หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

แค่เด็ก(ขอทาน)ข้างถนน

บอร์ด นิยาย เรื่องเล่า โพสท์โดย GHOST

เมื่อนานมาแล้ว  ย้อนกลับไป  เมื่อ   20 กว่าปีก่อน  มีเด็กชายคนหนึ่ง  ได้พลัดหลงจากพ่อแม่  ที่จะอนุสาวรีย์ชัย  ที่ที่ซึ่งเคยเป็นบ้าน  เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว  พัดหลงกันที่โรงพยาบาลเด็ก  แล้วเด็กคนนั้นก็ตามหาแม่เขารอบๆวงเวียนอนุสาวรีย์ชัย  ประมาณ 3 เดือนได้  แล้วก็กลับไปโรงพยาบาลเด็ก  เพื่อจะ  คอยแม่ของเขา  และญาติพี่น้องของเขา  จนครบ 2 เดือนกว่าๆ  เขาได้เดินเลยเลยร่อน  นั่งขอทาน  นอนขอทาน  ขอข้าวคนแถวนั้นกิน  จนมีตำรวจนายหนึ่ง  เป็นตำรวจสนดินแดง  เขาได้มาเจอ  แล้วเขาก็พาไป  สน  เลี้ยงข้าว  พาไปอาบน้ำ  ใช้ชีวิตอยู่สน 1 อาทิตย์  เขาเลยจดเป็นลูกบุญธรรม  เด็กคนนั้นในนามหลานบุญธรรม  ใช้ชีวิตอยู่กับเขา 15 วัน  เขาก็ส่งไปเรียนต่อในบ้าน  เด็กอ่อนรังสิต  จนขาดการติดต่อครับ  ชายในเครื่องแบบคนนั้น  ครั้งสุดท้ายตอนที่เขามาเยี่ยม  ซื้อของมาให้  แล้วไม่รู้ว่าครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายต้องเจอกัน  นับจากวันนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี  ตอนอายุได้ 6   ขวดจะ 7 ขวบ  ได้ย้ายไปอยู่สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช  ได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้น  ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง  มีทั้งคนดีเพื่อนดีและคนไม่ดี  เพราะยุคนั้น  อยู่ในนั้นเหมือนตกนรกทั้งเป็น  โดนทั้งด้ามจอบ  โดนทั้งสายยาง  โดนทั่งไม้หวาย  โดนทั้งไม้หน้าสาม และไม้ กวาด  แต่ในนั้นก็สอนให้ตรงต่อเวลามีความซื่อสัตย์ให้ ที่ซุกหัวนอน  ให้เขากิน  แต่มันมีอีกหลายอย่าง  ที่ไม่สามารถพูดได้  เพราะมันเป็นความลับในวงใน  ผมอยู่ตั้งแต่พ่อใหญ่  รุ่นผมคนที่ 1   มาถึงรุ่นที่ 5   ในนั้นเขาได้ส่ง  ไปเรียนข้างนอก  หลังจากโรงเรียนภายใน  สถานสงเคราะห์ปิดตัวลง  โรงเรียนแรกที่ผมได้เรียน   1   วัดมูลจินดาราม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1   ซ้ำชั้นอยู่ 2 ปี  โรงเรียนที่ 2   โรงเรียนวัดดอนใหญ่  ป 2   โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนแรก ที่ผมรู้ว่า ความรู้สึก ของคำว่าชอบ และแอบรักเป็นยังไง แต่ผมไม่กล้าเอ่ยปากไป ตั้งแต่ต้นเทอม ยันต์ปิดเทอม ผู้หญิงคนนั้น ชื่อนิ้ง ( มีน้องสาวที่สนิทชือ อยูยีนส์   ) ถ้าตอนนั้นจำชื่อไม่ผิด  เพราะยังเด็กกันมาก แล้วผมก็ต้องปล่อย  ความจริงที่อยากจะพูด  ให้สูญหายไปพร้อมกับกาลเวลา  ด้วยความรู้สึกที่อยู่ในใจ  เก็บไว้เพียงคนเดียว  ก็แค่นั้น  

