หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2562 สามตัว 563, 580
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

จม.ถึงนายกฯ ประชาชน 89% ให้เปิดเหมืองทองอัครา

บอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน โพสท์โดย doctorsopon

10 ถ.นนทรี ยานนาวา กทม.10120

15    กรกฎาคม    2562

เรื่อง   ขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเหมืองทองคำอัครา

กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สิ่งที่ส่งมาด้วย รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับเหมืองทองคำอัครา (7 กรกฎาคม)

                     ตามที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช. 72/2559 สั่งห้ามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่ออายุประทานบัตรและใบอนุญาต และให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำระงับการประกอบกิจการตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 (https://bit.ly/2JD5Y6I) กระผมซึ่งเป็นประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ในฐานะประธานเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างยั่งยืน (https://bit.ly/2j5UTRK) เห็นว่าการปิดเหมืองนี้จะส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงแก่ประชาชนในพื้นที่และต่อประเทศชาติโดยรวม กระผมจึงทำหนังสือนี้มาขอเสนอข้อมูลผลการสำรวจและแนวทางการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ดังนี้:

         1. ผลการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 พบว่า ประชาชนถึง 75% เห็นว่าเศรษฐกิจขณะนี้ค่อนข้างแย่หรือแย่มาก ในทางตรงกันข้าม ประชากรถึง 80% เห็นว่าเศรษฐกิจชุมชนในช่วงก่อนปิดเหมืองทองคำดีกว่าปัจจุบัน ถ้าใช้เกณฑ์ 100% เป็นตัววัด จะพบตัวเลขเศรษฐกิจในขณะนี้ 89% แสดงว่าต่ำกว่าเกณฑ์ 100% และเศรษฐกิจในปี 2563 ได้ 96% แสดงว่าส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเศรษฐกิจจะติดลบ

                     2. ต่อประเด็นสภาวะมลพิษในชุมชนในขณะนี้ ปรากฏว่า 93% ระบุว่าสภาพในปัจจุบันและก่อนปิดเหมือง มีสภาพเหมือนกัน คือไม่ได้แตกต่างกัน

                     3. ประชากรส่วนใหญ่ถึง 89% ไม่เห็นด้วยกับการปิดเหมือง และอยากให้เหมืองเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะได้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจก่อนหน้านี้ (9 พฤษาคม 2559) ว่า ประชาชนถึงสี่ในห้า (78%) ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป

                     ดังนั้นเครือข่ายฯ จึงขอเสนอให้:

                     1.  ดำเนินการเปิดเหมืองขึ้นใหม่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่

                     2. ตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจตราให้เคร่งครัดในกรณีที่อาจถูกร้องเรียนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามลพิษดังที่มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนส่วนข้างน้อย

                     3. และเพื่อที่ตัวท่านเองหรือประเทศไทย จะไม่ต้องเสียค่าปรับหากแพ้คดีกับเหมืองอัครา รัฐบาลควรขยายระยะเวลาสัมปทานออกไปอีก 2-3 ปีจากกำหนดการเดิม เพื่อชดเชยระยะเวลาที่ขาดหายไปจากคำสั่งปิดเหมือง

                     จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณท่านที่จะพิจารณาเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่และของประเทศชาติโดยรวม

 

ด้วยความเคารพ

(ดร.โสภณ พรโชคชัย)

ประธานเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างยั่งยืน

-------------------------------------

 

รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับเหมืองทองคำอัครา

1.       บทสรุปผู้บริหาร

            การสั่งปิดเหมืองทองคำตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา สร้างปัญหาให้กับชุมชนโดยรอบหรือไม่อย่างไร คณะนักวิจัยจึงทำการสำรวจเพื่อช่วยตอบคำถามและเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานของทางราชการ  การสำรวจด้วยแบบสอบถามนี้ดำเนินการในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 โดยศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) โดยมีคณะนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร วิทยาเขตทับคล้อ จำนวน 22 คน เป็นผู้ดำเนินการ (แต่ไม่เกี่ยวกับวิทยาลัยฯ) เพราะเป็นบุตรหลานผู้อยู่อาศัยในพื้นที่โดยตรง การสำรวจครั้งนี้ได้แบบสอบถามที่สมบูรณ์ สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ทั้งหมด 572 ชุด หรือประมาณ 17% ของประชากร จึงนับว่าเพียงพอที่จะใช้เป็นตัวแทนได้

            ผลการสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นหญิง 54% โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 54 ปี ต่างก็อยู่ในพื้นที่มานานแล้ว โดยเฉลี่ย 38 ปีแล้ว ประชากรที่ให้สัมภาษณ์มีถึง 44% ที่อยู่อาศัยในพื้นที่มาตั้งแต่เกิด จึงนับได้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามทราบข้อมูลในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มใหญ่ที่สุดทำการค้าขายหรืออาชีพอิสระ แต่เป็นการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เป็นสำคัญ มีประชากรที่เป็นเกษตรกร 29% แต่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่สุด เพราะเกษตรกรอาจออกไปทำการเกษตรในวันหยุดราชการ

            ในด้านเศรษฐกิจผู้ตอบแบบสอบถามถึง 75% เห็นว่าเศรษฐกิจค่อนข้างแย่หรือแย่มาก ในทางตรงกันข้าม ประชากรถึง 80% เห็นว่าเศรษฐกิจชุมชนในช่วงก่อนปิดเหมืองทองคำ ดีกว่าปัจจุบัน ถ้าใช้เกณฑ์ 100% เป็นตัววัด จะพบตัวเลขเศรษฐกิจในขณะนี้ 89% แสดงว่าต่ำกว่าเกณฑ์ 100% เศรษฐกิจในช่วงก่อนปิดเหมืองได้ 111% แสดงว่าเมื่อก่อนดีกว่าพอสมควร และเศรษฐกิจในปี 2563 ได้ 96% แสดงว่าส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเศรษฐกิจจะติดลบ

            ต่อประเด็นสภาวะมลพิษในชุมชนในขณะนี้ ปรากฏว่า 93% ระบุว่าสภาพในปัจจุบันและก่อนปิดเหมือง มีสภาพเหมือนกัน คือไม่ได้แตกต่างกัน คือไม่ได้มีมลพิษดังที่เข้าใจกันนั่นเอง อาจกล่าวได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ถึง 89% ไม่เห็นด้วยกับการปิดเหมือง และอยากให้เหมืองเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะได้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

            สำหรับเหตุผลของการเห็นด้วยกับการปิดเหมืองได้แก่ ฝุ่นละอองเยอะ (21%) กังวลเรื่องมลพิษ (19%)  ชาวนาต้องการน้ำทำนา (15%) เสียงดังรบกวน (15%) ส่วนเหตุผลของการไม่เห็นด้วยกับการปิดเหมือง ต้องการให้เปิดเหมืองขึ้นใหม่ คือ ขาดรายได้ (24%) ไม่มีงานประจำทำ (21%)  ตกงาน (15%)  เศรษฐกิจตกต่ำ (15%)  ทำงานไกลบ้าน (13%) จะเห็นได้ว่าปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาเศรษฐกิจ เหมืองทองคำอัคราถือเป็นแหล่งงานใหญ่ และการมีเมืองทำให้เศรษฐกิจในชุมชนดี ได้รับความช่วยเหลือด้วยดี แต่เมื่อไม่มีเหมืองก็ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมตามมามากมาย

            สำหรับข้อเสนอแนะได้แก่:

            1.  ดำเนินการเปิดเหมืองขึ้นใหม่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่

            2. ตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจตราให้เคร่งครัดในกรณีที่อาจถูกร้องเรียนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามลพิษดังที่มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนส่วนข้างน้อย

            3. ขยายระยะเวลาสัมปทานออกไปอีก 2-3 ปีจากกำหนดการเดิม เพื่อชดเชยระยะเวลาที่ขาดหายไปจากคำสั่งปิดเหมือง และเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการสั่งปิดเหมืองที่สร้างความเดือดร้อนแก่ภาคเอกชนและภาคประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่

            อนึ่งผลการสำรวจครั้งนี้ยืนยันตามที่เคยสำรวจไว้ก่อนหน้านี้ (9 พฤษาคม 2559) ว่า ประชาชนถึงสี่ในห้า (78%) ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป

 

2.       บทนำ

            ตามที่มีการสั่งปิดเหมืองทองคำในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่า ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมดีขึ้นหรือไม่ สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างไร ความเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่อการปิดเหมืองทองคำเป็นอย่างไร คำตอบในประเด็นเหล่านี้น่าจะช่วยให้ทางราชการได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจัดการเหมืองทองคำอัคราและเหมืองอื่นๆ ได้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น  ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย จึงทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในประเด็นสำคัญร่วมสมัยเหล่านี้โดยให้นักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร วิทยาเขตทับคล้อ  อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยฯ

