่องเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยเหตุอันใดถึงทำให้พี่แตงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

 

        ข้าพเจ้าพยามทำใจให้ลืมพี่แตง ลืมเรื่องราวของเราทั้งหมดและลบความทรงจำของเราทั้งสองที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากก็ตาม มันยากมากที่ทำตัวให้เข้มแข็งแต่ภายในใจนั้นแสนเจ็บ

 

ปวดต้องฝืนยิ้มให้กับตัวเองทั้งๆที่ในใจไม่ไหวแล้วอยากหนีไปอยู่ที่ไหนสักแห่งในที่ของเราทิ้งความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้และไม้ต้องย้อนกลับมาที่นี้อีกเลย

 

ข้าพเจ้าต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากทำทุกอย่างให้เป็นปกติและยังทำตัวเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

การลบภาพของใครสักคนออกจากความทรงจำนั้นเรื่องยากมากแต่เมื่อเวลาที่ผ่านไปจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง เวลาจะช่วยรักษาแผลใจของเราให้หายได้จะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับตัวเรา 

 

        ช่วงวันเวลาอันแสนเจ็บปวดของข้าพเจ้าได้ผ่านพ้นเหลือเพียงไว้ความทรงจำถึงแม้ว่าจะทำใจให้ลืมยังไงแต่ยังลืมไม่ได้สนิทใจแต่ยังดีกว่าวันเก่าๆที่ผ่านมาที่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ กาลเวลาผ่านล่วงเลยไป

 

ข้าพเจ้าเริ่มทำใจและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นความรู้สึกดีๆที่มีให้ยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงแต่ในตอนนี้เหลือเพียงไว้ซึ่งความเย็นชาเข้ามาแทนที่

 

ทุกครั้งเมื่อข้าพเจ้าเจอหน้าพี่แตงความรู้สึกที่อยากเดินเข้าไปหาเดินเข้าไปทักทายเหมือนเก่าไม่มีอีกแล้ว

 

        ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไปคิดเสียว่าเรื่องวันนั้นเป็นแค่ฝันร้ายแล้วกันในตอนนี้เราตื่นนอนแล้ววันนี้เป็นเรื่องของปัจจุปันทิ้งอดีตที่เจ็บปวดไว้ข้างแล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่งทุกอย่างดำเนินไป

 

ด้วยดีด้วยหัวใจอันเข้มแข็งและแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อนสนิทของข้าพเจ้าได้บอกกับข้าพเจ้าว่าเพื่อนในกลุ่มของข้าพเจ้าคนหนึ่งได้ไปพูดบางสิ่งบางอย่างกับพี่แตงเกี่ยวกับตัวของข้าพเจ้าแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่นั้นเป็นเพียงคำบอกเล่าของเพื่อนเท่านั้น

 

        ข้าพเจ้าก็คิดเช่นนั้นเพราะตลอดเวลาเพื่อนคนนั้นสนิทกับพี่แตงมากกว่าเพื่อนคนอื่นและมีท่าทางแปลกๆเวลาคุยกับพี่แตงและคงไปพูดอะไรกับพี่แตงจริงๆทำให้พี่แตงเปลี่ยนไปจากเดิมแต่ข้าพเจ้ากลับคิดว่า

 

อันที่จริงคนเราถ้าคบกันสิ่งที่ทุกคนต้องมีคือความเชื่อใจในตัวของอีกคนหนึ่งแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแสดงให้เห็นว่าพี่แตงไม่มีความเชื่อใจในตัวของข้าพเจ้าแม้แต่นิดเดียวเพราะพี่แตงกลับไปเชื่อคำพูดของคนอื่น

 

ข้าพเจ้ารู้จักกับพี่แตงมาเป็นปีแต่พี่แตงกลับไปเชื่อคำพูดของคนอื่นที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่เดือน

 

        ข้าพเจ้ากับพี่แตงไม่ได้คบกันในเชิงชู้สาวเป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้นแต่เนื่องด้วยบุคลิกและท่าทางของข้าพเจ้าที่เป็นเหมือนผู้ชายในร่างผู้ของผู้หญิงทำให้ใครๆคิดว่าข้าพเจ้าเป็นทอมหากใครที่ไม่ได้สนิทกับ

 

ข้าพเจ้าทุกคนคิดว่าข้าพเจ้าเป็นทอมแต่ถึงข้าพเจ้าจะอยู่เหมือนทอมแต่ไม่เคยคิดเอาผู้หญิงมาเป็นแฟนไม่มีรสนิยมชอบเพศ

