หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ว่าด้วยการเลี้ยงแมงดาทะเลให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจ้า

    แมงดาทะเล นั้นเป็นสัตว์น้ำที่มีชีวิตสืบทอดกันมายาวนานมาก มาตั้งแต่ในอดีตกาล ตั้งแต่ยังมี ไดโนเสาร์ ปรากฏกายอยู่บนโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีไดโนเสาร์อยู่บ้างเหมือนกัน มักจะเห็นอยู่มาก ตามสถานที่สำคัญๆต่างๆ เช่น รัฐสภา เอ๊ย ไม่ใช่ 555 สัตว์น้ำที่น่ารักชนิดนี้ มีชื่อสามัญว่า horseshoe crab มีกระดองแข็งคล้ายปูและรูปร่าง ของกระดองเหมือนเกือกม้า นักอนุกรมวิธาน จำแนกแมงดาทะเลอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแมงมุมและแมงป่อง แมงดาทะเลในโลกมี 4 ชนิด โดยในประเทศไทยพบเพียง 2 ชนิด คือ แมงดาจานหรือ Tachypleus gigas และแมงดาถ้วย เรียกอีกชื่อว่าเหรา หรือ Carcinoscorpius rotundicauda โดยแมงดาจานนั้นมีขนาดใหญ่ กว่าแมงดาถ้วย แหล่งอาศัยมักอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลหรือบริเวณปากน้ำที่มีลักษณะเป็นหาดทราย หรือทรายปนดินเล็กน้อยและมีความลึกของน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 3- 10 เมตรเป็นแหล่งที่ไม่มีคลื่นลมแรงเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ วางไข่แมงดาทะเลจะจับคู่ และขึ้นมาบริเวณชายหาด

น่ารักน่าเลี้ยงดีแท้

แมงดาทะเลจะชอบขุดพื้นเป็นที่หลบซ่อน และ หาอาหาร

    ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว แมงดาทะเล มีร่างกาย ที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนแรก เป็นส่วนของหัวและอกที่เชื่อมติดกัน เรียกว่า Cephalothorax หรือ Prosoma ซึ่งส่วนนี้จัดเป็นส่วนที่เป็นกระดองซึ่งเป็นเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มลำตัว ลักษณะคล้ายรูปเกือกม้า โดยจะมีสันที่บริเวณด้านข้างตามความยาวของกระดอง นอกจากนี้ส่วนแรกของแมงดายังเป็นส่วนที่มีระยางค์ 8 คู่ ซึ่งมีลักษณะรูปร่างที่แตกต่างกันไปตามหน้าที่การใช้งาน โดยคู่ที่ 1ไม่เจริญ คู่ที่ 2 เป็นก้ามหนีบ มีขนาดเล็ก อยู่บริเวณด้านหน้าของปาก (Chelicerea) คู่ที่ 3–6 เป็นระยางค์ขา ใช้สำหรับการเดิน ซึ่งส่วนปลายขาเดินจะเป็นก้ามหนีบ และมีหนามเล็ก ๆ  อยู่เพื่อช่วยในการบดอาหาร ส่วนคู่ที่ 7 เป็นขาเดิน ที่มีหน้าที่ทำความสะอาดเหงือก และบริเวณปลายของระยางค์คู่นี้จะแยกออกเป็นสี่แฉก ไม่เป็นก้ามหนีบเหมือนกับขาเดินคู่อื่น ๆ มีหน้าที่สำหรับดันพุ้ยดินไปข้างหลังเพื่อฝังตัวในพื้น และระยางค์คู่สุดท้ายหรือคู่ที่ 8 อยู่บริเวณอก ซึ่งลดขนาดลง เรียกว่า "ชิลาเรีย" (Chilaria) และ ส่วนที่สอง เป็นส่วนท้อง มีลักษณะเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม บริเวณด้านข้างมีหนาม 6 คู่ ส่วนท้องมีระยางค์ 6 คู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแบน คู่แรกเป็น "แผ่นปิดเหงือก" (Gill Operculum)ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับเหงือก และบริเวณฐานมีช่องสืบพันธุ์ (Genital Pore) 1 คู่ อีก 5 คู่ถัดไปเป็น "เหงือก" (Gill Book) ที่มีรอยพับเป็นริ้ว ๆ ประมาณ 150 ริ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซ แมงดาเป็นสัตว์ที่อยู่รอดได้แม้ไม่มีน้ำเป็นเวลาหลายวัน หากเหงือกนี้ยังเปียกอยู่ เมื่ออยู่ในน้ำ แมงดาจะหายใจโดยใช้วิธีกางเหงือกนี้ขึ้นลงส่วนที่สาม เป็นส่วนของหางที่มีความแข็งและยาว ส่วนปลายเรียวแหลม มีเอ็นแข็งแรงยึดไว้ เพื่อใช้สำหรับการงอตัวหรือฝังตัวลงไปในดิน หรือใช้ในกรณีที่ต้องการอยู่นิ่งกับที่ในทะเลโดยการใช้หางปักลงกับพื้น และยังสามารถใช้ในการพลิกตัวจากการหงายท้อง แต่ไม่ได้ใช้เป็นอาวุธแมงดาเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนจานคว่ำหรือชามขนาดใหญ่ มีกล้ามเนื้อทั้งสิ้น 750 มัด มีหัวใจที่ยาวเกือบเท่าขนาดลำตัว มีอัตราการเต้นอยู่ที่ 32 ครั้งต่อนาที (ช้ากว่ามนุษย์ถึงครึ่งหนึ่ง) มีรูเปิด 8 คู่ มีลิ้นเปิดปิดที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดให้ไหลจากเหงือกไปที่ขาและอวัยวะที่สำคัญ มีกระเพาะอาหารธรรมดา เมื่อเวลากินอาหาร แมงดาจะกินทางปากจากนั้นจึงผ่านไปที่สมองก่อนจะไปถึงกระเพาะ แล้วจึงค่อยขับถ่ายออกมา โดยมีอวัยวะเหมือนแขนชิ้นเล็ก ๆ ทำหน้าที่จับอาหารส่งเข้าสู่ปาก ซึ่งสัตว์จำพวกอื่นที่มีอวัยวะแบบเดียวกันนี้ คือ แมงมุมและแมงป่อง ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นเสมือนญาติใกล้เคียงที่สุด อาหารของแมงดามีด้วยกันหลากหลาย ทั้งสาหร่ายทะเลและสัตว์น้ำมีเปลือกขนาดเล็ก ๆ