            ทั้งนี้ที่ผ่านมามี “คำสั่งหัวหน้า คสช. 72/2559 สั่งห้ามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่ออายุประทานบัตรและใบอนุญาต และให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำระงับการประกอบกิจการตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ. . .คำสั่งนี้มีผลโดยตรงต่อเหมืองแร่ทองคำ ของ บ.อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ และ จ.พิษณุโลก เนื่องจากเป็นผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำรายเดียวที่ยังประกอบกิจการรายเดียวในขณะนี้ บนเนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ซึ่งประกาศเลิกจ้างพนักงานประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ ก่อนมีคำสั่ง คสช.สั่งระงับกิจการ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส เคยแถลงว่ายังมีแร่ทองคำอยู่เกือบ 40 ล้านตัน และสามารถขุดแร่ได้ถึงปี 2571 ตามอายุที่เหลือของอายุประทานบัตร” (https://bit.ly/2JD5Y6I)

           

3.       การสำรวจ

3.1       วันที่สำรวจ

            คณะนักวิจัยเลือกเอาวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ โดยหวังว่าประชาชนจำนวนมากจะพักผ่อนอยู่บ้านในวันดังกล่าว ยกเว้นบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอาจออกไปทำการเกษตรโดยไม่ได้คำนึงถึงวันหยุด  คณะนักวิจัยได้ทำความเข้าใจและ pre-test กับนักศึกษาในเวลา 09:00 น. และในเวลา 10:00 น.ก็ได้เดินทางออกไปสำรวจจากวิทยาลัยฯ โดยแต่ละกลุ่มกลับเข้ามายังวิทยาลัยฯ ในเวลา 13:30-14:30 น. โดยใช้เวลาสำรวจประมาณ 4-5 ชั่วโมงในวันดังกล่าว

 

3.2       ผู้สำรวจ

            คณะนักศึกษา ปวช. และ ปวศ. ของวิทยาลัยชุมชนพิจิตร วิทยาเขตทับคล้อ จำนวน 22 คน เป็นผู้ออกทำการสำรวจ (ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยฯ โดยตรง) โดยในการสำรวจออกไปเป็นคู่ๆ ขี่รถจักรยานยนต์ออกสำรวจด้วยกัน ทั้งนี้นักศึกษาเหล่านี้ ส่วนมากเป็นบุตรหลานในพื้นที่ที่สำรวจ จึงรู้จักเส้นทางและสภาพชุมชนเป็นอย่างดี  ทั้งนี้ก่อนออกไปสำรวจ ได้ทำการ pre-test แบบสอบถามก่อน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

 

3.3       จำนวนแบบสอบถาม

            การสำรวจครั้งนี้ได้แบบสอบถามที่สมบูรณ์ สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ทั้งหมด 572 ชุด ซึ่งนับว่าเพียงพอที่จะใช้แทนความเห็นของประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ซึ่งมีประชากรอยู่ 7,520 คน (https://bit.ly/2NEeAiF) แต่มีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ประมาณ 72% (https://bit.ly/30nEXeu) จึงอนุมานได้ว่าประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ทำแบบสอบถามมี 5,398 คน แต่ราวครึ่งหนึ่งอยู่ห่างไกลจากเหมืองอัครา จึงเหลือประชากรในพื้นที่ใกล้เคียงเพียง 2,699 คน ในการสัมภาษณ์ หากไม่นับรวมกลุ่มที่ 13 และ 14 ที่อยู่นอก ต. เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ ในเขตจังหวัดพิจิตร ก็จะมีจำนวน 450 ราย เท่ากับได้สัมภาษณ์ความเห็นของประชาชนถึง 17% ของทั้งหมด

 

4.       ผลการสำรวจ

            ผลการสำรวจเบื้องต้นได้แจกแจงเป็นตารางแล้วเสร็จแล้ว โดยนำเสนอไว้ดังต่อไปนี้:

 

4.1       พื้นที่สำรวจ

            เหมืองทองคำอัคราตั้งอยู่ในจังหวัดพิจิตรเป็นส่วนใหญ่ แต่โดยที่อยู่ในเขตรอยต่อของจังหวัดที่เกี่ยวข้องคือจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิษณุโลก จึงแบ่งการสำรวจออกตามกลุ่มต่างๆ ดังต่อไปนี้:

