หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด🖉 ตั้งกระทู้ใหม่

การเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชเดสทรัคเตอร์ ในแบบสวยงาม และ การบริโภค

   กุ้งเดสทรัคเตอร์ เป็นกุ้งเครย์ฟิชมีขนาดความยาวได้ถึง  20 เซนติเมตร , มีน้ำหนักได้มากที่สุดถึง 320 กรัม  ตัวเมียจะมีขนาดของไข่เฉลี่ยอยู่ที่ฟองละ 2 มิลลิเมตร และ น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย ประมาณ 0.02 กรัม  ต่อการลอกคราบหนึ่งครั้ง อวัยวะภายในที่ส่วนหัว และ อวัยวะภายในทั้งหมด ถูกปกคลุมด้วยเปลือกแข็งเป็นเกราะคุ้มครองภัย และส่วนเนื้อเยื่อที่ช่องท้อง จะได้รับการปกคลุมและห่อหุ้มด้วยเปลือกที่เป็นส่วนๆ มีก้ามขนาดใหญ่ ที่ตรงส่วนปลายของก้ามจะมีหนามแหลม ๆ ( ตรงส่วนนี้แหล่ะขอรับ ที่เรียกเลือดของเจ้าของได้ดีนักแล เวลาโดนหนีบ ) มีขาเดินทั้งหมดสีคู่ และ ขาว่ายน้ำเล็กๆ ที่ส่วนท้องอีกสี่คู่เช่นเดียวกัน ( ตรงขาว่ายน้ำเล็กๆ นี่ เราจะเรียกกันว่า Swimmerets ) ซึ่งในส่วนนี้ จะเป็นส่วนที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับตัวเมีย เพราะว่าจะเป็นอวัยวะส่วนที่ใช้ในการเก็บรักษาไข่ ที่เพิ่งออกมานั่นเองครับ ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถเคลื่อนย้ายกุ้งออกจากน้ำได้ โดยที่ไข่ไม่ได้หลุดออกมาครับ  มีดวงตากลมสวยงามอยู่ ที่ปลายก้านตา และ มีส่วนที่ใช้ในการสัมผัส และ ดมกลิ่นเพื่อติดตามค้นหาอาหารที่อยู่ห่างไกล  ประกอบด้วยพวกหนวด และ อวัยวะที่ใช้ดมกลิ่นเป็นต้น อยู่บริเวณใกล้เคียงกับส่วนกรีของกุ้ง รูปร่างหลักๆ ของกุ้งชนิดนี้ก็จะประกอบไปด้วย สองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เป็นหาง ( abdomen ) และ ส่วนที่เป็นหัว ( cephalothorax ) สำหรับส่วนหางนี่เป็นส่วนที่มีคุณค่าทางการเกษตร และ การบริโภคมาก เพราะส่วนเนื้อหลักๆ ก็อยู่ที่ตรงนี้ล่ะครับ ผมไม่แน่ใจว่าฝรั่งเขากินมันกุ้งที่หัวบ้างหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นกุ้งก้ามกรามบ้านเรานี่ มันกุ้งอร่อยเป็นที่สุดจริงๆเลยขอรับ อิอิอิ  แค่มันกุ้งก้ามกราม ที่ได้มาจากการย่างพอสุก ก็อร่อยเหลือใจแล้ว ( แฮ่ แฮ่  คิดแล้วหิ๊วหิว )  สำหรับในส่วนของดวงตาของกุ้ง Cherax destructor นี้ ก็จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก เนื่องจากเป็นอวัยวะที่ในธรรมชาติ ไม่ได้ใช้งานมากเท่ากับในส่วนที่เป็นหนวด ( ในธรรมชาติ กุ้งจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีความขุ่นข้น เสียเป็นส่วนใหญ่ จึงพึ่งพาในส่วนของหนวด และ ระบบการดมกลิ่นมากกว่า ) ซึ่งในส่วนที่เป็นหนวดและระบบการดมกลิ่น จะเป็นระบบหลักในการหาอาหารของกุ้งครับ  นอกจากนี้ยังทำให้กุ้งรับรู้ได้ถึงคุณภาพของน้ำ และอุณหภูมิ รวมทั้งค่าความเค็มต่างๆ ของน้ำได้ด้วยครับ ( เรียกได้ว่า สารพัดประโยชน์จริง ๆ หนอ)

