หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย งวดวันที่ 16 กันยายน 2562 สามตัว 925, 939
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

วอลนัท ถั่วหลากหลายคุณประโยชน์

บอร์ด อาหาร โพสท์โดย thaihomeonline2017

วอลนัทอาจไม่ใช่ถั่วที่คนไทยนิยมกินกันนัก แต่เจ้าถั่วรูปร่างแปลกตานี้กลับอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น วิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร ไขมันดี โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น นักวิจัยจึงเชื่อว่า วอลนัทอาจช่วยรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดสูง อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนด้วย เพราะการกินวอลนัทอาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้

ทำไมวอลนัทจึงดีต่อสุขภาพ ?

วอลนัทเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญมากมาย ทั้งใยอาหาร ไขมันดี เกลือแร่ และวิตามิน

นอกจากนี้ วอลนัทยังเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระและโอเมก้า 3 ด้วย ซึ่งมีคุณสมบัติส่งเสริมสุขภาพร่างกาย ดังนี้

จากข้อมูลต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับวอลนัท หลายคนจึงเชื่อว่าการบริโภคถั่วชนิดนี้อาจช่วยป้องกันหรือรักษาโรคและอาการผิดปกติบางอย่างได้ อย่างโรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดสูง อีกทั้งอาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย

วอลนัทช่วยลดความดันโลหิตได้จริงหรือ ?

ความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรัง หากปล่อยไว้โดยไม่เข้ารับการรักษาเพื่อควบคุมระดับความดันเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมาได้ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่าวอลนัทอาจมีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิตได้ อย่างงานวิจัยหนึ่งได้แบ่งอาสาสมัครทั้งหญิงและชายที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงจำนวน 7,447 ราย ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำ กลุ่มที่กินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diets) ร่วมกับน้ำมันมะกอก และกลุ่มที่กินอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนร่วมกับถั่ว ซึ่งประกอบด้วยวอลนัท 15 กรัม ฮาเซลนัท 7.5 กรัม และอัลมอนด์ 7.5 กรัม จากการเก็บข้อมูลเป็นเวลา 4 ปี ผลปรากฎว่าอาสาสมัครกลุ่มที่ 2 และ 3 มีค่าความดันโลหิตตัวล่างหรือแรงดันในหลอดเลือดแดงขณะหัวใจคลายตัวลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินเพียงอาหารไขมันต่ำ

แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไปในทางบวก แต่งานวิจัยดังกล่าวก็ทำการทดลองโดยใช้ถั่วหลายชนิด ดังนั้น ความดันโลหิตที่ลดลงจึงอาจเป็นผลมาจากถั่วชนิดอื่น ๆ ด้วย จึงควรมีงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติมให้ชัดเจนต่อไป โดยผู้บริโภคควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจกินวอลนัท และควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนหากต้องการรับประทานอาหารชนิดนี้เพื่อหวังผลทางการรักษา

 

วอลนัทลดไขมันในเลือดได้หรือไม่ ?

คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ LDL และไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันที่อันตรายต่อสุขภาพ หากมีไขมันเหล่านี้อยู่ในเลือดในปริมาณสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ ซึ่งมีผลการวิจัยบางส่วนชี้ว่า การบริโภควอลนัทอาจช่วยลดระดับ LDL และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ อย่างงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาคุณสมบัติของวอลนัทในด้านนี้โดยให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี 194 ราย กินวอลนัทวันละ 43 กรัม ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงตรวจวัดระดับไขมันในเลือด พบว่าระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ LDL ลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ และไตรกลีเซอไรด์ลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กินวอลนัท

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรรอจนกว่าจะมีงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อยืนยันคุณสมบัติของวอลนัทในด้านนี้ให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจกินวอลนัทเพื่อประสิทธิผลทางการแพทย์ นอกจากนี้ ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารไขมันสูง โดยหันมากินผักและผลไม้ให้มากขึ้น หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาควบคุมระดับไขมันในเลือดในเป็นปกติ

วอลนัทช่วยคุมน้ำหนักได้อย่างไร ?

หากเป็นวอลนัทที่ยังไม่แกะเปลือกปริมาณ 28 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมด 190 แคลอรี่ ซึ่งแม้จะเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ค่อนข้างสูง แต่กลับมีงานวิจัยที่พบว่าร่างกายจะดูดซึมแคลอรี่ดังกล่าวไปใช้เป็นพลังงานเพียง 21 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ วอลนัทอาจมีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารได้ด้วย โดยมีงานค้นคว้าหนึ่งศึกษาโดยให้ผู้ป่วยโรคอ้วน 10 ราย ดื่มสมูทตี้วอลนัทที่มีส่วนผสมของวอลนัท 48 กรัม วันละครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน แล้วประเมินความรู้สึกอิ่มของตนเอง ผลลัพธ์พบว่าการดื่มสมูทตี้วอลนัทช่วยให้อาสาสมัครรู้สึกอิ่มท้องและมีความอยากอาหารลดลงเมื่อเทียบกับอาสาสมัครอีกกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มชนิดอื่นที่มีปริมาณแคลอรี่ใกล้เคียงกัน แต่งานวิจัยดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองกับอาสาสมัครกลุ่มเล็ก ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ดังนั้น จนกว่าจะมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนในด้านนี้ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักควรกินวอลนัทและอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ อย่างหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม และปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะกับสุขภาพของตนเอง

วอลนัทช่วยป้องกันและรักษาโรคเบาหวานได้จริงไหม ?