 

แผนที่ 1: พื้นที่สำรวจโดยรอบเหมืองทองคำ (ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบในรอยตะเข็บ 3 จังหวัด)

 

            กลุ่มที่ 1 สถานีเพาะชำกล้าไม้ อยู่ใกล้ขอบเหมืองที่สุดแห่งหนึ่ง ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 2 บ้านคีรีเทพนิมิต ซึ่งก็ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากขอบเหมือง ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 3 เป็นหมู่บ้านโยกย้ายใหม่ไปจากที่ตั้งเดิมเพราะเหมืองได้ซื้อบ้านและที่ดินของชาวบ้านให้ย้ายออกไปจากขอบเหมืองเพื่อป้องกันมลพิษที่อาจเกิดขึ้นได้ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 4-5 บริเวณทางแยกจาก ทล.11 เข้า ทล.1031 หรือทางเข้าเหมืองอัครานั่นเอง ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 6 วัดหนองขนาก ซึ่งอยู่ติดกับ ทล.11 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 7-8 วัดนิคมราษฎร์บำรุง ซึ่งอยู่ติดกับ ทล.11 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 9 วัดเนินทอง ซึ่งอยู่ติดกับ ทล.11 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

            กลุ่มที่ 10-11 วัดจิตเสื้อเต้น-วัดจีราพงศ์ ซึ่งอยู่ติดกับ ทล.11 และลึกเข้าไปจาก ทล.11

            กลุ่มที่ 12 บ้านดงหลง ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ใกล้กับเหมืองทองอัครา

            กลุ่มที่ 13 บ้านวังชะนาง ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ห่างไปเล็กน้อยจากเหมืองทองอัครา

            กลุ่มที่ 14 บ้านใหม่คลองตาลัด-สถานีอนามัยทุ่งยาว ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัด จ.พิษณุโลก

            อาจกล่าวได้ว่าการสำรวจนี้ครอบคลุมประชากรในพื้นที่ศึกษาได้เป็นอย่างดี โดยคำนึงถึงประชากรที่อยู่รอบเหมืองทองคำอัคราในเขตตำบลเขาเจ็ดลูกเป็นสำคัญ

 

4.2       เกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม

            ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นหญิง 54% แต่ก็ถือได้ว่ามีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ที่เป็นหญิงมากกว่า ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะหญิงเป็นผู้ดูแลครอบครัวเป็นส่วนมากในสังคมไทย


 

            สำหรับอายุของผู้ตอบแบบสอบถามคือประมาณ 20 ปีขึ้นไป แต่กลุ่มใหญ่ที่สุดมีอายุอยู่ระหว่าง 46-60 ปี ทั้งนี้อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 54 ปี แสดงว่าผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ประมาณสองในสามของประชากรที่สำรวจมีอายุอยู่ระหว่าง 39 ปี - 69 ปี

 

            สำหรับระยะเวลาในการอยู่อาศัย ต่างก็อยู่ในพื้นที่มานานแล้ว ที่อยู่ไม่เกิน 15 ปีมีเพียง 19% เท่านั้น โดยเฉลี่ยอยู่มา 38 ปีแล้ว โดยประชากรส่วนใหญ่ราวสองในสาม อยู่มาเป็นเวลา 18-58 ปีแล้ว แสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้รู้จักพื้นที่นี้เป็นอย่างดี ความเห็นของบุคคลเหล่านี้จึงเชื่อถือได้

 

            จะเห็นได้ว่าประชากรที่ให้สัมภาษณ์มีถึง 44% ที่อยู่อาศัยในพื้นที่มาตั้งแต่เกิด อีก 29% อยู่มาเกินกว่า 20 ปีแล้ว ที่อยู่ไม่ถึง 10 ปีมีเพียง 12% เท่านั้น

 

            อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มใหญ่ที่สุดทำการค้าขายหรืออาชีพอิสระ แต่เป็นการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เป็นสำคัญ ที่รับราชการมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ (ยัง) เป็นพนักงานของเหมืองก็มีเพียง 8% เท่านั้น มีประชากรที่เป็นเกษตรกร 29% แต่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่สุด เพราะเกษตรกรอาจออกไปทำการเกษตรในวันหยุดราชการ

 