    แมงดาทะเลจะมีสมองที่มีรูปร่างเหมือนเฟือง ขาของแมงดามีความสามารถใช้สำหรับจับการเคลื่อนไหวหรือดมกลิ่นได้ มีดวงตาหลายคู่ที่ด้านข้างและด้านหลังที่เหมือนกับแมลง เห็นภาพได้เป็นสเกลหรือตาราง โดยมีเซลล์รับแสงอยู่ด้านใน ต่างจากสัตว์ทั่วไปที่มีอยู่ตรงกลาง แต่ตาหลักจะช่วยในการมองเห็นรูปร่างของแมงดาตัวอื่น ๆ ส่วนตัวผู้จะใช้ในการมองหาคู่ ตาคู่ที่เล็กมีความไวกว่า ใช้ตรวจจับรังสีต่าง ๆ ได้ เช่น อัลตราไวโอเล็ต รวมถึงแสงจันทร์เพราะเป็นสัตว์ที่มีวิถีชีวิตคู่กับน้ำขึ้นน้ำลง และยังมีตาที่อยู่ด้านท้องที่ตรวจจับทิศได้แม้ลำตัวจะหงายท้องก็ตาม และส่วนหางก็ยังตรวจจับแสงได้อีกด้วย แม้จะมีร่างกายดูเหมือนเทอะทะ แต่ทว่าร่างกายของแมงดากลับยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี แมงดาเพศเมียภายในร่างกายจะมีการผลิตไข่อยู่ตลอดเวลาเพื่อรอเวลาผสมพันธุ์และวางไข่ ซึ่งเอื้ออำนวนต่อการนำมาเป็นอาหารของมนุษย์ดีแท้หนอ... เลยต้องทำการช่วยกันขยายพันธุ์ ช่วยเพิ่มปริมาณของแมงดาทะเลในธรรมชาติด้วยนั่นเอง

แมงดาทะเลจะชอบกินอาหารสด จึงควรป้อนอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์น้ำให้เขากินครับ


    สำหรับการหาแมงดาทะเลมาเลี้ยงนั้น หาได้ไม่ยากจนเกินไปนัก ตามตลาดนัดสัตว์เลี้ยงสวยงาม มักจะพบว่า หลายๆครั้ง มีลูกแมงดาทะเล มาขาย กันอยู่เรื่อยๆเหมือนกัน แต่เหมือน คนขายกลัวจะขายไม่ออก ก็เลยให้ข้อมูลกระหลั่วๆ สั่วๆ ชุ่ยๆ แก่คนเอาไปเลี้ยงเป็นประจำ เช่น เลี้ยงในน้ำจืดได้ , กินอาหารปลาทองได้ และ สารพัดข้อมูล มั่วถั่ว ฟังแล้วมิ้วติ้วมากๆ แทนที่จะให้ข้อมูลแบบถูกต้องไปเลย ซึ่งสำหรับคนที่อยากจะเลี้ยงจริงๆนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องลำบากอะไรเลย หลักการโดยทั่วไป แทบไม่ได้ต่างจากการเลี้ยงสัตว์มีเปลือกที่อยู่ในน้ำจืดมากนัก เพียงแต่ เขาเป็นสัตว์น้ำเค็ม ดังนั้น ก็ต้องใช้เกลือสำหรับทำน้ำทะเลในการเลี้ยงเป็นหลักเท่านั้น และ ควรมีการเตรียมระบบให้เรียบร้อยก่อนเลี้ยง เช่น การตั้งตู้เลียงปลาทะเลทั่วไป ก็สามารถเลี้ยงเขาได้เป็นอย่างดีแล้วครับ ( ป.ล. แต่สภาพของแมงดาทะเลที่มาก็ต้องเป็นตัวที่แข็งแรงด้วยเน่อ)