โรงเรียนที่ 3   โรงเรียนวัดขุมแก้ว  บึงสนั่นหนองเสือ  ได้เข้าโรงเรียนนี้  ชั้นปอ 3 ถึงชั้นปีที่ 6   ได้รู้จัก  เพื่อน  มากหน้าหลายตา  จะรู้สึกสนิทกับเพื่อนไม่กี่คน  เพื่อน  เพื่อนที่สนิทล้วนแต่ลาออกกันไปทีละคน  ทิ้งให้เด็กชายคนนี้ต้องโดดเดี่ยว และเคว้งคว้าง  อยู่คนเดียว  เพื่อนคนอื่นก็มี  แต่มันไม่รู้สึกเหมือนเพื่อน  ก่อนหน้านี้  โรงเรียนนี้  เคยชอบผู้หญิงอยู่ 2 คน  แต่คนละเวลา  แล้วคนละชั้นปีการศึกษา  ผู้หญิงคนแรก  ชื่อครีม  ตอนชั้นป 4   ผู้หญิงคนสุดท้าย  ชื่อหมิว  ต่อชั้นป 6   แล้วหลังจากนั้น  ก็ใกล้จะปิดภาคเรียน  อีก 1 อาทิตย์  สุดท้าย  แล้วเด็กชายคนนั้นก็เพิ่งมารู้ว่า  ผู้หญิง  คนที่เขาแอบชอบ  ก็เขาชอบเราเหมือนกัน  แต่ด้วยที่ว่า เด็กคนนั้น  เป็นคนขี้อาย  เลยไม่กล้าเอ่ยปากไป  จนเสียรักครั้งที่ 3 ไป  แต่หลังจากปิดเทอม  เด็กคนนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ บ้านเด็กกำพร้า    ได้มีเพื่อนสนิทไม่กี่คน  เพื่อนสนิทคนเดียวชื่อ  จิตตรินพัฒนาแช่ม  ที่เหลือก็เป็นเพื่อน  สนิทกันเล็กน้อย  แล้วก็แป๊ะ  ณัฐพลฤทธิจันทร์  นพพรคำพลอย  พวกเราได้  สนิทสนมกันมาก  แต่ แล้ว  เพื่อนคนนึงก็ต้องจากไป  พ่อแม่เขามารับกลับบ้าน  ตั้งแต่ตอนนั้นจนปัจจุบัน   15 ปี

