หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ญาติแคลงใจทั้งบ้าน หมอไล่กลับมาตาย ซ้ำผลชันสูตร ออกมาไม่เหมือนกัน

เมื่อวานที่ 9 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายโอฬาร อายุ 62 ปี พ่อของนายสฤษดิ์ อายุ 36 ปี ที่เสียชีวิต หลังเข้าไปรักษาอาการเจ็บแน่นหน้าอก และมีอาการเกร็งที่หน้าท้อง ทำให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน โดยรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง แต่ปรากฏว่าถูกไล่ให้กลับบ้าน แต่เพราะความทรมานทนเจ็บไม่ไหว ญาติต้องพาไปส่งโรงพยาบาลอีกแห่ง กระทั่งเสียชีวิตลงในที่สุด

นายโอฬาร ผู้เป็นพ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า วันนี้ไปขอเอกสารการเสียชีวิตของลูกชายที่โรงพยาบา แต่ได้มาเพียงหนังสือรับรองการเสียชีวิตที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จึงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ในวันนั้นกับวันนี้ทำไมผลชันสูตรถึงแตกต่างกัน

โดยในวันแรกที่ลูกชายเสียชีวิต แพทย์ผู้ชันสูตรแจ้งว่า เกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจแตก ทำให้เลือดกระจายไปทั่วหัวใจ แต่ปรากฏว่าในวันนี้ไปรับเอกสารกับระบุว่าหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันแทน ทำให้ตนกับครอบครัวรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสาเหตุการตายตามที่ระบุในเอกสารคล้ายกับเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการช่วยเหลือผู้ป่วยและเสียชีวิตลง

ขณะที่ น้องชายของผู้เสียชีวิต ได้ยืนยันว่า ในวันที่พี่ชายเสียชีวิต ทุกคนได้ยินกันหมดว่า สาเหตุการเสียชีวิตที่แพทย์แจ้งว่า ะหลอดเลือดหัวใจแตก แต่วันนี้กับระบุในเอกสารหนังสือรับรองมาอีกอย่าง ทำให้เรื่องนี้ดูมีเงื่อนงำ ขณะนี้ทางครอบครัวได้แต่งตั้งทนายเตรียมฟ้องร้องโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวต้องการให้ทางโรงพยาบาลออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะหลังจากนี้ปัญหาต่างๆ จะต้องตามมา เนื่องจากผู้เสียชีวิตคือเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลลูกๆ อีก 3 คน ซึ่งหลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบชีวิตของพวกเขาที่ขาดเสาหลักของบ้านไปแล้ว

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.siamnews.com/view-41080.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Most popular
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พังงาเปิดใช้รพ.สนาม มีระเบียบและความเป็นส่วนตัวกระแสตีกลับแรง!หลัง บอล เชิญยิ้ม เดือดจัด! โพสต์ มึงเหยียบหัวใจ พวกกูมาก มึงแน่จริงติดต่อมา! ชาวเน็ตต่างออกความคิดเห็นต่างๆนาๆส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย!ชุดประจำชาติ Miss Universe อินโดนีเซีย เห็นร้อง โอ้โห! xxxอะไรอยู่ในใจคนไข้โควิด ที่มีอาการเหนื่อยอย่าพึ่งลบแอปเป๋าตัง เตรียมปล่อยสินเชื่อให้กู้ยืมเจ้าของบ้านเชื่อฤทธิ์ไอ้ไข่ ไม่พอใจดูแลไม่ดี รื้อ พังยับข้าวของในบ้านเวลส์ Wales ดินถล่มขนาดใหญ่ที่ชายฝั่งทนทุกข์มาสองปี กับเรื่องขโมยขึ้นบ้านที่ไหนได้คนข้างบ้านแท้ๆ เนียนมาก8 ภาพ งานแต่งงานในยุค 60 ที่หาชมยากของประเทศจีนข้อสอบนี้จะสงสารครูหรือฮาดี!!!..เจอนักเรียนเกรียน..ชวนออกเดท!! "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" ถูกหนุ่มตำรวจ 'ยิว' ชวนไปทำบุญ"ชูวิทย์" ซัดรัฐบาล ออกทะเลไปไกล ยอมรับเถอะ เรื่องวัคซีน "ประเมินผิด"ผจก.ธนาคารดังร่วมงาน รดน้ำ สมศักดิ์ เทพสุทิน ในวันสงกรานต์ เสียชีวิตแล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สหรัฐ🇺🇸: รัฐยูทาห์ 🐕 น้องงงง ชนะ #🐕เกิดเหตุในโรงเรียนมัธยม'ตั้ง วรศักดิ์' ผู้กล้า ตลิ่งชัน เป็นปลื้ม! มีโอกาสสอนภาษาอังกฤษแก่เด็กๆในชุมชนวัดจำปา หวังให้เป็นความรู้พื้นฐานต่อยอดในอนาคตหนึ่งในสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาคึกคัก คือตัวเลขการลงทุนตั้งบริษัทใหม่ ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 64 มียอดสูง 2 หมื่นกว่าราย ทุนจดทะเบียนรวม 7 หมื่นล้านบาทเมื่อผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่