   ส่วนในเรื่องของอาหารการกินนั้น แมงดาทะเล นั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ ง่ายเกินไป เช่นอาหารปลาทองลอยน้ำ แมงดาทะเล เป็นสัตว์ที่กินอาหารสด ดังนั้น อาหารที่ให้ ก็ควรเป็นอาหารสด เช่น เนื้อปลาทะเล,
เนื้อหอยทะเล etc. เป็นต้น เท่านั้นเองครับ และในปัจจุบัน การเพาะแมงดาทะเล ในที่เลี้ยงนั้น ก็สามารถที่จะทำได้แล้ว แต่สำหรับในพื้นที่จำกัด อาจจะยากซักหน่อยครับ

 

**************************************************************

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียนได้เพิ่มที่นี่นะครับ ได้รวบรวมเป็นลิงค์มาให้แล้ว เพื่อความสะดวกครับ

https://page.postjung.com/dukedick

ถ้าพี่ๆน้องๆสนใจบทความ และ หนังสือน้องกุ้งแคระ & กุ้งเครย์ อื่นๆ อยากเก็บเอาไว้สะสม สามารถเข้าไปที่นี่ได้เด้อครับ

https://ebooks.in.th/thaiaquaclub

ติดตาม แฟนเพจ Thai Aquatic Pet เพื่อติดตามเรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับสัตว์น้ำสวยงาม ได้ที่นี่ครับ

https://www.facebook.com/Thailand-Aquatic-Pets-เพจคนรักสัตว์น้ำ-229670613731393/

***************************************************************

Referrence :

[online]https://www.youtube.com/watch?v=pTm_C8-MLt0

[online]https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Bungei and Bug
 
ว่าด้วยการเลี้ยงแมงดาทะเลให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจ้า
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หญิงโสดวัย 48 มีรายได้ 4.5 ล้าน/ปี สมัครหาคู่นัดดูตัวกับผู้ชายถึง 60 ครั้ง แต่ต้องล้มเหลวทุกครั้งแพท ณปภา ลั่น ทุกอย่างมันจบแล้ว หลังเบนซ์โพสต์แฉ แชท วันเคาท์ดาวน์จำได้ไหม? "ไก่ ดวงชีวัน" อดีตเซ็กซี่สตาร์ เจ้าของฉายา บั้นท้ายดินระเบิด ปัจจุบันผันตัวเป็นคนทรงเจ้าหนุ่มโพสต์เตือน คนที่ชอบเติมน้ำมันเต็มถัง20 สถานที่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหลังรีโนเวท ไม่น่าเชื่อว่ามันจะถูกใช้งานแบบนี้!!เต๋า ทีวีพูล เผย ศรราม บ้านรวยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องโกงเงินคนอื่นนางเอกหนังผู้ใหญ่ เผยหมดเปลือก เมื่อเจอแฟนคลับจำผลงานได้ แล้วเข้ามาทักสองพ่อลูกปลอมตัวสุดเนียน เเอบออกจากบ้านช่วงล็อคดาวน์ นึกว่าไม่มีใครเห็น สุดท้ายฮาทั้งโซเชี่ยลเปิดภาพล่าสุดหาดป่าตอง หลังถูกสั่งปิด นี่แหละคือช่วงเวลาเเห่งการบำบัดธรรมชาติเทียบให้เห็นจะๆ!ภาพถ่ายดาวเทียมก่อนหลังไวรัสระบาดจากสถานที่สำคัญต่างๆของโลกผู้ใหญ่บ้านโชว์ภาพถ่ายฝูงวัวจากกล้องมือถือเมียสุดหลอน"พุทธะอิสระ" เฮลั่น เป็นข่าวดีของผู้เสียสละเพื่อชาติ จักได้กลับไปห่มผ้าเหลืองเสียทีพริตตี้สาว สารภาพป่วยเป็นโควิด วอนผู้ใกล้ชิดตรวจหาเชื้อด่วน ขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือนร้อน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อ่านข่าวยังไงไม่ให้เครียด20 สถานที่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหลังรีโนเวท ไม่น่าเชื่อว่ามันจะถูกใช้งานแบบนี้!!16 ไอเดียจากชาวเน็ต แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ด้วยวิธีสุดสร้างสรรค์สิงคโปร์ออกบัตรประจำตัวให้น้องหมา ทีนี้ก็ทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะ!
ตั้งกระทู้ใหม่