ครั้ง  เปิดภาคเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 เด็กชายคนนั้นได้ อย่าไปอยู่โรงเรียน ปัญจทายิกาวาส คลอง 5 ลำลูกกา อยู่ห่างจากวัดมูล   15 กิโลเมตร  เด็กชายคนนั้นได้เข้าไปเรียน  และรู้จักเพื่อนมากหน้าหลายตา  เรียนไปเรียนมา  ได้สนิทสนมกับเพื่อน  หลายคนอยู่  จนกว่าจะปิดเทอม  อีก 3 อาทิตย์กว่าๆ  เด็กชายคนนั้นได้พบรักกับ  ผู้หญิงชื่อปลายฝนอินทวงศ์  มีพี่สาวชื่อปลายฟ้าอินทวงศ์  เขาได้คบกันประมาณ  เดือนกว่าๆ  ได้คุยกันผ่านทางโทรศัพท์  นานๆครั้ง  แล้วเด็กชายคนนั้นได้นั่งรถสองแถวไปหาเขา  ที่คลอง 2 พฤกษา 20 ลำลูกกาคลอง 2  ไปครั้งแรก  ก็คุยกันดี  สนิทสนมเหมือนเด็ก  เพิ่งหัดรักกัน  จนปิดเทอมใหญ่  เราขาดการติดต่อกันทางโทรศัพท์  นานพอสมควร  ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้น  เขาจะไปสัมพันธ์กับชายอื่น  จนเกิดการตั้งครรภ์  แต่เราไม่รู้  จนเปิด  ภาคเรียนมัธยม 2   เด็กชายคนนั้น  กับเพื่อนอีก 2 คน  ได้พากันหนี  ปีนกำแพงออกจาก  บ้าน  มูลนิธิมหาราช  พากันเดิน ตั้งแต่ คลอง  5  มายันสนามบินดอนเมือง  แล้วขึ้นรถเมล์ตั้งแต่สนามบินดอนเมือง  มาลงอนุสาวรีย์ชัย  เพื่อน 2 คนที่ว่า  ชื่อเล่นชื่อจีจี้  ชื่อจริงชื่อจิระศักดิ์  เพื่อนคนที่ 2   ชื่อเล่นชื่ออุ้ม  ชื่อจริงชื่ออัครเดชสมชัย  ได้พากันหนี  เดินระเหยเร่ร่อน  อยู่รอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัย  ถึง 3 ปี  แต่ด้วย 2 คน  ไม่ค่อยจะรักดีสักเท่าไหร่  เลยหนีไปกับกระเทย  ชื่อกวางคนนึง  จนเพื่อนชื่ออุ้มหนีกลับมาได้  แล้วมาเล่าเรื่องไม่ดีให้ฟัง  ตอานั่นเราอยู่กันแค่สองคน  จวบจนปัจจุบัน  แต่ครั้งที่ยังเร่ร่อนอยู่อนุสาวรีย์ชัย  ได้พบปะผู้คนมากมาย  สนิทสนมกับผู้คนมากมาย  รอบๆ  อนุสาวรีย์ชัย  จนเด็กคนนั้น  ได้มีชายชรา ท่านหนึ่ง  ที่เป็นทหาร  เกษียณอายุราชการมารับเลี้ยง  เป็นลูกบุญธรรม  เขาได้อยู่กับชายคนนั้นประมาณ 2 ปีกว่าๆ  จนพ่อบุญธรรมคนนั้นได้เสียชีวิตลง  ด้วยโรคชรา  แล้วเด็กคนนั้น  ไม่มีใครสานต่อเจตนารมณ์ต่อ  เขาก็เลยหนีออกมา  ใช้ชีวิตเร่ร่อน พเนจร  ดังเช่นเมื่อก่อน  แต่แค่ครั้งนี้เขาต้องอยู่คนเดียวแค่นั้น  เดินเข้าไปเจอพี่ชื่อปู  ชื่อเป้  ชื่อเรย์  เป็นกลุ่มวัยรุ่น  ก็ได้รับเลี้ยงแล้วอุปการะ ดูแล  ฉันญาติพี่น้อง  แล้วพี่ชื่อปู  เขาจะรับเลี้ยงเป็นหลานบุญธรรม  แต่ด้วยที่เขามีคดีติดตัว  ความหวังดีก็ได้ยกเลิกไป  แล้วมาเจอพี่ๆที่ เซเว่น ฝั่งเกาะดินแดง ได้ชุบเลี้ยงและดูแล ระยะเวลา 3 ปี ผู้หญิงคนแรกชื่อนวล เป็นแฟนพี่นุ ผู้หญิงคนที่ 2 ชื่อเจน มีแฟนชื่อกวาง ผู้หญิงคนที่ 3  ชื่อลิน โสด และอื่นๆ จนเด็กคนนั้น เริ่มผูกพันสนิทสนม กับคนฝั่งนั้น แต่ก็ยังรักในการ เร่ร่อนพเนจร ก่อนหน้านี้ประมาณ ที่เขาได้มาอนุสาวรีย์ครั้งแรก หลังจากนี้  ออกจากมูลนิธิมหาราช ได้เจอชายขอทานคนนึง ซึ่งเขาน่าจะเป็นทหารเก่า เขาได้ชุบเลี้ยงเลี้ยงดู ดูแลเป็นอย่างดี ที่ที่เขานอน ตรงรางรถไฟ ใต้ทางด่วน จตุจักร ใกล้ๆหมอชิต เขาสอนทุกอย่าง ชุบเลี้ยงอย่างดี จนเกิดเป็นบุญคุณกัน สิ่งที่เขามี ในตอนนั้น จักรยานเก่าๆ 1 คัน เสือภูเขา เต็นท์เก่าๆ  1 หลัง สำหรับพที่ชุกหัวนอนไปวันๆ สิ่งที่เขาต้องทำประจำทุกวันเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง เดินเก็บขยะ เดินเก็บขวด ในถังขยะขาย เพื่อให้ชีวิตตัวเองอยู่รอดไปอีกวัน จนถึงนาทีที่ต้องจากกันแบบจริงๆจังๆ เพราะมีชาย คนนึงที่อนุสาวรีย์ชัย ชื่อเล่นชื่อหน่อย ชื่อจริงชื่อวิรัชจันทร์ทับ ก็ได้อุปการะเลี้ยงดู ไปเซ็นรับเลี้ยงที่เขต รับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ด้วยจำนวนเงินที่มากอยู่ เพราะเด็กคนนี้กับชายชื่อหน่อย ก็เริ่มผูกพันและสนิทสนมกันตั้งแต่นั้นมา แต่ด้วยที่ว่าชายคนนี้ เมื่อก่อนเป็นคนเกเร ความเห็นเลยไม่ค่อยจะลงรอยกับสักเท่าไหร่ แล้วชายคนนั้นก็ ทิ้งท้ายการขอทานครั้งสุดท้าย ก่อนจะมาเป็นลูกบุญธรรม ของผู้ชายชื่อหน่อย ตอนนั่นนอนขอทาน อยู่บนสะพานลอยฝั่ง โรงพยาบาลราชวิถี แล้วก็มาเจอชายคนหนึ่ง เขาอยากจะรับเลี้ยง แต่ด้วยความที่คนชื่อหน่อยเขาไม่ยอม ชายคนนี้ ก็เลยเลี้ยงดูแบบ ไม่ได้จดสิทธิตามกฎหมายเค้าแค่ส่งเงินมาให้ใช้ ให้คอยซื้อของมาให้ใช้ ค่อยไปมาหาสู่เล่าสู่กันฟัง เมื่อถึงคราวที่ต้องเจอกัน ชายคนนี้ก็เสียชีวิตลง ดูอุบัติเหตุรถชน  ไม่ทราบ ( รายละเอียด )  