       ในธรรมชาติของทางประเทศออสเตรเลีย ถิ่นกำเนิดของเขานั้น กุ้งเดสทรัคเตอร์ มักจะอาศัยอยู่ใน บ่อโคลน หรือ บ่อดินต่างๆ ที่มีสภาพความขุ่นของน้ำในระดับปาณกลาง  และจะอาศัยอยู่ในระดับกลางๆน้ำ หรือ ก้นบ่อ โดยที่จะพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะพบเจอกุ้งชนิดนี้ ในน้ำที่ใสสะอาด และ ตัวของกุ้งเองก็ชอบที่จะหลีกเลี่ยง สภาพของน้ำแบบนั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกผู้ล่าต่างๆ ไล่ล่าได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นปลา หรือว่าเป็นนกก็ตาม น้ำที่ขุ่น จะทำให้กุ้งมีเปอร์เซ็นต์ในการเอาตัวรอดจากนักล่าในธรรมชาติได้ง่ายกว่ามากครับ 

   ด้วยความที่กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้มีขนาดใหญ่เหมาะกับการนำมาบริโภค รวมทั้งยังเจริญเติบโตได้ง่าย  เลี้ยงไม่ยากจนเกินไป ทำให้ปัจจุบันนี้เกิดธุรกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไปหลายๆพื้นที่ในประเทศไทยของเรา  แม้ว่า อาจจะดูมีน้อยกว่า การทำฟาร์ม กุ้งเรนโบว์ ( กุ้งก้ามแดง  - Cherax quadicarinatus ) แต่ก็มีผู้เพาะเลี้ยงอยู่มากพอสมควรครับ 

    กุ้งเดสทรัคเตอร์ สามารถกินอาหารต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย  ตั้งแต่ ใบไม้ , ธัญพืช ,  ซากพืช ซากสัตว์เน่าเปื่อยต่างๆ  ในที่เลี้ยง  ผู้เลี้ยงก็สามารถให้เนื้อของสัตว์น้ำต่างๆ เช่น กุ้ง หรือ ปลา ได้ เป็นบางมื้อ โดยควรที่จะเน้นอาหารจำพวกพืชและผัก รวมถึงใบไม้ต่างๆ เป็นอาหารให้เขาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่ว่า เขาจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เพื่อที่จะได้เติบโตได้อย่างแข็งแรงครับ อย่างไรก็ตามอย่าให้อาหารเขามากเกินไป เพราะจะทำให้กุ้งกินอาหารไม่หมด และทำให้น้ำเน่าเสีย และ ป่วยเป็นโรคได้ครับ  

     และ เช่นเดียวกับกุ้งเครย์ฟิชหลากหลายชนิด เพื่อนร่วมตู้ หรือ บ่อเลี้ยง ที่สามารถเลี้ยงรวมกันพอได้ ( อาจจะถูกจับกินบ้าง ) ก็จะเป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วๆ ที่อยู่บนผิวน้ำ   และ อาจจะเป็นพวกกุ้งแคระได้ครับ เนื่องจากกุ้งที่โตแล้ว จะมีก้ามที่ค่อนข้างใหญ่  ทำให้ถึงแม้ว่าจะอยากจับปลากิน ก็อาจจะไม่ค่อยสะดวก  และ จับพวกกุ้งแคระได้ยากมากแล้วครับ  ซึ่งปลาที่ใช้เลี้ยงด้วยกับกุ้งเครย์ฟิชนี้ ก็จะช่วยจับกินลูกน้ำ และ ปรสิตภายนอกบางชนิด ให้กับกุ้งได้ครับ 

    ในส่วนของการผสมพันธุ์นั้น ถ้าเป็นในธรรมชาตินั้น ฤดูการผสมพันธุ์ของกุ้ง C. Destructor จะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่อสภาพแวดล้อมมีความอบอุ่นมากขึ้น ผ่านพ้นฤดูกาลแห่งความแห้งแล้งมาได้เรียบร้อยแล้ว มีอาหารอุดมสมบูรณ์  กุ้งตัวผู้ และ ตัวเมีย ก็จะเริ่มจับคู่ผสมพันธุ์ โดยที่ในแต่ละปีนั้น สามารถจะมีรอบการผสมพันธุ์ได้อย่างน้อย สองครั้งขึ้นไป สำหรับช่วงเวลาการผสมพันธุ์นี้  ตัวเมียที่มีขนาดโตเต็มที่ สามารถที่จะให้ผลผลิตได้ถึงประมาณ 1,000 ฟองเป็นต้นไป และเคยมีบันทึกสถิติว่า สามารถให้ไข่ได้มากถึง 1,200 ฟอง เลยทีเดียวครับ  ซึ่งถ้าผู้เลี้ยงขุนลูกจำหน่ายแค่ตัวละหลักสิบ ก็สามารถได้ทรัพย์สินทางโลกไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะครับ  ( และสำหรับตัวเมียที่มีขนาดเล็กกว่า ก็จะให้ผลผลิตที่ลดหลั่นกันลงไป )

