หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 สามตัว 094, 307
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

ว่าด้วยการเลี้ยงแมงดาทะเลให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจ้า

    แมงดาทะเล นั้นเป็นสัตว์น้ำที่มีชีวิตสืบทอดกันมายาวนานมาก มาตั้งแต่ในอดีตกาล ตั้งแต่ยังมี ไดโนเสาร์ ปรากฏกายอยู่บนโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีไดโนเสาร์อยู่บ้างเหมือนกัน มักจะเห็นอยู่มาก ตามสถานที่สำคัญๆต่างๆ เช่น รัฐสภา เอ๊ย ไม่ใช่ 555 สัตว์น้ำที่น่ารักชนิดนี้ มีชื่อสามัญว่า horseshoe crab มีกระดองแข็งคล้ายปูและรูปร่าง ของกระดองเหมือนเกือกม้า นักอนุกรมวิธาน จำแนกแมงดาทะเลอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแมงมุมและแมงป่อง แมงดาทะเลในโลกมี 4 ชนิด โดยในประเทศไทยพบเพียง 2 ชนิด คือ แมงดาจานหรือ Tachypleus gigas และแมงดาถ้วย เรียกอีกชื่อว่าเหรา หรือ Carcinoscorpius rotundicauda โดยแมงดาจานนั้นมีขนาดใหญ่ กว่าแมงดาถ้วย แหล่งอาศัยมักอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลหรือบริเวณปากน้ำที่มีลักษณะเป็นหาดทราย หรือทรายปนดินเล็กน้อยและมีความลึกของน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 3- 10 เมตรเป็นแหล่งที่ไม่มีคลื่นลมแรงเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ วางไข่แมงดาทะเลจะจับคู่ และขึ้นมาบริเวณชายหาด

น่ารักน่าเลี้ยงดีแท้

แมงดาทะเลจะชอบขุดพื้นเป็นที่หลบซ่อน และ หาอาหาร

    ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว แมงดาทะเล มีร่างกาย ที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนแรก เป็นส่วนของหัวและอกที่เชื่อมติดกัน เรียกว่า Cephalothorax หรือ Prosoma ซึ่งส่วนนี้จัดเป็นส่วนที่เป็นกระดองซึ่งเป็นเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มลำตัว ลักษณะคล้ายรูปเกือกม้า โดยจะมีสันที่บริเวณด้านข้างตามความยาวของกระดอง นอกจากนี้ส่วนแรกของแมงดายังเป็นส่วนที่มีระยางค์ 8 คู่ ซึ่งมีลักษณะรูปร่างที่แตกต่างกันไปตามหน้าที่การใช้งาน โดยคู่ที่ 1ไม่เจริญ คู่ที่ 2 เป็นก้ามหนีบ มีขนาดเล็ก อยู่บริเวณด้านหน้าของปาก (Chelicerea) คู่ที่ 3–6 เป็นระยางค์ขา ใช้สำหรับการเดิน ซึ่งส่วนปลายขาเดินจะเป็นก้ามหนีบ และมีหนามเล็ก ๆ  อยู่เพื่อช่วยในการบดอาหาร ส่วนคู่ที่ 7 เป็นขาเดิน ที่มีหน้าที่ทำความสะอาดเหงือก และบริเวณปลายของระยางค์คู่นี้จะแยกออกเป็นสี่แฉก ไม่เป็นก้ามหนีบเหมือนกับขาเดินคู่อื่น ๆ มีหน้าที่สำหรับดันพุ้ยดินไปข้างหลังเพื่อฝังตัวในพื้น และระยางค์คู่สุดท้ายหรือคู่ที่ 8 อยู่บริเวณอก ซึ่งลดขนาดลง เรียกว่า "ชิลาเรีย" (Chilaria) และ ส่วนที่สอง เป็นส่วนท้อง มีลักษณะเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม บริเวณด้านข้างมีหนาม 6 คู่ ส่วนท้องมีระยางค์ 6 คู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแบน คู่แรกเป็น "แผ่นปิดเหงือก" (Gill Operculum)ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับเหงือก และบริเวณฐานมีช่องสืบพันธุ์ (Genital Pore) 1 คู่ อีก 5 คู่ถัดไปเป็น "เหงือก" (Gill Book) ที่มีรอยพับเป็นริ้ว ๆ ประมาณ 150 ริ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซ แมงดาเป็นสัตว์ที่อยู่รอดได้แม้ไม่มีน้ำเป็นเวลาหลายวัน หากเหงือกนี้ยังเปียกอยู่ เมื่ออยู่ในน้ำ แมงดาจะหายใจโดยใช้วิธีกางเหงือกนี้ขึ้นลงส่วนที่สาม เป็นส่วนของหางที่มีความแข็งและยาว ส่วนปลายเรียวแหลม มีเอ็นแข็งแรงยึดไว้ เพื่อใช้สำหรับการงอตัวหรือฝังตัวลงไปในดิน หรือใช้ในกรณีที่ต้องการอยู่นิ่งกับที่ในทะเลโดยการใช้หางปักลงกับพื้น และยังสามารถใช้ในการพลิกตัวจากการหงายท้อง แต่ไม่ได้ใช้เป็นอาวุธแมงดาเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนจานคว่ำหรือชามขนาดใหญ่ มีกล้ามเนื้อทั้งสิ้น 750 มัด มีหัวใจที่ยาวเกือบเท่าขนาดลำตัว มีอัตราการเต้นอยู่ที่ 32 ครั้งต่อนาที (ช้ากว่ามนุษย์ถึงครึ่งหนึ่ง) มีรูเปิด 8 คู่ มีลิ้นเปิดปิดที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดให้ไหลจากเหงือกไปที่ขาและอวัยวะที่สำคัญ มีกระเพาะอาหารธรรมดา เมื่อเวลากินอาหาร แมงดาจะกินทางปากจากนั้นจึงผ่านไปที่สมองก่อนจะไปถึงกระเพาะ แล้วจึงค่อยขับถ่ายออกมา โดยมีอวัยวะเหมือนแขนชิ้นเล็ก ๆ ทำหน้าที่จับอาหารส่งเข้าสู่ปาก ซึ่งสัตว์จำพวกอื่นที่มีอวัยวะแบบเดียวกันนี้ คือ แมงมุมและแมงป่อง ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นเสมือนญาติใกล้เคียงที่สุด อาหารของแมงดามีด้วยกันหลากหลาย ทั้งสาหร่ายทะเลและสัตว์น้ำมีเปลือกขนาดเล็ก ๆ

