หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ชาวเน็ตถกค่าปรับขับรถเร็วในฟินแลนด์อ้างอิงตามรายได้ คนรวยถูกปรับเป็นล้านยุติธรรมหรือไม่

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย NIXA

การขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ถือเป็นปัญหาที่เราสามารถพบได้ในทุก ๆ ประเทศ และสิ่งที่กฏหมายสามารถจัดการกับผู้กระทำผิดได้คือการเสียเงินค่าปรับ แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าค่าปรับของเราดันไม่เท่ากัน เพราะมันกลับขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้่ใช้รถใช้ถนน

ฟินแลนด์ คือหนึ่งในประเทศแรกที่ใช้การคิดค่าปรับในระบบ Day Fine หรือการเสียค่าปรับโดยอ้างอิงกับฐานรายได้ของผู้กระทำผิด โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากค่าปรับไม่ได้ตายตัว แต่ฝันแปรไปได้ตามค่าเงินและฐานะของผู้กระทำผิด ซึ่งระบบปรับแบบ Day Fine นี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพจนหลาย ๆ ประเทศนำระบบนี้ไปใช้บ้าง เช่น อเมริกา สวีเดน และเยอรมนี

 

คำว่า Day Fine ก็มีความหมายตรงตัวคือเป็น “ค่าปรับแบบวัน” โดยมีระบบการคิดค่าปรับง่าย ๆ 3 ขั้นตอน คือ

1. คุณมีรายได้เท่าไหร่

ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่า คุณมีรายได้ต่อวันเท่าไหร่ หักรายจ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพแล้วเหลือเท่าไหร่ หากคุณเป็นคนรวย มีรายได้เยอะ ค่าปรับก็จะเยอะตามไปได้

2. ปรับทั้งหมดกี่วัน

หากคุณทำผิดไม่ร้ายแรง จำนวนวันที่ปรับก็จะน้อย หากคุณทำผิดร้ายแรง จำนวนวันที่ปรับก็จะเยอะ โดยความร้ายแรงก็ผันแปรตามความเร็วที่คุณขับ ยิ่งขับเกินกำหนดไปเยอะก็ยิ่งร้ายแรงมากเท่านั้น

3. จำนวนค่าปรับทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น A มีรายได้ 1,000 บาทต่อวัน ศาลพิจารณาแล้วว่าค่าต่อวันคือ 500 บาท และ A โดนปรับทั้งหมด 10 วัน แสดงว่า A จะถูกปรับทั้งหมด 5,000 บาท

ในขณะที่ B โดนในข้อหาเดียวกันเป๊ะ ๆ แต่ B มีรายได้ 500 บาทต่อวัน ศาลพิจารณาค่าปรับต่อวันคือ 250 บาท และ B ก็โดนปรับ 10 วัน ดังนั้น B จะโดนปรับเพียง 2,500 บาทเท่านั้น

 

แน่นอนว่าการคิดค่าปรับด้วยระบบ Fine Day กลายเป็นข้อถกเถียงกันอยู่หลายครั้งว่ามัน “ยุติธรรม” แล้วหรือไม่กับผู้กระทำผิดที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งพวกเขาอาจถูกปรับเงินในมูลค่าที่สูงมากหากทำผิดกฏหมายในข้อหาเดียวกันกับผู้กระทำผิดที่มีรายได้ต่ำ

สมาชิกเว็บไซต์ Tumblr ได้เปิดประเด็นขึ้นมาว่า “ระบบการคิดค่าปรับแบบนี้ทำให้มหาเศรษฐีในฟินแลนด์หลายคนต้องเสียเงินค่าปรับต่อการขับรถเร็วเพียงครั้งเดียว เป็นจำนวนเงินสูงถึง 3 ล้านบาท แต่มันก็ยุติธรรมแล้ว”

“หากใช้มาตรฐานเดียวกัน สำหรับคนจนการปรับเงิน 10,000 บาทอาจทำให้พวกเขาอดอยากไปทั้งเดือน แต่สำหรับคนรวย มันแทบไม่มีผลกระทบอะไรกับพวกเขาเลย แล้วคุณคิดว่ามันจะทำให้พวกเขาเข็ดหลาบอย่างงั้นหรือ ?”