หลายคนเชื่อว่าการกินวอลนัทอาจลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานและอาจช่วยควบคุมอาการของโรคเบาหวานได้ เพราะนอกจากวอลนัทอาจมีส่วนช่วยต่อการควบคุมน้ำหนักตัวแล้ว ยังมีงานวิจัยที่พบว่าวอลนัทอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วย อย่างงานวิจัยหนึ่งที่ได้แบ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 100 ราย ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กินน้ำมันวอลนัทสกัดเย็นวันละ 15 กรัม ติดต่อกัน 3 เดือน กับกลุ่มที่ไม่ได้กินน้ำมันวอลนัท โดยผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มยังคงใช้ยารักษาโรคเบาหวานและควบคุมอาหารตามที่แพทย์แนะนำ หลังการทดลองพบว่าผู้ป่วยกลุ่มแรกมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 ลดลงไปเพียงเล็กน้อย แต่ผู้บริโภคก็ควรรองานวิจัยสนับสนุนในด้านนี้เพิ่มเติมเช่นกัน เพื่อยืนยันคุณสมบัติที่ชัดเจนของวอลนัทว่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรเข้ารับการรักษาและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ปรึกษาแพทย์ให้ดีเกี่ยวกับหลักการกินที่เหมาะกับสุขภาพตนเอง และไม่รับประทานวอลนัทหรืออาหารชนิดใด ๆ แทนการใช้ยารักษาโรคเบาหวาน

สุดท้ายแล้ว แม้ว่าวอลนัทจะมีสารอาหารสำคัญมากมาย แต่ผู้บริโภคก็ควรกินถั่วชนิดนี้ในปริมาณที่พอเหมาะเสมอ เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด โดยพิจารณาจากหลักโภชนาการและฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งวอลนัทที่ยังไม่แกะเปลือกปริมาณ 28 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมดประมาณ 190 แคลอรี่ นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากต้องการกินวอลนัทเพื่อป้องกันหรือรักษาโรคใด ๆ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : pobpad.com

ดูบทความดีๆได้ที่ : www.thaihomeonline.com หรือ LINE@ : @thaihomeonline  ครบเครื่องเรื่องบ้าน คอนโด การลงทุน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: thaihomeonline2017
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
วอลนัท ถั่วหลากหลายคุณประโยชน์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

รวมการ์ตูนเบาสมอง สะท้อนสังคม

ถ่ายทอดสด รายการพิเศษ ร่วมใจพี่น้องไทย "ช่วยภัยน้ำท่วม"

ชาวเน็ตแชร์ ประสบการณ์หนึ่งในทุกข์ของคนมีรถที่บ้านอยู่ท้ายซอย กลับบ้านทีหลังคนอื่น ขับรถเข้าบ้านลำบาก

วิธีทำยำปลากระป๋องให้อร่อย ด้วยเทคนิคง่ายๆ เมนูประหยัดงบ

เปิดตัวลูกชายอย่างอบอุ่น!! "เอส วรฤทธิ์" สบายใจหลัง "พี่ฉอด" ไฟเขียว พากันไปเที่ยวอย่างพร้อมหน้า

บอกไม่ทัน! ชาวเน็ตแชร์กระหึ่ม ทำไมถึงปล่อยให้ ลุงตู่ ใส่หมวกผิดด้าน

นักวิชาการดัง “สฤณี” เชิญชวนคนโทรด่าประยทธ์เย็นนี้ผ่านรายการ พร้อมแนะให้ไปบริจาคที่อื่น

RIP ลัลลาเบล พริตตี้ตัวแม่ เสียชีวิตกะทันหัน ??

พ่อเครียด!! ต้องหาเงินมาจ่ายค่ากีฬาสีลูก 1,300 - เหตุจ้างออแกไนซ์มาแพง

ตอกหน้าหงาย!! เปิดคำตอบจาก "เจ เจตริน" หลังโดนดราม่า ชอบอวดรวยแต่ไม่เคยช่วยเหลือใคร!!

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ บินด่วนมารับสายร่วม "บิ๊กตู่" ช่วยน้ำท่วม

เบส โยน พี่สาว ทำคนเดียว พร้อมเผยเงินที่เข้าบัญชีทั้งหมด

อดีตทหารอเมริกัน เจอคนรักเวียดนาม อีกครั้ง หลังพลัดพราก 50 ปี

นึกว่าพระเอกเกาหลี ส่องภาพล่าสุด น้องชายแท้ๆของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
เที่ยวกินสิงห์บุรี น้ำตาลสดสิงห์บุรีเค้กกล้วยหอมไร้แป้ง ไร้น้ำตาล ไม่อ้วน l how to make cupcake banana low carb3 ไอเดีย เมนูลดน้ําหนักจากไข่ ทำง่ายๆๆชวนกิน ร้านติดดาวมิชลินในประเทศไทย 100 กว่าร้าน
ตั้งกระทู้ใหม่