    ตัวอย่างบ่อดิน เลี้ยงกุ้งเดสทรัคเตอร์ครับ

   ตัวอย่าง บ่อซีเมนต์ขุนขนาด กุ้งครับ

      สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงกุ้งเดสทรัคเตอร์ ในบ่อดิน เพื่อขุนขนาดก็สามารถทำได้เช่นกันครับ แต่ขั้นตอนการเตรียมบ่อ จะต้องรองพื้นด้วยพลาสติกเสียก่อน เพื่อไม่ให้กุ้งขุดรูหนีไปได้  และก่อนจะใส่น้ำลงไป ต้องตากบ่อ ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ และ ศัตรูของกุ้งที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้ เช่น พวกปลาดุก ปลาช่อน ต่างๆ เป็นต้น  และ บ่อ ก็ควรจะมีความลึกประมาณ 2 - 4 เมตร เพื่อให้อุณหภูมิมีความเสถียร ไม่ร้อนเกินไปสำหรับกุ้ง โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่มีแสงแดดแรงกล้ามากๆ อย่างไรก็ตามก็อย่าให้ลึกมากเกินไป เพราะว่าในน้ำที่ลึกเกินไปนั้น ที่หน้าผิวดิน ที่เป็นที่อยู่ของกุ้งส่วนใหญ่นั้น จะเกิดปัญหาการขาดการกระจายตัวของปริมาณอ็อกซิเจนได้ง่ายครับ รอบๆขอบบ่อ ก็ขอให้ติดตั้งตาข่าย และ มุ้งไนลอนเอาไว้ เพื่อกันศัตรูของกุ้ง เช่น กบ หรือ งู รวมทั้งปลาและนกต่างๆ แอบเข้ามาหากุ้งกินด้วยครับ  ความกว้างของบ่อ ก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ 25 x 40 เมตร ก็กำลังสวยครับ ขนาดของบ่อจะเล็กหรือใหญ่ ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของกุ้งที่จะนำมาลงเลี้ยงด้วยส่วนหนึ่งครับ  และควรจะติดตั้งเครื่องให้อ็อกซิเจนเอาไว้ในระบบด้วยครับ เพื่อที่จะได้ช่วยเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจน ในบ่อเลี้ยง  สำหรับในเรื่องของอาหาร ผู้เลี้ยงกุ้งชนิดนี้ในบ่อ ก็อาจจะใช้อาหารตามธรรมชาติ เช่น พวกพืชต่างๆ บริเวณขอบบ่อ หรือ เศษผัก เศษอาหารโปรตีนต่างๆ  มาให้เขากินเป็นอาหารได้ครับโดยอาจจะให้สลับกับอาหารสำเร็จรูปสำหรับการเลี้ยงกุ้งทะเล หรือ ของกุ้งเครย์ฟิช ก็สามารถให้ผลผลิตได้ดีครับ 

    ผู้เลี้ยงควรหมั่นตรวจเช็คคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยง ให้มีค่าของเสียที่ต่ำอยู่เสมอ  และ อาจจะลองดักกุ้งโดยใช้ลอบหรือตาข่ายเพื่อมาตรวจสอบขนาดโดยเฉลี่ย ตามระยะเวลาที่คาดว่ากุ้งจะเติบโตเต็มที่แล้วค่อย เก็บเกี่ยวผลผลิตก็สามารถทำได้ครับ และ หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ก็ควรจะสูบน้ำออกจากบ่อให้แห้ง เพื่อทำการตากบ่อ และ ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ด้วยสารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อกุ้ง ก่อนจะนำกุ้งล็อตใหม่ๆ มาปล่อยต่อไปครับ  ส่วนผู้ที่ต้องการจะเลี้ยงกุ้งในภาชนะอื่นๆ เช่นอ่างพลาสติก หรือ บ่อปูน ก็สามารถทำได้ครับ  โดยอาจจะติดตั้งระบบกรองน้ำ ให้สามารถดูแลจัดการได้ง่าย ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่น่าสนใจครับ เพียงแต่อาจจะต้องลงทุนมากกว่าเล็กน้อย  และ จะต้องเสริมเรื่องอาหารต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อทดแทนการที่กุ้งไม่ค่อยมีอาหารตามธรรมชาติให้กินได้เหมือนในบ่อดิน แต่ก็มีข้อดี ในส่วนของการบริหารที่จัดการได้ง่าย  และ ปลอดจากศัตรูตามธรรมชาติ และ ก็ยังควบคุมเรื่องของโรคระบาดต่างๆ ได้ง่ายครับ