4.3       สถานการณ์เศรษฐกิจ

            ในขณะนี้สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจค่อนข้างตกต่ำ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนที่ทำโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เห็นว่าเศรษฐกิจแย่ถึง 58% (https://bit.ly/2xEksOg) แต่สำหรับในพื้นที่รองเหมืองทองคำอัครานี้ ปรากฏว่าผู้ตอบแบบสอบถามถึง 75% เห็นว่าเศรษฐกิจค่อนข้างแย่หรือแย่มาก ที่เห็นว่าดีหรือดีมากมีรวมกันเพียง 5% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจในพื้นที่นี้น่าจะตกต่ำกว่าในพื้นที่อื่นโดยเฉลี่ยทั่วประเทศ

 

            ในทางตรงกันข้าม ประชากรถึง 80% เห็นว่าเศรษฐกิจชุมชนในช่วงก่อนปิดเหมืองทองคำ ดีกว่าปัจจุบัน ที่เห็นว่าแย่กว่ามีเพียง 4% เท่านั้น ส่วนในปีหน้า (พ.ศ.2563) กลุ่มใหญ่ที่สุดราว 32% เห็นว่ายังอยู่ในภาวะปานกลาง ที่คิดว่าจะแย่ลงมีถึง 42% ส่วนที่คิดว่าจะดีขึ้นมีเพียง 25% เท่านั้น แสดงว่าประชากรส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็นถึงอนาคตที่เป็นบวก

            ถ้าใช้เกณฑ์ 100% เป็นตัววัด จะพบตัวเลขดังนี้:

            1. เศรษฐกิจในขณะนี้                      89%   แสดงว่าต่ำกว่าเกณฑ์ 100%

            2. เศรษฐกิจในช่วงก่อนปิดเหมือง    111%   แสดงว่าเมื่อก่อนดีกว่าพอสมควร

            3. เศรษฐกิจในปี 2563                   96%   แสดงว่าส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเศรษฐกิจจะติดลบ

5.       บทวิเคราะห์และอภิปรายผล

            ในการวิเคราะห์และอภิปรายผลนี้ เน้นให้เห็นถึงกรณีที่ว่ามีมลพิษเกิดขึ้นในชุมชนหรือไม่ โดยแจกแจงในแง่มุมต่าง ๆ ดังนี้:

5.1       สภาวะมลพิษ

            เมื่อตอบคำถามว่าสภาวะมลพิษในชุมชนในขณะนี้เป็นอย่างไร ปรากฏว่า ที่ตอบว่าสถานการณ์สิ่งแวดล้อมดีขึ้น มลพิษลดลงมีเพียง 7% แต่ 93% ระบุว่าสภาพในปัจจุบันและก่อนปิดเหมือง มีสภาพเหมือนกัน คือไม่ได้แตกต่างกัน คือไม่ได้มีมลพิษดังที่เข้าใจกันนั่นเอง การปิดลงของเหมืองทองคำ ไม่ได้ทำให้สภาพมลพิษดีขึ้น เพราะไม่ได้สร้างมลพิษอย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้วในความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ที่สุด

 

5.2       ความเห็นต่อการปิดเหมือง

            อาจกล่าวได้ว่าประชากรเพียง 11% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการปิดเหมือง ส่วนใหญ่ถึง 89% ไม่เห็นด้วย และอยากให้เหมืองเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะได้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

 

            จะเห็นได้ว่าแทบทุกหมู่บ้านประชากรเพียงส่วนน้อยมากที่เกรงจะมีมลพิษ อาจมีเพียงกลุ่มที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้นที่มีความกังวลเป็นพิเศษ

 

5.3       อาชีพกับความเห็นต่อการปิดเหมือง

            แม้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนน้อยเพียง 11% จะเห็นว่าไม่ควรปิดเหมือง แต่หากแยกแยะตามกลุ่มอาชีพ จะเห็นได้ว่า กลุ่มค้าขาย-อาชีพอิสระ มีสัดส่วนที่ไม่เห็นด้วยมากที่สุดคือ 17% ซึ่งแม้เป็นส่วนน้อยก็ตาม แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ประชากรบางส่วนในกลุ่มนี้อาจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มเกษตรกรรมที่ต้องการใช้น้ำไปทำนา

 

สำหรับเหตุผลของการเห็นด้วยกับการปิดเหมืองได้แก่:
1. ฝุ่นละอองเยอะ 21%
2. กังวลเรื่องมลพิษ 19%
3. ชาวนาต้องการน้ำทำนา 15%
4. เสียงดังรบกวน 15%
5. รถบรรทุกเยอะ อันตราย 10%
6. ไม่มีเหมืองทำให้เงียบดี 8%
7. ถนนชำรุด 4%
8. มลพิษ น้ำไม่สะอาด 4%
9. เป็นผื่นตามตัว 2%
10. ให้อยู่แบบธรรมชาติแบบเดิมดีแล้ว 2%