 

เดียวกันคำตอบที่ข้าพเจ้าได้รู้ว่าทำไมพี่แตงถึงเปลี่ยนไปเพื่อนคนนี้ไปบอกกับพี่แตงว่าข้าพเจ้าชอบพี่แตงแบบชู้สาว

 

        ข้าพเจ้ายอมรับว่าเคยพูดแบบนั้นจริงและคำพูดนั้นมีเพียงสองคนที่รู้คือเพื่อนของข้าพเจ้าคนนั้นและเพื่อนของพี่แตงแต่ข้าพเจ้าพูดไปแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยนอกไปจากคำว่าพี่น้องถ้าหากข้าพเจ้าคิดกับพี่แตงในทางเชิงชู้สาวทำไม

 

ข้าพเจ้าไม่ขอพี่แตงเป็นแฟนตั้งแต่วันที่พี่แตงเลิกกับแฟนจะปล่อยเวลาให้ผ่านล่วงเลยมาทำไมในเมื่อเราคุยกันทุกวัน พี่แตงคงคิดว่าข้าพเจ้าโกหกและโกรธข้าพเจ้ามากถึงกับทำหมางเมินและไม่ยอมคุยกับข้าพเจ้า 

 

สมองในด้านความทรงจำของพี่แตงมันแปลกดีนะรู้จักกันมานานแต่กลับไปเชื่อคำพูดของคนที่เพิ่งรู้จักกัน เชื่อทุกคำพูดที่บอก ( กินหญ้าแทนข้าว )

 

        ข้าพเจ้ามองย้อนกลับไปเพื่อนคนนั้นคงอิจฉาและไม่อยากเห็นข้าพเจ้ามีความสุขเลยใช้วิธีสกปรกแบบนี้นี้กับข้าพเจ้าเพราะรู้ว่าข้าพเจ้ารักพี่แตงมากเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่แตงดีกับข้าพเจ้ามาก

 

วันไหนที่ข้าพเจ้าไม่ไปเรียนพี่แตงมักถามหาข้าพเจ้ากับเพื่อนๆอยู่เสมอว่าข้าพเจ้าหายไปไหนหรือถ้าหากข้าพเจ้าไม่สบายพี่แตงจะซื้อยาและขนมเดินเอามาให้ถึงห้อง

 

หรือไม่ในบางครั้งที่ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเรื่องเรียนถึงแม้ว่าพี่แตงจะหลับไปแล้วยังตื่นขึ้นมาอธิบายเนื้อหาวิชาเรียนให้ข้าพเจ้าฟัง

 

        ถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านล่วงเลยไปนานหลายเดือนแล้วก็ตาม ข้าพเจ้ายังคงคิดถึงและนึกถึงภาพวันเก่าๆที่เราสองคนเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึงแม้ว่าเริ่มทำใจได้แล้วก็ตาม

 

เพื่อนสนิทของข้าพเจ้าคนหนึ่งเคยบอกกับข้าพเจ้าไว้ว่า เราไม่ผิดสักวันหนึ่งความจริงทั้งหมดต้องเปิดเผยไม่ต้องกลัวไปหรอกถึงแม้ว่ามันจะมันใช้เวลานาน

 

ถึงแม้ว่าในตอนนี้พี่แตงยังเกลียดแกไปแล้วแต่อาจเป็นช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นเอง

 

        สักวันหนึ่งพี่แตงก็ต้องคิดได้ แกต้องอดทนและเข้มแข็งรอจนถึงวันนั้น จนกระทั่งข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3

 

ข้าพเจ้ากับพี่แตงยังคงเจอหน้าเหมือนเดิมเป็นประจำแทบทุกวัน ข้าพเจ้าแกล้งทำมองไม่เห็นและไม่สนใจพี่แตงหลังจากที่เรื่องราวทั้งหมดผ่านไปเพราะว่าในช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าเจ็บไปทั้งใจ

 

ข้าพเจ้าได้หันหน้าเข้าพึ่งพระพุทธศาสนาอย่างเต็มตัวเริ่มปฏิบัติธรรม สวดมนต์นั่งสมาธิเพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ใจไปให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ลงไปมากกว่านี้

 

        ผลจากการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่าอย่าไปยึดติดกับอะไรเกิดคนเดียวตายคนเดียวเพราะหากเราไปยึดติดกับสิ่งๆนั้นทำให้เราเป็นทุกข์

 

ให้เราปล่อยวางลืมทุกอย่างไปและหันหน้าเดินทางสายกลางแล้วทุกอย่างที่ว่าแย่จะกลับดีเองใจของเราเป็นตัวกำหนดความรู้สึกทั้งหมดคิดเสียว่าทุกอย่างคือความเปล่า

 

        เมื่อข้าพเจ้าสามารถปล่อยวางใจและยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อเจอพี่แตงให้คิดเสียว่าพี่แตงไม่ได้อยู่ตรงนี้สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือภาพลวงตาแค่อากาศธาตุไม่มีตัวตนแค่สิ่งสมมติเท่านั้นแต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งยิ่งไม่อยากเจอหน้าพี่แตง

 

แต่กลับต้องเจอพี่แตงเป็นประจำและในบางค

รั้งกลุ่มของพี่แตงและกลุ่มของข้าพเจ้าต้องมานั่งกินข้าวร้านเดียวกันแถมยังนั่งโต๊ะติดกันอีกสิ่งที่ตามมาคือการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย

 

ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นเพื่อนของพี่แตงยังคงมองข้าพเจ้าด้วยสายแปลกๆแต่ข้าพเจ้ากลับไม่ได้สนใจอะไรและใส่ใจคนพวกนี้อีกต่อไปยังคงทำตัวปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง

 

        เค้าอยากมองก็มองไปคิดว่าเสียว่าตัวเองสวยแล้วกันถึงได้มีคนมองหลังจากวันนั้นเพื่อนสนิทในกลุ่มของข้าพเจ้าคนหนึ่งได้บอกกับข้าพเจ้าว่าพี่แตงแอบมองข้าพเจ้าอยู่เหมือนกันในตอนที่พวกเรานั่งกินข้าวอยู่

 

และยังถามข้าพเจ้าต่อไปว่าทำไมข้าพเจ้าถึงได้เฉยชากับพี่แตงขนาดนั้นไม่สนใจและไม่มองหน้าพี่แตงเลยในระหว่างที่นั่งกินข้าวไม่เหมือนวันก่อนๆที่แอบชำเลืองมองพี่แตง

 

เพียงพี่แตงที่ชำเลืองมองอยู่เป็นระยะ ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่า อยากมองก็มองไปไม่ได้ว่าอะไรหายบ้าเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกัน

 

        คนอะไรไม่มีความมั่นคงเอาเสียเลย ไม้หลักปักขี้เลน หูเบา ข้าพเจ้าตอบกลับไป  เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งเหมือนทุกอย่างกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดีทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเจอกับเพื่อนของพี่แตงแต่คราวนี้

 

เพื่อนของพี่แตงไม่ได้มองข้าพเจ้าด้วยสายตาแปลกๆ มองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจและใส่ใจกับคนเหล่านี้

 

        ใครอยากทำอะไรก็ทำไปเอาที่สบายใจต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมาวุ่นวายกัน ทุกครั้งที่เจอหน้าพี่แตงข้าพเจ้ายังคงทำตัวปกติ ไม่มอง ไม่สนใจ

 

จนกระทั่งพี่แตงเรียนจบไปเราทั้งสองคนยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน ข้าพเจ้าได้เจอกับพี่แตงอีกครั้งหนึ่งงานเลี้ยงพี่บัณฑิตในระหว่างที่ข้าพเจ้าหยุดยืนรอเพื่อนอยู่ที่ลานจอดรถสายตาเหลือบไปเห็นพี่แตงและ

 

เพื่อนๆกำลังเดินมาที่ลานจอดรถมันคงจะดีนะถ้าหากเราสองคนกลับมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง 

 

ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจอีกครั้งหนึ่งรู้สึกดีใจและเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวที่ได้เจอพี่แตงอีกครั้งหนึ่ง

 

หลังจากที่ไม่เจอกันหลายเดือน ข้าพเจ้าทำได้เพียงแอบยืนมองพี่แตงอยู่ไกลๆเท่านั้น

 

        ในขณะที่พี่แตงและเพื่อนเดินเข้ามาใกล้แต่ใครจะคาดคิดว่าพี่แตงจะเดินเข้ามาทักทายข้าพเจ้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มผิดกับวันก่อนที่แม้แต่หน้ายังไม่อยากมอง ข้าพเจ้าตกใจมากและแปลกใจในท่ามีของพี่แตงที่เปลี่ยนไป