แล้วเด็กชายคนนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่อนุสาวรีย์ชัย  ตลอดระยะเวลา 12 ปี  ปีนี้เข้าปีที่ 14  จนมีหน้ามีตาในบางพื้นที่และในบางส่วนของพื้นที่อนุสาวรีย์ชัย  ในวงการมืด  หรือคนในวงการกลางคืนแค่นั้นเอง  แล้วถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีก่อน   ปีก่อน  ประมาณปี 53  เค้าได้เจอลุงแท้ๆของเขา  เป็นพี่ชายพ่อเขา  เพราะเขาจำอุปนิสัย  ของหลานตัวเองได้  แต่นี่มันด้วยความเชื่อ  ของเด็กที่ไม่เหลือใคร  ไม่รู้ความอบอุ่นคืออะไรของครอบครัว  ด้วยความไม่ไว้ใจของเด็กคนนั้น  ลุงแก่คนนั้นเลยซื้อใจด้วยการมาเยี่ยมบ่อยๆ  เดือนละ 3 ครั้ง แล้วให้ตังค์จำนวนไม่น้อย  พยายามเอารูปเก่าๆมาให้ดู  เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ  เด็กคนนั้นเลยไปปรึกษาพี่เลี้ยง  พี่เลี้ยงเขาก็พยายามจะปั่นหูให้ไม่เชื่อ  จนมีเรื่อง  กันครั้งใหญ่  ที่ข้าพเจ้า  ไปสร้างปัญหากับสองร้านก๋วยเตี๋ยว  ด้วยการทะเลาะวิวาท  โดนชายชราคนนั้นรู้  เลยตบหน้าข้าพเจ้า  ในสวน สาธารณะ  กลางเสาวรีย์เกาะดินแดง  ต่อหน้าผู้คนนับพัน  แล้วหลังจากนั้นประมาณ   15 วัน  เขาได้ให้รุ่นพี่  มาเอาตัวข้าพเจ้าไป  เรียนอยู่ในค่าย  ที่ภาคใต้  ถึง 6 ปี   4 เดือน( อันนี้จะเล่าข้ามๆ)   จนมาเจอผู้หญิงสาว นาง 1   ผ่านโลกโซเชียล  แล้วด้วยความ  ที่เกิดการเข้าใจผิดกันอย่างไร  ถ้าคนนั้นได้ขับรถ  ด้วยความเร็ว  ถ้าขับรถ  กระบะที่ขับย้อนศรมา  รถมอเตอร์ไซค์กระเด็นตกเขา  ประมาณตึก 3 ชั้น  แต่ไม่ตาย  นอนไม่ตื่นเกือบอาทิตย์  เนื่องจากเขาตื่นนอนมา  กายภาพบำบัดเสร็จ  ได้ออกจากโรงพยาบาล  ได้มาเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกัน   10 กว่าปี  ได้อาศัยบ้าน เขาอยู่  เกือบๆ 6 เดือน  เพื่อฟื้นฟูร่างกายตัวเอง  แล้วได้ทำงานอยู่โรงงาน  ที่ระยอง  ได้ 4 เดือนกว่าๆ  แล้วเขาก็ผิดใจกับน้องชายเพื่อน  เขาก็เลยเหลือแค่ตัวเอง  ไปอยู่ที่อื่น  ไปขอความช่วยเหลือจากน้องบุญธรรม  ที่พัทยาใต้  อยู่ที่นั่นได้ทำงานร้าน the Chocolate Factory  ได้ 2 เดือนกว่าๆ  แต่ด้วยมีเหตุที่จำเป็นเนื่องจากมา  ( เรื่องการได้รับผลกระทบอุบัติเหตุ  ขอให้เรารักกัน  มันเจ็บปวด  )