    กุ้ง " ลาวา - เดสทรัคเตอร์ " อีกรูปแบบสีสันหนึ่งของกุ้งเดสทรัคเตอร์ ที่ได้รับความนิยมสูง

    ปัจจุบันกุ้ง Cherax destructor นับเป็นกุ้งเครย์ฟิช สาย Cherax ที่ได้รับความนิยมสูง ในการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชสวยงามในบ้านเรา เนื่องด้วยความเหมาะสมหลายๆประการ เช่นการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยาก  มีความทรหดอดทน ที่เหมาะสมในการเลี้ยงกับอุณหภูมิโดยทั่วไปในประเทศไทย  และด้วยรูปทรงที่สวยงาม ทำให้เกิดความน่าประทับใจ ในการเลี้ยง และ ในปัจจุบันก็มีวาริเอชั่นสีใหม่ๆ ออกมาเพิ่มเติมเช่น เดสลาวา ที่เป็นวาริเอชั่นสีของกุ้งเดสทรัคเตอร์ ที่มีสีหลากหลายสีเดียวกันในกุ้งตัวเดียวเป็นต้น  ซึ่งในช่วงแรกๆ ที่มีการนำเข้ากุ้งเดสทรัตเตอร์มา กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อมีการเพาะพันธุ์กันได้มากขึ้น ทำให้มีปริมาณลูกของกุ้งชนิดนี้ ออกมาสู่ท้องตลาดมากขึ้น  รวมทั้งมีการแข่งขันกันทางด้านราคา  ทำให้ปัจจุบันราคาของลูกกุ้งชนิดนี้ถูกลงมาก ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถจับจองมาเลี้ยงกันได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ  ซึ่งสำหรับตลาดผู้เลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชสวยงามชนิดนี้นั้น ส่วนใหญ่ผู้จำหน่าย จะแบ่งเป็นผู้ที่เน้นจำหน่ายลูกเล็กวัยอ่อน ในราคาไม่แพงเป็นจำนวนมากๆ กับ ผู้เลี้ยงที่เลือกใช้การขุนให้กุ้งมีขนาดใหญ่ แล้วจึงจำหน่ายเพื่อให้มีราคาต่อตัวที่สูงขึ้น กว่าการจำหน่ายลูกกุ้งวัยอ่อน ซึ่ง ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันครับ  การจำหน่ายกุ้งวัยอ่อน ผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องแบกภาระเรื่องการเลี้ยงดู และ การ Stock ผลผลิต ซึ่งถ้าไม่มีที่เพียงพอแล้ว กว่าลูกกุ้งจะโต ก็เหลือเพียงไม่กี่ตัว การจำหน่ายลูกวัยอ่อน และ การเทขายแบบเหมายกครอก แก่ผู้เลี้ยงที่มีพื้นที่ในการเลี้ยงมาก หรือ ฟาร์ม และ ร้านจำหน่ายกุ้งเครย์ฟิชสวยงามในปริมาณมากๆ จึงโดนใจผู้ผลิต หรือ ผู้เพาะเลี้ยงในลักษณะนี้มากกว่า  

 