 

ข้าพเจ้ายิ้มเป็นการตอบรับพร้อมกับเดินไปกับเพื่อนที่เดินมาถึงพอดี หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของเราสองคนกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเหมือนเก่าแต่มันก็ดีกว่าวันเก่าๆที่เราทั้งสองไม่ยอมคุยกัน

 

              จากวันนั้นถึงวันนี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้รับคำตอบและความจริงของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันคือสิ่งเดียวที่ยังคาใจของข้าพเจ้าจวบจนถึงวันนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในความสัมพันธ์ของเราสองคน

 

ข้าพเจ้ายังต้องการคำตอบและยังต้องการทราบความจริงทั้งหมดจากปากพี่แตงถึงแม้ว่า

 

ข้าพเจ้าจะเคยเอ่ยปากถามพี่แตงไปตรงๆถึงเรื่องราวทั้งหมดพี่แตงกลับตอบกลับมาว่า

จำอะไรไม่ได้เลย พี่ลืมไปหมดแล้ว ไม่ต้องคิดมากแค่วันนี้พี่ยังคุยกับน้องก็โอเคแล้ว

 

        นี้คือคำตอบของพี่แตงที่บอกกับข้าพเจ้าแต่สำหรับข้าพเจ้ากลับคิดว่าพี่แตงคงไม่อยากตอบมากกว่า คนนะไม่ใช่ปลาทองถึงได้ความจำสั้นและไม่ได้เป็นโรค

 

ความจำเสื่อมที่จะสามารถลืมเรื่องราวทั้งหมดไปได้ในเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปีเอง ข้าพเจ้าคิดว่าพี่แตงไม่อยากตอบและไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมามากกว่าแต่สำหรับข้าพเจ้าถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะผ่านไปนานหลายปีแล้ว

 

              ข้าพเจ้ายังต้องการรู้ความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นและยังคงเป็นเรื่องราวที่ยังคาใจของข้าพเจ้าเรื่อยมาจวบจนถึงปัจจุปัน ในส่วนความสัมพันธ์ของเพื่อนคนนั้นเราทั้งสองเพิ่งกลับมาคุยกันเมื่อตอนเรียนชั้นปีที่ 3

 

ในเทอมปลายถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะกลับมาคุยเหมือนเดิมแต่ความรู้สึกข้างในได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม บาดแผลภายในใจย่อมต้องใช้เวลารักษานานกว่าบาดแผลภายนอก 

 

        ถึงแม้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าความทรงจำที่จดจำไปชั่วชีวิตที่ทำให้ข้าพเจ้าปวดร้าวไปทั้งใจแต่ถ้าหากคิดกลับไปในทางที่ดี

 

เป็นประสบการณ์ชีวิตที่สอนให้ข้าพเจ้ารู้จักถึงคุณค่าของชีวิตและรักตัวเองมากขึ้นเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ข้าพเจ้าสูญเสียทุกอย่างความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้ข้าพเจ้าจมอยู่แต่ความทุกข์ไม่ได้สนใจอะไรเลย

 

แม้แต่การเรียนผลที่ตามมาคือการเรียนของข้าพเจ้าในเทอมนั้นตกต่ำย่ำแย่มากถึงขนาดติด E ถึง 4 วิชาในเทอมเดียวกันเกรดเฉลี่ยที่ได้เหลือแค่เพียงหนึ่งกว่าๆแต่ยังโชคดีที่เกรดเฉลี่ยรวมยังถึงสอง

 

ถ้าไม่อย่างนั้นคงโดนรีไทด์กลับไปนอนตีพุงอยู่บ้านและผลจากการติด E ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถเรียนจบได้ในเวลาสามปีครึ่ง

 

                ถ้าหากวันนั้นข้าพเจ้าแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องเรียนออกจากกัน ข้าพเจ้าคงเรียนจบสามปีครึ่งไปแล้วไปต้องมานั่งเรียนซ้ำวิชาเดิมอีกครั้งหนึ่ง เสียเวลา เสียทั้งเงิน

 

ทุกอย่างดูแย่ไปหมดแค่คนๆเดียวกลับทำให้เราตกต่ำได้เพียงนี้เพียงแค่เรื่องไร้สาระเรื่องเดียวเท่านั้นหรือว่าตอนนั้นเรายังเด็กและไม่โตพอถึงทำให้ตัวเราอ่อนแอถึงเพียงนี้แต่แล้ว