 

แล้วก่อนหน้านี้ย้อนไปประมาณ  14 15 ปีที่แล้ว  เด็กชายคนนนึง  ได้พบรักกับหญิงสาวนางหนึ่ง  ที่อายุห่างกัน 4ปี   หญิงสาวคนนั้นชื่อเบนซ์  เจอกันบนรถเมล์  ในเวลาเดิมๆ  ทุกๆการนั่งรถเมล์ไปโรงเรียน  เจอกันบนรถสองแถวบาง  จนเกิดความเคยชิน  กาย  เป็น  ความ  คุ้นเคย  ด้วยความ  ที่ว่า  เราเป็นผู้ชายขี้อาย  เราเลยไม่กล้าเดินไปขอเบอร์เขา  จนเขาต้องให้เพื่อนเดินมาถามเรา  แต่ด้วยตอนนั้นเด็กชายคนนั้นไม่ได้ใช้โทรศัพท์  นอกจากโทรศัพท์ตู้สาธารณะ  หญิงสาวชื่อเบนซ์เขาก็เลยให้เบอร์มา  ก็คุยกันผ่านโทรศัพท์ตู้สาธารณะและโทรศัพท์บ้าน  คุยกันได้สักพักนึงสนิทสนมกัน  ไปเที่ยวฟิวเจอร์ดูหนังฟังเพลง  ไปช่วยแม่เขาขายของ  ในบรรดาผู้หญิงที่ผ่านๆมา  ผู้หญิงคนนี้คือคนแรกในชีวิต  ที่ได้หมั้นกันไว้  แต่ก็ต้องผิดหวัง  เมื่อความผูกพันเริ่มแน่น ใจ   ยากที่จะเกิดที่ จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียใจ  แต่แล้ว  การเสียใจก็มาถึง  วันนั้นเป็นวันเสาร์  ประมาณเที่ยงกว่าๆ  อากาศตอนนั้น  ฟ้ามืดครึ้มฝนตก  ไม่ค่อยหนักมาก  ขับรถมอเตอร์ไซค์  จากบ้าน  ของหญิงสาวคนนั้น  จะไปช่วยแม่ของหญิงสาวคนนั้น  ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง  ด้วยจังหวะที่  ฝนตกถนนลื่น  เราขับรถมอเตอร์ไซค์  ตามหลังมา  แล้วจังหวะที่เลี้ยวขึ้นสะพาน  มี  บรรทุกกำลังเลี้ยวขึ้นสะพาน  ที่พักเท้ามอเตอร์ไซค์  ของหญิงสาวคนนั้นไปเกี่ยวกับ  อะไรสักอย่าง  มุมอับของรถพ่วง  แต่แล้ว  อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น  หญิงสาวคนนั้นมอเตอร์ไซค์คว่ำ  ตัวกลิ้งไปอยู่ใต้ท้องรถ  รถเหยียบเข้าหัว  เต็มๆ วงล้อ มัน  สมองกระจายเกลื่อนถนน เลือด  และสายฝน น้องเต็มถนนตอนนั้นเลย ความรู้สึกของเด็กชายคนนั้นตอนนั้น คุมสติตัวเองไม่ได้ เป็นบ้าภายในชั่วพริบตา นาทีนั้น ในอุบัติเหตุครั้งนั้น  เด็กคนนั้นคุมสติตัวเองไม่อยู่ ทางญาติผู้ใหญ่ของหญิงสาวคนนั้น ได้ส่งเด็กชายคนนั้นไปบำบัดในโรงพยาบาล ถึง 8 เดือน แล้วเด็กชายคนนั้น ออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อนเลยและพเนจร ไม่กลับไปหาญาติ ญาติ แล้วพ่อแม่ของหญิงสาวคนนั้นอีกเลย จวบจนปัจจุบัน ปีนี้ก็ปี 62 