 

ส่วนเหตุผลของการไม่เห็นด้วยกับการปิดเหมือง ต้องการให้เปิดเหมืองขึ้นใหม่ ก็ได้แก่:
1. ขาดรายได้ 24%
2. ไม่มีงานประจำทำ 21%
3. ตกงาน 15%
4. เศรษฐกิจตกต่ำ 15%
5. ทำงานไกลบ้าน 13%
6. ค้าขายซบเซาลง 3%
7. ครอบครัวแตกแยก 2%
8. ไม่ได้อยู่กับครอบครัว 2%
9. ไม่มีมลพิษ 2%
10. ไม่มีเงิน-น้ำช่วยเหลือหมู่บ้าน 1%
11. รายได้ลด 1%
12. ขาดลูกค้า 1%
13. ภาระเพิ่มขึ้น 1%

 

            จะเห็นได้ว่าปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาเศรษฐกิจ เหมืองทองคำอัคราถือเป็นแหล่งงานใหญ่ และการมีเมืองทำให้เศรษฐกิจในชุมชนดี ได้รับความช่วยเหลือด้วยดี แต่เมื่อไม่มีเหมืองก็ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมตามมามากมาย

 

6.       บทสรุปและข้อเสนอแนะ

            จากผลการสำรวจพบว่ามีเพียงประชาชนส่วนน้อย 11% ที่เห็นด้วยกับการปิดเหมืองทองคำ ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 89% ต้องการที่จะให้เปิดเหมืองทองคำขึ้นใหม่เพราะเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ  การปิดเหมืองยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวอีกด้วย นอกจากนั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังว่าสภาพแวดล้อมก่อนและหลังการปิดเหมืองก็ไม่แตกต่างกันแสดงว่าคงไมได้มีมลพิษเช่นที่เข้าใจ

            ดังนั้นทางราชการจึงควรพิจารณา

            6.1  ดำเนินการเปิดเหมืองขึ้นใหม่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่

            6.2 ตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจตราให้เคร่งครัดในกรณีที่อาจถูกร้องเรียนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามลพิษดังที่มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนส่วนข้างน้อย

            6.3 ขยายระยะเวลาสัมปทานออกไปอีก 2-3 ปีจากกำหนดการเดิม เพื่อชดเชยระยะเวลาที่ขาดหายไปจากคำสั่งปิดเหมือง และเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการสั่งปิดเหมืองที่สร้างความเดือดร้อนแก่ภาคเอกชนและภาคประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่

            หากทางราชการไม่ได้ดำเนินการหรือดำเนินการล่าช้าก็จะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย และสร้างปัญหาอื่นมากยิ่งขึ้น เช่น ปัญหาสังคม ครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวต้องออกไปทำงานในพื้นที่อื่น เป็นต้น

7.       การวิเคราะห์เปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน

            เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 คณะนักวิจัยได้สำรวจความเห็นของประชาชนมาครั้งหนึ่งแล้ว (https://bit.ly/1slFPir) และพบว่า

            7.1 ประชาชนถึงสี่ในห้า (78%) ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการต่อไป นี่คือความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่

            7.2 ในแต่ละหมู่บ้านแทบไม่มีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและป่วยที่คาดว่าจะมาจากมลพิษของการทำเหมืองทองคำในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาเลย ประชาชนผู้ให้สัมภาษณ์หลายรายระบุว่า หลายคนเสียชีวิตเพราะโรคชรา ก็ถูกนำมาอ้างว่าเสียชีวิตเพราะมลพิษจากเหมืองทองคำ

            7.3 สำหรับแนวทางการแก้ไขก็คือ ควรจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับประชาชนที่ไม่ต้องการให้มีเหมืองทองคำ ทั้งนี้ไม่พึงเกรงว่าจะทำให้เป็นการทำลายรากเหง้าชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เพราะกรณีคนไทย จีนหรืออินเดียย้ายไปทั่วโลก วัฒนธรรมก็ตามไปด้วย ไม่ได้สูญหาย และควรดำเนินการสำรวจเป็นระยะ ๆ และเผยแพร่ให้ประชาชนในท้องถิ่นอื่น เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครได้ทราบ จะได้เข้าใจการมีเหมืองและไม่ต่อต้าน ยิ่งกว่านั้นในการทำเหมือง รัฐบาลควรกำหนดเขตให้แน่ชัดแล้วทำการเวนคืนให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีปัญหากับประชาชนบางส่วน

