หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2562 สามตัว 127, 800
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

สองสาวรุ่นใหม่แห่ง "ฐานทอง" อนุรักษ์อาหารไทยแบบฉบับดั้งเดิม 

บอร์ด อาหาร โพสท์โดย poti news

"It’s so beautifully arranged on the plate – you know someone’s fingers have been all over it." (Julia Child)

อาหารในจานนั้นถูกจัดเตรียมด้วยความละเอียดงดงาม และทุกตารางนิ้วในจานย่อมเต็มไปด้วยฝีมือล้วน ๆ

 คำกล่าวนี้ไม่เกินเลยหากจะนำมาใช้กับรายการอาหารกว่า 200 เมนู แห่งร้านอาหารไทยแนวโบราณที่ชื่ออันเป็นมงคลว่า “ฐานทอง” ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินกิจการเมื่อไม่นานมานี้ ณ เลขที่ 244 ซอยจันทน์ 18/7 เซนต์หลุยส์ 3 กรุงเทพมหานคร (ร้านอาหารไทยแห่งเดียวของย่านนี้เลย) บริหารงานโดยสองคู่หูเก๋าประสบการณ์ด้านอาหารไทยอย่าง “คุณแอน-ณสิกาญจน์ นิธิศธารีพฤกษ์กับ “คุณนุ้ย-กนกเรขา กุญชน” ซึ่งต้องบอกเลยว่าทุกเมนูรังสรรค์ออกมาอย่างสวยงามวิจิตรพร้อมด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

 ก่อนที่จะกล่าวถึงความพิเศษของอาหารแนะนำ ขอพูดถึงบรรยากาศภายในร้านที่เจ้าของร้านมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเนรมิตให้เป็นบรรยากาศแบบครอบครัวกันเอ๊ง กันเอง เสมือนบ้านหลังที่สองของแขกผู้มาเยือน ดังนั้นจึงเน้นความโปร่งโล่ง คงความเรียบง่าย สบายอุรา และค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ เป็นห้องอาหารกึ่งห้องนั่งเล่น กระทั่งลูกค้าต้องเป็นฝ่ายบอกว่า “ทำไมไม่จัดวางโต๊ะรับประทานเข้าไปอีก !?!” ซึ่งทั้งโต๊ะและเก้าอี้ทรงสี่เหลี่ยม ทำด้วยไม้ รวมถึงผนังร้านที่ตกแต่งสบายตา ช่างเหมาะเจาะเข้ากับสำรับอาหารไทยที่จัดวางบนโต๊ะพอดิบพอดี

 นับเป็นบุญตาและกุศลปากของบรรดานักชิมอาหารไทยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยด้วยกันเองหรือชาวต่างชาติผู้พิสมัยอาหารไทย เนื่องจากเจ้าของร้านทั้ง 2 คน มีต้นทุนที่ดีในเรื่องของอาหาร คุณแอนเติบโตมากับความเป็นทายาทตลาดยิ่งเจริญ ย่านดอนเมือง สัมผัสกับวัตถุดิบในการทำอาหารสารพัด ส่วนคุณนุ้ยก็คลุกคลีตีโมงอยู่ในครอบครัวที่ชอบทำอาหาร เมื่อทั้งสองคนโคจรมาเจอกัน จึงคลิกกันลงตัว แถมเคมียังเข้ากันอีกต่างหาก ประจวบเหมาะกับอยากเปิดร้านอาหารไทยสไตล์ “แอน-นุ้ย” จึงทำให้ในวันนี้ “ฐานทอง” ถือกำเนิดขึ้นมาในบรรณาพิภพอาหารไทยต้นตำรับดั้งเดิม   

 ดังนั้นจึงเป็นทั้งความโชคดีและกำไรของลูกค้าที่เจ้าของร้านทั้งสองคนได้ร่วมกันใส่จิตวิญญาณลงไปในทุกเมนูอาหารในฐานะคนทำ คนซื้อวัตถุดิบ คนควบคุมคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย รวมทั้งความอร่อยสุดคุ้มค่าสมกับราคาย่อมเยาและมิตรภาพ

และแล้วก็มาถึงเมนูเด่นของร้าน เริ่มจากสำรับอาหารว่าง “เมี่ยงคำบัวหลวง” กับ “หมี่กรอบโบราณ”  ถ้าเป็นการแสดงหน้าม่านซึ่งเป็นการแสดงก่อนการแสดงหลัก ต้องบอกว่าเป็นการแสดงที่สนใจมาก ๆ เพราะถูกจัดมาอย่างประณีตสุดสร้างสรรค์ในภาชนะแสนหลากหลาย บางชิ้นทำให้บางคนนึกย้อนอดีตไปถึงวันวานยังหวานอยู่  หรือ อาจระลึกชาติได้ (คริ คริ) ช่างทำให้อาหารดูเลอค่าน่ารับประทาน รับรองสาวกโซเชี่ยลมิเดียไม่มีผิดหวัง เชิญโพสต์ลงได้ตามอัธยาศัย ให้คนชอบกดไลค์ คนใช่กดเลิฟ (จุ๊บ! จุ๊บ!)