    แมงดาทะเลจะมีสมองที่มีรูปร่างเหมือนเฟือง ขาของแมงดามีความสามารถใช้สำหรับจับการเคลื่อนไหวหรือดมกลิ่นได้ มีดวงตาหลายคู่ที่ด้านข้างและด้านหลังที่เหมือนกับแมลง เห็นภาพได้เป็นสเกลหรือตาราง โดยมีเซลล์รับแสงอยู่ด้านใน ต่างจากสัตว์ทั่วไปที่มีอยู่ตรงกลาง แต่ตาหลักจะช่วยในการมองเห็นรูปร่างของแมงดาตัวอื่น ๆ ส่วนตัวผู้จะใช้ในการมองหาคู่ ตาคู่ที่เล็กมีความไวกว่า ใช้ตรวจจับรังสีต่าง ๆ ได้ เช่น อัลตราไวโอเล็ต รวมถึงแสงจันทร์เพราะเป็นสัตว์ที่มีวิถีชีวิตคู่กับน้ำขึ้นน้ำลง และยังมีตาที่อยู่ด้านท้องที่ตรวจจับทิศได้แม้ลำตัวจะหงายท้องก็ตาม และส่วนหางก็ยังตรวจจับแสงได้อีกด้วย แม้จะมีร่างกายดูเหมือนเทอะทะ แต่ทว่าร่างกายของแมงดากลับยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี แมงดาเพศเมียภายในร่างกายจะมีการผลิตไข่อยู่ตลอดเวลาเพื่อรอเวลาผสมพันธุ์และวางไข่ ซึ่งเอื้ออำนวนต่อการนำมาเป็นอาหารของมนุษย์ดีแท้หนอ... เลยต้องทำการช่วยกันขยายพันธุ์ ช่วยเพิ่มปริมาณของแมงดาทะเลในธรรมชาติด้วยนั่นเอง

แมงดาทะเลจะชอบกินอาหารสด จึงควรป้อนอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์น้ำให้เขากินครับ