 

ภาคผนวก 1: แบบสอบถาม

 

 

ภาคผนวก 2: ภาพกิจกรรมสำรวจวิจัย

[คลิกดูภาพใหญ่]

[คลิกดูภาพใหญ่]

 

ภาคผนวก 3: คณะนักวิจัย

ประวัตินักวิจัย

ดร.โสภณ พรโชคชัย          ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย AREA

                                    วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ที่ดินที่อยู่อาศัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

                                    ประกาศนียบัตรการพัฒนาที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยคาธาลิกลูแวง

                                    ประกาศนียบัตรการประเมินค่าทรัพย์สิน สถาบันนโยบายที่ดินลินคอล์น

 

ผู้ช่วยนักวิจัย

นายนพวัชร คาร์บันดา      เจ้าหน้าที่โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

 

นักศึกษาผู้สำรวจ
1 สถานีเพาะชำกล้าไม้ (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
2 บ้านคีรีเทพนิมิต (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
3 (หมู่บ้านโยกย้ายใหม่) (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
4-5 แยกเข้า ทล.1031 (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
6 วัดหนองขนาก (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
7-8 วัดนิคมราษฎร์บำรุง (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
9 วัดเนินทอง (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
10-11 วัดจิตเสื้อเต้น-วัดจีราพงศ์ (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
12 บ้านดงหลง (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
13 บ้านวังชะนาง (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)
14-15 บ้านใหม่คลองตาลัด  
  สถานีอนามัยทุ่งยาว (ขอสงวนนามเนื่องจากเรื่องที่สำรวจเป็นประเด็นอ่อนไหว)

 

 

ขอบคุณที่มา: hthttps://bit.ly/2YUxoLR
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, เจ๊มด ณ โพสท์จัง, doctorsopon
 
จม.ถึงนายกฯ ประชาชน 89% ให้เปิดเหมืองทองอัครา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

หนูน้อย แอบเล่น มือถือพ่อ หมดเงินไป 3แสน แต่แม่กลับดีใจลั่นบ้าน

สาวใหญ่ ซื้อ แกงคั่วหอยขม หวังเอามากินแซ่บๆ สุดท้ายเจอดีเข้าให้ รีบโพสต์ลงโซเชียลทันที (คลิป)

เด็ก ม.ต้น หญิง-ชาย จูงมือกันกระโดดน้ำ หลังพ่อแม่กีดกันไม่ให้คบ เจอตัวเงินตัวทองพุ่งใส่ ว่ายน้ำกระเจิงไปคนละทาง

ร้านทำผม ประกาศล่าสาวแสบ สวยแล้วหนี อ้างเอาเงินในรถ ก่อนชิ่งหาย

แม่หนูน้อย 7 ขวบ ลั่น หากครูยังสอนอยู่จะไม่ให้ลูกไปเรียน

“แอฟ ทักษอร” ในชุดราตรีหรู สวย สง่างาม เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าหญิงในวงการจริงๆ

จิ๊บ รัตนา เหยื่อซานติก้าผับ กับร่างที่ไม่เหลือเค้าเดิม

แบงค์ อดีตนักร้องดังอาร์เอส ตะลอนร้องเพลง ได้ที่ละ 500 บาท

ฝีมือ "มนุษย์" อย่างเราๆ “ไม่อยากเชื่อ น้องมาเรียม จากไปเพราะขยะพลาสติก”

เปิดค่าเทอม เจ้าขุน จักรภัทร โรงเรียนหรูมาก

ม็อบฮ่องกง ประกาศบอยคอต หลิวอี้เฟย นางเอก มู่หลาน เหตุหนุนตำรวจปราบการชุมนุม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ฟองน้ำอัดเบาะนั่งชิ้นใหม่โรงงานฟองน้ำบริการตัดให้ฟรีๆ0813735190เนื้อแน่นSelect Sale Center Property จัดโปรโมชั่นกระหน่ำ มูลค่าหลายแสนบาทหนังสือ: ผมชื่อ ‘โสภณ พรโชคชัย’ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการมีบ้าน เคล็ดลับเบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการเลือกบ้าน
ตั้งกระทู้ใหม่