อย่าง “เมี่ยงคำบัวหลวง” ต้องบอกว่า ครบเครื่องเคียงและครบรส ไม่ว่าจะเป็น อาทิ กุ้งแห้งอย่างดี,ขิง,พริกสด,มะนาว,ถั่ว,หัวหอม,มะพร้าวคั่ว และเครื่องของเมี่ยงคำที่คุณอาจไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน นั่นคือ “เกสรบัวหลวง” ที่เป็นสมุนไพรไทยมีสรรพคุณสุดอลัง อาทิ บำรุงสายตา,ต่อต้านอนุมูลอิสระ,ชะลอการเกิดฝ้า,ใบหน้าอ่อนเยาว์,ลดน้ำตาลในเลือด และทำให้นอนหลับสบาย ราดด้วยน้ำเมี่ยงสูตรลับเฉพาะจริง ๆ (เจ้าของร้านขออุบ) ลิ้มลองแล้วอาจต้องแอบเรียกเมนูนี้ใหม่ว่า “เมี่ยงคำเบรคแตก”

สำหรับ “หมี่กรอบชาววัง” อาจหาที่อื่นทานได้ง่าย แต่สำหรับยี่ห้อ “ฐานทอง”  หาทานได้ยากยกเว้นต้องมาที่ร้านแห่งนี้เลย ก็ด้วยสูตรลับเฉพาะอีกนั่นแหละ เขามีซอสสูตรพิเศษที่คลุกเคล้าเข้ากับเส้นหมี่กรอบได้กลมกลืนรสชาติกลมกล่อม แบบหวานเปรี้ยวด้วยน้ำและผิวส้มซ่า พร้อมกับกลิ่นหอมจรุงจากเครื่องเทศฉบับไทย ๆ

จากนั้นมาถึง “สำรับหลัก” ที่ทางร้านแนะนำหลายเมนูเด็ดไม่ว่าจะเป็น อาทิ  “ข้าวยำมังคุด” เมนูแต่โบราณที่นิยมทำกินในช่วงฤดูร้อน คลุกเคล้ากับเครื่องเคียง ให้ความสดชื่นซาบซ่านสูสีกับข้าวแช่ชาววัง โดยที่มังคุดคุณภาพคัดมาอย่างดี สามารถทานเมล็ดได้เลย มังคุดซึ่งเป็นราชินีผลไม้นั้นมีสรรพคุณ อาทิ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ลดไขมันในเส้นเลือด และสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย บอกตรง ๆ จานเดียวเอาไม่อยู่

ตามมาติด ๆ ด้วย “แกงเผ็ดเป็ดย่าง” ชื่อฟังดูง่าย แต่กรรมวิธีการปรุงของฐานทองนี่สิไม่ง่ายเลย เพราะมีสูตรเฉพาะที่เน้นเรื่องเครื่องแกงเป็นพิเศษ ถึงรสถึงเครื่องและมีกลิ่นหอม ส่วนเป็ดที่นำมาย่างก็คัดสรรและย่างแบบจับเวลาความอร่อยลงตัวกันเลยที่เดียว แล้วมีวัตถุดิบสำคัญอย่างเงาะสอดไส้สับปะรด ที่ทั้งหวานทั้งเปรี้ยวในชิ้นเดียวกัน  

"มัสมั่นแกงแก้วตา              หอมยี่หร่ารสร้อนแรง

ชายใดได้กลืนแกง              แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา"

"มัสมั่น" หนึ่งในสำรับกับข้าวไทยใน กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ คงจะเป็นบทสรุป "มัสมั่นไก่" ของร้านฐานทองได้เป็นอย่างดียิ่ง 

ฝั่งเมนูเผ็ด ขอนำเสนอ “น้ำพริกขยำ” หรือชื่อดั้งเดิมว่า “น้ำพริกโจร” (ผู้ร้ายไม่กล้าตำในครกจะทำให้เสียงดังตำรวจได้ยิน 5555) สรุปคำเดียวสั้น ๆ ว่า “แซ่บ” ตั้งแต่ชาตินี้ยันชาติหน้า เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงนานา ชนิด โดยเฉพาะผักสดรสธรรมชาติปลอดสารพิษ ทุกอย่างลงตัวประดุจ “วงดนตรีไทย” เอิง เอิง เอย

ชิมเผ็ดแล้วมาชิมจืดกันบ้าง ต้องนี่เลย “แกงจืดใบกะเพรา” เมนูเส้นผมบังภูเขาที่เราอาจมองข้ามไปนิยมกินแต่กะเพราหมูกัน ทำง่าย ๆ แต่อร่อยเหาะ ใส่หมูสับปรุงรส ปั้นพอดีคำและรสชาติกล่อมกลม ส่วนน้ำซุปทั้งหอมทั้งร้อนด้วยกลิ่นและใบกะเพราะ ( ปล.กะเพรามีสรรพคุณมากมาย อาทิ ยาอายุวัฒนะ,ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น,ขับลม,แก้คลื่นเหียนอาเจียน,แก้อาการจุดเสียดแน่นท้อง และ แก้ลมพิษ)  