   กุ้งเดสทรัคเตอร์ และ กุ้งก้ามแดง เป็นกุ้งเครย์ฟิชเนื้อที่นิยมเลี้ยงกันในปัจจุบัน

    แต่ก็มีผู้เพาะพันธุ์จำนวนหนึ่ง ที่มีพื้นที่มากเพียงพอ ทางผู้เพาะพันธุ์ในลักษณะนี้ ก็อาจจะแยกขุนกุ้งเอาไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อทำเป็นกุ้งขุน ให้ได้ขนาด และ สีสันที่สวยงาม เช่น ขุนให้กุ้งมีขนาดประมาณ 5 – 6 นิ้วขึ้นไป ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ( บวกลบเล็กน้อย ) ก็จะทำได้กุ้งที่มีขนาดใหญ่ และ ทำราคาในท้องตลาดได้มากกว่า การขายลูกกุ้งตัวเล็กๆ มากพอสมควรครับ ในขณะที่ต้นทุนโดยรวมๆ ก็ยังไม่ถือว่ามากเท่าใด  โดยเฉพาะถ้ารู้จักการหาอาหารที่หาได้ง่ายๆ ตามตลาดพื้นบ้าน หรือ อาหารขุนปรุงเอง เช่น ไข่ตุ๋นผสมเต้าหู้ หรือ ผู้เลี้ยงจะใช้อาหารเม็ดปลาดุกบด หรือ เนื้อกุ้งฝอยต้ม  สลับกับการให้ธัญพืช เศษขอนไม้ และ ใบไม้ต่างๆ ที่หาเก็บได้จากธรรมชาติใกล้ๆบ้าน  ก็จะทำให้ประหยัดค่าอาหารได้มากครับ   หรือถ้าท่านใช้การเลี้ยงขุน แบบลงบ่อดิน  ควบคู่กับการให้อาหารจากธรรมชาติ  ก็จะยิ่งทำให้ได้ผลผลิตที่มีขนาดโตใหญ่ได้เร็วยิ่งขึ้นครับ แต่การเลี้ยงในบ่อดิน จะมีข้อเสียเรื่องที่สีกุ้งที่เลี้ยงอาจจะไม่สวยสดใส เนื่องจากกุ้งจะปรับสภาพของสีสันเป็นสีหม่นๆ เสียเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งก็เป็นไปตามลักษณะของสิ่งแวดล้อมที่น้ำขุ่นมัว จึงอาจจะต้องนำขึ้นมาเลี้ยงในระบบอื่นซักระยะ เพื่อรอให้กุ้งลอกคราบ และ ปรับสีสันใหม่ ให้สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อให้โดนใจของตลาดครับ 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก

- เขย กรุงชิง ฟาร์ม สเตย์ โฮม

- โอม เชียงราย เครย์ฟิช

 

**************************************************************

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียนได้เพิ่มที่นี่นะครับ ได้รวบรวมเป็นลิงค์มาให้แล้ว เพื่อความสะดวกครับ

https://page.postjung.com/dukedick

ถ้าพี่ๆน้องๆสนใจบทความ และ หนังสือน้องกุ้งแคระ & กุ้งเครย์ อื่นๆ อยากเก็บเอาไว้สะสม สามารถเข้าไปที่นี่ได้เด้อครับ

https://ebooks.in.th/thaiaquaclub

ติดตาม แฟนเพจ Thai Aquatic Pet เพื่อติดตามเรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับสัตว์น้ำสวยงาม ได้ที่นี่ครับ

https://www.facebook.com/Thailand-Aquatic-Pets-เพจคนรักสัตว์น้ำ-229670613731393/

***************************************************************

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
เปิดภาพปัจจุบัน ยายพัน เศรษฐีชาวลาว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ภาพฮาๆ..ตลกๆวันหยุดเปิดภาพปัจจุบัน ยายพัน เศรษฐีชาวลาวชาวเน็ตบ่น "ปาย-นุ๊กปาย" ว๊ากแบบนี้ เสียดายค่าบัตร 4,000 สุดๆชุดประจำชาติจาก 38 ประเทศ ในการประกวดชายงาม ช่วยเสริมให้ดูมีเสน่ห์ขึ้นแค่ไหนหนุ่มเจอเหรียญคล้ายของไทย สงสัยมันคือเหรียญอะไร ขายได้กี่บาท?ทัพเรือ สอนท่าลอยน้ำเมื่อเรืออัปปรางกลางทะเลพระมหาเทวีเจ้า คือใคร? ดังได้ยังไง? ทำไมถึงดังได้ขนาดนี้?แมวน้อยคาบลูกป่วย มาหาหมอที่โรงพยาบาลผู้ชายที่คุยด้วย ยืมเงิน 500 บาท ไม่ยอมคืนสักทีค่ะ จะทำยังไงดีคะ?R.I.P. หนุ่มจับเมีย-ลูก-สาวคนสนิท เป็นตัวประกัน เสียชีวิตหมดแล้ว เว้นลูกสาวรอดแฉพ่อหื่น อนาจารลูกตัวเอง ห้ามใส่กลอน-ให้ใส่ชุดหวิว ถ่ายส่งให้ดูร้อยตู้คอนเทนเนอร์...สกัดหน้าราบ11สลิ่มเดือด จวก "พระมหาเทวีเจ้า" ลั่น "เลวจริงๆ ถ้าเจอจะต่อยสักที"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เทคนิคนำวิดีลงคลิปวิดีโอ YouTube ง่ายๆ ได้เนื้อหาที่สมบูรณ์ราค าพุ่ งมาก แบ งค์10บ าท ลา ยเ ซ็น บุญมา พิสุ ทธิ์มหัศจรรย์ไข่ไก่ : มหาอำนาจบ้านนา12 ภาพ พาคุณไปสู่ "ตลาดรถไฟ" ในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่