.....................................

เรื่องของพี่สาวแล้วน้องสาว เมื่อ 3 ปีที่แล้ว พี่สาวไปเที่ยวกับเพื่อนต่างจังหวัด ไปรถของเพื่อน แต่ด้วยความที่เส้นทางของเพื่อนและเส้นทางบ้านของพี่สาว ไปคนละทาง พี่สาวต้องเข้าสายคลองไปคลอง 15 16  เขาเลยลงที่ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เดินมาตามเส้นทาง  มาตามสะพานลอย ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว ในคืนนั้นเดินกินลมชมวิวแบบเพลินๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเจอพวกขี้ยาหรือดมกาว ได้มาล่วงเกิน ลวนลาม  แล้วก็  กระทำ มิดีมิร้าย ต่อร่างกายและทรัพย์สิน ประทุษร้ายต่อร่างกายเพื่อชิงทรัพย์สิน หรือพยายามจะล่วงละเมิดทางเพศ ตอนนั้นพี่สาวโดนตบ จนปากฉีก โดนกระชากเสื้อจนขาด โดนจับนม โดนล้วงอวัยวะเพศ โดน เท้าแตะเข้าไป ใบหน้า   3-4   โดนกำปั้นทุบหน้าอีกหลายที ต้องเข้าให้น้ำเกลือแล้วนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 13 วัน ตอนนั้นเด็กชายคนนั้นยังไม่ทราบข่าว เพิ่งมาทราบข่าวตอนที่น้องสาวเขาโดน กระทำเหมือนพี่สาวของเขา แต่แค่เวลาไล่เลี่ยกัน ถึง 5 วัน หญิงสาวคนนั้นมาเที่ยวกับเพื่อน มาดูหนัง ที่เซ็นทรัล ยางลาดพร้าว ได้มาธุระกันที่นี่ แต่ด้วยความที่ เพื่อนบ้านอยู่แถวดอนเมือง แต่น้องสาวของชายคนนั้น 