ปิดท้ายเมนูอาหารคาวที่ขอแนะนำคือ “หมูชะอม” หมูหมักนุ่มละมุนลิ้น เสิร์ฟพอดีคำพร้อมกับชะอมสดลวกแบบไม่ปรุงรสใด ๆ คลุกเคล้ากับน้ำจิ้มสูตรเด็ดเผ็ดกระตุกปลายลิ้น ซึ่งจะว่าไปแล้วเมนูนี้เหมาะเป็นกับแกล้มอย่างยิ่ง

ถึงเวลาเมนูอาหารหวานออกโรง นั่นคือ “พายบลูเบอร์รี่” ที่เจ้าของร้านทั้ง 2 คน ชอบทานและคิดว่าแขกคนสำคัญคงต้องชอบไม่แพ้กัน เนื่องจากไม่หวานจัด ไม่มันเลี่ยน นุ่ม กลมกล่อม หอมชื่นใจ ได้อร่อยเหาะ มันเหมาะเหมง ฯลฯ ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำอะไรมาพูด ถ้าเป็นเกมออนไลน์ก็มันกันตั้งแต่เลเวลแรกจนถึงเลเวลสุดท้าย  กระทั่งต้องถามหาภาค 2  

อ๋อ ! เครื่องดื่มตระกูลสมุนไพรที่อยากแนะนำคือ “น้ำส้มคั้นสด” ที่ใช้ส้มถึง 3 สายพันธุ์ (เจ้าของก็ไม่บอกอีกตามเคยว่ามีส้มพันธุ์อะไรบ้าง คริ คริ)  “น้ำดอกอัญชัน” และ “น้ำมะตูม” ที่จัดเสิร์ฟในขวดแบนแบบสวยงามจนไม่อยากกิน เพราะเสียดาย

มากันเถอะคุณ ๆทั้งหลาย อยากให้มาสัมผัสและลิ้มลอง รับรองไม่ผิดหวังเลยเจ้าค่ะ ! "ฐานทอง"  เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30 น.- 22.30 น. สอบถามรายละเอียดและเส้นทางกันได้ที่โทร.095-546-9552,FACEBOOK : ฐานทอง และ IG : tharnthong_cuisine

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: poti news
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
สองสาวรุ่นใหม่แห่ง "ฐานทอง" อนุรักษ์อาหารไทยแบบฉบับดั้งเดิม 
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

จำนวนเงินที่ หนึ่งบางปู โอนช่วยงานศพพนักงานเคอรี่ นี่แหละน้ำใจคนไทย

คดีพลิก หนุ่มเคอรี่ ใช้ค้อนตีหัวหน้าวินไม่ยั้ง ทั้งที่แม่บอกลูกอยู่บ้าน (คลิป)

หนุ่มน้อย ป.6 ลาเรียนเลี้ยงน้อง 4 คน ล่าสุดเงินบริจาค สูงถึง 1,714,792 บาท

ภาพถ่ายสุดฮาของหน้าจอ DESKTOP ที่จะทำให้คุณอารมณ์ดีไปตลอดทั้งวัน

‘เอ๋ ปารีณา’ โต้ ถูกออกจากพรรค ‘พลังประชารัฐ’

หนุ่มใหญ่ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์อื้อซ่า ยินดีด้วยจ้า

ศิริพร โต้กลับ ลูกบุญธรรม ลั่นมีทุกอย่างจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง

แทบขาดใจ!! รถพ่วงยางระเบิดชนแบร์ริเออร์ ลูกกระเด็นตกรถเสียชีวิต

สั่งปิดแล้ว!! งานนี้วัดความเข้มเเข็งฝ่ายปกครอง อำนาจผู้ว่าฯ สั่งปิด โดมปาร์ตี้ 5 ปี เเล้ว 'เวก้า สัตหีบ' ผู้ว่าฯ ชลบุรี ยังเงียบ ! พื้นที่ตัวสั่น กระซิบอ้างเกรง บ้านใหญ่

ชื่นชมทั้งคนเก็บได้และเจ้าของ..หนุ่มตกงานเก็บเงินได้หน้าเซเว่นนำส่งคืนเจ้าของแล้ว

หากดาราดังจากในอดีตยังมีชีวิตอยู่พวกเขาจะหน้าตาเป็นอย่างไร

เปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ บริการฟรี! 6 เดือน ตามนโยบายนายกฯลุงตู่ เริ่ม 17 มิ.ย.เป็นต้นไป
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
สอนทำ ซอสผัดไทยไชยา วิธีทําง่ายๆๆอร่อย เป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ อร่อย ทำขายเป็นรายได้เสริม😋เมนูอาหารง่ายๆ ทำเอง ตอน "สอนทำอาหาร ผัดฉ่าปลาชะโด สุดยอด! อาหารไทย" จ๊วดๆกินก้อยเนื้อวัวขมๆกินโค๊กผสมเมล็ดแมงลัก และกินสาหร่ายทะเลห่อด้วยขนมเซเว่นอีเลเว่น (clip)
ตั้งกระทู้ใหม่