“การคิดค่าปรับโดยคำนึงถึงรายได้จะทำให้คนจนอยู่รอดได้ และทำให้คนรวยเกรงกลัวกฏหมายได้เช่นเดียวกับคนจน นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรม”

และด้วยระบบการปรับเงินแบบ Day Fine นี้ทำให้เกิดการเสียค่าปรับครั้งยิ่งใหญ่มากมาย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 Anssi Vanjoki อดีตผู้อำนวยการของบริษัทโนเกียถูกจับได้ว่าเขาขับมอเตอร์ไซค์โดยใช้ความเร็ว 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเขตกำหนดความเร็วที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้เขาต้องเสียค่าปรับเป็นเงินสูงถึง 103,600 เหรียญ หรือประมาณ 3.1 ล้านบาท

 

เมื่อไม่นานมานี้ในปี 2015 Reima Kuisla นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินสูงถึง 62,000 เหรียญ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท จากการขับรถเร็วเกินกำหนดเช่นกัน

ส่วนการปรับเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ถูกกินเนสบุ๊คบันทึกเอาไว้ เกิดขึ้นกับนักธุรกิจชาวสวิสคนหนึ่งที่ขับรถ Ferrari Testarossa ของเขาด้วยความเร็ว 136 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเขตจำกัดความเร็วแค่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในย่านเซนต์กัลเลน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้เขาถูกปรับเงินเป็นจำนวน 290,000 เหรียญ หรือ 8.7 ล้านบาท ซึ่งอีกเหตุผลที่ทำให้ค่าปรับของเขาสูงขนาดนี้เนื่องจากเขากระทำความผิดซ้ำนั่นเอง

ในขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยกับกฏหมายนี้ก็มองว่า นี่ไม่ใช่ความยุติธรรมที่แท้จริง เนื่องจากคนที่กระทำผิดเท่ากันแต่กลับเสียค่าปรับไม่เท่ากัน ซึ่งกฏหมายเองได้ผลักภาระมายังผู้กระทำผิดที่มีรายได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง

สำหรับประเทศไทยเองก็มีแนวคิดที่จะนำการคิดค่าปรับแบบ Day Fine มาใช้ แล้วคุณล่ะ คิดว่าการคิดค่าปรับแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือไม่ ?

โพสท์โดย: NIXA
อ้างอิงจาก: https://petmaya.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: NIXA
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: zerotype, Endymion
 
ชาวเน็ตถกค่าปรับขับรถเร็วในฟินแลนด์อ้างอิงตามรายได้ คนรวยถูกปรับเป็นล้านยุติธรรมหรือไม่
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
ความแตกต่างระหว่าง "ความทุกข์กับความสุข"
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

เตรียมรับมือขั้นสูงสุด Covid-19 ระยะที่ 3 ในไทย อาจพุ่ง 1,000 ราย

ภาพล่าสุด เด่น ดอกประดู่

ค่ายมรณะ เนตรนารีอินโดกว่า 250 คน เดินทางไกล โดนน้ำท่วมซัด ดับแล้ว 8

หนุ่มทำกับข้าว แปลกใจมีผู้หญิงเสื้อผ้าขาดทั้งตัวมากดกริ่งหน้าบริษัท วิ่งตามออกไปดูผวาไปตลอดชีวิต

ประกาศเตือน พยาบาลเก๊แต่งตัวเต็มยศ แฝงตัวเข้าฉีดยาให้เด็กตามโรงเรียน

'อุ๊บ วิยิระ'เดือด!โดนแฉมุ๊บมิ๊บเงินบริจากแม่จ่าโจ๊ก เจ้าตัวโยนขี้ให้มิจฉาชีพ.

ตั๊กแตนทะเลทรายรอดถูกจับทอด! เมินเข้าไทย ยันสภาพภูมิอากาศไม่เหมาะขยายพันธุ์

หัวหมอจนนาทีสุดท้าย!'ครอบครัวมิตรจันทร์'ถอนเงิน-ขายทรัพย์สินทั้งหมด หนีอายัด

จุ๊บจิ๊บ Let Me In นอกใจแฟน ถูกแฟนจับได้-เจอถุงยๅง เพราะแปรงสีฟัน

ยอดบริจาคทะลุ 'จ่าจักร'ได้ใจสาวๆร้องไห้ระงมหลังรู้ปมหลัง มอบเงินให้ทั้งน้ำตา

เปิดภาพล่าสุด ยุ้ย Let Me In คู่แข่ง จุ๊บจิ๊บ หลังไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี เปลี่ยนไปเยอะมาก

บริษัทเซอิชิน ประกาศปิดกิจการ ลอยแพลูกจ้าง แถมไม่จ่ายเงินชดเชย

[คลิป] กกต. ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้งยุบพรรคอนาคตใหม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เด็กวัยแค่ 17 ปี เปิดเฟซบุ๊กปลอม เป็นพระดัง หลอกไถ่ชีวิตโคกระบือ ตุ๋นคนทั่วประเทศหนุ่มทำกับข้าว แปลกใจมีผู้หญิงเสื้อผ้าขาดทั้งตัวมากดกริ่งหน้าบริษัท วิ่งตามออกไปดูผวาไปตลอดชีวิตค่ายมรณะ เนตรนารีอินโดกว่า 250 คน เดินทางไกล โดนน้ำท่วมซัด ดับแล้ว 8หนุ่มโพสต์แฟนให้เงินมาทำงาน 50 แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งไว้กิน
ตั้งกระทู้ใหม่