    สำหรับการหาแมงดาทะเลมาเลี้ยงนั้น หาได้ไม่ยากจนเกินไปนัก ตามตลาดนัดสัตว์เลี้ยงสวยงาม มักจะพบว่า หลายๆครั้ง มีลูกแมงดาทะเล มาขาย กันอยู่เรื่อยๆเหมือนกัน แต่เหมือน คนขายกลัวจะขายไม่ออก ก็เลยให้ข้อมูลกระหลั่วๆ สั่วๆ ชุ่ยๆ แก่คนเอาไปเลี้ยงเป็นประจำ เช่น เลี้ยงในน้ำจืดได้ , กินอาหารปลาทองได้ และ สารพัดข้อมูล มั่วถั่ว ฟังแล้วมิ้วติ้วมากๆ แทนที่จะให้ข้อมูลแบบถูกต้องไปเลย ซึ่งสำหรับคนที่อยากจะเลี้ยงจริงๆนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องลำบากอะไรเลย หลักการโดยทั่วไป แทบไม่ได้ต่างจากการเลี้ยงสัตว์มีเปลือกที่อยู่ในน้ำจืดมากนัก เพียงแต่ เขาเป็นสัตว์น้ำเค็ม ดังนั้น ก็ต้องใช้เกลือสำหรับทำน้ำทะเลในการเลี้ยงเป็นหลักเท่านั้น และ ควรมีการเตรียมระบบให้เรียบร้อยก่อนเลี้ยง เช่น การตั้งตู้เลียงปลาทะเลทั่วไป ก็สามารถเลี้ยงเขาได้เป็นอย่างดีแล้วครับ ( ป.ล. แต่สภาพของแมงดาทะเลที่มาก็ต้องเป็นตัวที่แข็งแรงด้วยเน่อ)

   ส่วนในเรื่องของอาหารการกินนั้น แมงดาทะเล นั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ ง่ายเกินไป เช่นอาหารปลาทองลอยน้ำ แมงดาทะเล เป็นสัตว์ที่กินอาหารสด ดังนั้น อาหารที่ให้ ก็ควรเป็นอาหารสด เช่น เนื้อปลาทะเล,
เนื้อหอยทะเล etc. เป็นต้น เท่านั้นเองครับ และในปัจจุบัน การเพาะแมงดาทะเล ในที่เลี้ยงนั้น ก็สามารถที่จะทำได้แล้ว แต่สำหรับในพื้นที่จำกัด อาจจะยากซักหน่อยครับ

 

**************************************************************

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียนได้เพิ่มที่นี่นะครับ ได้รวบรวมเป็นลิงค์มาให้แล้ว เพื่อความสะดวกครับ

https://page.postjung.com/dukedick

ถ้าพี่ๆน้องๆสนใจบทความ และ หนังสือน้องกุ้งแคระ & กุ้งเครย์ อื่นๆ อยากเก็บเอาไว้สะสม สามารถเข้าไปที่นี่ได้เด้อครับ

https://ebooks.in.th/thaiaquaclub

ติดตาม แฟนเพจ Thai Aquatic Pet เพื่อติดตามเรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับสัตว์น้ำสวยงาม ได้ที่นี่ครับ

https://www.facebook.com/Thailand-Aquatic-Pets-เพจคนรักสัตว์น้ำ-229670613731393/

***************************************************************

Referrence :

[online]https://www.youtube.com/watch?v=pTm_C8-MLt0

[online]https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Bungei and Bug
 
ว่าด้วยการเลี้ยงแมงดาทะเลให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจ้า
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“เจนนี่” บุกคอมเมนต์เพจดัง หลังเปรียบเทียบเด็กปั้น “Butterfly” กับ “Blackpink” !!?พีคคอมเม้นต์ หลังเพจดังโพสต์ "พบแล้ว! สุนัขถูกอ้างเป็นนักรบกลับชาติมาเกิด""บ๊วย เชษฐวุฒิ" พิธีกร ช่องส่องผีแจงปมดราม่าเดือด ไม่ใช่รายการที่หากิน ลงทุนมา 8 ล้านกว่า ไม่อยากให้เพื่อนเจ๊ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รูปถ่าย: ฝูงตั๊กแตนปี 2020ออกกำลังกายแบบ "แอนแอโรบิค" คืออะไร แตกต่างจาก "แอโรบิค" อย่างไร10 วิธีช่วยลดความเสี่ยง จากโรคไขมันพอกตับ๓ กรกฎาคม ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จถึงรัสเซีย ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ ถือเป็นวันแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ไทย - รัสเซีย อย่างเป็นทางการ
ตั้งกระทู้ใหม่