บ้านอยู่ ไกลจากพื้นที่มาก แต่เขารู้ว่าพี่ชายเขาทำงานอยู่แถวนั้น ก็เลยมาขอตังค์ ขอเงินกลับบ้านส่วนหนึ่ง และขอเงินเอาไว้ใช้ส่วนหนึ่ง แล้วจ่ายค่าแท็กซี่เขาไปจำนวน 400  80 กว่าบาท เพื่อจะให้ไปส่งถึงบ้าน แต่น้องสาวของชายคนนั้น ได้ขอลงที่ฟิวเจอร์ จุดเกิดเหตุ ใกล้เคียงกันกับที่พี่สาวก็โดน แต่รอบนี้น้องสาวโดนหนักหน่อย โดนผู้ชายถึง 4 คน โดนกำปั้นทุบแล้วต่อยจนปากแตก ริมฝีปาก ด้านซ้ายฉีกขาด โดนต่อยจนเหงือกเคลื่อน โดนจับนม โดนล้วงอวัยวะเพศ จนเกิดการเสียสติ จวบจนทุกวัน อาการของ หญิงสาวคนนั้นทุกวันนี้ ไม่กล้าออกไปไหนนอกบ้านคนเดียว ไม่ว่าจะกลางคืนหรือกลางวัน ถ้าเป็นกลางคืนนอนอยู่ จะตื่นขึ้นมา ในเวลาที่น้องเขาโดนกระทำ ตื่นขึ้นมานั่ง โวยวาย  แล้วนั่งร้องไห้ เด็กคนนั้นได้คุยกับป้าของเขา ล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่แล้ว อาการทุกวันนี้ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเมื่อก่อน ประมาณ 67 เปอร์เซ็นต์ ของการรับรู้และรู้เรื่อง ในสิ่งรอบด้าน แต่พี่สาวของ ชายคนนั้นและหญิงสาวคนนี้ ได้ประสบอุบัติเหตุ รถยนต์ ประสานงา บรรทุกพ่วง ร่างของพี่สาว ของหญิงคนนั้นแล้วชายคนนี้ ติดอยู่ในซากรถ ประเภทที่ จำไม่ได้เลยว่าเป็นพี่ตัวเอง 

 

ทุกวันนี้มันเลยฝังใจ แล้วกลายเป็นปมที่ตัวเองมัดแน่นมาก มีอีกหลายเรื่อง จะเอาสั้นๆแล้วกัน รู้สึกขี้เกียจ 🤗

 

อ่านแล้วอาจจะงงงง 

ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้  🙂

เพราะทุกคนเกิดมาเหมือนกัน  แต่เรื่องราวชีวิตมักไม่เหมือนกัน  

@แนน สมพงษ์

เรียบเรียงโดย: GHOST
แหล่งที่มา:
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: GHOST
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
แค่เด็ก(ขอทาน)ข้างถนน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย สงกรานต์ ซัดกลับชาวเน็ตหลังคอมเมนท์ด่า แมท

สื่อต่างประเทศตีข่าวไทย เลี้ยงหอยทากสร้างรายได้ มูลค่าสูงกว่าทองคำ

รู้ไหม? ผลไม้กระป๋อง ห้ามเอาแช่ตู้เย็นนะ!

กานต์​ ร่ายยาว ถึงเสี่ยโป้​ บรรยายชีวิตในคุกวันแรกแดน 1 นอนติดส้วม​ 7 วันจะได้เจอของจริง

สาวสองแฉเดือด ถูกบีบให้ออกข้าราชการ เพราะเป็น ครูข้ามเwศ ชาวเน็ตคอมเม้นท์สนั่น

ฮา หลายภาพ แปลก ขำ ภาพฮา

ส่องพระเอก"ตูมตาม ยุทธนา" ในละคร "มณีนาคา" ช็อตจุกคลื่นปะทะเป้าเต็มแรง

สาวประกาศตามหา “สัตว์เลี้ยง” หนีออกจากบ้าน วอนอย่าตี น้องไม่ดุ ไม่กัด

สลดใจ ครอบครัวโน๊ต นักเรียนทุนป.เอก 1 ใน 9 เหยื่อ ได้รับจดหมายจาก M.I.T. รอกลับไปเรียน

สมองของ Albert Einstein ถูกขโมยหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตลง

ดวงรายปักษ์ประจำวันที่ 16 – 31 กรกฎาคม โดย อ.ดาริณ ปักธง

เปิดวาร์ป!! ทนายสาวอินโดฯ สวยใส และน่ารัก ที่แชร์สนั่นโลกออนไลน์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ค่ายลูกเสือALIVE หนังที่สร้างจากเรื่องจริงเมื่อเพื่อนต้องกินศพเพื่อนเรื่องราวความรัก..เลิฟสตอรี่..ของบุ๋มกับแทนพี่โตVSอาเบะ 2
ตั้งกระทู้ใหม่