 

วันหนึ่งใจที่อ่อนแอกลับมาเข้มแข็งนี้เข้าแข็งอีกครั้งหนึ่งกาลเวลาที่ผ่านล่วงเลยไปสามารถทำให้ตัวเรากลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้งหนึ่งความเข้มแข็งของกายและใจเพิ่มเติมคือความเย็นชาที่ชินกับความเจ็บปวด

 

              ข้าพเจ้าขอใช้พื้นที่ในแผ่นดาษนี้บอกกับพี่แตงและเพื่อนคนนั้นว่า ขอบใจมากที่สอนให้ข้าพเจ้าได้รู้จักคุณค่าของชีวิตมากขึ้นและให้บทเรียนอันแสนเจ็บปวดทั้งๆที่ข้าพเจ้ารักและจริงใจกับทั้งสองคนมาก

 

และไม่คิดเลยว่าความเชื่อใจและความจริงใจที่มอบให้ด้วยใจบริสุทธิ์ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคือการไม่เชื่อใจกันและการหักหลัง ทรยศมีแต่ความหลอกลวงทำให้

 

ข้าพเจ้าได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกหักหลังว่าเป็นเช่นไร  ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายแต่คนเราก็อายที่จะพูดความจริง ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะผ่านมาล่วงเลยมานานหลายปี ข้าพเจ้ายังคงจดจำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่เคยลบเลือนหายไปจากความทรงจำ

                                                                                                                  จบบริบูรณ์

เนื้อหาโดย: Tonruk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Tonruk
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
เรื่องเล่า
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
20 ดีไซน์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสุดเฟล ที่ไม่คิดว่าจะมีคนใส่จริง ภาค 2พิภพ​ที่มีฝนตกลงมาเป็นเหล็กหลอมเหลวที่ร้อนจัด ไม่ต่างจากนรกได้ถูกค้นพบแล้วตำรวจพ้อ ไม่คิดว่าจะเจอสถานการณ์อย่างนี้ ชาวบ้านรวมตัวขับไล่ผู้ป่วยโควิดให้พ้นๆไปจากโรงพยาบาลใกล้บ้านไลน์แมนไล่ออกแล้ว หนุ่มใช้เท้ากดลิฟท์ สั่งเด็ดขาดห้ามเป็นไลน์แมนอีกตลอดชีวิตเผยภาพถังขยะ เต็มไปด้วยอาหาร หลังผู้คนแห่ซื้อกักตุน แต่กินไม่ทันด่ายับ ! หลังมีหนุ่มโพสถึงหมอว่า "หมอกับพยาบาลอย่าทำสำออยว่าลำบาก"เมื่อเหล่าพ่อบ้านต้องไปซื้อของช่วงกักตัว ทำตามสั่งให้ถูกใจเมียคลังขอปิดลงทะเบียนไว้ก่อน เราไม่ทิ้งกัน หลังคนถล่มลงทะเบียน 20 ล้านคน จนเว็ปล่มมาแล้ว ตัวอย่างหน้าเว็บ แบบฟอร์มลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือเดือนละ 5,000 บาทช็อก เหยื่อโควิดเพิ่งเผาศพ พบครอบครัวที่เหลือติดเชื้อยกบ้าน ลูกสาวสุดเครียดขั้นตอนการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือโควิด เดือนละ 5,000 บาท ผ่านหน้าเว็บ (เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว)หนุ่มต้องกักตัวอยู่บ้าน เกิดอยากกินขนมขึ้นมา เลยใช้น้องหมาเดินไปซื้อ และมันก็ทำสำเร็จซะด้วยเมียสุดเฮี้ยบ ประกาศกฎเหล็กให้ผัวทำตามทุกขั้นตอน ตั้งแต่ถอดผ้าก่อนเข้าบ้าน กัน "โควิด 19"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
วิ่งออกกำลังกายในวันที่มีโรคระบาดแอบชอบทุกครั้ง แต่ไม่รู้จะจีบยังไง???ผู้ชายหวังฟันเรา นี่ เค้าทำตัวเเสดงกิริยาเเบบไหนหรอคะ ?สอนลูก สอนหลาน ยังไง ให้ปลอดภัยจากโรคระบาด
ตั้งกระทู้ใหม่